รายการที่บันทึกไว้สมัครฟรี
ที่มา

ข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2538

ข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2538

ประกาศ ระเบียบ และคำสั่ง · ประกาศ 13 ต.ค. 2538 (1995-10-13) · 124 ข้อ

ข้อมูล ณ 4 ก.ค. 2569 (2026-07-04) · หน้านี้เรียบเรียงจากฉบับของแหล่งข้อมูลทางการ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง การแก้ไขหรือการยกเลิกในภายหลังอาจยังไม่ปรากฏ โปรดตรวจสอบผลใช้บังคับจากฉบับทางการ · เว็บไซต์ทางการ: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ↗

อารัมภบท

แท็บใหม่ ↗

ข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๘ โดยที่เห็นเป็นการสมควรปรับปรุงข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ฉบับที่ ๓๔ (พ.ศ. ๒๕๓๑) ว่าด้วยการพัสดุ ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒ (๔) แห่งพระราชบัญญัติการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๒๒ คณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจึงออกข้อบังคับไว้ดังนี้

ข้อ ๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๓๘”

ข้อ ๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒[๑] ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด ๓๐ วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ ๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ฉบับที่ ๓๔ (พ.ศ. ๒๕๓๑) ว่าด้วยการพัสดุ

ข้อ ๔

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๔ ให้ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้ ข้อความทั่วไป

หมวด ๑

ข้อ ๕

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๕ ในข้อบังคับนี้ “การพัสดุ” หมายความว่า การจัดทำเอง การซื้อ การจ้าง การจ้างที่ปรึกษา การแลกเปลี่ยน การเช่า การควบคุม การจำหน่ายและการดำเนินการอื่น ๆ ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้ “พัสดุ” หมายความว่า วัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ดิน และสิ่งก่อสร้างที่กำหนดไว้ในหนังสือการจำแนกประเภทรายจ่ายตามงบประมาณของสำนักงบประมาณหรือการจำแนกประเภทรายจ่ายตามสัญญาเงินกู้จากต่างประเทศ “การซื้อ” หมายความว่า การซื้อพัสดุทุกชนิดทั้งที่มีการติดตั้งทดลอง และบริการที่เกี่ยวเนื่องอื่น ๆ แต่ไม่รวมถึงการจัดหาพัสดุในลักษณะการจ้าง “การจ้าง” ให้หมายความรวมถึงการจ้างทำของและการรับขนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และการจ้างเหมาบริการ แต่ไม่รวมถึงการจ้างลูกจ้างของ ททท. ตามข้อบังคับว่าด้วยลูกจ้าง การรับขนในการเดินทางไปปฏิบัติงาน การจ้างที่ปรึกษา และการจ้างแรงงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ “การจ้างที่ปรึกษา” หมายความว่า การจ้างบริการจากที่ปรึกษาซึ่งจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ได้ “ที่ปรึกษา” หมายความว่า บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจหรือสามารถให้บริการเป็นที่ปรึกษาทางวิศวกรรม สถาปัตยกรรม เศรษฐศาสตร์หรือสาขาอื่น รวมทั้งให้บริการด้านศึกษา สำรวจ ออกแบบและควบคุมงานและการวิจัย “ททท.” หมายความว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย “คณะกรรมการ ททท.” หมายความว่า คณะกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย “ประธานกรรมการ ททท.” หมายความว่า ประธานกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย “ผู้ว่าการ” หมายความว่า ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย “พนักงาน” หมายความว่า พนักงานของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย “เจ้าหน้าที่พัสดุ” หมายความว่า พนักงานซึ่งดำรงตำแหน่งที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการพัสดุ หรือผู้ได้รับแต่งตั้งหรือได้รับมอบหมายจากผู้ว่าการให้มีหน้าที่หรือปฏิบัติงานเกี่ยวกับการพัสดุตามข้อบังคับนี้ “ผู้สั่งซื้อ” หมายความว่า ผู้มีอำนาจสั่งอนุญาตให้ซื้อ “ผู้สั่งจ้าง” หมายความว่า ผู้มีอำนาจสั่งอนุญาตให้จ้าง

ข้อ ๖

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๖ ข้อบังคับนี้ใช้บังคับสำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับการพัสดุซึ่งใช้เงินงบประมาณเงินรายได้ตามกฎหมายว่าด้วย ททท. และเงินกู้

ข้อ ๗

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๗ ผู้ว่าการจะมอบอำนาจตามข้อบังคับนี้โดยทำเป็นหนังสือให้แก่พนักงานผู้ดำรงตำแหน่งใดก็ได้ แต่ให้คำนึงถึงตำแหน่งหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ที่จะได้รับมอบอำนาจนั้นเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ภายในวงเงินที่ผู้ว่าการมีอำนาจ

ข้อ ๘

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๘ ผู้มีอำนาจหรือหน้าที่ดำเนินการตามข้อบังคับนี้หรือผู้หนึ่งผู้ใดกระทำการโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ หรือกระทำการโดยมีเจตนาทุจริต หรือกระทำการโดยปราศจากอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจหน้าที่รวมทั้งมีพฤติกรรมที่ส่อให้มีการสมยอมกันในการเสนอราคา ถือว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัยภายใต้หลักเกณฑ์ดังนี้ (๑) ถ้าการกระทำมีเจตนาทุจริตหรือเป็นเหตุให้ ททท. เสียหายอย่างร้ายแรงให้ดำเนินการ ลงโทษอย่างต่ำให้ออก (๒) ถ้าการกระทำเป็นเหตุให้ ททท. เสียหายแต่ไม่ร้ายแรง ให้ลงโทษอย่างต่ำตัดเงินเดือน (๓) ถ้าการกระทำไม่เป็นเหตุให้ ททท. เสียหาย ให้ลงโทษภาคทัณฑ์หรือว่ากล่าวตักเตือน โดยทำคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร การลงโทษตาม (๑) หรือ (๒) ไม่เป็นเหตุให้ผู้กระทำหลุดพ้นจากความรับผิดในทางแพ่งหรือความรับผิดทางอาญา

ข้อ ๘/๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๘/๑[๒] การจัดหาพัสดุของสำนักงานสาขาในต่างประเทศ หรือในกรณีที่มีกิจกรรมที่ต้องปฏิบัติในต่างประเทศ และไม่สามารถดำเนินการตามข้อบังคับนี้ได้ ให้ถือปฏิบัติตามกฎหมายหรือธรรมเนียมปฏิบัติของประเทศนั้น

ข้อ ๙

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๙ การใดที่ไม่ได้กำหนดไว้หรือไม่อาจปฏิบัติได้ตามข้อบังคับนี้ ให้เสนอคณะกรรมการ ททท. พิจารณากำหนดวิธีการซื้อหรือจ้าง หรือยกเว้น หรือผ่อนผันการไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับนี้ เป็นกรณี ๆ ไป การจัดหาพัสดุ การซื้อและการจ้าง

หมวด ๒
ส่วนที่ ๑

ข้อ ๑๐

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๐ การซื้อและการจ้าง ให้ ททท. ส่งเสริมพัสดุที่ผลิตในประเทศไทยหรือส่งเสริมกิจการของคนไทย แล้วแต่กรณี วิธีซื้อและวิธีจ้าง

ข้อ ๑๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๑[๓] การซื้อและการจ้าง กระทำได้ ๖ วิธี คือ (๑) วิธีตกลงราคา (๒) วิธีสอบราคา (๓) วิธีประกวดราคา (๔) วิธีพิเศษ (๕) วิธีกรณีพิเศษ (๖) วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์

ข้อ ๑๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๒[๔] การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคา ได้แก่ การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท

ข้อ ๑๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๓[๕] การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคา ได้แก่ การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท

ข้อ ๑๔

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๔[๖] การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีประกวดราคา ได้แก่ การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท

ข้อ ๑๕

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๕ การซื้อหรือการจ้างตามข้อ ๑๒ และข้อ ๑๓ ถ้าผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้างเห็นสมควรจะสั่งให้กระทำโดยวิธีที่กำหนดไว้สำหรับวงเงินที่สูงกว่าก็ได้ การแบ่งซื้อหรือแบ่งจ้างโดยลดวงเงินที่จะซื้อหรือจ้างในครั้งเดียวกันเพื่อให้วงเงินต่ำกว่าที่กำหนดโดยวิธีหนึ่งวิธีใดหรือเพื่อให้อำนาจสั่งซื้อหรือสั่งจ้างเปลี่ยนไปจะกระทำมิได้ การซื้อหรือการจ้างซึ่งดำเนินการด้วยเงินกู้ ผู้สั่งซื้อหรือผู้สั่งจ้างจะสั่งให้กระทำตามวงเงินที่สัญญาเงินกู้กำหนดก็ได้

ข้อ ๑๖

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๖[๗] การซื้อโดยวิธีพิเศษ ได้แก่ การซื้อครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาทให้กระทำได้เฉพาะกรณีหนึ่งกรณีใดดังต่อไปนี้[๘] (๑) เป็นพัสดุที่จะขายทอดตลาดโดยส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การระหว่างประเทศ หรือหน่วยงานของต่างประเทศ (๒) เป็นพัสดุที่ต้องซื้อเร่งด่วน หากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่การปฏิบัติงาน (๓) เป็นพัสดุที่โดยลักษณะของการใช้งานหรือมีข้อจำกัดทางเทคนิคที่จำเป็นต้องระบุยี่ห้อเป็นการเฉพาะ และหมายความรวมถึงอะไหล่รถประจำตำแหน่ง หรือยารักษาโรค (๔) เป็นพัสดุที่มีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นในสถานการณ์ที่จำเป็น หรือเร่งด่วน หรือเพื่อประโยชน์ของ ททท. และจำเป็นต้องซื้อเพิ่ม (๕) เป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อโดยตรงจากต่างประเทศหรือดำเนินการโดยผ่านองค์การระหว่างประเทศ (๖) เป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อจากผู้ผลิตหรือผู้แทนจำหน่ายโดยตรง (๗) เป็นพัสดุที่ได้ดำเนินการซื้อโดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลดี (๘) เป็นพัสดุที่เป็นที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างซึ่งจำเป็นต้องซื้อเฉพาะแห่ง

ข้อ ๑๗

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๗[๙] การจ้างโดยวิธีพิเศษ ได้แก่ การจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ให้กระทำเฉพาะกรณีหนึ่งกรณีใดดังต่อไปนี้ (๑) เป็นงานจ้างที่ต้องการช่างผู้มีฝีมือโดยเฉพาะหรือผู้มีความชำนาญเป็นพิเศษ (๒) เป็นงานจ้างซ่อมพัสดุที่จำเป็นต้องถอดตรวจให้ทราบความชำรุดเสียหายเสียก่อนจึงจะประมาณค่าซ่อมได้ (๓) เป็นงานที่ต้องกระทำโดยเร่งด่วน หากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่การปฏิบัติงาน (๔) เป็นงานที่จำเป็นต้องการจ้างเพิ่มในสถานการณ์ที่จำเป็นหรือเร่งด่วนหรือจำเป็นต้องจ้างเพิ่มเพื่อประโยชน์แก่ ททท. (๕) เป็นงานจ้างเหมาเกี่ยวกับการให้บริการนำเที่ยว (๖) เป็นงานจ้างโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ (๗) เป็นงานที่ได้ดำเนินการจ้างโดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลดี

ข้อ ๑๘

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๘[๑๐] สำหรับสำนักงานสาขาในต่างประเทศ หรือในกรณีที่มีกิจกรรมที่ต้องปฏิบัติในต่างประเทศ จะซื้อหรือจ้างโดยวิธีพิเศษก็ได้

ข้อ ๑๙

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๙ การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีกรณีพิเศษ ได้แก่การซื้อหรือการจ้างในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) การซื้อหรือการจ้างจากส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจซึ่งเป็นผู้ผลิตพัสดุหรือทำงานจ้างนั้นเอง (๒) การซื้อหรือการจ้างจากบริษัทที่ ททท. ลงทุนหรือร่วมทุนด้วย (๓) การซื้อหรือการจ้างที่มีกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดให้ซื้อหรือจ้างจากส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ และกรณีนี้ให้รวมถึงหน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดด้วย

ข้อ ๑๙/๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๙/๑[๑๑] การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง การซื้อหรือการจ้าง ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบของทางราชการที่ให้ดำเนินการด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ รายงานขอซื้อและขอจ้าง

ข้อ ๒๐

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๐ ก่อนดำเนินการซื้อหรือจ้างทุกวิธี นอกจากการซื้อที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างตามข้อ ๒๑ ให้เจ้าหน้าที่พัสดุทำรายงานเสนอผู้ว่าการตามรายการดังต่อไปนี้ (๑) เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องซื้อหรือจ้าง (๒) รายละเอียดของพัสดุที่จะซื้อหรืองานที่จะจ้าง (๓) ราคามาตรฐานหรือราคากลางของทางราชการหรือราคาที่เคยซื้อหรือจ้างครั้งหลังสุดภายในระยะเวลา ๑ ปีงบประมาณ (๔) วงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง โดยให้ระบุวงเงินงบประมาณ วงเงินตามโครงการเงินกู้ที่จะซื้อหรือจ้างในครั้งนั้นทั้งหมด ถ้าไม่มีวงเงินดังกล่าว ให้ระบุวงเงินที่ประมาณว่าจะซื้อหรือจ้างในครั้งนั้น (๕) กำหนดเวลาที่ต้องการใช้พัสดุนั้นหรือให้งานนั้นแล้วเสร็จ (๖) วิธีที่จะซื้อหรือจ้างและเหตุผลที่ต้องซื้อหรือจ้างโดยวิธีนั้น (๗) ข้อเสนออื่น ๆ เช่น การขออนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการต่าง ๆ ที่จำเป็นในการซื้อหรือจ้าง การออกประกาศสอบราคาหรือประกาศประกวดราคา การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคาในวงเงินไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท และการซื้อหรือจ้างโดยวิธีพิเศษกรณีเร่งด่วน ตามข้อ ๑๖ (๒) หรือข้อ ๑๗ (๓) ซึ่งไม่อาจทำรายงานตามปกติได้เจ้าหน้าที่พัสดุหรือเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติงานนั้น จะทำรายงานตามวรรคหนึ่งเฉพาะรายการที่เห็นว่าจำเป็นก็ได้[๑๒]

ข้อ ๒๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๑ ก่อนดำเนินการซื้อที่ดินหรือสิ่งก่อสร้าง ให้เจ้าหน้าที่พัสดุจัดทำรายงานเสนอผู้ว่าการตามรายการดังต่อไปนี้ (๑) เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องซื้อ (๒) รายละเอียดของที่ดินหรือส่งก่อสร้างที่ต้องการซื้อ รวมทั้งเนื้อที่และท้องที่ที่ต้องการ (๓) ราคาประเมินของทางราชการในท้องที่นั้น (๔) ราคาซื้อขายของที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างใกล้เคียงบริเวณที่จะซื้อครั้งหลังสุดประมาณ ๓ ราย (๕) วงเงินที่จะซื้อ โดยให้ระบุวงเงินงบประมาณ วงเงินตามโครงการเงินกู้ที่จะซื้อในครั้งนั้นทั้งหมด ถ้าไม่มีวงเงินดังกล่าว ให้ระบุวงเงินที่ประมาณว่าจะซื้อในครั้งนั้น (๖) วิธีที่จะซื้อและเหตุผลที่ต้องการซื้อโดยวิธีนั้น (๗) ข้อเสนออื่น ๆ เช่น การขออนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการต่าง ๆ ที่จำเป็นในการซื้อ การออกประกาศสอบราคาหรือประกาศประกวดราคา การซื้อที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างให้ติดต่อกับเจ้าของโดยตรง เว้นแต่การซื้อที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างในต่างประเทศที่จำเป็นต้องติดต่อผ่านนายหน้าหรือดำเนินการในทำนองเดียวกันตามกฎหมายหรือประเพณีนิยมของท้องถิ่น

