法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2526) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศ และเครื่องแบบผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. 2497 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
26
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

ฉบับที่ ๒

(พ.ศ. ๒๕๒๖)

ออกตามความในพระราชบัญญัติยศ

และเครื่องแบบผู้บังคับบัญชา

และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน

พ.ศ. ๒๔๙๗[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๔

แห่งพระราชบัญญัติยศ และเครื่องแบบผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน

พ.ศ. ๒๔๙๗ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ให้ยกเลิกกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๔๙๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศ

และเครื่องแบบผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. ๒๔๙๗

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ลักษณะ

ชนิด และประเภทของเครื่องแบบผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน

กับการแต่งเครื่องแบบผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้

เครื่องแบบผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนชาย[๒]

ชนิดของเครื่องแบบ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓[๓] เครื่องแบบผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนชาย

มี ๖ ชนิด

คือ

(๑) เครื่องแบบปกติเสื้อนอกคอแบะสีกากี ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาลสีกากี

(ข) เสื้อนอกคอแบะสีกากี

(ค) กางเกงขายาวแบบปกติสีกากี

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำหรือสีน้ำตาลชนิดผูกเชือก

(๒) เครื่องแบบปกติเสื้อคอพับ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาลสีกากี หมวกทรงอ่อนสีน้ำเงินเข้ม หรือหมวกหนีบสีกากี

(ข) เสื้อคอพับสีกากีหรือสีขาว แขนยาวหรือแขนสั้น

(ค) กางเกงขายาวแบบปกติสีกากี

(ง) เข็มขัดด้ายถักสีกากีหรือสีน้ำเงินเข้ม

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำหรือสีน้ำตาลชนิดผูกเชือก

(๓) เครื่องแบบปกติเสื้อคอแบะปล่อยเอว ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาลสีกากีหรือหมวกหนีบสีกากี

(ข) เสื้อคอแบะปล่อยเอวสีกากี

(ค) กางเกงขายาวแบบปกติสีกากี

(ง) เข็มขัดด้ายถักสีกากีหรือสีน้ำเงินเข้ม

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำหรือสีน้ำตาลชนิดผูกเชือก

(๔) เครื่องแบบฝึก ประกอบด้วย

(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกากีแกมเขียวพรางหรือสีกากีพราง

หมวกทรงอ่อนสีน้ำเงินเข้ม หรือหมวกเหล็กสีกากีแกมเขียวพรางหรือสีกากีพราง

(ข) เสื้อคอเปิดแบบฝึกสีกากีแกมเขียวพรางหรือสีกากีพราง

(ค) กางเกงขายาวแบบฝึกสีกากีแกมเขียวพรางหรือสีกากีพราง

(ง) เข็มขัดด้ายถักสีกากีแกมเขียวหรือสีน้ำเงินเข้ม

(จ) รองเท้าครึ่งน่องหนังสีดำ รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำชนิดผูกเชือกหรือยืดข้างหรือรองเท้าเดินป่า

เครื่องแบบฝึกนี้

เมื่อสวมเสื้อสีใดให้ใช้กางเกงและหมวกเหล็กสีเดียวกัน เมื่อแต่งประกอบเครื่องสนาม

(๕) เครื่องแบบครึ่งยศ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาลสีขาว

(ข) เสื้อนอกคอปิดสีขาว

(ค) กางเกงขายาวแบบปกติสีขาว

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำชนิดผูกเชือก

(๖) เครื่องแบบเต็มยศ มีส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบครึ่งยศตาม

(๕) เว้นแต่กางเกง ให้ใช้กางเกงขายาวแบบปกติสีดำ

และให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ส่วนของเครื่องแบบ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔[๔] หมวกมี ๖ แบบ คือ

(๑) หมวกทรงหม้อตาลสีกากี มีเครื่องประกอบ ดังนี้

(ก) กะบังทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

สำหรับชั้นนายกองตรีและนายกองโท ที่ขอบโค้งของกะบังด้านบนปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์

๑ แถว บนพื้นสักหลาดสีดำ สำหรับชั้นนายกองเอกและนายกองใหญ่ ที่ขอบโค้งของกะบังด้านบนปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์

๒ แถว บนพื้นสักหลาดสีดำ

(ข) สายรัดคางสีดำ กว้าง ๑ เซนติเมตร สำหรับชั้นนายหมวดตรีขึ้นไปทำด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทอง

(ค) ดุมโลหะสีทองดุนเป็นรูปพระนเรศวรทรงช้างขนาดเล็ก

ตรึงปลายสายรัดคางติดที่ข้างหมวกข้างละ ๑ ดุม

(ง) ตราหน้าหมวก เป็นรูปอุณาโลม ประดับด้วยช่อชัยพฤกษ์ มีพระมหามงกุฎครอบอุณาโลม ภายใต้อุณาโลมมีข้อความว่า “ไทยต้องเป็นไทย” สำหรับชั้นนายหมวดตรีขึ้นไป ปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทองเฉพาะอุณาโลมและข้อความให้ปักด้วยไหมสีแดงบนพื้นสักหลาดสีน้ำเงินเข้ม

สำหรับชั้นนายหมู่ใหญ่ลงมา ตราหน้าหมวกทำด้วยโลหะสีทอง

(จ) ผ้าพันหมวก ทำด้วยผ้าหรือสักหลาดสีน้ำเงินเข้ม กว้าง ๔ เซนติเมตร และขลิบด้วยสักหลาดสีเหลืองทอง

กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร เป็นขอบทั้งด้านบนและด้านล่าง สำหรับชั้นนายกองตรีขึ้นไปไม่มีขลิบ

