รายการที่บันทึกไว้สมัครฟรี

ข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2538 (ฉบับ Update ล่าสุด) หมวด ๓

ข้อ ๙๐–ข้อ ๑๐๗ · รวม 18 มาตรา

หน้านี้เรียบเรียงจากฉบับของแหล่งข้อมูลทางการ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง การแก้ไขหรือการยกเลิกในภายหลังอาจยังไม่ปรากฏ โปรดตรวจสอบผลใช้บังคับจากฉบับทางการ

ส่วนที่ ๑

ข้อ ๙๐

ข้อ ๙๐ การให้ยืมหรือนำพัสดุไปใช้ในกิจการซึ่งมิใช่เพื่อประโยชน์ของ ททท. จะกระทำมิได้

ข้อ ๙๑

ข้อ ๙๑[๕๒] การให้ยืมพัสดุประเภทใช้คงรูปหรือการให้ยืมใช้สถานที่ ต้องให้ผู้ยืมทำหลักฐานการยืมเป็นลายลักษณ์อักษร แสดงเหตุผลและกำหนดวันส่งคืน โดยมีหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (๑) การให้หน่วยงานภายนอกยืมพัสดุประเภทใช้คงรูป ผู้ยืมต้องเป็นหัวหน้าของหน่วยงานนั้น ๆ (๒) การให้บุคคลยืมพัสดุประเภทใช้คงรูปไปใช้ภายในสถานที่ทำการของ ททท. จะต้องได้รับอนุมัติจากหัวหน้าหน่วยงานซึ่งรับผิดชอบพัสดุนั้น (๓) การให้ยืมใช้สถานที่ ผู้ยืมต้องเป็นหัวหน้าของหน่วยงานนั้น ๆ หรือเป็นพนักงานของ ททท. ในกรณีให้หน่วยงานภายนอกยืมพัสดุประเภทใช้คงรูป หรือให้บุคคลยืมพัสดุประเภทใช้คงรูป ไปใช้ภายนอกสถานที่ทำการของ ททท. หรือการให้ยืมใช้สถานที่ จะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าการ

ข้อ ๙๒

ข้อ ๙๒ ผู้ยืมพัสดุประเภทใช้คงรูปจะต้องนำพัสดุนั้นมาส่งคืนให้ในสภาพที่ใช้การได้เรียบร้อย หากเกิดการชำรุดเสียหาย หรือใช้การไม่ได้ หรือสูญหายไปให้ผู้ยืมจัดการแก้ไขซ่อมแซมให้คงสภาพเดิมโดยเสียค่าใช้จ่ายของตนเอง หรือชดใช้เป็นพัสดุประเภท ชนิด ขนาด ลักษณะ และคุณภาพอย่างเดียวกันหรือชดใช้เป็นเงินตามราคาที่เป็นอยู่ในขณะยืม

ข้อ ๙๓

ข้อ ๙๓ การยืมพัสดุประเภทใช้สิ้นเปลืองให้กระทำได้เฉพาะเมื่อส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจผู้ยืมมีความจำเป็นต้องใช้พัสดุนั้นเป็นการรีบด่วน จะดำเนินการจัดหาได้ไม่ทันการ และ ททท. มีพัสดุนั้น ๆ พอที่จะให้ยืมได้โดยไม่เป็นการเสียหายแก่ ททท. และให้มีหลักฐานการยืมเป็นลายลักษณ์อักษร ทั้งนี้ โดยปกติส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจผู้ยืมจะต้องจัดหาพัสดุเป็นประเภท ชนิด และปริมาณเช่นเดียวกันส่งคืนให้แก่ ททท.