ข้อ ๒๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๒ เมื่อผู้ว่าการให้ความเห็นชอบตามรายงานที่เสนอตามข้อ ๒๐ หรือข้อ ๒๑ แล้ว ให้เจ้าหน้าที่พัสดุดำเนินการตามวิธีการซื้อหรือการจ้างนั้น ๆ ต่อไปได้ กรรมการ

ข้อ ๒๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๓ ในการดำเนินการซื้อหรือจ้างแต่ละครั้ง ให้ผู้ว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อปฏิบัติการตามข้อบังคับนี้ แล้วแต่กรณี คือ (๑) คณะกรรมการเปิดซองสอบราคา (๒) คณะกรรมการรับและเปิดซองประกวดราคา (๓) คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา (๔) คณะกรรมการจัดซื้อหรือจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ (๕) คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ (๖) คณะกรรมการตรวจการจ้าง การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีพิเศษของสำนักงานสาขาจะไม่แต่งตั้งคณะกรรมการตาม (๔) ก็ได้ และการซื้อหรือการจ้างโดยวิธีพิเศษตามข้อ ๑๖ (๒) และข้อ ๑๗ (๓) สำหรับส่วนกลางจะไม่แต่งตั้งคณะกรรมการตาม (๔) ก็ได้

ข้อ ๒๔

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๔ คณะกรรมการตามข้อ ๒๓ แต่ละคณะ ให้ประกอบด้วยประธานกรรมการ ๑ คน และกรรมการอย่างน้อย ๒ คน โดยปกติให้แต่งตั้งจากพนักงานตั้งแต่ระดับ ๓ หรือเทียบเท่าขึ้นไป ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ของ ททท. จะแต่งตั้งบุคคลที่มิใช่พนักงานร่วมเป็นกรรมการด้วยก็ได้ ถ้าประธานกรรมการไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ให้ผู้ว่าการแต่งตั้งพนักงานที่มีคุณสมบัติดังกล่าวข้างต้นทำหน้าที่เป็นประธานกรรมการแทน ในกรณีเมื่อถึงกำหนดเวลาการเปิดซองสอบราคาหรือรับซองประกวดราคาแล้วประธานกรรมการยังไม่มาปฏิบัติหน้าที่ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานกรรมการในเวลานั้น โดยให้คณะกรรมการดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่เฉพาะข้อ ๓๑ (๑) หรือข้อ ๓๘ แล้วแต่กรณี แล้วรายงานประธานกรรมการซึ่งผู้ว่าการแต่งตั้งเพื่อดำเนินการต่อไป ในการซื้อหรือการจ้างครั้งเดียวกัน ห้ามแต่งตั้งผู้ที่เป็นกรรมการรับและเปิดซองประกวดราคาเป็นกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา หรือแต่งตั้งผู้ที่เป็นกรรมการเปิดซองสอบราคาหรือกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาเป็นกรรมการตรวจรับพัสดุ คณะกรรมการทุกคณะ เว้นแต่คณะกรรมการรับและเปิดซองประกวดราคาควรแต่งตั้งผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับพัสดุหรืองานจ้างนั้น ๆ เข้าร่วมเป็นกรรมการด้วย สำหรับการซื้อหรือการจ้างในวงเงินไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือการซื้อหรือการจ้างโดยวิธีพิเศษตามข้อ ๑๖ (๒) หรือข้อ ๑๗ (๓) หรือการซื้อหรือการจ้างโดยวิธีพิเศษของสำนักงานสาขา จะแต่งตั้งพนักงานเพียงคนเดียวเป็นผู้ตรวจรับพัสดุหรืองานจ้างนั้น โดยให้ปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกับคณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือคณะกรรมการตรวจการจ้างก็ได้[๑๓] ส่วนการซื้อหรือการจ้างสำหรับกิจกรรมที่ต้องปฏิบัตินอกสถานที่ตั้งสำนักงานตามปกติ ให้ผู้จ่ายเงินค่าพัสดุหรืองานจ้าง แล้วแต่กรณี เป็นผู้ตรวจรับพัสดุหรืองานจ้างนั้น ๆ โดยให้ปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกับ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือคณะกรรมการตรวจการจ้าง

ข้อ ๒๕

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๕ ในการประชุมปรึกษาของคณะกรรมการแต่ละคณะ ต้องมีกรรมการมาพร้อมกันไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด โดยให้ประธานกรรมการและกรรมการแต่ละคนมีเสียงหนึ่งในการลงมติ มติของคณะกรรมการให้ถือเสียงข้างมาก เว้นแต่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุและคณะกรรมการตรวจการจ้างให้ถือมติเอกฉันท์ ในกรณีกรรมการบางคนไม่ยอมรับพัสดุหรืองานจ้างนั้นโดยทำความเห็นแย้งไว้ให้นำข้อ ๔๖ (๗) หรือข้อ ๔๗ (๕) แล้วแต่กรณี มาใช้บังคับ สำหรับคณะกรรมการคณะอื่นถ้าผู้ใดไม่เห็นด้วยให้ทำบันทึกความเห็นแย้งไว้ด้วย

ข้อ ๒๖

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๖ การแต่งตั้งคณะกรรมการตามข้อ ๒๓ สำหรับสำนักงานสาขาถ้ามีพนักงานในสำนักงานนั้นไม่พอที่จะปฏิบัติตามข้อ ๒๔ หรือข้อ ๒๕ ได้ จะแต่งตั้งพนักงานคนหนึ่ง และลูกจ้างของสำนักงานนั้นหรือบุคคลอื่นร่วมเป็นกรรมการคณะหนึ่งคณะใดหรือทุกคณะก็ได้

ข้อ ๒๗

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๗ ในการซื้อหรือการจ้างทำพัสดุที่มีเทคนิคพิเศษและจำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการพิจารณาเป็นการเฉพาะ ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ว่าการที่จะพิจารณาว่าจ้างที่ปรึกษาให้ความเห็นประกอบการพิจารณาในการซื้อหรือจ้างในขั้นตอนหนึ่งขั้นตอนใดได้ตามความจำเป็น วิธีตกลงราคา

ข้อ ๒๘

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๘ การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคา ให้เจ้าหน้าที่พัสดุติดต่อตกลงราคากับผู้ขายหรือผู้รับจ้างโดยตรง แล้วจัดซื้อหรือจ้างได้ภายในวงเงินที่ได้รับความเห็นชอบตามข้อ ๒๒ การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคาในกรณีจำเป็นและเร่งด่วนที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดหมายไว้ก่อน และไม่อาจดำเนินการตามปกติได้ทันให้เจ้าหน้าที่พัสดุหรือเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติงานนั้นดำเนินการไปก่อนแล้วรีบรายงานขอความเห็นชอบต่อผู้ว่าการ และเมื่อผู้ว่าการให้ความเห็นชอบให้ถือว่ารายงานดังกล่าวเป็นหลักฐานการตรวจรับโดยอนุโลม วิธีสอบราคา

ข้อ ๒๙

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๙ การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคา ให้ดำเนินการดังนี้ (๑) ก่อนวันเปิดซองสอบราคาไม่น้อยกว่า ๗ วัน ให้เจ้าหน้าที่พัสดุส่งประกาศเผยแพร่การสอบราคาและเอกสารสอบราคาไปยังผู้มีอาชีพขายหรือรับจ้างทำงานนั้นโดยตรง หรือโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้กับให้ปิดประกาศเผยแพร่การสอบราคาไว้โดยเปิดเผย ณ ที่ทำการของ ททท. (๒) ในการยื่นซองสอบราคา ผู้เสนอราคาจะต้องผนึกซองจ่าหน้าถึงประธานกรรมการเปิดซองสอบราคาการซื้อหรือการจ้างครั้งนั้น และส่งถึง ททท. ก่อนวันเปิดซองสอบราคาโดยยื่นตรงต่อ ททท. หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนกรณีที่ ททท. กำหนดให้ทำได้ (๓) ให้เจ้าหน้าที่ลงรับโดยไม่เปิดซองพร้อมระบุวันและเวลาที่รับซอง ในกรณีที่ผู้เสนอราคามายื่นซองโดยตรงให้ออกใบรับให้แก่ผู้ยื่นซอง สำหรับกรณีที่เป็นการยื่นซองทางไปรษณีย์ ให้ถือวันและเวลาที่ ททท. ลงรับจากไปรษณีย์เป็นเวลารับซอง และให้ส่งมอบซองให้แก่เจ้าหน้าที่พัสดุทันที (๔) ให้เจ้าหน้าที่พัสดุเก็บรักษาซองเสนอราคาทุกรายโดยไม่เปิดซองและเมื่อถึงกำหนดเวลาเปิดซองสอบราคาให้ส่งมอบซองเสนอราคาพร้อมทั้งรายงานผลการรับซองต่อคณะกรรมการเปิดซองสอบราคาเพื่อดำเนินการต่อไป

ข้อ ๓๐

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓๐ เอกสารสอบราคา ให้มีรายการทำนองเดียวกับเอกสารประกวดราคาตามข้อ ๓๕ เว้นแต่ไม่ต้องวางหลักประกันซอง

ข้อ ๓๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓๑ คณะกรรมการเปิดซองสอบราคามีหน้าที่ดังนี้ (๑) เปิดซองใบเสนอราคาและอ่านแจ้งราคาพร้อมบัญชีรายการเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของ ผู้เสนอราคาทุกรายโดยเปิดเผยตาม วัน เวลาและสถานที่ที่กำหนด และตรวจสอบรายการเอกสารตามบัญชีของผู้เสนอราคาทุกรายแล้วให้กรรมการทุกคนลงลายมือชื่อกำกับไว้ในใบเสนอราคาและเอกสารประกอบใบเสนอราคาทุกแผ่น (๒) ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เสนอราคา ใบเสนอราคา แคตตาล็อคหรือแบบรูปและรายการละเอียด แล้วคัดเลือกผู้เสนอราคาที่ถูกต้องตามเงื่อนไขในเอกสารสอบราคา (๓) พิจารณาคัดเลือกพัสดุหรืองานจ้างของผู้เสนอราคาที่ถูกต้องตาม (๒) ที่มีคุณภาพและคุณสมบัติเป็นประโยชน์ต่อ ททท. และเสนอให้ซื้อหรือจ้างจากรายที่คัดเลือกไว้แล้วซึ่งเสนอราคาต่ำสุด ในกรณีที่ผู้เสนอราคาต่ำสุดดังกล่าวไม่ยอมเข้าทำสัญญาหรือข้อตกลงกับ ททท. ในเวลาที่กำหนดตามเอกสารสอบราคา ให้คณะกรรมการพิจารณาจากผู้เสนอราคาต่ำรายถัดไปตามลำดับ ถ้ามีผู้เสนอราคาเท่ากันหลายราย ให้เรียกผู้เสนอราคาดังกล่าวมาขอให้เสนอราคาใหม่พร้อมกันด้วยวิธียื่นซองเสนอราคา ถ้าปรากฏว่าราคาของผู้เสนอราคารายที่คณะกรรมการเห็นสมควรซื้อหรือจ้างสูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง ให้คณะกรรมการเปิดซองสอบราคาดำเนินการตามข้อ ๓๒ (๔) ในกรณีที่มีผู้เสนอราคาถูกต้องตามรายการละเอียดและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารสอบราคาเพียงรายเดียว ให้คณะกรรมการดำเนินการตาม (๓) โดยอนุโลม (๕) ให้คณะกรรมการรายงานผลการพิจารณาและความเห็นพร้อมด้วยเอกสารที่ได้รับไว้ทั้งหมดต่อผู้ว่าการเพื่อสั่งการ

ข้อ ๓๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓๒ การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคาที่ปรากฏว่าราคาของผู้เสนอราคารายที่คณะกรรมการเปิดซองสอบราคาเห็นสมควรซื้อหรือจ้างยังสูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง ให้คณะกรรมการดำเนินการตามลำดับ ดังนี้ (๑) เรียกผู้เสนอราคารายนั้นมาต่อรองราคาให้ต่ำสุดเท่าที่จะทำได้ หากผู้เสนอราคารายนั้นยอมลดราคาแล้วราคาที่เสนอใหม่ไม่สูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง หรือสูงกว่า แต่ส่วนที่สูงกว่านั้นไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง หรือต่อรองแล้วไม่ยอมลดราคาลงอีก แต่ส่วนที่สูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้างนั้นไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง ถ้าเห็นว่าราคาดังกล่าวเป็นราคาที่เหมาะสม ก็ให้เสนอซื้อหรือจ้างจากผู้เสนอราคารายนั้น (๒) ถ้าดำเนินการตาม (๑) แล้วไม่ได้ผล ให้เรียกผู้เสนอราคาที่คณะกรรมการเห็นสมควรซื้อหรือจ้างทุกรายมาต่อรองราคาใหม่พร้อมกันด้วยวิธียื่นซองเสนอราคาภายในกำหนดระยะเวลาอันสมควร หากรายใดไม่มายื่นซองให้ถือว่ารายนั้นยืนราคาตามที่เสนอไว้เดิม หากผู้เสนอราคาต่ำสุดในการต่อรองราคาครั้งนี้เสนอราคาไม่สูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง หรือสูงกว่าแต่ส่วนที่สูงกว่านั้นไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง ถ้าเห็นว่าราคาดังกล่าวเป็นราคาที่เหมาะสมแล้ว ก็ให้เสนอซื้อหรือจ้างจากผู้เสนอราคารายนั้น (๓) ถ้าดำเนินการตาม (๒) แล้วไม่ได้ผล ให้เสนอความเห็นต่อผู้ว่าการเพื่อประกอบการใช้ดุลพินิจว่าจะสมควรลดรายการ ลดจำนวน หรือลดเนื้องาน หรือขอเงินเพิ่มเติมหรือยกเลิกการสอบราคาเพื่อดำเนินการสอบราคาใหม่ วิธีประกวดราคา

ข้อ ๓๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓๓ การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีประกวดราคา ให้เจ้าหน้าที่พัสดุปิดประกาศประกวดราคาโดยเปิดเผย ณ ที่ทำการของ ททท. และส่งไปประกาศทางวิทยุกระจายเสียงและศูนย์รวมข่าวประกวดราคา โดยจะส่งประกาศไปลงในหนังสือพิมพ์ด้วยก็ได้ หากเห็นสมควรจะส่งประกาศดังกล่าวไปยังผู้มีอาชีพขายหรือรับจ้างทำงานโดยตรงหรือจะโฆษณาด้วยวิธีอื่นอีกก็ได้ การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง จะต้องกระทำก่อนวันรับซองประกวดราคาไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน

ข้อ ๓๔

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓๔ การให้หรือขายเอกสารประกวดราคาในการประกวดราคาทั้งคุณลักษณะเฉพาะหรือรายละเอียด ให้กระทำ ณ สถานที่ที่ผู้ต้องการสามารถติดต่อได้โดยสะดวกและไม่เป็นเขตหวงห้ามกับจะต้องจัดเตรียมไว้ให้มากพอสำหรับความต้องการของผู้มาขอรับหรือขอซื้อที่มีอาชีพขายหรือทำงานจ้างนั้นอย่างน้อยรายละ ๑ ชุด ในกรณีที่มีการขาย ให้กำหนดราคาพอสมควรกับค่าใช้จ่ายที่ ททท. ต้องเสียไปในการจัดทำสำเนาเอกสารประกวดราคานั้น ถ้ามีการยกเลิกการประกวดราคาครั้งนั้นและมีการประกวดราคาใหม่ ให้ผู้รับหรือซื้อเอกสารประกวดราคาในการประกวดราคาครั้งก่อนมีสิทธิใช้เอกสารประกวดราคานั้นหรือได้รับเอกสารประกวดราคาใหม่ โดยไม่ต้องเสียค่าซื้อเอกสารประกวดราคาอีก

ข้อ ๓๕

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓๕ เอกสารประกวดราคาให้เป็นไปตามแบบที่ผู้ว่าการกำหนด