และที่กึ่งกลางมีแถบสีเหลืองทอง กว้าง ๐.๓ เซนติเมตร ๒ แถบ เว้นระยะระหว่างแถบ

๐.๕ เซนติเมตร

(๒) หมวกทรงหม้อตาลสีขาว มีเครื่องประกอบเช่นเดียวกับหมวกตาม (๑) เว้นแต่สายรัดคาง ให้ใช้สายรัดคางสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร

(๓) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกากีแกมเขียวพรางหรือสีกากีพราง ตราหน้าหมวกมีลักษณะเช่นเดียวกับตราหน้าหมวกตาม (๑) (ง) แต่ย่อส่วน สำหรับหมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกากีแกมเขียวพราง

ปักด้วยไหมสีน้ำเงินเข้ม ส่วนหมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกากีพราง ปักด้วยไหมสีเหลืองทองติดตรงกึ่งกลางด้านนอกของหมวก สำหรับชั้นนายหมวดตรีขึ้นไป เฉพาะอุณาโลมและข้อความว่า

“ไทยต้องเป็นไทย” ให้ปักด้วยไหมสีแดง

(๔) หมวกทรงอ่อนสีน้ำเงินเข้ม ด้านซ้ายเหนือขอบหมวกมีตราหน้าหมวกลักษณะเช่นเดียวกับตราหน้าหมวกตาม

(๑) (ง) สำหรับชั้นนายหมวดตรีขึ้นไป ตราหน้าหมวกปักด้วยดิ้นทอง หรือวัตถุเทียมดิ้นทอง หรือปักด้วยไหมสีน้ำเงินเข้ม เฉพาะอุณาโลมและข้อความว่า

“ไทยต้องเป็นไทย” ให้ปักด้วยไหมสีแดง สำหรับตราหน้าหมวกที่ปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทอง

ให้ปักบนแผ่นผ้าสีน้ำเงินเข้ม และตราหน้าหมวกที่ปักด้วยไหมสีน้ำเงินเข้ม ให้ปักบนแผ่นผ้าสีกากีแกมเขียวขนาดกว้าง

๕.๕ เซนติเมตร ยาว ๘ เซนติเมตร สำหรับชั้นนายหมู่ใหญ่ลงมา ตราหน้าหมวกปักด้วยไหมสีน้ำเงินเข้ม

หรือทำด้วยโลหะสีทองขนาดกว้าง ๕.๕ เซนติเมตร ยาว ๘ เซนติเมตร

(๕) หมวกหนีบสีกากี ตอนหน้าและตอนหลังลาดมน มีสาบโดยรอบป้ายเฉียงจากทางด้านหน้าลงไปทางด้านซ้าย และด้านซ้ายเหนือขอบหมวกห่างจากมุมพับด้านหน้า

๔ เซนติเมตร มีตราหน้าหมวกลักษณะเช่นเดียวกับตราหน้าหมวกตาม (๑) (ง) ทำด้วยโลหะขนาดเล็ก

ริมบนของสาบหมวกมีขลิบ กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร ตามชั้นยศ ดังนี้

ชั้นนายหมู่

ขลิบทำด้วยแถบสีน้ำเงิน

ชั้นนายหมวด

ขลิบทำด้วยแถบสีน้ำเงินยกดิ้นทอง

ชั้นนายกองตรีและนายกองโท

ขลิบทำด้วยแถบไหมสีทอง

๑ แถบ

ชั้นนายกองเอกและนายกองใหญ่ ขลิบทำด้วยแถบไหมสีทอง ๒ แถบ

เว้นระยะระหว่างแถบ

๐.๓ เซนติเมตร

(๖) หมวกเหล็กสีกากีแกมเขียวพรางหรือสีกากีพราง มีสายรัดคางสีเดียวกับหมวก กว้าง

๑ เซนติเมตร

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕[๕] เสื้อมี ๕ แบบ คือ

(๑) เสื้อนอกคอแบะสีกากี แบบคอป้าน มีตะเข็บหลัง

๓ ตะเข็บ ตัวเสื้อด้านหน้ามีกระเป๋าบนและล่างข้างละ ๒ กระเป๋า กระเป๋าบนเป็นกระเป๋าปะ

มีปกรูปมนชายกลางแหลม มีแถบกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ตรงกึ่งกลางกระเป๋าตามทางดิ่ง กระเป๋าล่างเป็นกระเป๋าย่าม

มีปกรูปมน ชายกลางแหลม ที่ปกกระเป๋าทั้ง ๔ ขัดดุมชนาดกลาง กระเป๋าละ

๑ ดุม ที่แนวอกเสื้อมีดุมขนาดใหญ่ ๔ ดุม มีอินทรธนูอ่อนขัดดุมขนาดเล็กข้างละ

๑ ดุม ดุมทั้งสิ้นทำด้วยโลหะสีทองดุนเป็นรูปพระนเรศวรทรงช้าง

เมื่อสวมเสื้อนี้

ต้องสวมเสื้อชั้นในคอพับสีขาวแขนยาวและผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสี เสื้อนี้ให้ประดับด้วยเครื่องหมายยศที่ทำด้วยโลหะสีทองบนอินทรธนูอ่อน

เว้นแต่จะกำหนดเป็นอย่างอื่น

(๒) เสื้อนอกคอปิดสีขาว มีตะเข็บหลัง ๔ ตะเข็บ ที่แนวอกเสื้อมีดุมขนาดใหญ่ ๕ ดุม

มีกระเป๋าบนและล่างข้างละ ๒ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะ

กระเป๋าบนมีปกรูปมนชายกลางแหลม ไม่ขัดดุม กระเป๋าล่างไม่มีปก ดุมทั้งสิ้นทำด้วยโลหะสีทองดุนเป็นรูปพระนเรศวรทรงช้าง