ข้อ ๙๔

ข้อ ๙๔ เมื่อครบกำหนดยืม ผู้ให้ยืมหรือผู้รับหน้าที่แทนมีหน้าที่ติดตามทวงพัสดุที่ให้ยืมไปคืนภายใน ๗ วันนับแต่วันครบกำหนด การควบคุม

ส่วนที่ ๒

ข้อ ๙๕

ข้อ ๙๕ พัสดุของ ททท. ไม่ว่าจะได้มาด้วยประการใด ให้อยู่ในความควบคุมตามข้อบังคับนี้

ข้อ ๙๖

ข้อ ๙๖ เมื่อเจ้าหน้าที่พัสดุได้รับมอบพัสดุแล้ว ให้ดำเนินการดังนี้ (๑) ลงบัญชีหรือทะเบียนเพื่อควบคุมพัสดุ แยกเป็นชนิดและแสดงรายการโดยให้มีหลักฐานการรับเข้าบัญชีหรือทะเบียนไว้ประกอบรายการด้วย สำหรับพัสดุประเภทอาหารสด จะลงรายการอาหารสดทุกชนิดในบัญชีเดียวกันก็ได้ (๒) เก็บรักษาพัสดุให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ปลอดภัย และให้ครบถ้วนถูกต้องตรงตามบัญชีหรือทะเบียน

ข้อ ๙๗

ข้อ ๙๗ การเบิกพัสดุ ให้พนักงานผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้างานขึ้นไปที่ต้องใช้พัสดุนั้นเป็นผู้เบิก และให้หัวหน้างานพัสดุหรือหัวหน้าหน่วยงานซึ่งรับผิดชอบพัสดุเป็นผู้สั่งจ่าย

ข้อ ๙๘

ข้อ ๙๘ ผู้จ่ายพัสดุต้องตรวจสอบความถูกต้องของใบเบิกและเอกสารประกอบ แล้วลงบัญชีหรือทะเบียนทุกครั้งที่มีการจ่าย และเก็บใบเบิกจ่ายไว้เป็นหลักฐานด้วย

ข้อ ๙๙

ข้อ ๙๙ ก่อนสิ้นเดือนกันยายนทุกปี ให้ผู้ว่าการแต่งตั้งพนักงานซึ่งไม่ใช่เจ้าหน้าที่พัสดุคนหนึ่งหรือหลายคนตามความจำเป็น เพื่อตรวจสอบการรับจ่ายพัสดุงวดตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ปีก่อน จนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ปีปัจจุบัน และตรวจนับพัสดุคงเหลืออยู่เพียงวันสิ้นงวดนั้น การตรวจสอบตามวรรคหนึ่ง ให้เริ่มดำเนินการในวันเปิดทำการวันแรกของเดือนตุลาคม เป็นต้นไป ว่าการรับจ่ายถูกต้องหรือไม่ พัสดุคงเหลือมีตัวอยู่ตรงตามบัญชีหรือทะเบียนหรือไม่ มีพัสดุใดชำรุด เสื่อมคุณภาพ หรือสูญไป เพราะเหตุใด หรือพัสดุใดไม่จำเป็นต้องใช้งานต่อไป แล้วให้เสนอรายงานผลการตรวจสอบดังกล่าวต่อผู้ว่าการภายใน ๓๐ วันทำการนับแต่วันเริ่มดำเนินการตรวจสอบพัสดุนั้น

ข้อ ๑๐๐

ข้อ ๑๐๐[๕๓] สำหรับสำนักงานสาขาทั้งในประเทศและต่างประเทศ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานสาขาจัดให้มีการตรวจสอบการรับจ่ายพัสดุของสำนักงานนั้น โดยให้นำข้อ ๙๙ มาใช้โดยอนุโลม ในกรณีไม่มีพนักงานหรือมีไม่เพียงพอ ผู้อำนวยการสำนักงานสาขาอาจแต่งตั้งลูกจ้าง ของสำนักงานคนหนึ่งหรือหลายคนตามความจำเป็น เพื่อดำเนินการตามวรรคหนึ่งก็ได้