ข้อ ๓๖

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓๖ ก่อนวันเปิดซองประกวดราคา หากมีความจำเป็นที่จะต้องชี้แจงหรือให้รายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์แก่ ททท. หรือมีความจำเป็นต้องแก้ไขคุณลักษณะเฉพาะหรือรายละเอียดที่เป็นสาระสำคัญซึ่งมิได้กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาตั้งแต่ต้น ให้จัดทำเป็นเอกสารประกวดราคาเพิ่มเติม และดำเนินการตามข้อ ๓๓ โดยอนุโลม กับแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ที่ขอรับหรือขอซื้อเอกสารประกวดราคาไปแล้วทุกรายด้วย การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง หากจะเป็นเหตุให้ผู้เสนอราคาไม่สามารถยื่นซองประกวดราคาได้ทันตามกำหนดเดิม ให้เลื่อนวันและเวลาการรับซอง การปิดการรับซอง และการเปิดซองประกวดราคาตามความจำเป็นด้วย

ข้อ ๓๗

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓๗ นอกจากกรณีที่กำหนดไว้ตามข้อ ๓๖ เมื่อถึงกำหนดวันรับซองประกวดราคาห้ามมิให้ร่นหรือเลื่อน หรือเปลี่ยนแปลงกำหนดเวลารับซองและเปิดซองประกวดราคา

ข้อ ๓๘

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓๘[๑๔] คณะกรรมการรับและเปิดซองประกวดราคามีหน้าที่ดังนี้ (๑) รับซองประกวดราคา ลงทะเบียนรับซองไว้เป็นหลักฐาน ลงชื่อกำกับซองและบันทึกไว้ที่หน้าซองว่าเป็นของผู้ใด (๒)[๑๕] ตรวจสอบหลักประกันซองร่วมกับเจ้าหน้าที่การเงินและให้เจ้าหน้าที่การเงินออกใบรับให้แก่ผู้ยื่นซองไว้เป็นหลักฐาน หากไม่ถูกต้องให้หมายเหตุในใบรับและบันทึกในรายงานด้วยกรณีหลักประกันซองเป็นหนังสือค้ำประกัน ให้ส่งสำเนาหนังสือค้ำประกันให้ธนาคาร บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ผู้ออกหนังสือค้ำประกันทราบโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับด้วย (๓) รับเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ตามบัญชีรายการเอกสารของผู้เสนอราคาพร้อมทั้งพัสดุตัวอย่าง แคตตาล็อค หรือแบบรูปและรายการละเอียด (ถ้ามี) หากไม่ถูกต้องให้บันทึกในรายงานไว้ด้วย (๔) เมื่อพ้นกำหนดเวลารับซองประกวดราคาแล้วห้ามรับซองประกวดราคา หรือเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ตามเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวดราคาอีก (๕) เปิดซองใบเสนอราคาและอ่านแจ้งราคาพร้อมบัญชีรายการเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของผู้เสนอราคาทุกรายโดยเปิดเผยตามเวลาและสถานที่ที่กำหนด และให้กรรมการทุกคนลงลายมือชื่อกำกับไว้ในใบเสนอราคาและเอกสารประกอบใบเสนอราคาทุกแผ่น ในกรณีที่มีการยื่นซองข้อเสนอทางเทคนิคและข้อเสนออื่น ๆ แยกจากซองข้อเสนอด้านราคาซึ่งต้องพิจารณาทางเทคนิคและอื่น ๆ ก่อน ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ตามข้อ ๔๒ ทวิ และข้อ ๔๒ จัตวา คณะกรรมการรับและเปิดซองประกวดราคาไม่ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง โดยให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาที่จะต้องดำเนินการต่อไป (๖) ส่งมอบใบเสนอราคาทั้งหมดและเอกสารหลักฐานต่าง ๆ พร้อมด้วยบันทึกรายงานการดำเนินการต่อคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาทันทีในวันเดียวกัน

ข้อ ๓๙

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓๙ คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคา มีหน้าที่ดังนี้ (๑) ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เสนอราคา ใบเสนอราคา เอกสารหลักฐานต่าง ๆ พัสดุตัวอย่าง แคตตาล็อค หรือแบบรูปและรายการละเอียด แล้วคัดเลือกผู้เสนอราคาที่ถูกต้องตามเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคา ในกรณีที่ผู้เสนอราคารายใดเสนอรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารประกวดราคาในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญ และความแตกต่างนั้นไม่มีผลทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบต่อผู้เสนอราคารายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย ให้พิจารณาผ่อนปรนให้ผู้เข้าประกวดราคา โดยไม่ตัดผู้เข้าประกวดราคารายนั้นออก ในการพิจารณา คณะกรรมการอาจสอบถามข้อเท็จจริงจากผู้เสนอราคารายใดก็ได้ แต่จะให้ผู้เสนอราคารายใดเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญที่เสนอไว้แล้วมิได้ (๒) พิจารณาคัดเลือกพัสดุหรืองานจ้างหรือคุณสมบัติของผู้เสนอราคาที่ตรวจสอบแล้วตาม (๑) ซึ่งมีคุณภาพและคุณสมบัติเป็นประโยชน์ต่อ ททท. แล้วเสนอให้ซื้อหรือจ้างจากรายที่คัดเลือกไว้แล้วซึ่งเสนอราคาต่ำสุด ในกรณีที่ผู้เสนอราคาต่ำสุดดังกล่าวไม่ยอมเข้าทำสัญญาหรือข้อตกลงกับ ททท. ในเวลาที่กำหนดตามเอกสารประกวดราคา ให้คณะกรรมการพิจารณาจากผู้เสนอราคาต่ำรายถัดไปตามลำดับ ถ้ามีผู้เสนอราคาเท่ากันหลายราย ให้เรียกผู้เสนอราคาดังกล่าวมาขอให้เสนอราคาใหม่พร้อมกันด้วยวิธียื่นซองเสนอราคา ถ้าปรากฏว่าราคาของผู้เสนอราคารายที่คณะกรรมการเห็นสมควรซื้อหรือจ้างสูงกว่าวงเงินที่จะซื้อหรือจ้าง ให้คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาดำเนินการตามข้อ ๓๒ โดยอนุโลม (๓) ให้คณะกรรมการรายงานผลพิจารณาและความเห็น พร้อมด้วยเอกสารที่ได้รับไว้ทั้งหมดต่อผู้ว่าการเพื่อสั่งการ

ข้อ ๔๐

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๔๐ เมื่อคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาได้ดำเนินการตามข้อ ๓๙ (๑) แล้วปรากฏว่ามีผู้เสนอราคารายเดียว หรือมีผู้เสนอราคาหลายรายแต่ถูกต้องตรงตามรายการละเอียดและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาเพียงรายเดียว โดยปกติให้เสนอผู้ว่าการยกเลิกการประกวดราคาครั้งนั้น แต่ถ้าคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาเห็นว่ามีเหตุผลสมควรที่จะดำเนินการต่อไปโดยไม่ต้องยกเลิกการประกวดราคา ก็ให้ดำเนินการตามข้อ ๓๙ (๒) โดยอนุโลม

ข้อ ๔๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๔๑[๑๖] ในกรณีที่ไม่มีผู้เสนอราคาหรือมีแต่ไม่ถูกต้องตรงตามรายการละเอียดและเงื่อนไขที่กำหนด ให้เสนอผู้ว่าการยกเลิกการประกวดราคาครั้งนั้น เพื่อดำเนินการประกวดราคาใหม่ หากผู้ว่าการเห็นว่าการประกวดราคาใหม่จะไม่ได้ผลดี จะสั่งให้ดำเนินการซื้อหรือจ้างโดยวิธีพิเศษตามข้อ ๑๖ (๗) หรือข้อ ๑๗ (๗) แล้วแต่กรณี ก็ได้

ข้อ ๔๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๔๒ หลังจากการประกวดราคาแล้วแต่ยังไม่ได้ทำสัญญาหรือตกลงซื้อหรือจ้างกับผู้เสนอราคา รายใด ถ้ามีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ของ ททท. อันเป็นเหตุให้ต้องเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญในรายการละเอียดหรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคา ซึ่งทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างผู้เข้าประกวดราคาด้วยกันให้ผู้ว่าการพิจารณายกเลิกการประกวดราคาครั้งนั้น

ข้อ ๔๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๔๒ ทวิ[๑๗] การซื้อหรือการจ้างที่มีลักษณะจำเป็นจะต้องคำนึงถึงเทคโนโลยีของพัสดุ และหรือข้อกำหนดคุณสมบัติของผู้เข้าเสนอราคา ซึ่งอาจจะมีข้อเสนอที่ไม่อยู่ในฐานเดียวกันเป็นเหตุให้มีปัญหาในการพิจารณาตัดสิน และเพื่อขจัดปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องให้มีการปรับปรุงข้อเสนอให้ครบถ้วนและเป็นไปตามความต้องการก่อนพิจารณาด้านราคา ให้ถือปฏิบัติเช่นเดียวกับการประกวดราคาโดยทั่วไปเว้นแต่กำหนดให้ผู้เข้าเสนอราคายื่นซองประกวดราคาโดยแยกเป็น (๑) ซองข้อเสนอด้านเทคนิคและข้อเสนออื่น ๆ (๒) ซองข้อเสนอด้านราคา ทั้งนี้ ให้กำหนดวิธีการ ขั้นตอน และหลักเกณฑ์การพิจารณาไว้เป็นเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคาด้วย

ข้อ ๔๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๔๒ ตรี[๑๘] เพื่อให้เป็นไปตามข้อ ๔๒ ทวิ ให้คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาทำหน้าที่เปิดซองเทคนิคของผู้เสนอราคา แทนคณะกรรมการรับและเปิดซองตามข้อ ๓๘ (๕) และพิจารณาผลการประกวดราคาตามข้อ ๔๒ ทวิ โดยถือปฏิบัติตามข้อ ๓๙ ในส่วนที่ไม่ขัดกับการดำเนินการดังต่อไปนี้ (๑) พิจารณาข้อเสนอทางเทคนิค และข้อเสนออื่นของผู้เข้าเสนอราคาทุกราย และคัดเลือกเฉพาะรายที่เสนอได้ตรงหรือใกล้เคียงตามมาตรฐานความต้องการของ ททท. ในกรณีจำเป็นสามารถเรียกผู้เสนอราคามาชี้แจงในรายละเอียดข้อเสนอเป็นการเพิ่มเติมข้อหนึ่งข้อใดก็ได้ (๒) เปิดซองราคาเฉพาะรายที่ได้ผ่านการพิจารณาคัดเลือกตาม (๑) แล้วเสนอให้ซื้อหรือจ้างจากรายที่ประเมินราคาต่ำสุด สำหรับรายอื่นที่ไม่ผ่านการพิจารณาให้ส่งคืนซองข้อเสนอด้านราคาโดยไม่เปิดซอง

ข้อ ๔๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๔๒ จัตวา[๑๙] การซื้อหรือการจ้างที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าเสนอราคายื่นข้อเสนอทางการเงินมาด้วย ให้กำหนดให้ผู้เสนอราคายื่นซองข้อเสนอทางการเงินแยกมาต่างหาก และให้เปิดซองข้อเสนอทางการเงินพร้อมกับการเปิดซองราคาตามข้อ ๔๒ ตรี (๒) เพื่อทำการประเมินเปรียบเทียบต่อไป ทั้งนี้ ให้กำหนดวิธีการขั้นตอน และหลักเกณฑ์การพิจารณาไว้เป็นเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคาด้วย วิธีพิเศษ

ข้อ ๔๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๔๓[๒๐] การซื้อโดยวิธีพิเศษ ให้ผู้ว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษขึ้นเพื่อดำเนินการดังต่อไปนี้ (๑) ในกรณีเป็นพัสดุจะขายทอดตลาด ให้ดำเนินการซื้อโดยวิธีเจรจาตกลงราคา (๒) ในกรณีเป็นพัสดุที่ต้องซื้อเร่งด่วน หากล่าช้าอาจเสียหายแก่การปฏิบัติงานให้เชิญผู้มีอาชีพขายพัสดุนั้นโดยตรงมาเสนอราคาหากเห็นว่าราคาที่เสนอนั้นยังสูงกว่าราคาในท้องตลาดหรือราคาที่คณะกรรมการเห็นสมควร ให้ต่อรองราคาลงเท่าที่จะทำได้ (๓) ในกรณีเป็นพัสดุที่โดยลักษณะของการใช้งานหรือมีข้อจำกัดทางเทคนิคที่จำเป็นต้องระบุยี่ห้อเป็นการเฉพาะให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับ (๒) (๔) ในกรณีที่เป็นพัสดุที่ได้ซื้อไว้แล้ว แต่มีความจำเป็นต้องใช้เพิ่มในสถานการณ์ที่จำเป็นหรือเร่งด่วน หรือเพื่อประโยชน์ของ ททท. ให้เจรจากับผู้ขายรายเดิมตามสัญญาหรือข้อตกลงซึ่งยังไม่สิ้นสุดระยะเวลาการส่งมอบเพื่อขอให้มีการขายพัสดุตามรายละเอียด และราคาที่ต่ำกว่าหรือราคาเดิม ภายใต้เงื่อนไขที่ดีกว่าหรือเงื่อนไขเดิมโดยคำนึงถึงราคาต่อหน่วยตามสัญญาเดิม (ถ้ามี) เพื่อให้บังเกิดผลประโยชน์สูงสุดที่ ททท. จะได้รับ (๕) ในกรณีเป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อโดยตรงจากต่างประเทศให้เสนอผู้ว่าการเพื่อติดต่อสั่งซื้อโดยตรงจากต่างประเทศ หรือสืบราคาจากต่างประเทศแล้วเปรียบเทียบราคาในประเทศส่วนการซื้อโดยผ่านองค์การระหว่างประเทศให้ติดต่อกับสำนักงานขององค์การระหว่างประเทศที่มีอยู่ในประเทศโดยตรง เว้นแต่กรณีที่ไม่มีสำนักงานในประเทศ ให้ติดต่อกับสำนักงานในต่างประเทศได้ (๖) ในกรณีเป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อจากผู้ผลิตหรือผู้แทนจำหน่ายโดยตรงให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับ (๒) (๗) ในกรณีเป็นพัสดุที่ได้ดำเนินการซื้อโดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลดีให้สืบราคาจากผู้มีอาชีพขายพัสดุนั้นโดยตรง เปรียบเทียบกับราคาของรายที่เสนอในการสอบราคา หรือประกวดราคาซึ่งถูกยกเลิกไป หากเห็นว่าผู้เสนอราคารายที่เห็นสมควรซื้อเสนอราคาสูงกว่าราคาในท้องตลาดหรือราคาที่คณะกรรมการเห็นสมควร ให้ต่อรองราคาลงเท่าที่จะทำได้ (๘) ในกรณีพัสดุที่เป็นที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างซึ่งจำเป็นต้องซื้อเฉพาะแห่งให้เชิญเจ้าของที่ดินโดยตรงมาเสนอราคา หากเห็นว่าราคาที่เสนอนั้นยังสูงกว่าราคาในท้องตลาดหรือราคาที่คณะกรรมการเห็นสมควรซื้อ ให้ต่อรองราคาลงเท่าที่จะทำได้ สำหรับการซื้อที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างในต่างประเทศ ในกรณีจำเป็นจะติดต่อผ่านนายหน้าหรือดำเนินการในทำนองเดียวกันตามกฎหมายหรือประเพณีนิยมของท้องถิ่นก็ได้ ให้คณะกรรมการรายงานผลการพิจารณาและความเห็นพร้อมด้วยเอกสารที่ได้รับไว้ทั้งหมดต่อผู้ว่าการเพื่อสั่งการ