(๓) เสื้อคอพับสีกากีหรือสีขาว แขนยาวรัดข้อมือ มีดุมที่ข้อมือข้างละ ๑ ดุม หรือแขนสั้นเพียงศอก

ที่อกเสื้อมีกระเป๋าข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเสื้อ มีแถบกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ตรงกึ่งกลางกระเป๋าตามทางดิ่ง มีปกรูปมนชายกลางแหลม หรือเป็นกระเป๋าเสื้อชนิดไม่มีแถบกลางกระเป๋า และใบปกกระเป๋าเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มุมกระเป๋าและมุมปกกระเป๋าเป็นรูปตัดมนพองาม

ที่ปากกระเป๋าทั้งสองข้างติดดุมข้างละ ๑ ดุม สำหรับขัดใบปกกระเป๋าเสื้อ ตัวเสื้อด้านหน้าผ่าตลอด

มีสาบ กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร

ที่คอและแนวอกเสื้อมีดุม ๕ ดุม มีอินทรธนูอ่อนขัดดุมข้างละ ๑ ดุม ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมกลมแบน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร ทำด้วยวัสดุสีเดียวกับเสื้อ

เมื่อสวมเสื้อนี้ ให้สอดชายเสื้อไว้ในกางเกง ในเวลาที่มิได้บังคับแถวหรือประจำแถว เมื่อสวมเสื้อชนิดแขนยาวจะผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสีด้วยก็ได้

และให้สอดชายผ้าผูกคอไว้ในเสื้อใต้ดุมเม็ดที่ ๒

(๔) เสื้อคอแบะปล่อยเอวสีกากี แบบคอตื้น แขนสั้น ที่แนวอกเสื้อมีดุม ๔ ดุม มีกระเป๋าบนและล่างข้างละ

๒ กระเป๋า กระเป๋าบนเป็นกระเป๋าปะ มีปกมนชายกลางแหลม มีแถบกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ตรงกึ่งกลางกระเป๋าตามทางดิ่ง กระเป๋าล่างเป็นกระเป๋าย่าม มีปกรูปตัดชายมน

ปกกระเป๋าทั้งสี่ข้างขัดดุมข้างละ

๑ ดุม ที่เอวด้านหลังคาดด้วยผ้าสีเดียวกับเสื้อ ขนาดกว้าง ๕ เซนติเมตร ชายเสื้อที่ตะเข็บกลางหลังเปิดไว้ถึงผ้าคาดเอว

มีอินทรธนูอ่อนขัดดุมข้างละ ๑ ดุม ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมกลมแบน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง

๒ เซนติเมตร ทำด้วยวัสดุสีเดียวกับเสื้อ

(๕) เสื้อคอเปิดแบบฝึกสีกากีแกมเขียวพรางหรือสีกากีพราง มี ๒ ชนิด คือ

(ก) เสื้อคอเปิดแบบฝึกสีกากีแกมเขียวพรางหรือสีกากีพรางชนิด

๔ กระเป๋า ตัวเสื้อปล่อยยาวถึงตะโพก ปกเสื้อแบะ มุกปกแหลม ตัวเสื้อด้านหน้าผ่าตลอด

ไม่มีสาบ ที่คอและแนวคอเสื้อมีดุม ๕ ดุม แขนเสื้อยาวรูปทรงกระบอก

ที่ปลายแขนเสื้อทั้งสองตรงด้านในชิดลำตัวติดแผ่นรัดข้อมือ ขนาดกว้าง ๔ เซนติเมตร ห่างจากปลายแขนเสื้อพองาม

ชายเป็นรูปสี่เหลี่ยมชี้ไปด้านหลังขัดดุม ๑ ดุม

ติดกับแขนเสื้อในแนวเดียวกัน มีดุมอีก ๑ ดุม สำหรับรัดปลายแขนเสื้อ ตัวเสื้อด้านหน้า

มีกระเป๋าบนและล่างข้างละ ๒ กระเป๋า กระเป๋าบนเป็นกระเป๋าปะไม่มีแถบ มีปกรูปสี่เหลี่ยม

มุมปกเสมอกัน ขัดดุมตรงกลางปก ๑ ดุม มุมกระเป๋าตัดมนพองาม

กระเป๋าล่างเป็นกระเป๋าย่ามยึดชาย ตัวกระเป๋าพับจีบตรงกลาง

มุมกระเป๋าตัดมนพองาม มีปกรูปสี่เหลี่ยม มุมปกเยื้องเฉียงต่ำไปทางข้างตัวเล็กน้อย ขัดดุม ๒ ดุม ตรงมุมปกด้านล่าง ตัวเสื้อด้านหลังในแนวเอวติดแผ่นรัดเอว

ขนาดกว้าง ๔ เซนติเมตร ยาว ๑๐ เซนติเมตร

๒ แผ่น ชายเป็นรูปสี่เหลี่ยมชี้ไปทางด้านหน้า ขัดดุม ๑ ดุม ติดกับตัวเสื้อและในระดับเดียวกันมีดุมที่ตะเข็บข้างอีกข้างละ

๑ ดุม สำหรับรัดเอว ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมกลมแบน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร ทำด้วยวัสดุสีเดียวกับเสื้อ

เมื่อสวมเสื้อนี้

ให้ปล่อยชายเสื้อไว้นอกกางเกง แต่ในบางโอกาสจะสวมโดยสอดชายเสื้อไว้ในกางเกงก็ได้ หรือจะสวมโดยพับแขนเสื้อทั้งสองขึ้นไว้เหนือศอกก็ได้