ข้อ ๑๐๑

ข้อ ๑๐๑ เมื่อผู้ว่าการได้รับรายงานตามข้อ ๙๙ และข้อ ๑๐๐ แล้ว และปรากฏว่ามีพัสดุชำรุด เสื่อมสภาพ หรือสูญไป หรือไม่จำเป็นต้องใช้งานต่อไป ให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริงขึ้นคณะหนึ่ง โดยให้นำข้อ ๒๔ และข้อ ๒๕ มาใช้โดยอนุโลม สำหรับสำนักงานสาขาในประเทศและต่างประเทศให้ถือปฏิบัติตามข้อ ๒๖ โดยอนุโลม เว้นแต่กรณีที่เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป็นการเสื่อมสภาพเนื่องจากการใช้งานตามปกติหรือสูญไปโดยธรรมชาติ ให้ผู้ว่าการพิจารณาสั่งการให้ดำเนินการจำหน่ายต่อไปได้[๕๔] ถ้าผลการพิจารณาปรากฏว่าจะต้องหาตัวผู้รับผิดด้วย ให้ผู้ว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบสวนหาตัวผู้รับผิดในทางแพ่ง ในกรณีที่เห็นสมควรผู้ว่าการจะสั่งให้คณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริงทำหน้าที่สอบสวนหาตัวผู้รับผิดในทางแพ่งด้วยก็ได้ ให้คณะกรรมการเสนอผลการพิจารณาต่อผู้ว่าการภายใน ๖๐ วันนับแต่วันที่ประธานกรรมการทราบคำสั่งแต่งตั้งกรรมการ แต่ถ้ายังพิจารณาไม่แล้วเสร็จจะขออนุญาตขยายเวลาดำเนินการต่อไปอีกคราวละไม่เกิน ๓๐ วันก็ได้

ข้อ ๑๐๒

ข้อ ๑๐๒ เรื่องใดที่ปรากฏตัวผู้ต้องรับผิดโดยชัดแจ้งหรือที่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาตัวผู้รับผิดในทางแพ่งอยู่ก่อนที่จะมีการตรวจสอบพัสดุไม่ต้องดำเนินการตามข้อ ๑๐๑ เฉพาะเรื่องนั้น

ข้อ ๑๐๓

ข้อ ๑๐๓ เมื่อปรากฏตัวผู้ต้องรับผิดให้ผู้ว่าการสั่งการภายใน ๔๕ วันนับแต่วันรู้ตัวผู้ต้องรับผิดโดย ชัดแจ้ง หรือวันได้รับรายงานของคณะกรรมการสอบสวน แล้วแต่กรณี ตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (๑) ในกรณีที่สามารถแก้ไขให้คงสภาพเดิมได้ ให้แก้ไขโดยเสียค่าใช้จ่ายของผู้ต้องรับผิดเองภายในกำหนดเวลาอันสมควร (๒) ในกรณีสูญไปหรือไม่สามารถแก้ไขให้คงสภาพเดิมได้ ให้ชดใช้เป็นพัสดุประเภทชนิด ลักษณะ และขนาดอย่างเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันโดยมีสภาพไม่ด้อยไปกว่าพัสดุที่ได้ทำชำรุดเสื่อมสภาพ หรือสูญไปนั้น หรือชดใช้เป็นเงินตามที่ผู้ว่าการกำหนดโดยให้ผู้ต้องรับผิดส่งใช้คืนทั้งหมดภายใน ๓๐ วันนับแต่วันได้รับแจ้ง ในกรณีชดใช้เป็นเงิน ถ้าผู้ต้องรับผิดไม่สามารถส่งใช้คืนภายใน ๓๐ วัน จะผ่อนผันให้ใช้เป็นรายเดือนก็ได้ แต่จะต้องชดใช้ให้เสร็จสิ้นภายใน ๑ ปี หรือภายในระยะเวลาที่ผู้ว่าการเห็นสมควร แล้วแต่กรณี การผ่อนผันดังกล่าวให้ทำสัญญารับสภาพหนี้เป็นหนังสือพร้อมหลักประกันที่เหมาะสมไว้เป็นหลักฐาน (๓) ถ้าผู้ต้องรับผิดคนใดปฏิเสธไม่ยินยอมปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) หรือไม่ยอมทำสัญญารับสภาพหนี้ ให้ดำเนินคดีต่อไป การจำหน่าย