ข้อ ๔๔

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๔๔[๒๑] การจ้างโดยวิธีพิเศษ ให้ผู้ว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดจ้างโดยวิธีพิเศษขึ้นเพื่อดำเนินการดังต่อไปนี้ (๑) การจ้างโดยวิธีพิเศษตามข้อ ๑๗ (๑) (๒) (๓) (๕) และ (๖) ให้เชิญผู้มีอาชีพรับจ้างทำงานนั้นโดยตรงมาเสนอราคา หากเห็นว่าราคาที่เสนอนั้นยังสูงกว่าราคาในท้องถิ่น หรือราคาที่ประมาณได้หรือราคาที่คณะกรรมการเห็นสมควรจ้าง ให้ต่อรองราคาลงเท่าที่จะทำได้ (๒) การจ้างโดยวิธีพิเศษตามข้อ ๑๗ (๔) ให้เจรจากับผู้รับจ้างรายเดิมตามสัญญาหรือข้อตกลงซึ่งยังไม่สิ้นสุดระยะเวลาการส่งมอบเพื่อขอให้มีการจ้างตามรายละเอียด และราคาที่ต่ำกว่าหรือราคาเดิม โดยคำนึงถึงราคาต่อหน่วยตามสัญญาเดิม (ถ้ามี) เพื่อให้บังเกิดผลประโยชน์สูงสุดที่ ททท. จะได้รับ (๓) การจ้างโดยวิธีพิเศษตามข้อ ๑๗ (๗) ให้สืบราคาจากผู้มีอาชีพรับจ้างทำงานนั้นโดยตรง เปรียบเทียบกับราคาของรายที่เสนอในการสอบราคาหรือประกวดราคาซึ่งถูกยกเลิกไป หากเห็นว่าผู้เสนอราคารายที่เห็นสมควรจ้างเสนอราคาสูงกว่าราคาในท้องถิ่น หรือราคาที่ประมาณได้ หรือราคาที่คณะกรรมการเห็นสมควรจ้าง ให้ต่อรองราคาลงเท่าที่จะทำได้ ให้คณะกรรมการรายงานผลการพิจารณาและความเห็นพร้อมด้วยเอกสารที่ได้รับไว้ทั้งหมดต่อผู้ว่าการเพื่อสั่งการ วิธีกรณีพิเศษ

ข้อ ๔๕

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๔๕[๒๒] การดำเนินการซื้อหรือจ้างโดยวิธีกรณีพิเศษ ให้ผู้ว่าการสั่งซื้อหรือสั่งจ้างจากผู้ขายหรือผู้รับจ้างตามข้อ ๑๙ ได้โดยตรง เว้นแต่การซื้อหรือการจ้างที่มีราคาไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ให้เจ้าหน้าที่พัสดุจัดซื้อหรือจ้างได้ภายในวงเงินที่ได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าการตามข้อ ๒๒

ข้อ ๔๕/๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๔๕/๑[๒๓] การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีที่กำหนดไว้ในระเบียบของทางราชการที่ให้ดำเนินการด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ การตรวจรับพัสดุ

ข้อ ๔๖

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๔๖ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ มีหน้าที่ดังนี้ (๑) ตรวจรับพัสดุ ณ ที่ทำการของ ททท. หรือที่ใช้พัสดุนั้น หรือสถานที่ซึ่งกำหนดไว้ในสัญญาหรือข้อตกลง การตรวจรับพัสดุ ณ สถานที่อื่น ในกรณีที่ไม่มีสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือจะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าการก่อน (๒) ตรวจรับพัสดุให้ถูกต้องครบถ้วนตามหลักฐานที่ตกลงกันไว้สำหรับกรณีที่มีการทดลองหรือตรวจสอบในทางเทคนิคหรือทางวิทยาศาสตร์ จะเชิญผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับพัสดุนั้นมาให้คำปรึกษา หรือส่งพัสดุนั้นไปทดลองหรือตรวจสอบ ณ สถานที่ของผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒินั้น ๆ ก็ได้ ในกรณีจำเป็นที่ไม่สามารถตรวจนับเป็นจำนวนหน่วยทั้งหมดได้ให้ตรวจรับตามหลักวิชาการสถิติ (๓) โดยปกติให้ตรวจรับพัสดุในวันที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างนำพัสดุมาส่งและให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นไปโดยเร็วที่สุด (๔) เมื่อตรวจถูกต้องครบถ้วนแล้ว ให้รับพัสดุไว้และถือว่าผู้ขายหรือผู้รับจ้างได้ส่งมอบพัสดุถูกต้องครบถ้วนตั้งแต่วันที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างนำพัสดุนั้นมาส่ง แล้วมอบแก่เจ้าหน้าที่พัสดุพร้อมกับทำใบตรวจรับโดยลงชื่อไว้เป็นหลักฐานอย่างน้อย ๒ ฉบับ มอบแก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้าง ๑ ฉบับ และเจ้าหน้าที่พัสดุ ๑ ฉบับ เพื่อดำเนินการเบิกจ่ายเงินและรายงานให้ผู้ว่าการทราบ ในกรณีที่เห็นว่าพัสดุที่ส่งมอบมีรายละเอียดไม่เป็นไปตามข้อกำหนดในสัญญา หรือข้อตกลง ให้รายงานผู้ว่าการเพื่อทราบหรือสั่งการ แล้วแต่กรณี (๕) ในกรณีที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างส่งมอบพัสดุถูกต้องแต่ไม่ครบจำนวนหรือส่งมอบครบจำนวนแต่ไม่ถูกต้องทั้งหมด ถ้าสัญญาหรือข้อตกลงมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้ตรวจรับไว้เฉพาะจำนวนที่ถูกต้องโดยถือปฏิบัติตาม (๔) และโดยปกติให้รีบรายงานผู้ว่าการเพื่อแจ้งให้ผู้ขายหรือผู้รับจ้างทราบภายใน ๓ วันทำการนับแต่วันตรวจพบ แต่ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิ ททท. ที่จะปรับผู้ขายหรือผู้รับจ้างในจำนวนที่ส่งมอบไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องนั้น (๖) การตรวจรับพัสดุที่ประกอบกันเป็นชุดหรือเป็นหน่วย ถ้าขาดส่วนประกอบอย่างใดอย่างหนึ่งไปแล้วจะไม่สามารถใช้การได้โดยสมบูรณ์ ให้ถือว่าผู้ขายหรือผู้รับจ้างยังมิได้ส่งมอบพัสดุนั้น และโดยปกติให้รีบรายงานผู้ว่าการเพื่อแจ้งให้ผู้ขายหรือผู้รับจ้างทราบภายใน ๓ วันทำการนับแต่วันที่ตรวจพบ (๗) ถ้ากรรมการตรวจรับพัสดุบางคนไม่ยอมรับพัสดุโดยทำความเห็นแย้งไว้ให้เสนอผู้ว่าการเพื่อสั่งการ ถ้าผู้ว่าการสั่งการให้รับพัสดุนั้นไว้ จึงดำเนินการตาม (๔) หรือ (๕) แล้วแต่กรณี การตรวจการจ้างและการควบคุมงานก่อสร้าง

ข้อ ๔๗

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๔๗ คณะกรรมการตรวจการจ้าง มีหน้าที่ดังนี้ (๑) ตรวจสอบรายงานการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างและเหตุการณ์แวดล้อมที่ผู้ควบคุมงานรายงาน โดยตรวจสอบกับแบบรูปรายการละเอียดและข้อกำหนดในสัญญาทุกสัปดาห์รวมทั้งรับทราบหรือพิจารณาการสั่งหยุดงานหรือพักงานของผู้ควบคุมงาน แล้วรายงานผู้ว่าการเพื่อสั่งการ (๒) การดำเนินการตาม (๑) ในกรณีมีข้อสงสัยหรือมีกรณีที่เห็นว่าตามหลักวิชาการช่างไม่น่าจะเป็นไปได้ ให้ออกตรวจงานจ้าง ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือที่ตกลงให้ทำงานจ้างนั้น ๆ โดยให้มีอำนาจสั่งเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมหรือตัดทอนงานจ้างได้ตามที่เห็นสมควรและตามหลักวิชาการช่าง เพื่อให้เป็นไปตามแบบรูปรายการละเอียดและข้อกำหนดในสัญญา (๓) โดยปกติให้ตรวจผลงานที่ผู้รับจ้างส่งมอบภายใน ๓ วันทำการนับแต่วันที่ประธานกรรมการได้รับทราบการส่งมอบงาน และให้ทำการตรวจรับให้เสร็จสิ้นไปโดยเร็วที่สุด (๔) เมื่อตรวจเห็นว่าเป็นการถูกต้องครบถ้วนเป็นไปตามแบบรูปรายการละเอียดและข้อกำหนดในสัญญาแล้ว ให้ถือว่าผู้รับจ้างส่งมอบงานครบถ้วนตั้งแต่วันที่ผู้รับจ้างส่งงานจ้างนั้น และให้ทำใบรับรองผลการปฏิบัติงานทั้งหมดหรือเฉพาะงวด แล้วแต่กรณี โดยลงชื่อไว้เป็นหลักฐานอย่างน้อย ๒ ฉบับ มอบให้แก่ผู้รับจ้าง ๑ ฉบับ และเจ้าหน้าที่พัสดุ ๑ ฉบับ เพื่อทำการเบิกจ่ายเงิน และรายงานให้ผู้ว่าการทราบ ในกรณีที่เห็นว่าผลงานที่ส่งมอบทั้งหมดหรืองวดใดก็ตาม ไม่เป็นไปตามแบบรูปรายการละเอียดและข้อกำหนดในสัญญา ให้รายงานผู้ว่าการเพื่อทราบหรือสั่งการ แล้วแต่กรณี (๕) ในกรณีที่กรรมการตรวจการจ้างบางคนไม่ยอมรับงานโดยทำความเห็นแย้งไว้ ให้เสนอผู้ว่าการเพื่อสั่งการ ถ้าผู้ว่าการสั่งการให้ตรวจรับงานจ้างนั้นไว้ จึงจะดำเนินการตาม (๔)

ข้อ ๔๘

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๔๘ ผู้ควบคุมงาน มีหน้าที่ดังนี้ (๑) ตรวจและควบคุมงาน ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือที่ตกลงให้ทำงานจ้างนั้น ๆ ทุกวัน ให้เป็นไปตามแบบรูปรายการละเอียดและข้อกำหนดไว้ในสัญญาทุกประการ โดยสั่งเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมหรือตัดทอนงานจ้างได้ตามที่เห็นสมควรและตามหลักวิชาช่างเพื่อให้เป็นไปตามแบบรูปรายการละเอียดและข้อกำหนดในสัญญา ถ้าผู้รับจ้างขัดขืนไม่ปฏิบัติตามก็สั่งให้หยุดงานนั้นเฉพาะส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมด แล้วแต่กรณี ไว้ก่อนจนกว่าผู้รับจ้างจะยอมปฏิบัติให้ถูกต้องตามคำสั่ง และให้รายงานคณะกรรมการตรวจการจ้างทันที (๒) ในกรณีที่ปรากฏว่าแบบรูปรายการละเอียดหรือข้อกำหนดในสัญญามีข้อความขัดกันหรือเป็นที่คาดหมายได้ว่าถึงแม้ว่างานนั้นจะได้เป็นไปตามแบบรูปรายการละเอียดและข้อกำหนดในสัญญาแต่เมื่อสำเร็จแล้วจะไม่มั่นคงแข็งแรงหรือไม่เป็นไปตามหลักวิชาช่างที่ดี หรือไม่ปลอดภัย ให้สั่งพักงานนั้นไว้ก่อนแล้วรายงานคณะกรรมการตรวจการจ้างโดยเร็ว (๓)[๒๔] จดบันทึกสภาพการปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง และเหตุการณ์แวดล้อมเป็นรายวันพร้อมทั้งผลการปฏิบัติงาน หรือการหยุดงานและสาเหตุที่มีการหยุดงาน อย่างน้อย ๒ ฉบับ เพื่อรายงานให้คณะกรรมการตรวจการจ้างทราบทุกสัปดาห์ และเก็บรักษาไว้เพื่อมอบให้แก่เจ้าหน้าที่พัสดุเมื่อเสร็จงานแต่ละงวดเพื่อประกอบการตรวจสอบของผู้มีหน้าที่ การบันทึกการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างให้ระบุรายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติงานและวัสดุที่ใช้ด้วย (๔) ในวันกำหนดลงมือทำการของผู้รับจ้างตามสัญญาและในวันถึงกำหนดส่งมอบงานแต่ละงวด ให้รายงานผลการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างว่าเป็นไปตามสัญญาหรือไม่ ให้คณะกรรมการตรวจการจ้างทราบภายใน ๓ วันทำการ นับแต่วันถึงกำหนดนั้น ๆ อำนาจในการสั่งซื้อหรือสั่งจ้าง

ข้อ ๔๙

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๔๙[๒๕] การสั่งซื้อหรือสั่งจ้างครั้งหนึ่งนอกจากวิธีพิเศษ และวิธีกรณีพิเศษ ให้เป็นอำนาจของผู้ดำรงตำแหน่งและภายในวงเงินดังต่อไปนี้ (๑) ผู้ว่าการ ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (๒) ประธานกรรมการ ททท. เกิน ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (๓) คณะกรรมการ ททท. เกิน ๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท

ข้อ ๕๐

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๕๐[๒๖] การสั่งซื้อหรือสั่งจ้างโดยวิธีพิเศษครั้งหนึ่ง ให้เป็นอำนาจของผู้ดำรงตำแหน่ง และภายในวงเงินดังต่อไปนี้ (๑) ผู้ว่าการ ไม่เกิน ๒๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท (๒) ประธานกรรมการ ททท. เกิน ๒๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (๓) คณะกรรมการ ททท. เกิน ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท

ข้อ ๕๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๕๑ การสั่งซื้อหรือสั่งจ้างโดยวิธีกรณีพิเศษ ให้ผู้ว่าการสั่งซื้อหรือสั่งจ้างโดยไม่จำกัดวงเงิน การจ้างที่ปรึกษา

ข้อ ๕๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๕๒[๒๗] การจ้างที่ปรึกษากระทำได้ ๒ วิธี คือ (๑) วิธีตกลง (๒) วิธีคัดเลือก

ข้อ ๕๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๕๒ ทวิ[๒๘] ก่อนดำเนินการจ้างที่ปรึกษา ให้เจ้าหน้าที่พัสดุทำรายงานเสนอผู้ว่าการตามรายการดังต่อไปนี้ (๑) เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องจ้างที่ปรึกษา (๒) ขอบเขตโดยละเอียดของงานที่จะจ้างที่ปรึกษา (๓) คุณสมบัติของที่ปรึกษาที่จะจ้าง (๔) วงเงินค่าจ้างที่ปรึกษาโดยประมาณ (๕) กำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน (๖) วิธีจ้างที่ปรึกษาและเหตุผลที่ต้องจ้างโดยวิธีนั้น (๗) ข้อเสนออื่น ๆ ถ้ามี เมื่อผู้ว่าการให้ความเห็นชอบตามรายงานที่เสนอแล้วให้เจ้าหน้าที่พัสดุดำเนินการจ้างตามวิธีจ้างนั้นต่อไปได้

ข้อ ๕๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๕๓[๒๙] ในการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาแต่ละครั้ง ให้ผู้ว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อปฏิบัติการตามข้อบังคับนี้ แล้วแต่กรณี คือ (๑) คณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีตกลง (๒) คณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีคัดเลือก การแต่งตั้งคณะกรรมการตามวรรคหนึ่งให้ประกอบด้วยประธานกรรมการ ๑ คนและกรรมการอย่างน้อย ๔ คน โดยปกติให้แต่งตั้งจากพนักงานระดับ ๕ หรือเทียบเท่าขึ้นไป อย่างน้อย ๒ คน ในกรณีจำเป็นหรือเพื่อประโยชน์แก่ ททท. ให้แต่งตั้งผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒิในงานที่จะจ้างที่ปรึกษาเป็นกรรมการด้วย เว้นแต่สำนักงานสาขาในต่างประเทศ ให้ประกอบด้วยประธานกรรมการ ๑ คน และกรรมการอย่างน้อย ๒ คน โดยอาจแต่งตั้งจากลูกจ้างของสำนักงานนั้น เป็นกรรมการก็ได้[๓๐]

ข้อ ๕๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๕๓ ทวิ[๓๑] การจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีตกลง ได้แก่การจ้างที่ปรึกษาที่ผู้ว่าจ้างตกลงจ้างรายใดรายหนึ่งซึ่งเคยทราบหรือเคยเห็นความสามารถ และผลงานแล้ว และเป็นผู้ให้บริการที่เชื่อถือได้

ข้อ ๕๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๕๓ ตรี[๓๒] การจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีตกลงให้กระทำได้เฉพาะกรณีหนึ่งกรณีใดดังต่อไปนี้ (๑) เป็นการจ้างเพื่อทำงานต่อเนื่องจากงานที่ได้ทำอยู่แล้ว (๒) เป็นการจ้างในกรณีที่ทราบแน่ชัดว่าผู้เชี่ยวชาญในงานที่จะให้บริการตามที่ต้องการมีจำนวนจำกัด ไม่เหมาะสมที่จะดำเนินการด้วยวิธีคัดเลือก (๓) เป็นการจ้างที่ต้องกระทำโดยเร่งด่วน หากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่ ททท.