(ข) เสื้อคอเปิดแบบฝึกสีกากีแกมเขียวพรางหรือสีกากีพรางชนิด

๒ กระเป๋า ปกเสื้อแบะ มุมปกแหลม ตัวเสื้อด้านหน้าผ่าตลอด ไม่มีสาบ

ที่คอและแนวอกเสื้อมีดุม ๖ ดุม แขนเสื้อยาวรูปทรงกระบอก

ตัวเสื้อด้านหน้ามีกระเป๋าที่อกเสื้อข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าปะไม่มีแถบ มีปกรูปสี่เหลี่ยม

ขัดดุมตรงกลางปกข้างละ ๑ ดุม มุมกระเป๋าด้านล่างและมุมปกกระเป๋าเป็นรูปตัดมนพองาม ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมกลมแบน

ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร ทำด้วยวัสดุสีเดียวกับเสื้อ

เมื่อสวมเสื้อนี้

ให้สอดชายเสื้อไว้ในกางเกง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖[๖] กางเกงมี ๒ แบบ คือ

(๑) กางเกงขายาวแบบปกติสีกากี สีขาว หรือสีดำ ไม่พับปลายขา ปลายขายาวปิดตาตุ่ม

ที่ขอบเอวมีห่วงสำหรับสอดเข็มขัด กว้างไม่เกิน ๑ เซนติเมตร ๗ ห่วง ทำด้วยผ้าสีเดียวกับกางเกง

ที่แนวตะเข็บกางเกงด้านข้างมีกระเป๋าเจาะข้างละ ๑ กระเป๋า และจะมีกระเป๋าหลังเป็นกระเป๋าเจาะก็ได้

(๒) กางเกงขายาวแบบฝึกสีกากีแกมเขียวพรางหรือสีกากีพราง มี ๒ ชนิด คือ

(ก) กางเกงขายาวแบบฝึกสีกากีแกมเขียวพรางหรือสีกากีพรางชนิดกระเป๋าเจาะมีลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวแบบปกติตาม

(๑) เว้นแต่กระเป๋าที่แนวตะเข็บกางเกงด้านข้างเป็นกระเป๋าเจาะ

ปากกระเป๋าเฉียงไม่มีปก ในแนวตะเข็บกางเกงทั้งสองมีกระเป๋าปะยึดชาย ชายล่างของกระเป๋าอยู่เหนือแนวเข่า

ตัวกระเป๋าเป็นรูปสี่เหลี่ยม ตรงกลางพับจีบ ๒ จีบ ชายหน้าและชายล่างเย็บติดกับขากางเกง

ชายหลังจีบพับเพื่อให้ขยายได้ มีปกรูปสี่เหลี่ยม ชายปกด้านบนและด้านหน้าเย็บติดกับขากางเกง

ขัดดุมที่กึ่งกลางปกและมุมปกที่เปิดแห่งละ ๑ ดุม ด้านหลังมีกระเป๋าหลัง ๒ ข้าง เป็นกระเป๋าเจาะมีปกรูปสี่เหลี่ยมขัดดุม

๒ ดุม ตรงมุมปกด้านล่าง

กางเกงชนิดนี้ต้องสวมประกอบกับรองเท้าครึ่งน่องหนังสีดำ

รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำชนิดผูกเชือกหรือยืดข้าง

หรือรองเท้าเดินป่า โดยให้สอดปลายขากางเกงไว้ในรองเท้าและให้ใช้ประกอบกับเสื้อคอเปิดแบบฝึกสีกากีแกมเขียวพรางหรือสีกากีพรางชนิด

๔ กระเป๋า

(ข) กางเกงขายาวแบบฝึกสีกากีแกมเขียวพรางหรือสีกากีพรางชนิดกระเป๋าปะมีลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวแบบปกติตาม

(๑) เว้นแต่กระเป๋าที่แนวตะเข็บกางเกงด้านข้างเป็นกระเป๋าปะ ปากกระเป๋าเฉียงไม่มีปก ด้านหลังมีกระเป๋า

๒ ข้าง เป็นกระเป๋าปะ ชายล่างของกระเป๋าเป็นรูปเหลี่ยม มีปกรูปสี่เหลี่ยมขัดดุม

๑ ดุม

กางเกงชนิดนี้ต้องสวมประกอบกับรองเท้าครึ่งน่องหนังสีดำ หรือรองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำชนิดผูกเชือกหรือยืดข้าง

หรือรองเท้าเดินป่า โดยให้สอดปลายขากางเกงไว้ในรองเท้าและให้ใช้ประกอบกับเสื้อคอเปิดแบบฝึกสีกากีแกมเขียวพรางหรือสีกากีพรางชนิด

๒ กระเป๋า

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗[๗] เข็มขัด ทำด้วยด้ายถักสีกากี

สีกากีแกมเขียว หรือสีน้ำเงินเข้ม กว้าง ๓ เซนติเมตร หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทางนอน

กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ยาว ๕ เซนติเมตร พื้นเกลี้ยง มีรูปเครื่องหมายกองอาสารักษาดินแดนดุนนูนอยู่กึ่งกลางหัวเข็มขัด

เหนือข้อความว่า “รักษาดินแดนยิ่งชีพ” ไม่มีเข็มสำหรับสอดรู

ปลายหุ้มด้วยโลหะสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘[๘] รองเท้ามี ๔ แบบ คือ

(๑) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำหรือสีน้ำตาล ชนิดผูกเชือก

