ข้อ ๑๕
ข้อ ๑๕ การมีหรือใช้โคมไฟนอกจากที่ระบุไว้ในกฎกระทรวงนี้ จะกระทำมิได้เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าพนักงานจราจร ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๒ พลเอก เล็ก แนวมาลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๑ และมาตรา ๖๑ บัญญัติว่า ในเวลาที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอที่จะมองเห็นคน รถ หรือสิ่งกีดขวางในทางได้โดยชัดแจ้งภายในระยะไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยห้าสิบเมตร ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถในทางหรือจอดรถในทางเดินรถหรือไหล่ทางต้องเปิดไฟหรือใช้แสงสว่างตามประเภท ลักษณะ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๕ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒[๕] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงการกำหนดโคมไฟหน้ารถและโคมไฟท้ายรถ โดยจะให้มีโคมไฟหน้ารถเพื่อใช้ตัดหมอกก็ได้ รวมทั้งจะให้มีโคมไฟหยุดตรงกึ่งกลางด้านท้ายภายในรถอีกหนึ่งดวงเพิ่มขึ้นจากที่กำหนดไว้เดิมได้ด้วย เพื่อให้การจราจรเป็นไปโดยปลอดภัยมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๗ (พ.ศ. ๒๕๔๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒[๖] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยจราจรทางบกได้กำหนดให้มีการติดตั้งโคมไฟหยุดเพิ่มเติมด้านท้ายรถได้เฉพาะภายในรถ ซึ่งไม่สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ที่กำหนดให้มีการติดตั้งโคมไฟหยุดเพิ่มเติมได้ในแนวกึ่งกลางด้านท้ายรถในตำแหน่งที่ให้แสงสว่างออกไปทางด้านท้ายรถ สมควรแก้ไขหลักเกณฑ์การติดตั้งโคมไฟหยุดเพิ่มเติมด้านท้ายรถตามกฎหมายว่าด้วยจราจรทางบกเสียใหม่ให้สอดคล้องกัน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ วิภา/ปรับปรุง ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ อรญา/ตรวจ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๖/ตอนที่ ๙๕/ฉบับพิเศษ หน้า ๓/๑๔ มิถุนายน ๒๕๒๒ [๒] ข้อ ๒ (๑) วรรคสาม เพิ่มโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๕ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ [๓] ข้อ ๒ (๒) (ข) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๗ (พ.ศ. ๒๕๔๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ [๔] ข้อ ๑๓ (๓ ทวิ) เพิ่มโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๕ (พ.ศ. ๒๕๓๖) ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ [๕] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๐/ตอนที่ ๖๑/หน้า ๑/๑๑ พฤษภาคม ๒๕๓๖ [๖] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๙/ตอนที่ ๘๙ ก/หน้า ๑๔/๑๓ กันยายน ๒๕๔๕