ข้อ ๕๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๕๓ จัตวา[๓๓] คณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีตกลงมีหน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) พิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคของที่ปรึกษา (๒) พิจารณาอัตราค่าจ้างและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับบริการที่จะจ้างและเจรจาต่อรอง (๓) พิจารณารายละเอียดที่จะกำหนดในสัญญา (๔) ให้คณะกรรมการรายงานผลการพิจารณาและความเห็นพร้อมด้วยเอกสารที่ได้รับไว้ทั้งหมดต่อผู้ว่าการเพื่อสั่งการ

ข้อ ๕๔

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๕๔ ในการประชุมของคณะกรรมการตามข้อ ๕๓ ให้นำข้อ ๒๕ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ข้อ ๕๕

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๕๕[๓๔] การจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีคัดเลือก ได้แก่การจ้างที่ปรึกษาโดยการคัดเลือกที่ปรึกษาที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะทำงานนั้นให้เหลือน้อยรายและเชิญชวนที่ปรึกษาที่ได้รับการคัดเลือกให้เหลือน้อยรายดังกล่าวยื่นข้อเสนอเข้ารับงานนั้น ๆ เพื่อพิจารณาคัดเลือกรายที่ดีที่สุด ในกรณีที่มีเหตุอันสมควรและผู้ว่าการเห็นชอบให้เชิญที่ปรึกษาที่มีคุณสมบัติเหมาะสมยื่นข้อเสนอเข้ารับงาน โดยไม่ต้องทำการคัดเลือกให้เหลือน้อยรายก็ได้ การคัดเลือกที่ปรึกษาให้เหลือน้อยราย ให้คณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาพิจารณาคัดเลือกที่ปรึกษาให้เหลืออย่างมาก ๖ ราย เมื่อได้ดำเนินการคัดเลือกที่ปรึกษาให้เหลือน้อยรายแล้วให้รายงานผู้ว่าการเพื่อสั่งการ

ข้อ ๕๖

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๕๖ ให้ ททท. ออกหนังสือเชิญชวนที่ปรึกษาที่ได้คัดเลือกไว้ยื่นข้อเสนอเพื่อรับงานตามวิธีหนึ่งวิธีใด ดังต่อไปนี้ (๑) ยื่นข้อเสนอด้านเทคนิคและข้อเสนอด้านราคาพร้อมกันโดยแยกเป็น ๒ ซอง (๒) ยื่นข้อเสนอด้านเทคนิคเพียงซองเดียว

ข้อ ๕๗

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๕๗[๓๕] คณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีคัดเลือกมี หน้าที่ดังต่อไปนี้ (๑) กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือก (๒) พิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคของที่ปรึกษาทุกรายและจัดลำดับ (๓) ในกรณีที่ใช้วิธีตามข้อ ๕๖ (๑) ให้เปิดซองเสนอด้านราคาของที่ปรึกษาที่มีข้อเสนอด้านเทคนิคที่ดีที่สุดและเจรจาต่อรองให้ได้ราคาที่เหมาะสม สำหรับกรณีที่ใช้วิธีตามข้อ ๕๖ (๒) ให้เชิญที่ปรึกษาที่มีข้อเสนอด้านเทคนิคที่ดีที่สุดมายื่นข้อเสนอด้านราคาและเจรจาต่อรองให้ได้ราคาที่เหมาะสม หากเจรจาไม่ได้ผล ให้เสนอผู้ว่าการเพื่อพิจารณายกเลิกการเจรจากับที่ปรึกษารายนั้นแล้วเปิดซองข้อเสนอด้านราคาของที่ปรึกษาที่มีข้อเสนอด้านเทคนิคที่ดีที่สุดรายถัดไป หรือเชิญที่ปรึกษาที่มีข้อเสนอด้านเทคนิคที่ดีที่สุดรายถัดไปให้ยื่นข้อเสนอด้านราคา แล้วแต่กรณี และเจรจาต่อรองให้ได้ราคาที่เหมาะสม (๔) เมื่อเจรจาได้ราคาที่เหมาะสมแล้วให้พิจารณาเงื่อนไขต่าง ๆ ที่จะกำหนดในสัญญา (๕) ให้คณะกรรมการรายงานผลการพิจารณา และความเห็นพร้อมด้วยเอกสารที่ได้รับไว้ทั้งหมดต่อผู้ว่าการ ในกรณีที่ใช้วิธีการยื่นข้อเสนอตามข้อ ๕๖ (๑) หลังจากตัดสินให้ทำสัญญากับที่ปรึกษา ซึ่งได้รับการคัดเลือกแล้ว ให้ส่งคืนซองข้อเสนอด้านราคาให้แก่ที่ปรึกษารายอื่นที่ได้ยื่นไว้โดยไม่เปิดซอง

ข้อ ๕๘

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๕๘ การจ้างที่ปรึกษาที่เป็นงานที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนและมีที่ปรึกษาซึ่งสามารถทำงานนั้นได้เป็นการทั่วไป ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ว่าการที่จะออกหนังสือเชิญชวนที่ปรึกษาที่ได้คัดเลือกไว้ให้ยื่นข้อเสนอเพื่อรับงาน โดยให้ดำเนินการตามวิธีดังต่อไปนี้คือ (๑) ให้ที่ปรึกษายื่นข้อเสนอด้านเทคนิคและข้อเสนอด้านราคาพร้อมกันโดยแยกเป็น ๒ ซอง (๒) ให้คณะกรรมการดำเนินการจ้างที่ปรึกษาพิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคของที่ปรึกษาทุกราย และจัดลำดับ (๓) เปิดซองข้อเสนอด้านราคาของผู้ที่ได้รับการจัดลำดับไว้อันดับหนึ่งถึงอันดับสามตาม (๒) พร้อมกัน แล้วเลือกรายที่เสนอราคาต่ำสุดมาเจรจาต่อรองราคาเป็นลำดับแรก (๔) หากเจรจาตาม (๓) แล้วไม่ได้ผล ให้ยกเลิกแล้วเจรจากับรายที่เสนอราคาต่ำรายถัดไปตามลำดับ เมื่อเจรจาได้ผลประการใด ให้ดำเนินการตามข้อ ๕๗ (๔) และ (๕)

ข้อ ๕๙

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๕๙ การจ้างที่ปรึกษาเป็นรายบุคคลที่ไม่ต้องยื่นข้อเสนอด้านเทคนิคให้ดำเนินการคัดเลือกที่ปรึกษาที่มีคุณสมบัติเหมาะสมตามนัยข้อ ๕๕ และพิจารณาจัดลำดับ และเมื่อสามารถจัดลำดับได้แล้วให้เชิญรายที่เหมาะสมที่สุดมาเสนอราคาค่าจ้างเพื่อเจรจาต่อรองราคาตามลำดับ

ข้อ ๖๐

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๖๐[๓๖] การสั่งจ้างที่ปรึกษาครั้งหนึ่ง ให้เป็นอำนาจของผู้ดำรงตำแหน่งและภายในวงเงินดังต่อไปนี้ (๑) ผู้ว่าการ ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (๒) ประธานกรรมการ ททท. เกิน ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (๓) คณะกรรมการ ททท. เกิน ๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท

ข้อ ๖๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๖๑ อัตราค่าจ้างที่ปรึกษาให้เป็นไปตามความเหมาะสมและประหยัดโดยให้คำนึงถึงองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น ลักษณะของงานที่จะจ้าง อัตราค่าจ้างของงานในลักษณะเดียวกันที่ ททท. เคยจ้างจำนวนคนต่อเดือน เท่าที่จำเป็น ดัชนีค่าครองชีพ เป็นต้น ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องจ่ายเงินค่าจ้างล่วงหน้า ให้จ่ายได้ไม่เกินร้อยละ ๑๕ ของค่าจ้างตามสัญญา และที่ปรึกษาจะต้องจัดให้ธนาคารเป็นผู้ค้ำประกันเงินค่าจ้างที่ได้รับล่วงหน้าไปนั้นและให้ผู้ว่าการคืนหนังสือค้ำประกันดังกล่าวให้แก่ที่ปรึกษาเมื่อ ททท. ได้หักเงินที่ได้จ่ายล่วงหน้าจากเงินค่าจ้างตามผลงานแต่ละงวดครบถ้วนแล้ว ทั้งนี้ ให้กำหนดเป็นเงื่อนไขไว้ในสัญญาด้วย

ข้อ ๖๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๖๒ การจ่ายเงินค่าจ้างให้แก่ที่ปรึกษาที่แบ่งการชำระเงินออกเป็นงวดให้ผู้ว่าการหักเงินที่จะจ่ายแต่ละครั้งในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๕ แต่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของเงินค่าจ้าง เพื่อเป็นการประกันผลงาน หรือจะให้ที่ปรึกษาใช้หนังสือค้ำประกันของธนาคารในประเทศมีอายุการค้ำประกันตามที่ผู้ว่าการจะกำหนดวางค้ำประกันแทนเงินที่หักไว้ก็ได้ ทั้งนี้ ให้กำหนดเป็นเงื่อนไขไว้ในสัญญาด้วย

ข้อ ๖๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๖๓ กรณีสัญญาจ้างที่ปรึกษาตามโครงการเงินกู้ทีได้รวมเงินค่าภาษีซึ่งที่ปรึกษาจะต้องจ่ายให้แก่รัฐบาลไทยไว้ในราคาจ้าง ให้แยกเงินส่วนที่กันเป็นค่าภาษีไว้ต่างหากจากราคาจ้างรวม หลักประกัน

ข้อ ๖๔

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๖๔[๓๗] หลักประกันซองหรือหลักประกันสัญญาให้ใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (๑) เงินสด (๒) เช็คที่ธนาคารเซ็นสั่งจ่าย ซึ่งเป็นเช็คลงวันที่ที่ใช้เช็คนั้นยื่นต่อเจ้าหน้าที่ หรือก่อนวันนั้นไม่เกิน ๓ วันทำการ (๓) หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ (๔)[๓๘] หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยอนุโลมให้ใช้ตามตัวอย่างหนังสือค้ำประกันของธนาคารที่ ททท. กำหนด (๕) พันธบัตรรัฐบาลไทย

ข้อ ๖๕

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๖๕ หลักประกันซองและหลักประกันสัญญาในข้อ ๖๔ ให้กำหนดมูลค่าเป็นจำนวนเต็มในอัตราร้อยละ ๕ ของวงเงินหรือราคาพัสดุที่จัดหาครั้งนั้น แล้วแต่กรณี เว้นแต่การจัดหาพัสดุที่ผู้ว่าการเห็นว่ามีความสำคัญเป็นพิเศษ จะกำหนดอัตราสูงกว่าร้อยละ ๕ แต่ไม่เกินร้อยละ ๑๐ ก็ได้ ในการทำสัญญาจัดหาพัสดุที่มีระยะเวลาผูกพันตามสัญญาเกิน ๑ ปี และพัสดุนั้นไม่ต้องมีการประกันเพื่อความชำรุดบกพร่อง เช่น พัสดุใช้สิ้นเปลือง ให้กำหนดหลักประกันในอัตราร้อยละ ๕ ของราคาพัสดุที่ส่งมอบในแต่ละปีของสัญญา โดยให้ถือว่าหลักประกันนี้เป็นการค้ำประกันตลอดอายุสัญญา และหากในปีต่อไปราคาพัสดุที่ส่งมอบแตกต่างไปจากราคาในรอบปีก่อน ให้ปรับปรุงหลักประกันตามอัตราส่วนที่เปลี่ยนแปลงไปนั้นก่อนครบรอบปี ในกรณีที่หลักประกันต้องปรับปรุงในทางที่เพิ่มขึ้น และคู่สัญญาไม่นำหลักประกันมาเพิ่มให้ครบจำนวนภายใน ๑๕ วัน ก่อนการส่งมอบพัสดุงวดสุดท้ายของปีนั้น ให้ ททท. หักจากเงินค่าพัสดุงวดสุดท้ายของปีนั้นที่ ททท. จะต้องจ่ายไว้เป็นหลักประกันในส่วนที่เพิ่มขึ้น การกำหนดหลักประกันตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง จะต้องระบุไว้เป็นเงื่อนไขในเอกสารสอบราคาหรือเอกสารประกวดราคา และในสัญญาด้วย แล้วแต่กรณี

ข้อ ๖๖

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๖๖[๓๙] ให้ ททท. คืนหลักประกันให้แก่ผู้เสนอราคา คู่สัญญาหรือผู้ค้ำประกันตามหลักเกณฑ์ดังนี้ (๑) หลักประกันซอง ให้คืนแก่ผู้เสนอราคา หรือผู้ค้ำประกันภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ได้พิจารณาในเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ผู้เสนอราคารายที่คัดเลือกไว้ซึ่งเสนอราคาต่ำสุดไม่เกิน ๓ ราย ให้คืนต่อเมื่อได้ทำสัญญาหรือข้อตกลง หรือผู้เสนอราคาได้พ้นจากข้อผูกพันแล้ว (๒) หลักประกันสัญญา ให้คืนให้แก่คู่สัญญาหรือผู้ค้ำประกันโดยเร็ว และอย่างช้าต้องไม่เกิน ๑๕ วัน นับแต่วันที่คู่สัญญาพ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาแล้ว การซื้อหรือการจ้างที่ไม่ต้องมีหลักประกันเพื่อความชำรุดบกพร่องให้คืนหลักประกันให้แก่คู่สัญญาหรือผู้ค้ำประกันตามอัตราส่วนของพัสดุซึ่ง ททท. ได้รับมอบไว้แล้ว แต่ทั้งนี้จะต้องระบุไว้เป็นเงื่อนไขในเอกสารสอบราคาหรือเอกสารประกวดราคา และในสัญญาด้วย การคืนหลักประกันที่เป็นหนังสือค้ำประกันของธนาคาร บริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ในกรณีที่ผู้เสนอราคาหรือคู่สัญญาไม่มารับภายในกำหนดเวลาข้างต้น ให้รีบส่งต้นฉบับหนังสือค้ำประกันให้แก่ผู้เสนอราคาหรือคู่สัญญาโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนโดยเร็วพร้อมกับแจ้งให้ธนาคาร บริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ผู้ค้ำประกันทราบด้วย[๔๐]

ข้อ ๖๗

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๖๗ ในกรณีที่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจเป็นผู้เสนอราคาหรือเป็นคู่สัญญาไม่ต้องวางหลักประกัน การจ่ายเงินล่วงหน้า