(๒) รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำชนิดผูกเชือกหรือยืดข้าง

(๓) รองเท้าครึ่งน่องหนังสีดำ

(๔) รองเท้าเดินป่า

รองเท้าทุกแบบต้องมีส้น

ไม่มีริ้วและลวดลาย เวลาสวมรองเท้าต้องสวมถุงเท้าสีเดียวกับรองเท้า

เครื่องแบบผู้บังคับบัญชา

และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนหญิง[๙]

ชนิดของเครื่องแบบ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙[๑๐] เครื่องแบบผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนหญิง

มี ๖ ชนิด คือ

(๑) เครื่องแบบปกติเสื้อนอกคอแบะสีกากี ประกอบด้วย

(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีกากี

(ข) เสื้อนอกคอแบะสีกากี

(ค) กระโปรงสีกากี

(ง) ถุงเท้ายาวสีน้ำตาลอ่อน

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำหรือสีน้ำตาล

(๒) เครื่องแบบปกติเสื้อคอพับ ประกอบด้วย

(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีกากี หมวกทรงอ่อนสีน้ำเงินเข้ม หรือหมวกหนีบสีกากี

(ข) เสื้อคอพับสีกากีหรือสีขาว แขนยาวหรือแขนสั้น

(ค) กางเกงขายาวแบบปกติสีกากีหรือกระโปรงสีกากี

(ง) เข็มขัดด้ายถักสีกากีหรือสีน้ำเงินเข้ม

(จ) ถุงเท้าสั้นพับข้อสีเดียวกับรองเท้า

(ฉ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำหรือสีน้ำตาล

(๓) เครื่องแบบปกติเสื้อคอแบะปล่อยเอว ประกอบด้วย

(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีกากีหรือหมวกหนีบสีกากี

(ข) เสื้อคอแบะปล่อยเอวสีกากี แขนยาวหรือแขนสั้น

(ค) กางเกงขายาวแบบปกติสีกากีหรือกระโปรงสีกากี

(ง) ถุงเท้าสั้นพับข้อสีเดียวกับรองเท้า

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำหรือสีน้ำตาล

(๔) เครื่องแบบฝึก มีส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบฝึกของชายตามข้อ ๓ (๔)

(๕) เครื่องแบบครึ่งยศ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาลทรงอ่อนสีขาวหรือหมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีขาว

(ข) เสื้อนอกคอแบะสีขาว

(ค) กระโปรงสีขาว

(ง) ถุงเท้ายาวสีขาว

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ

(๖) เครื่องแบบเต็มยศ มีส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบครึ่งยศตาม

(๕) เว้นแต่กระโปรงให้ใช้กระโปรงสีดำ

และให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ส่วนของเครื่องแบบ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐[๑๑] หมวกมี ๗ แบบ คือ

(๑) หมวกทรงหม้อตาลทรงอ่อนสีกากี มีลักษณะเช่นเดียวกับหมวกทรงหม้อตาลสีกากีของชายตามข้อ

๔ (๑) แต่เป็นทรงอ่อน

(๒) หมวกทรงหม้อตาลทรงอ่อนสีขาว มีลักษณะเช่นเดียวกับหมวกทรงหม้อตาลสีขาวของชายตามข้อ

๔ (๒) แต่เป็นทรงอ่อน

(๓) หมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีกากีหรือสีขาว

มีปีกโดยรอบพอสมควรด้านข้างทั้งสองพับขึ้นเล็กน้อย กึ่งกลางด้านหน้าหมวกมีตราหน้าหมวกลักษณะเช่นเดียวกับตราหน้าหมวกของชายตามข้อ ๔ (๑) (ง) ขนาดพองาม

สำหรับชั้นนายหมวดตรีขึ้นไป มีสายรัดคาง เป็นแถบไหมสีทองที่ปลายทั้ง ๒ ข้าง มีดุมขนาดเล็กข้างละ

๑ ดุม ตราหน้าหมวกปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทอง มีผ้าพันหมวกสีน้ำเงินเข้ม กว้าง ๓ เซนติเมตร

ขลิบด้วยสักหลาดสีเหลืองทอง กว้าง ๐.๔ เซนติเมตร สำหรับชั้นนายกองตรีขึ้นไป

ผ้าพันหมวก กว้าง ๓.๘ เซนติเมตร มีแถบสักหลาดสีเหลืองทอง กว้าง

๐.๔ เซนติเมตร ๒ แถบ พาดกลาง ส่วนชั้นนายหมู่ใหญ่ลงมา ใช้สายรัดคางสีดำติดดุมขนาดเล็กเช่นเดียวกับชั้นนายหมวดตรีขึ้นไป

ตราหน้าหมวกทำด้วยโลหะสีทอง

(๔) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกากีแกมเขียวพรางหรือสีกากีพราง มีลักษณะเช่นเดียวกับหมวกแก๊ปทรงอ่อนของชายตามข้อ

๔ (๓)

(๕) หมวกทรงอ่อนสีน้ำเงินเข้ม มีลักษณะเช่นเดียวกับหมวกทรงอ่อนสีน้ำเงินเข้มของชายตามข้อ

๔ (๔)

(๖) หมวกหนีบสีกากี มีสาบโดยรอบป้ายเฉียงทางด้านหน้าลงไปทางซ้าย รูปหมวกตัดให้เรียวโค้งไปตามศีรษะ

ด้านบนของหมวกมีส่วนขยายจากทางด้านหน้าถึงด้านหลัง ด้านซ้ายห่างจากกึ่งกลางด้านหน้าหมวก