ส่วนที่ ๓

ข้อ ๑๐๔

ข้อ ๑๐๔[๕๕] หลังจากการตรวจสอบแล้ว พัสดุใดหมดความจำเป็นหรือหากใช้งานต่อไปจะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก ให้เจ้าหน้าที่พัสดุเสนอรายงานต่อผู้ว่าการเพื่อสั่งการตามวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (๑) ขาย ให้ดำเนินการขายทอดตลาดก่อน แต่ถ้าขายโดยวิธีนี้แล้วไม่ได้ผลดีให้นำวิธีที่กำหนดเกี่ยวกับการซื้อมาใช้โดยอนุโลม เว้นแต่การขายพัสดุครั้งหนึ่งที่มีราคาซื้อหรือได้มารวมกัน ไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท จะขายโดยวิธีตกลงราคาก็ได้ การขายให้แก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ หรือองค์การ สถานสาธารณกุศล สถานพยาบาลของเอกชน หรือสถานศึกษาของเอกชนตามมาตรา ๔๗ (๗) แห่งประมวลรัษฎากร ให้ขายโดยวิธีตกลงราคา (๒) แลกเปลี่ยน ให้ดำเนินการตามวิธีการแลกเปลี่ยนที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้ (๓) โอน ให้โอนแก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ หรือองค์การสถานสาธารณกุศล สถานพยาบาลของเอกชน หรือสถานศึกษาของเอกชนตามมาตรา ๔๗ (๗) แห่งประมวลรัษฎากร ทั้งนี้ ให้มีหลักฐานการส่งมอบไว้ต่อกัน (๔) แปรสภาพหรือทำลาย ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ผู้ว่าการกำหนด การจำหน่ายเป็นสูญ

ข้อ ๑๐๕

ข้อ ๑๐๕[๕๖] ในกรณีที่พัสดุสูญไปโดยไม่ปรากฏตัวผู้รับผิดหรือมีตัวผู้รับผิด แต่ไม่สามารถชดใช้ตามข้อ ๑๐๓ หรือมีตัวพัสดุอยู่แต่ไม่สามารถดำเนินการตามข้อ ๑๐๔ ได้ ให้เป็นอำนาจของผู้ว่าการที่จะจำหน่ายพัสดุนั้นเป็นสูญ ทั้งนี้ ต้องมีการบันทึกไว้ในรายงานด้วยว่าได้ผ่านกระบวนการสอบสวนของ ททท. เสร็จสิ้นแล้ว การลงจ่ายออกจากบัญชีหรือทะเบียน

ข้อ ๑๐๖

ข้อ ๑๐๖ เมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๑๐๔ หรือข้อ ๑๐๕ แล้ว ให้เจ้าหน้าที่พัสดุลงจ่ายพัสดุนั้นออกจากบัญชีหรือทะเบียนทันที สำหรับพัสดุซึ่งต้องจดทะเบียนตามกฎหมาย ให้แจ้งนายทะเบียนภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดด้วย

ข้อ ๑๐๗

ข้อ ๑๐๗[๕๗] ในกรณีที่พัสดุชำรุด เสื่อมคุณภาพ สูญไป ไม่จำเป็นต้องใช้งานต่อไป หรือกรณีมีเหตุอันจำเป็นต้องจำหน่ายพัสดุ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานของ ททท. ก่อนมีการตรวจสอบตามข้อ ๙๙ และข้อ ๑๐๐ ให้ผู้ว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริงขึ้นคณะหนึ่ง และให้นำ ข้อ ๑๐๑ ข้อ ๑๐๒ ข้อ ๑๐๓ ข้อ ๑๐๔ ข้อ ๑๐๕ และข้อ ๑๐๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม บทเฉพาะกาล

กลับไปที่ ข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2538 (ฉบับ Update ล่าสุด) ฉบับเต็ม

ตัวบทในหน้านี้คัดลอกตามต้นฉบับจากข้อมูลเปิดของหน่วยงานราชการ ดูที่มาได้ที่บรรทัดแสดงที่มาด้านล่าง

ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

ค้นต่อจากนี้