ข้อ ๖๘

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๖๘ การจ่ายเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้างล่วงหน้าให้แก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างจะกระทำมิได้ เว้นแต่ผู้ว่าการเห็นว่ามีความจำเป็นจะต้องจ่ายและมีการกำหนดเงื่อนไขไว้ก่อนการทำสัญญาหรือข้อตกลง ให้กระทำได้เฉพาะในกรณีและตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (๑) การซื้อหรือจ้างจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือบริษัทที่ ททท. ลงทุนหรือร่วมทุนด้วย จ่ายได้ไม่เกินร้อยละ ๕๐ ของราคาซื้อหรือราคาจ้าง (๒) การซื้อพัสดุจากต่างประเทศโดยดำเนินการผ่านองค์การระหว่างประเทศ ให้จ่ายได้ตามที่ตกลงกับองค์การระหว่างประเทศ (๓)[๔๑] การบอกรับวารสารหรือการสั่งจองหนังสือหรือวารสารหรือการจัดซื้อฐานข้อมูลสำเร็จรูป (CD-ROM) ที่มีลักษณะจะต้องบอกรับเป็นสมาชิกก่อนและมีกำหนดการออกเป็นวาระดังเช่นวารสาร หรือการบอกรับเป็นสมาชิก INTERNET เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์เรียกค้นหาข้อมูลข่าวสารจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ โดยอาศัยระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ให้จ่ายได้เท่าที่จ่ายจริง (๔) การซื้อหรือจ้างโดยวิธีสอบราคาหรือประกวดราคา จ่ายได้ไม่เกินร้อยละ ๑๕ ของราคาซื้อหรือราคาจ้าง แต่ทั้งนี้จะต้องกำหนดอัตราค่าพัสดุหรือค่าจ้างที่จะจ่ายล่วงหน้าไว้เป็นเงื่อนไขในเอกสารสอบราคาหรือประกวดราคาด้วย (๕) การซื้อหรือจ้างโดยวิธีพิเศษ ให้จ่ายได้ไม่เกินร้อยละ ๑๕ ของราคาซื้อหรือราคาจ้าง การจ่ายเงินให้แก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างตามแบบธรรมเนียมการค้าระหว่างประเทศโดยเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิต หรือโดยวิธีใช้ดร๊าฟท์กรณีที่วงเงินไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท หรือจ่ายเงินตามความก้าวหน้าในการจัดหาพัสดุที่สั่งซื้อ ให้กระทำได้โดยไม่ถือว่าเป็นการจ่ายเงินล่วงหน้า

ข้อ ๖๙

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๖๙ การจ่ายเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้างล่วงหน้าตามข้อ ๖๘ (๑) (๒) และ (๓) ไม่ต้องเรียกหลักประกัน ส่วนการจ่ายเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้างล่วงหน้าตามข้อ ๖๘ (๔) และ (๕) ผู้ขายหรือผู้รับจ้างจะต้องจัดให้ธนาคารในประเทศธนาคารหนึ่งหรือหลายธนาคารเป็นผู้ค้ำประกันเงินที่รับล่วงหน้าไปนั้น การทำสัญญาซื้อขายและสัญญาจ้าง

ข้อ ๗๐

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๗๐[๔๒] การซื้อหรือการจ้าง ให้ทำสัญญาตามตัวอย่างท้ายข้อบังคับนี้ เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้จะทำข้อตกลงเป็นหนังสือไว้ต่อกันก็ได้ โดยให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ว่าการ (๑) การซื้อ การจ้าง หรือการแลกเปลี่ยน โดยวิธีตกลงราคา (๒) การซื้อหรือการจ้าง ที่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างสามารถส่งมอบพัสดุได้ครบถ้วน ภายใน ๕ วันทำการ นับแต่วันถัดจากวันตกลงซื้อขายหรือจ้าง (๓) การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีกรณีพิเศษ และการจัดหาจากส่วนราชการ (๔) การซื้อโดยวิธีพิเศษตามข้อ ๑๖ (๑) (๒) (๔) (๕) และข้อ ๑๘ (๕) การจ้างโดยวิธีพิเศษตามข้อ ๑๗ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) และข้อ ๑๘ สำหรับการซื้อที่ผู้ขายสามารถส่งมอบพัสดุได้ทันที หรือในกรณีการซื้อหรือการจ้างที่ดำเนินการตามข้อ ๒๘ วรรคสอง หรือการซื้อหรือการจ้างที่มีราคาไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท จะไม่ทำข้อตกลงเป็นหนังสือไว้ต่อกันก็ได้

ข้อ ๗๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๗๑ การทำสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ ให้กำหนดค่าปรับ ดังนี้ (๑) การซื้อหรือการจ้างที่ไม่ต้องการผลสำเร็จของงานพร้อมกัน ให้กำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราตายตัวระหว่างร้อยละ ๐.๐๒ - ๐.๒๐ ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ (๒) การจ้างที่ต้องการผลสำเร็จของงานพร้อมกัน ให้กำหนดค่าปรับเป็นรายวันเป็นจำนวนเงินตายตัวในอัตราร้อยละ ๐.๐๑ - ๐.๑๐ ของราคางานจ้างนั้น แต่จะต้องไม่ต่ำกว่าวันละ ๒๐๐ บาท (๓) การทำสัญญาจ้างที่ปรึกษา หาก ททท. เห็นว่าถ้าไม่กำหนดค่าปรับไว้ในสัญญาจะเกิดความเสียหายแก่ ททท. ให้ ททท. กำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราหรือจำนวนเงินตายตัวในอัตราร้อยละ ๐.๐๑ - ๐.๑๐ ของราคางานจ้างนั้นได้ตามความเหมาะสมและจำเป็น[๔๓] การกำหนดค่าปรับตามวรรคหนึ่งในอัตราหรือเป็นจำนวนเงินตายตัวเท่าใดให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ว่าการ ในกรณีการซื้อสิ่งของที่ประกอบกันเป็นชุด ถ้าขาดส่วนประกอบส่วนหนึ่งส่วนใดไปแล้ว จะไม่สามารถใช้การได้โดยสมบูรณ์ แม้ผู้ขายจะส่งมอบสิ่งของภายในกำหนดตามสัญญาแต่ยังขาดส่วนประกอบบางส่วน ต่อมาได้ส่งมอบส่วนประกอบที่ยังขาดนั้นเกินกำหนดสัญญา ให้ถือว่าไม่ได้ส่งมอบสิ่งของนั้นเลย ให้ปรับเต็มราคาของทั้งชุด ในกรณีการซื้อสิ่งของที่คิดราคารวมทั้งค่าติดตั้งหรือทดลองด้วย ถ้าติดตั้งหรือทดลองเกินกว่ากำหนดตามสัญญาเป็นจำนวนวันเท่าใดให้ปรับเป็นรายวันในอัตราที่กำหนดของราคาทั้งหมด เมื่อครบกำหนดส่งมอบพัสดุหรืองานจ้างตามสัญญาหรือข้อตกลงให้ ททท. รีบแจ้งการเรียกค่าปรับตามสัญญาหรือข้อตกลงจากคู่สัญญา และเมื่อคู่สัญญาได้ส่งมอบพัสดุหรืองานจ้างให้ ททท.บอกสงวนสิทธิการเรียกค่าปรับในขณะที่รับมอบพัสดุนั้นด้วย

ข้อ ๗๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๗๒ การทำสัญญารายใดถ้าจำเป็นต้องมีข้อความหรือรายการแตกต่างไปจากตัวอย่างสัญญาท้ายข้อบังคับนี้ โดยมีสาระสำคัญตามที่กำหนดไว้ในตัวอย่างสัญญาและไม่ทำให้ ททท. เสียเปรียบก็ให้กระทำได้ เว้นแต่ผู้ว่าการเห็นว่าจะมีปัญหาในทางเสียเปรียบหรือไม่รัดกุมพอ ก็ให้ส่งร่างสัญญานั้นไปให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาก่อน ในกรณีที่ไม่อาจทำสัญญาตามตัวอย่างท้ายข้อบังคับนี้ได้ และจำเป็นต้องร่างสัญญาขึ้นใหม่ ต้องส่งร่างสัญญานั้นให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาก่อน เว้นแต่การทำสัญญาตามแบบที่เคยผ่านการพิจารณาของสำนักงานอัยการสูงสุดมาแล้ว ในกรณีจำเป็นต้องทำสัญญาหรือข้อตกลงเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ทำเป็นภาษาอังกฤษแต่ต้องการมีคำแปลเป็นภาษาไทยไว้ด้วย การทำสัญญาหรือข้อตกลงของสำนักงานสาขาในต่างประเทศจะทำเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาที่สำนักงานสาขานั้นตั้งอยู่ก็ได้ โดยผ่านการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายของประเทศนั้น ๆ หรือของ ททท.[๔๔]

ข้อ ๗๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๗๓ สัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือที่ได้ลงนามแล้ว จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงมิได้ เว้นแต่การแก้ไขนั้นจะเป็นความจำเป็นโดยไม่ทำให้ ททท. ต้องเสียประโยชน์หรือเป็นการแก้ไขเพื่อประโยชน์แก่ ททท. ให้อยู่ในอำนาจของผู้ว่าการที่จะพิจารณาอนุมัติให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาหรือข้อตกลงตามวรรคหนึ่ง หากมีความจำเป็นต้องเพิ่มหรือลดวงเงิน หรือเพิ่มหรือลดระยะเวลาส่งมอบของ หรือระยะเวลาในการทำงาน ให้ตกลงพร้อมกันไป การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาหรือข้อตกลงที่ได้ลงนามแล้วตามวรรคหนึ่ง ในกรณีที่ต้องเพิ่มวงเงินหากวงเงินที่เพิ่มขึ้นรวมกับวงเงินค่าพัสดุหรืองานจ้างในสัญญาหรือข้อตกลงเดิม เป็นวงเงินสั่งซื้อหรือสั่งจ้างซึ่งอยู่ในอำนาจของผู้ดำรงตำแหน่งตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๔๙ และข้อ ๕๐ ให้เป็นอำนาจของผู้ดำรงตำแหน่งนั้นที่จะพิจารณาอนุมัติให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ แต่ทั้งนี้จะต้องขอทำความตกลงกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องตามระเบียบปฏิบัติด้วย การดำเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง สำหรับการซื้อหรือจ้างที่เกี่ยวกับความมั่นคงแข็งแรงของสิ่งก่อสร้างหรืองานเทคนิคเฉพาะอย่าง จะต้องได้รับการรับรองจากวิศวกร สถาปนิกและวิศวกรผู้ชำนาญการหรือผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งรับผิดชอบหรือสามารถรับรองแบบและรายการของงานก่อสร้างหรืองานเทคนิคเฉพาะอย่าง แล้วแต่กรณี ด้วย

ข้อ ๗๔

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๗๔ ให้ผู้ว่าการพิจารณาใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง ในกรณีที่มีเหตุอันเชื่อได้ว่าผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด การตกลงกับคู่สัญญาที่จะบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง ให้ผู้ว่าการพิจารณาได้เฉพาะกรณีที่เป็นประโยชน์แก่ ททท. โดยตรง หรือเพื่อแก้ไขข้อเสียเปรียบของ ททท. ในการที่จะปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อตกลงนั้นต่อไป

ข้อ ๗๕

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๗๕ ในกรณีที่คู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อตกลงได้และจะต้องมีการปรับตามสัญญาหรือข้อตกลงนั้น หากจำนวนเงินค่าปรับจะเกินร้อยละ ๑๐ ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้างให้ ททท. พิจารณาดำเนินการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง เว้นแต่คู่สัญญาจะได้ยินยอมเสียค่าปรับให้แก่ ททท. โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น ให้ผู้ว่าการพิจารณาผ่อนปรนการบอกเลิกสัญญาได้เท่าที่จำเป็น

ข้อ ๗๖

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๗๖ การงดหรือลดค่าปรับให้แก่คู่สัญญา หรือการขยายเวลาทำการตามสัญญาหรือข้อตกลงให้อยู่ในอำนาจของผู้ว่าการที่จะพิจารณาได้ตามจำนวนวันที่มีเหตุเกิดขึ้นจริงเฉพาะกรณีดังต่อไปนี้ (๑) เหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของ ททท. (๒) เหตุสุดวิสัย (๓) เหตุเกิดจากพฤติการณ์อันหนึ่งอันใดที่คู่สัญญาไม่ต้องรับผิดตามกฎหมาย[๔๕] ให้ ททท. ระบุไว้ในสัญญากำหนดให้คู่สัญญาต้องแจ้งเหตุดังกล่าวให้ ททท. ทราบภายใน ๑๕ วัน นับแต่เหตุนั้นได้สิ้นสุดลง หากมิได้แจ้งภายในเวลาที่กำหนด คู่สัญญาจะยกมากล่าวอ้างเพื่อขอลดหรืองดค่าปรับหรือขอขยายเวลาในภายหลังมิได้ เว้นแต่กรณีตาม (๑) ซึ่งมีหลักฐานชัดแจ้งหรือ ททท. ทราบดีอยู่แล้วตั้งแต่ต้น

ข้อ ๗๗

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๗๗ ให้ผู้ว่าการส่งสำเนาสัญญาซึ่งมีมูลค่าตั้งแต่ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันทำสัญญา การลงโทษผู้ทิ้งงาน

ข้อ ๗๘

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๗๘[๔๖] ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกแล้วไม่ยอมไปทำสัญญาหรือข้อตกลงภายในเวลาที่ ททท. กำหนด หรือคู่สัญญาของ ททท. ไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อตกลงโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรหรือผู้เสนอราคาหรือผู้เสนองานกระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายหรือระเบียบของทางราชการ หรือกระทำการโดยไม่สุจริต ให้ผู้ว่าการพิจารณาสั่งให้บุคคลดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน ในกรณีที่นิติบุคคลใดถูกสั่งให้เป็นผู้ทิ้งงานตามวรรคหนึ่ง ถ้าการกระทำดังกล่าวเกิดจากหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้น ให้ผู้ว่าการสั่งบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ทิ้งงาน และให้มีผลไปถึงนิติบุคคลที่ดำเนินธุรกิจประเภทเดียวกัน ซึ่งมีหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคล ที่ถูกพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานด้วย คำสั่งที่ให้บุคคลธรรมดาเป็นผู้ทิ้งงานตามวรรคหนึ่งให้มีผลไปถึงนิติบุคคลอื่นที่เข้าเสนอราคา ซึ่งมีบุคคลดังกล่าวเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจในการดำเนินงาน ในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย เมื่อผู้ว่าการได้พิจารณาสั่งให้บุคคลใดเป็นผู้ทิ้งงานแล้ว ให้ผู้ว่าการระบุชื่อผู้ทิ้งงานไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน พร้อมทั้งแจ้งชื่อผู้ทิ้งงานให้กระทรวงการคลังทราบ รวมทั้งแจ้งให้ผู้ทิ้งงานรายนั้นทราบด้วย ผู้ซึ่งถูกสั่งให้เป็นผู้ทิ้งงานมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวของผู้ว่าการต่อคณะกรรมการ ททท. ได้ โดยยื่นเป็นหนังสือต่อผู้ว่าการภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งดังกล่าว

ข้อ ๗๘/๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๗๘/๑[๔๗] ให้ผู้ว่าการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานตามที่ได้กำหนดไว้ในหมวดนี้ ห้าม ททท. ก่อนิติสัมพันธ์กับผู้ทิ้งงานที่ผู้ว่าการ หรือผู้รักษาการตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุของส่วนราชการได้ระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อแล้ว เว้นแต่ผู้ว่าการหรือผู้รักษาการตามระเบียบว่าด้วยการพัสดุของส่วนราชการจะสั่งเพิกถอนการเป็นผู้ทิ้งงาน การห้าม ททท. ก่อนิติสัมพันธ์กับผู้ทิ้งงานตามวรรคสอง ให้ใช้บังคับกับบุคคลตามข้อ ๗๘ วรรคสาม ด้วย บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลใดที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาให้เป็นผู้ทิ้งงานตามข้อกำหนดในส่วนนี้ ให้บุคคลดังกล่าวมีสิทธิเสนอราคาหรือเสนองานให้แก่ ททท. ได้ แต่ถ้าผลการพิจารณาต่อมาผู้ว่าการได้สั่งให้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลนั้นเป็นผู้ทิ้งงาน ให้ผู้ว่าการตัดรายชื่อบุคคลดังกล่าวออกจากรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับการคัดเลือก หรือยกเลิกการเปิดซองสอบราคา ประกวดราคาหรือเสนองาน หรือยกเลิกการลงนามในสัญญาที่ได้กระทำก่อนการสั่งการของผู้ว่าการ เว้นแต่ในกรณีที่ผู้ว่าการพิจารณาเห็นว่าจะเป็นประโยชน์แก่ ททท. อย่างยิ่ง ผู้ว่าการจะไม่ตัดรายชื่อบุคคลดังกล่าวออกจากรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับการคัดเลือกหรือจะไม่ยกเลิกการเปิดซองสอบราคา ประกวดราคา หรือเสนองานหรือจะไม่ยกเลิกการลงนามในสัญญาซื้อหรือจ้างที่ได้กระทำก่อนมีคำสั่งให้เป็นผู้ทิ้งงานก็ได้ การจัดทำเอง