๔ เซนติเมตร มีตราหน้าหมวกลักษณะเช่นเดียวกับตราหน้าหมวกของชายตามข้อ ๔ (๑) (ง) ทำด้วยโลหะขนาดเล็ก

(๗) หมวกเหล็กสีกากีแกมเขียวพรางหรือสีกากีพราง

มีลักษณะเช่นเดียวกับหมวกเหล็กของชายตามข้อ ๔ (๖)

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑[๑๒] เสื้อมี ๔ แบบ คือ

(๑) เสื้อนอกคอแบะสีกากีหรือสีขาวแบบคอป้าน มีตะเข็บหลัง ๓ ตะเข็บ ที่แนวอกเสื้อมีดุมขนาดใหญ่

๓ ดุม มีกระเป๋าล่างข้างละ ๑ กระเป๋า ปากกระเป๋าเจาะเฉียงเล็กน้อย ไม่มีปกกระเป๋าดุม

ทั้งสิ้นทำด้วยโลหะสีทองดุนเป็นรูปพระนเรศวรทรงช้าง

เมื่อสวมเสื้อนี้

ต้องสวมเสื้อชั้นในคอพับสีขาวแขนยาวและผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสี

(๒) เสื้อคอพับสีกากีหรือสีขาว แขนยาวหรือแขนสั้น มีลักษณะและวิธีใช้เช่นเดียวกับเสื้อคอพับของชายตามข้อ ๕ (๓)

(๓) เสื้อคอแบะปล่อยเอวสีกากี ตัวเสื้อด้านหน้าผ่าตลอด ไม่มีสาบ แขนยาวจรดข้อมือหรือแขนสั้นเหนือศอกเล็กน้อย ตลบชายกว้าง ๕ เซนติเมตร

ด้านหน้าเป็นคิ้ว ติดดุม ๓ ดุม มีกระเป๋าล่างข้างละ

๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะเฉียงเล็กน้อย ไม่มีใบปกกระเป๋า มีอินทรธนูอ่อนขัดดุมข้างละ

๑ ดุม ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมกลมแบน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร ทำด้วยวัสดุสีเดียวกับเสื้อ

(๔) เสื้อคอเปิดแบบฝึกสีกากีแกมเขียวพรางหรือสีกากีพราง มีชนิด ลักษณะและวิธีใช้เช่นเดียวกับเสื้อคอเปิดแบบฝึกของชายตามข้อ

๕ (๕)

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒[๑๓] กระโปรงและกางเกง มีดังนี้

(๑) กระโปรงสีกากี สีขาว หรือสีดำ ยาวประมาณครึ่งน่อง มีจีบพับทบตรงกลางด้านหลัง

ชายกระโปรงไม่บาน

(๒) กางเกงขายาวแบบปกติสีกากี มีลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวแบบปกติของชายตามข้อ

๖ (๑)

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓[๑๔] เข็มขัดมี ๒ แบบ คือ

(๑) เข็มขัดด้ายถัก มีลักษณะเช่นเดียวกับเข็มขัดของชายตามข้อ ๗ ใช้คาดทับขอบกระโปรงหรือกางเกง

(๒) เข็มขัดผ้าสีกากี กว้าง ๒.๕ เซนติเมตร หัวเข็มขัดสี่เหลี่ยมหุ้มผ้า

ใช้คาดทับเสื้อคอแบะปล่อยเอวสีกากี

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔[๑๕] ถุงเท้ามี

๒ แบบ คือ

(๑) ถุงเท้าสั้นพับข้อสีเดียวกับรองเท้า

(๒) ถุงเท้ายาวสีขาวหรือสีน้ำตาลอ่อน

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕[๑๖] รองเท้ามี ๔ แบบ คือ

(๑) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำหรือสีน้ำตาล

(๒) รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำชนิดผูกเชือกหรือยืดข้าง

(๓) รองเท้าครึ่งน่องหนังสีดำ

(๔) รองเท้าเดินป่า

รองเท้าทุกแบบต้องมีส้น

ไม่มีริ้วและลวดลาย

อินทรธนู

เครื่องหมายยศ และเครื่องหมายสังกัด

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖[๑๗] อินทรธนูมี ๒

แบบ คือ

(๑) อินทรธนูอ่อน ทำด้วยผ้าชนิดและสีเดียวกับเสื้อ

เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมเรียวจากทางด้านไหล่ไปทางคอ ปลายมน ด้านไหล่ กว้าง ๔ เซนติเมตร

เย็บติดกับเสื้อ ด้านคอ กว้าง ๓ เซนติเมตร ตอนปลายขัดดุม

(๒) อินทรธนูแข็ง ทำด้วยสักหลาดสีน้ำเงินเข้ม

เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้าปลายรวบยาวตามความยาวของบ่า สำหรับชาย กว้าง ๕ เซนติเมตร

สำหรับหญิง กว้าง ๔.๕ เซนติเมตร ที่ตอนปลายติดดุมโลหะสีทองขนาดเล็กดุนเป็นรูปพระนเรศวรทรงช้าง

สำหรับชั้นนายกองตรีและนายกองโทมีดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทอง

ขนาด ๐.๕ เซนติเมตร ปักเป็นขอบ สำหรับชั้นนายกองเอกและนายกองใหญ่

มีดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทองปักเป็นลายถักเต็มแผงอินทรธนูและมีสาบสีน้ำเงินเข้ม

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗[๑๘]