ส่วนที่ ๒

ข้อ ๗๙

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๗๙ ในการจัดทำเอง ให้ผู้ว่าการแต่งตั้งผู้ควบคุมรับผิดชอบในการจัดทำเองนั้น และแต่งตั้ง คณะกรรมการตรวจการปฏิบัติงาน โดยมีคุณสมบัติและหน้าที่เช่นเดียวกับคณะกรรมการตรวจการจ้าง การแลกเปลี่ยน

ส่วนที่ ๓

ข้อ ๘๐

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๘๐ การแลกเปลี่ยนพัสดุจะกระทำมิได้ เว้นแต่ในกรณีที่ผู้ว่าการเห็นว่ามีความจำเป็นก็ให้กระทำได้

ข้อ ๘๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๘๑ ในกรณีต้องมีการแลกเปลี่ยนพัสดุ ให้เจ้าหน้าที่พัสดุรายงานผู้ว่าการเพื่อพิจารณาสั่งการ โดยให้รายงานตามรายการดังต่อไปนี้ (๑) เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องแลกเปลี่ยน (๒) รายละเอียดของพัสดุที่จะนำไปแลกเปลี่ยน (๓) ราคาที่ซื้อหรือได้มาของพัสดุที่จะนำไปแลกเปลี่ยนและราคาที่จะแลกเปลี่ยนได้โดยประมาณ (๔) พัสดุที่จะรับแลกเปลี่ยน และให้ระบุว่าจะแลกเปลี่ยนกับส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชน (๕) ข้อเสนออื่น ๆ ในกรณีที่จะแลกเปลี่ยนกับเอกชน ให้ระบุวิธีที่จะแลกเปลี่ยนพร้อมทั้งเหตุผล โดยเสนอให้นำวิธีการซื้อมาใช้โดยอนุโลม เว้นแต่พัสดุที่จะแลกเปลี่ยนนั้นมีราคาซื้อหรือได้มารวมกันไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท จะเสนอให้ใช้วิธีตกลงราคาก็ได้

ข้อ ๘๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๘๒ การแลกเปลี่ยนพัสดุกับเอกชน ให้ผู้ว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง หรือหลายคณะตามความจำเป็น โดยถือปฏิบัติตามข้อ ๒๔ ข้อ ๒๕ หรือข้อ ๒๖ แล้วแต่กรณี โดยอนุโลม ให้คณะกรรมการมีหน้าที่ดังนี้ (๑) ตรวจสอบและประเมินราคาพัสดุที่ต้องการแลกเปลี่ยนตามสภาพปัจจุบันของพัสดุนั้น (๒) ตรวจสอบรายละเอียดพัสดุที่จะได้รับจากการแลกเปลี่ยนว่าเป็นของใหม่ที่ยังไม่เคยใช้งานมาก่อน เว้นแต่พัสดุเก่าที่จะได้รับจากการแลกเปลี่ยนนั้นจะเป็นความจำเป็นโดยไม่ทำให้ ททท. ต้องเสียประโยชน์หรือเพื่อประโยชน์แก่ ททท. (๓) เปรียบเทียบราคาพัสดุที่จะแลกเปลี่ยนกัน โดยพิจารณาจากราคาที่ประเมินตาม (๑) และราคาพัสดุที่จะได้รับจากการแลกเปลี่ยนซึ่งถือตามราคาในท้องตลาดโดยทั่วไป (๔) ต่อรองกับผู้เสนอราคารายที่คณะกรรมการเห็นสมควรแลกเปลี่ยน (๕) เสนอความเห็นต่อผู้ว่าการเพื่อสั่งการ (๖) ตรวจรับพัสดุโดยปฏิบัติตามข้อ ๔๖ โดยอนุโลม

ข้อ ๘๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๘๓ การแลกเปลี่ยนพัสดุกับส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ว่าการกับหัวหน้าส่วนราชการหรือหัวหน้าหน่วยงานนั้น ๆ ที่จะตกลงกัน การเช่า

ส่วนที่ ๔

ข้อ ๘๔

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๘๔[๔๘] การเช่า หมายถึง การเช่าสังหาริมทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์รวมทั้งบริการอื่นเกี่ยวกับการเช่า เพื่อประโยชน์ในกิจการของ ททท. ให้นำข้อกำหนดเกี่ยวกับการซื้อมาใช้โดยอนุโลม ทั้งนี้ ไม่รวมถึงการเช่าบริการพื้นที่ชั่วคราว ซึ่งหมายถึงการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เพื่อดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่มีระยะเวลาการเช่าไม่เกิน ๑ เดือน ให้ดำเนินการโดยวิธีตกลงราคา

ข้อ ๘๔/๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๘๔/๑[๔๙] การอนุมัติและการจ่ายเงินค่าเช่าบริการพื้นที่ชั่วคราวล่วงหน้า ให้เป็นอำนาจของผู้ดำรงตำแหน่ง ดังต่อไปนี้ (๑) ผู้ว่าการ ไม่เกิน ๑๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท (๒) ประธานกรรมการ ททท. เกิน ๑๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๓๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (๓) คณะกรรมการ ททท. เกิน ๓๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท

ข้อ ๘๕

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๘๕ การเช่าอสังหาริมทรัพย์ ให้ดำเนินการโดยวิธีตกลงราคาและให้กระทำได้ในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) เช่าที่ดินหรือสถานที่เพื่อประโยชน์ในกิจการของ ททท. (๒) เช่าสถานที่เพื่อใช้เป็นที่พัก (๓) การเช่าอื่น ๆ ที่คณะกรรมการ ททท. ให้ความเห็นชอบ

ข้อ ๘๖

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๘๖ การรายงานขอเช่า ให้เจ้าหน้าที่พัสดุทำรายงานเสนอผู้ว่าการตามรายการดังต่อไปนี้ (๑) เหตุผลและความจำเป็นที่จะต้องเช่า และระยะเวลาที่ขอเช่า (๒) ราคาค่าเช่าโดยประมาณหรือราคาค่าเช่าที่ผู้ให้เช่าเสนอ (๓) รายละเอียดของอสังหาริมทรัพย์ที่จะเช่า เช่น สภาพของสถานที่บริเวณที่ต้องการใช้พร้อมทั้งภาพถ่าย และราคาค่าเช่าครั้งหลังสุด เป็นต้น (๔) อัตราค่าเช่าของอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีขนาดและสภาพใกล้เคียงกับที่จะเช่า การเช่าอสังหาริมทรัพย์ในส่วนภูมิภาค ให้ขอความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของสถานที่และอัตราค่าเช่าจากอำเภอหรือจังหวัดนั้น ๆ เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย

ข้อ ๘๗

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๘๗ ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องจ่ายเงินค่าเช่าล่วงหน้าในการเช่าอสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์ ให้กระทำได้เฉพาะกรณีการเช่าซึ่งมีระยะเวลาไม่เกิน ๓ ปี ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (๑) การเช่าจากส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ จ่ายได้ไม่เกินร้อยละ ๕๐ ของค่าเช่าทั้งสัญญา (๒) การเช่าจากเอกชนจ่ายได้ไม่เกินร้อยละ ๒๐ ของค่าเช่าทั้งสัญญา การจ่ายเงินค่าเช่าล่วงหน้านอกเหนือจากหลักเกณฑ์ข้างต้นต้องได้รับความเห็นชอบจากประธานกรรมการ ททท. ก่อน

ข้อ ๘๘

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๘๘[๕๐] อสังหาริมทรัพย์ในประเทศ ซึ่งมีอัตราค่าเช่ารวมทั้งค่าบริการอื่นเกี่ยวกับการเช่าตามที่จะกำหนดไว้ในสัญญาไม่เกินเดือนละ ๔๐๐,๐๐๐ บาท หรืออสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ ซึ่งมีอัตราค่าเช่ารวมทั้งค่าบริการอื่นเกี่ยวกับการเช่าตามที่จะกำหนดไว้ในสัญญาไม่เกินเดือนละ ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท ให้ผู้ว่าการเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ กรณีอัตราค่าเช่ารวมทั้งค่าบริการอื่นเกี่ยวกับการเช่าเกินกว่าที่กำหนดตามวรรคหนึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ททท. ก่อน

ข้อ ๘๙

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๘๙[๕๑] การเช่าและการเช่าบริการพื้นที่ชั่วคราว ให้ทำสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือไว้ต่อกันและให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ว่าการที่จะดำเนินการในเรื่องเงื่อนไขของสัญญาหรือข้อตกลงได้เอง เว้นแต่กรณีการเช่าที่ ททท. ต้องเสียเงินอื่นใดนอกจากค่าเช่า หรือในกรณีที่ผู้ว่การเห็นว่าจะมีปัญหาในทางเสียเปรียบหรือไม่รัดกุมพอ ให้ส่งร่างสัญญาให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาก่อน และในกรณีที่จะต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้ดำเนินการตามกฎหมายด้วย สำหรับร่างสัญญาของสำนักงานสาขาในต่างประเทศ ให้ผ่านการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายของประเทศนั้น ๆ หรือของ ททท. การควบคุมและการจำหน่ายพัสดุ การให้ยืม

หมวด ๓
ส่วนที่ ๑

ข้อ ๙๐

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๙๐ การให้ยืมหรือนำพัสดุไปใช้ในกิจการซึ่งมิใช่เพื่อประโยชน์ของ ททท. จะกระทำมิได้

ข้อ ๙๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๙๑[๕๒] การให้ยืมพัสดุประเภทใช้คงรูปหรือการให้ยืมใช้สถานที่ ต้องให้ผู้ยืมทำหลักฐานการยืมเป็นลายลักษณ์อักษร แสดงเหตุผลและกำหนดวันส่งคืน โดยมีหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (๑) การให้หน่วยงานภายนอกยืมพัสดุประเภทใช้คงรูป ผู้ยืมต้องเป็นหัวหน้าของหน่วยงานนั้น ๆ (๒) การให้บุคคลยืมพัสดุประเภทใช้คงรูปไปใช้ภายในสถานที่ทำการของ ททท. จะต้องได้รับอนุมัติจากหัวหน้าหน่วยงานซึ่งรับผิดชอบพัสดุนั้น (๓) การให้ยืมใช้สถานที่ ผู้ยืมต้องเป็นหัวหน้าของหน่วยงานนั้น ๆ หรือเป็นพนักงานของ ททท. ในกรณีให้หน่วยงานภายนอกยืมพัสดุประเภทใช้คงรูป หรือให้บุคคลยืมพัสดุประเภทใช้คงรูป ไปใช้ภายนอกสถานที่ทำการของ ททท. หรือการให้ยืมใช้สถานที่ จะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าการ

ข้อ ๙๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๙๒ ผู้ยืมพัสดุประเภทใช้คงรูปจะต้องนำพัสดุนั้นมาส่งคืนให้ในสภาพที่ใช้การได้เรียบร้อย หากเกิดการชำรุดเสียหาย หรือใช้การไม่ได้ หรือสูญหายไปให้ผู้ยืมจัดการแก้ไขซ่อมแซมให้คงสภาพเดิมโดยเสียค่าใช้จ่ายของตนเอง หรือชดใช้เป็นพัสดุประเภท ชนิด ขนาด ลักษณะ และคุณภาพอย่างเดียวกันหรือชดใช้เป็นเงินตามราคาที่เป็นอยู่ในขณะยืม

ข้อ ๙๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๙๓ การยืมพัสดุประเภทใช้สิ้นเปลืองให้กระทำได้เฉพาะเมื่อส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจผู้ยืมมีความจำเป็นต้องใช้พัสดุนั้นเป็นการรีบด่วน จะดำเนินการจัดหาได้ไม่ทันการ และ ททท. มีพัสดุนั้น ๆ พอที่จะให้ยืมได้โดยไม่เป็นการเสียหายแก่ ททท. และให้มีหลักฐานการยืมเป็นลายลักษณ์อักษร ทั้งนี้ โดยปกติส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจผู้ยืมจะต้องจัดหาพัสดุเป็นประเภท ชนิด และปริมาณเช่นเดียวกันส่งคืนให้แก่ ททท.

ข้อ ๙๔

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๙๔ เมื่อครบกำหนดยืม ผู้ให้ยืมหรือผู้รับหน้าที่แทนมีหน้าที่ติดตามทวงพัสดุที่ให้ยืมไปคืนภายใน ๗ วันนับแต่วันครบกำหนด การควบคุม

ส่วนที่ ๒

ข้อ ๙๕

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๙๕ พัสดุของ ททท. ไม่ว่าจะได้มาด้วยประการใด ให้อยู่ในความควบคุมตามข้อบังคับนี้

ข้อ ๙๖

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๙๖ เมื่อเจ้าหน้าที่พัสดุได้รับมอบพัสดุแล้ว ให้ดำเนินการดังนี้ (๑) ลงบัญชีหรือทะเบียนเพื่อควบคุมพัสดุ แยกเป็นชนิดและแสดงรายการโดยให้มีหลักฐานการรับเข้าบัญชีหรือทะเบียนไว้ประกอบรายการด้วย สำหรับพัสดุประเภทอาหารสด จะลงรายการอาหารสดทุกชนิดในบัญชีเดียวกันก็ได้ (๒) เก็บรักษาพัสดุให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ปลอดภัย และให้ครบถ้วนถูกต้องตรงตามบัญชีหรือทะเบียน

ข้อ ๙๗

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๙๗ การเบิกพัสดุ ให้พนักงานผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้างานขึ้นไปที่ต้องใช้พัสดุนั้นเป็นผู้เบิก และให้หัวหน้างานพัสดุหรือหัวหน้าหน่วยงานซึ่งรับผิดชอบพัสดุเป็นผู้สั่งจ่าย

ข้อ ๙๘

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๙๘ ผู้จ่ายพัสดุต้องตรวจสอบความถูกต้องของใบเบิกและเอกสารประกอบ แล้วลงบัญชีหรือทะเบียนทุกครั้งที่มีการจ่าย และเก็บใบเบิกจ่ายไว้เป็นหลักฐานด้วย

ข้อ ๙๙

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๙๙ ก่อนสิ้นเดือนกันยายนทุกปี ให้ผู้ว่าการแต่งตั้งพนักงานซึ่งไม่ใช่เจ้าหน้าที่พัสดุคนหนึ่งหรือหลายคนตามความจำเป็น เพื่อตรวจสอบการรับจ่ายพัสดุงวดตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ปีก่อน จนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ปีปัจจุบัน และตรวจนับพัสดุคงเหลืออยู่เพียงวันสิ้นงวดนั้น การตรวจสอบตามวรรคหนึ่ง ให้เริ่มดำเนินการในวันเปิดทำการวันแรกของเดือนตุลาคม เป็นต้นไป ว่าการรับจ่ายถูกต้องหรือไม่ พัสดุคงเหลือมีตัวอยู่ตรงตามบัญชีหรือทะเบียนหรือไม่ มีพัสดุใดชำรุด เสื่อมคุณภาพ หรือสูญไป เพราะเหตุใด หรือพัสดุใดไม่จำเป็นต้องใช้งานต่อไป แล้วให้เสนอรายงานผลการตรวจสอบดังกล่าวต่อผู้ว่าการภายใน ๓๐ วันทำการนับแต่วันเริ่มดำเนินการตรวจสอบพัสดุนั้น

ข้อ ๑๐๐

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๐๐[๕๓] สำหรับสำนักงานสาขาทั้งในประเทศและต่างประเทศ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานสาขาจัดให้มีการตรวจสอบการรับจ่ายพัสดุของสำนักงานนั้น โดยให้นำข้อ ๙๙ มาใช้โดยอนุโลม ในกรณีไม่มีพนักงานหรือมีไม่เพียงพอ ผู้อำนวยการสำนักงานสาขาอาจแต่งตั้งลูกจ้าง ของสำนักงานคนหนึ่งหรือหลายคนตามความจำเป็น เพื่อดำเนินการตามวรรคหนึ่งก็ได้

ข้อ ๑๐๑

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๐๑ เมื่อผู้ว่าการได้รับรายงานตามข้อ ๙๙ และข้อ ๑๐๐ แล้ว และปรากฏว่ามีพัสดุชำรุด เสื่อมสภาพ หรือสูญไป หรือไม่จำเป็นต้องใช้งานต่อไป ให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริงขึ้นคณะหนึ่ง โดยให้นำข้อ ๒๔ และข้อ ๒๕ มาใช้โดยอนุโลม สำหรับสำนักงานสาขาในประเทศและต่างประเทศให้ถือปฏิบัติตามข้อ ๒๖ โดยอนุโลม เว้นแต่กรณีที่เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป็นการเสื่อมสภาพเนื่องจากการใช้งานตามปกติหรือสูญไปโดยธรรมชาติ ให้ผู้ว่าการพิจารณาสั่งการให้ดำเนินการจำหน่ายต่อไปได้[๕๔] ถ้าผลการพิจารณาปรากฏว่าจะต้องหาตัวผู้รับผิดด้วย ให้ผู้ว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบสวนหาตัวผู้รับผิดในทางแพ่ง ในกรณีที่เห็นสมควรผู้ว่าการจะสั่งให้คณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริงทำหน้าที่สอบสวนหาตัวผู้รับผิดในทางแพ่งด้วยก็ได้ ให้คณะกรรมการเสนอผลการพิจารณาต่อผู้ว่าการภายใน ๖๐ วันนับแต่วันที่ประธานกรรมการทราบคำสั่งแต่งตั้งกรรมการ แต่ถ้ายังพิจารณาไม่แล้วเสร็จจะขออนุญาตขยายเวลาดำเนินการต่อไปอีกคราวละไม่เกิน ๓๐ วันก็ได้

ข้อ ๑๐๒

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๐๒ เรื่องใดที่ปรากฏตัวผู้ต้องรับผิดโดยชัดแจ้งหรือที่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาตัวผู้รับผิดในทางแพ่งอยู่ก่อนที่จะมีการตรวจสอบพัสดุไม่ต้องดำเนินการตามข้อ ๑๐๑ เฉพาะเรื่องนั้น

ข้อ ๑๐๓

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๐๓ เมื่อปรากฏตัวผู้ต้องรับผิดให้ผู้ว่าการสั่งการภายใน ๔๕ วันนับแต่วันรู้ตัวผู้ต้องรับผิดโดย ชัดแจ้ง หรือวันได้รับรายงานของคณะกรรมการสอบสวน แล้วแต่กรณี ตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (๑) ในกรณีที่สามารถแก้ไขให้คงสภาพเดิมได้ ให้แก้ไขโดยเสียค่าใช้จ่ายของผู้ต้องรับผิดเองภายในกำหนดเวลาอันสมควร (๒) ในกรณีสูญไปหรือไม่สามารถแก้ไขให้คงสภาพเดิมได้ ให้ชดใช้เป็นพัสดุประเภทชนิด ลักษณะ และขนาดอย่างเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันโดยมีสภาพไม่ด้อยไปกว่าพัสดุที่ได้ทำชำรุดเสื่อมสภาพ หรือสูญไปนั้น หรือชดใช้เป็นเงินตามที่ผู้ว่าการกำหนดโดยให้ผู้ต้องรับผิดส่งใช้คืนทั้งหมดภายใน ๓๐ วันนับแต่วันได้รับแจ้ง ในกรณีชดใช้เป็นเงิน ถ้าผู้ต้องรับผิดไม่สามารถส่งใช้คืนภายใน ๓๐ วัน จะผ่อนผันให้ใช้เป็นรายเดือนก็ได้ แต่จะต้องชดใช้ให้เสร็จสิ้นภายใน ๑ ปี หรือภายในระยะเวลาที่ผู้ว่าการเห็นสมควร แล้วแต่กรณี การผ่อนผันดังกล่าวให้ทำสัญญารับสภาพหนี้เป็นหนังสือพร้อมหลักประกันที่เหมาะสมไว้เป็นหลักฐาน (๓) ถ้าผู้ต้องรับผิดคนใดปฏิเสธไม่ยินยอมปฏิบัติตาม (๑) หรือ (๒) หรือไม่ยอมทำสัญญารับสภาพหนี้ ให้ดำเนินคดีต่อไป การจำหน่าย

ส่วนที่ ๓

ข้อ ๑๐๔

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๐๔[๕๕] หลังจากการตรวจสอบแล้ว พัสดุใดหมดความจำเป็นหรือหากใช้งานต่อไปจะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมาก ให้เจ้าหน้าที่พัสดุเสนอรายงานต่อผู้ว่าการเพื่อสั่งการตามวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (๑) ขาย ให้ดำเนินการขายทอดตลาดก่อน แต่ถ้าขายโดยวิธีนี้แล้วไม่ได้ผลดีให้นำวิธีที่กำหนดเกี่ยวกับการซื้อมาใช้โดยอนุโลม เว้นแต่การขายพัสดุครั้งหนึ่งที่มีราคาซื้อหรือได้มารวมกัน ไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท จะขายโดยวิธีตกลงราคาก็ได้ การขายให้แก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ หรือองค์การ สถานสาธารณกุศล สถานพยาบาลของเอกชน หรือสถานศึกษาของเอกชนตามมาตรา ๔๗ (๗) แห่งประมวลรัษฎากร ให้ขายโดยวิธีตกลงราคา (๒) แลกเปลี่ยน ให้ดำเนินการตามวิธีการแลกเปลี่ยนที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้ (๓) โอน ให้โอนแก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ หรือองค์การสถานสาธารณกุศล สถานพยาบาลของเอกชน หรือสถานศึกษาของเอกชนตามมาตรา ๔๗ (๗) แห่งประมวลรัษฎากร ทั้งนี้ ให้มีหลักฐานการส่งมอบไว้ต่อกัน (๔) แปรสภาพหรือทำลาย ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ผู้ว่าการกำหนด การจำหน่ายเป็นสูญ

ข้อ ๑๐๕

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๐๕[๕๖] ในกรณีที่พัสดุสูญไปโดยไม่ปรากฏตัวผู้รับผิดหรือมีตัวผู้รับผิด แต่ไม่สามารถชดใช้ตามข้อ ๑๐๓ หรือมีตัวพัสดุอยู่แต่ไม่สามารถดำเนินการตามข้อ ๑๐๔ ได้ ให้เป็นอำนาจของผู้ว่าการที่จะจำหน่ายพัสดุนั้นเป็นสูญ ทั้งนี้ ต้องมีการบันทึกไว้ในรายงานด้วยว่าได้ผ่านกระบวนการสอบสวนของ ททท. เสร็จสิ้นแล้ว การลงจ่ายออกจากบัญชีหรือทะเบียน

ข้อ ๑๐๖

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๐๖ เมื่อได้ดำเนินการตามข้อ ๑๐๔ หรือข้อ ๑๐๕ แล้ว ให้เจ้าหน้าที่พัสดุลงจ่ายพัสดุนั้นออกจากบัญชีหรือทะเบียนทันที สำหรับพัสดุซึ่งต้องจดทะเบียนตามกฎหมาย ให้แจ้งนายทะเบียนภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดด้วย

ข้อ ๑๐๗

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๐๗[๕๗] ในกรณีที่พัสดุชำรุด เสื่อมคุณภาพ สูญไป ไม่จำเป็นต้องใช้งานต่อไป หรือกรณีมีเหตุอันจำเป็นต้องจำหน่ายพัสดุ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานของ ททท. ก่อนมีการตรวจสอบตามข้อ ๙๙ และข้อ ๑๐๐ ให้ผู้ว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริงขึ้นคณะหนึ่ง และให้นำ ข้อ ๑๐๑ ข้อ ๑๐๒ ข้อ ๑๐๓ ข้อ ๑๐๔ ข้อ ๑๐๕ และข้อ ๑๐๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม บทเฉพาะกาล

หมวด ๔

ข้อ ๑๐๘

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๑๐๘ การพัสดุใดที่อยู่ในระหว่างดำเนินการและยังไม่แล้วเสร็จในวันที่ข้อบังคับนี้ใช้บังคับ ให้ดำเนินการต่อไปตามข้อบังคับ ระเบียบ และคำสั่งเดิม จนกว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จ ประกาศ ณ วันที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ สาวิตต์ โพธิวิหค รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย [เอกสารแนบท้าย] ๑. แบบสัญญาจ้าง ๒. แบบหนังสือค้ำประกัน (หลักประกันซอง) ๓. แบบหนังสือค้ำประกัน (หลักประกันสัญญา) ๔.แบบหนังสือค้ำประกัน (หลักประกันการรับเงินค่าจ้างล่วงหน้า) ๕. แบบหนังสือค้ำประกัน (หลักประกันการรับเงินประกันผลงาน) ๖. แบบสัญญาซื้อขาย ๗. แบบหนังสือค้ำประกัน (หลักประกันซอง) ๘. แบบหนังสือค้ำประกัน (หลักประกันสัญญา) ๙. แบบหนังสือค้ำประกัน (หลักประกันการรับเงินค่าพัสดุล่วงหน้า) ๑๐. แบบสัญญาซื้อขายคอมพิวเตอร์ ๑๑. แบบสัญญาเช่าคอมพิวเตอร์ ๑๒. แบบสัญญาจ้างบริการบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไขคอมพิวเตอร์ ๑๓. แบบสัญญาจ้างผู้เชี่ยวชาญรายบุคคลหรือจ้างบริษัทที่ปรึกษา ๑๔. แบบหนังสือค้ำประกัน (หลักประกันการรับเงินค่าจ้างที่ปรึกษาล่วงหน้า) ๑๕. แบบหนังสือค้ำประกัน (หลักประกันการรับเงินประกันผลงาน) ๑๖. แบบสัญญาจ้างที่ปรึกษาออกแบบและควบคุมงาน ๑๗. แบบสัญญาแลกเปลี่ยน ๑๘. ตัวอย่างบัญชีวัสดุ ๑๙. ตัวอย่างทะเบียนครุภัณฑ์ (ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย) ข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐[๕๘]

บทเฉพาะกาล

ข้อ ๒๖บทเฉพาะกาล

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒๖ การพัสดุใดที่อยู่ในระหว่างดำเนินการและยังไม่แล้วเสร็จในวันที่ข้อบังคับนี้ใช้บังคับให้ดำเนินการต่อไปตามข้อบังคับที่ใช้อยู่เดิมจนกว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จหรือจนกว่าจะดำเนินการตามข้อบังคับนี้ได้ ข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐[๕๙]

ข้อ ๓๑บทเฉพาะกาล

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๓๑ การพัสดุใดที่อยู่ในระหว่างดำเนินการและยังไม่แล้วเสร็จในวันที่ข้อบังคับนี้ใช้บังคับ ให้ดำเนินการต่อไปตามข้อบังคับที่ใช้อยู่เดิมจนกว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จ หรือจนกว่าจะดำเนินการตามข้อบังคับนี้ได้ ข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๐[๖๐]

ข้อ ๒บทเฉพาะกาล

แท็บใหม่ ↗

ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มณฑิตา/ผู้จัดทำ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๕ วิชพงษ์/ผู้ตรวจ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๕ ปวันวิทย์/เพิ่มเติม ๗ กันยายน ๒๕๖๐ ปริญสินีย์/ตรวจ ๕ ตุลาคม ๒๕๖๐ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๒/ตอนพิเศษ ๔๐ ง/หน้า ๑/๑๓ ตุลาคม ๒๕๓๘ [๒] ข้อ ๘/๑ เพิ่มโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐ [๓] ข้อ ๑๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐ [๔] ข้อ ๑๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐ [๕] ข้อ ๑๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐ [๖] ข้อ ๑๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐ [๗] ข้อ ๑๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ [๘] ข้อ ๑๖ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐ [๙] ข้อ ๑๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐ [๑๐] ข้อ ๑๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐ [๑๑] ข้อ ๑๙/๑ เพิ่มโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐ [๑๒] ข้อ ๒๐ วรรคสอง แก้ไขเพิ่มโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐ [๑๓] ข้อ ๒๔ วรรคห้า แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐ [๑๔] ข้อ ๓๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ [๑๕] ข้อ ๓๘ (๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐ [๑๖] ข้อ ๔๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐ [๑๗] ข้อ ๔๒ ทวิ เพิ่มโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ [๑๘] ข้อ ๔๒ ตรี เพิ่มโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ [๑๙] ข้อ ๔๒ จัตวา เพิ่มโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ [๒๐] ข้อ ๔๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ [๒๑] ข้อ ๔๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ [๒๒] ข้อ ๔๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ [๒๓] ข้อ ๔๕/๑ เพิ่มโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐ [๒๔] ข้อ ๔๓ (๓) แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ [๒๕] ข้อ ๔๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ [๒๖] ข้อ ๕๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ [๒๗] ข้อ ๕๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ [๒๘] ข้อ ๕๒ ทวิ เพิ่มโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ [๒๙] ข้อ ๕๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ [๓๐] ข้อ ๕๓ วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐ [๓๑] ข้อ ๕๓ ทวิ เพิ่มโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ [๓๒] ข้อ ๕๓ ตรี เพิ่มโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ [๓๓] ข้อ ๕๓ จัตวา เพิ่มโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ [๓๔] ข้อ ๕๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ [๓๕] ข้อ ๕๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ [๓๖] ข้อ ๖๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ [๓๗] ข้อ ๖๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ [๓๘] ข้อ ๖๔ (๔) แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐ [๓๙] ข้อ ๖๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ [๔๐] ข้อ ๖๖ วรรคสาม แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐ [๔๑] ข้อ ๖๘ (๓) แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ [๔๒] ข้อ ๗๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐ [๔๓] ข้อ ๗๑ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐ [๔๔] ข้อ ๗๒ วรรคสี่ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐ [๔๕] ข้อ ๗๖ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๐ [๔๖] ข้อ ๗๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐ [๔๗] ข้อ ๗๘/๑ เพิ่มโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐ [๔๘] ข้อ ๘๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐ [๔๙] ข้อ ๘๔/๑ เพิ่มโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐ [๕๐] ข้อ ๘๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐ [๕๑] ข้อ ๘๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐ [๕๒] ข้อ ๙๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐ [๕๓] ข้อ ๑๐๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐ [๕๔] ข้อ ๑๐๑ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐ [๕๕] ข้อ ๑๐๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๐ [๕๖] ข้อ ๑๐๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๐ [๕๗]ข้อ ๑๐๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการพัสดุ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๐ [๕๘] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๔/ตอนพิเศษ ๓๔ ง/หน้า ๑/๑๙ พฤษภาคม ๒๕๔๐ [๕๙] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนพิเศษ ๙๗ ง/หน้า ๒๙/๑๕ สิงหาคม ๒๕๕๐ [๖๐] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๒๐๑ ง/หน้า ๗๑/๘ สิงหาคม ๒๕๖๐

ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

วันที่ประกาศบางส่วนนำมาจาก: Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (CC BY 4.0)

สารบัญ

ค้นต่อจากนี้