เครื่องหมายยศ มีดังนี้

(๑) ชั้นนายหมู่ ทำด้วยสักหลาดสีน้ำเงินเข้มเป็นขีด กว้าง ๑

เซนติเมตร สำหรับชายยาว ๘ เซนติเมตร สำหรับหญิงยาว ๖ เซนติเมตร

เหนือขีดมีรูปอุณาโลมประดับด้วยช่อชัยพฤกษ์มีพระมหามงกุฎครอบอุณาโลม

ภายใต้อุณาโลมมีข้อความว่า “ไทยต้องเป็นไทย” ปักด้วยไหมสีเดียวกับขีดขนาดพองาม

ตรึงบนแผ่นผ้าสีเดียวกับเสื้อ แผ่นผ้านี้เย็บติดตรงกลางแขนเสื้อด้านนอก

เหนือศอกขวากึ่งกลางระหว่างไหล่กับศอก มีจำนวนขีดตามชั้นยศ คือ

นายหมู่ตรี ๑

ขีด

นายหมู่โท ๒

ขีด

นายหมู่เอก ๓

ขีด

นายหมู่ใหญ่ ๔ ขีด

ในกรณีที่มีขีดมากกว่า ๑ ขีด ให้ติดซ้อนกันขึ้นไปตามส่วนยาวของแขนเสื้อท่อนบน

เว้นระยะระหว่างขีด ๐.๕ เซนติเมตร

(๒) ชั้นนายหมวด ทำด้วยไหมหรือวัตถุเทียมไหมทองเป็นแถบกว้าง

๑.๒ เซนติเมตร ตรึงขวางบนอินทรธนูทั้งสองข้าง เริ่มต้นห่างจากต้นอินทรธนูด้านไหล่

๐.๕ เซนติเมตร มีดาวรูปดอกพิกุล ๑ ดาว ติดเหนือแถบบนสุดห่างจากแถบ ๑ เซนติเมตร

มีจำนวนแถบตามชั้นยศ คือ

นายหมวดตรี ๑

แถบ

นายหมวดโท ๒

แถบ

นายหมวดเอก ๓

แถบ

ในกรณีที่มีแถบมากกว่า ๑ แถบ ให้ติดเรียงกันขึ้นไปทางด้านคอ

เว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร

(๓) ชั้นนายกอง ทำด้วยโลหะสีทองเป็นช่อชัยพฤกษ์โอบง้าวไขว้

ดาวรูปดอกพิกุลและพระมหามงกุฎมีรัศมี ประดับบนอินทรธนูทั้งสองข้าง

ให้พระมหามงกุฎครอบดาวดวงบนให้ยอดพระมหามงกุฎอยู่ทางด้านคอและช่อชัยพฤกษ์อยู่ใต้ดาว

ห่างจากอินทรธนูด้านไหล่ ๐.๕ เซนติเมตร มีจำนวนดาวตามชั้นยศ คือ

นายกองตรี ๒

ดาว เรียงตามยาวของอินทรธนู

นายกองโท ๓

ดาว เรียงเป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่าให้ด้านฐานอยู่ด้านไหล่

นายกองเอก ๔

ดาว เรียงเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนให้มุมแหลมวางตามยาวของอินทรธนู

นายกองใหญ่ ๕

ดาว เรียงเป็นรูปวงกลม

ให้มีเครื่องหมายยศตาม (๒) และ (๓) ขนาดย่อส่วน

ทำด้วยไหมหรือวัตถุเทียมไหมทองหรือโลหะสีทอง ประดับบนอินทรธนูอ่อนสำหรับเครื่องแบบปกติเสื้อคอพับและเครื่องแบบปกติเสื้อคอแบะปล่อยเอว”

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

เครื่องหมายยศสำหรับเครื่องแบบฝึก

(๑) ชั้นนายหมู่ใหญ่ลงมาใช้เครื่องหมายยศตามข้อ ๑๗ (๑)

(๒) ชั้นนายหมวดตรีขึ้นไปใช้เครื่องหมายยศตามข้อ ๑๗ (๒) และ

(๓) แล้วแต่กรณี มีขนาดย่อส่วน ปักด้วยไหมสีน้ำเงินเข้มติดที่ปกคอเสื้อข้างขวา

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

เครื่องหมายสังกัด ให้มีดังนี้

(๑) เครื่องหมายสังกัดกองบัญชาการกองอาสารักษาดินแดน

กองบังคับการภาคและกองบังคับการจังหวัด ทำด้วยโลหะสีทอง

เป็นรูปง้าวไขว้อยู่ใต้พระมหามงกุฎมีรัศมีครอบอุณาโลมล้อมด้วยลายช่อชัยพฤกษ์

ติดที่ปกคอเสื้อทั้งสองข้าง

(๒) เครื่องหมายสังกัดกองร้อย

ทำด้วยโลหะสีทองเป็นตัวอักษรย่อชื่อจังหวัดและเลขที่กองร้อยติดที่ปกคอเสื้อข้างซ้าย

และอักษร “อส.” ติดที่ปกคอเสื้อข้างขวา

เฉพาะเครื่องแบบฝึก เครื่องหมายสังกัด ให้ปักด้วยไหมสีน้ำเงิน

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ เครื่องหมายสังกัดสำหรับผู้บังคับบัญชา

และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนที่พ้นจากตำแหน่ง ให้ใช้อักษร “นก”

ติดที่ปกคอเสื้อข้างขวาและเครื่องหมายตามข้อ ๑๙ (๑) ติดที่ปกคอเสื้อข้างซ้าย

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

เครื่องหมายสังกัดสำหรับผู้ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งยศเป็นกรณีพิเศษหรือผู้ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งยศเป็นกรณีพิเศษให้ใช้เครื่องหมายสังกัดตามข้อ

๑๙ (๑)

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

ชั้นนายกอง ให้ใช้เครื่องหมายตามข้อ (๑๙) (๑) เว้นแต่มีรูปพระนเรศวรทรงช้าง

ดุนนูนในโล่ห์อยู่กึ่งกลางช่อชัยพฤกษ์

การแต่งเครื่องแบบ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ในเวลาแต่งเครื่องแบบ ห้ามมิให้ใช้สิ่งอื่นใดติดหรือทับเครื่องแบบนอกจากเครื่องหมายที่ทางราชการอนุญาต

เพื่อประโยชน์ในการฝึกและการปฏิบัติราชการสนาม

หรือเพื่อความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ การจะใช้เครื่องประกอบเครื่องแบบให้เป็นไปตามที่ผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดนกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ผู้บัญชาการกองอาสารักษาดินแดน

จะสั่งให้ผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนแต่งเครื่องแบบประเภทใด

ใช้ หรืองดใช้เครื่องแบบหรือส่วนประกอบของเครื่องแบบชนิดใด ในกรณีใด

หรือในโอกาสใดตามความเหมาะสมแก่พฤติการณ์ก็ได้

เบ็ดเตล็ด

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน

ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

หรือได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ

ให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์นั้น ๆ เมื่อแต่งเครื่องแบบเต็มยศหรือเมื่อมีหมายกำหนดการ

ในโอกาสอื่น ให้ใช้แพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์นั้น ๆ

ทำเป็นแผ่นกว้างไม่เกิน ๑.๕ เซนติเมตร ติดที่อกเสื้อเบื้องซ้ายเหนือกระเป๋าบน

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

ให้กระทรวงมหาดไทยจัดทำหรือเขียนรูปตัวอย่างเครื่องแบบตามกฎกระทรวงนี้ขึ้นไว้เป็นมาตรฐาน

ให้ไว้ ณ วันที่ ๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๖

พลเอก สิทธิ

จิรโรจน์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

โดยที่เครื่องหมายยศ และเครื่องแบบของผู้บังคับบัญชา

และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนได้ประกาศใช้มานานแล้ว ไม่เหมาะสมกับภาวะการณ์ในปัจจุบัน

สมควรปรับปรุงให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

กฎกระทรวง ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๓๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศ

และเครื่องแบบผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน

พ.ศ. ๒๔๙๗[๑๙]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เครื่องแบบผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนที่ใช้อยู่ในปัจจุบันยังไม่เหมาะสม

สมควรแก้ไขปรับปรุงให้สะดวกและเหมาะสมสำหรับการปฏิบัติงานและเป็นการประหยัดยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๖๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศ

และเครื่องแบบผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน

พ.ศ. ๒๔๙๗[๒๐]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เครื่องแบบผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนที่ใช้อยู่ในปัจจุบันยังไม่เหมาะสมในการปฏิบัติงาน

และยังไม่มีการกำหนดเครื่องแบบสำหรับเข้าร่วมพิธีการ สมควรแก้ไขเพิ่มเติมเครื่องแบบดังกล่าว

เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและมีความเหมาะสมสำหรับการปฏิบัติงาน

ตลอดจนมีรูปแบบตามหลักนิยมและแบบธรรมเนียมการแต่งตัวเครื่องแบบเข้าร่วมงานพิธีการเช่นเดียวกับหน่วยงานอื่น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

วสุ/ผู้จัดทำ

๑๙ พฤศจิกายน

๒๕๕๒

พัสสน/ผู้จัดทำ

๙ ธันวาคม ๒๕๕๓

พัชรภรณ์/เพิ่มเติม

๒๑ กุมภาพันธ์

๒๕๖๓

สุภาทิพย์/ตรวจ

๖ มกราคม ๒๕๖๔

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๐/ตอนที่ ๑๓๐/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๕ สิงหาคม ๒๕๒๖

[๒] ส่วนที่ ๑ เครื่องแบบผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนชาย

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ถึง ข้อ ๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๖๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศ

และเครื่องแบบผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. ๒๔๙๗

[๓] ข้อ ๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๖๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศ

และเครื่องแบบผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. ๒๔๙๗

[๔] ข้อ ๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๖๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศ

และเครื่องแบบผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. ๒๔๙๗

[๕] ข้อ ๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๖๓)

ออกตามความในพระราชบัญญัติยศ และเครื่องแบบผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน

พ.ศ. ๒๔๙๗

[๖] ข้อ ๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๖๓)

ออกตามความในพระราชบัญญัติยศ และเครื่องแบบผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน

พ.ศ. ๒๔๙๗

[๗] ข้อ ๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๖๓)

ออกตามความในพระราชบัญญัติยศ และเครื่องแบบผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน

พ.ศ. ๒๔๙๗

[๘] ข้อ ๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๖๓)

ออกตามความในพระราชบัญญัติยศ และเครื่องแบบผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน

พ.ศ. ๒๔๙๗

[๙] ส่วนที่ ๒ เครื่องแบบผู้บังคับบัญชา

และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนหญิง ข้อ ๙ ถึง ข้อ ๑๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๖๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศ

และเครื่องแบบผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. ๒๔๙๗

[๑๐] ข้อ

๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ.

๒๕๖๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศ และเครื่องแบบผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน

พ.ศ. ๒๔๙๗

[๑๑] ข้อ ๑๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๖๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศ

และเครื่องแบบผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. ๒๔๙๗

[๑๒] ข้อ ๑๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๖๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศ

และเครื่องแบบผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. ๒๔๙๗

[๑๓] ข้อ ๑๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๖๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศ

และเครื่องแบบผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. ๒๔๙๗

[๑๔] ข้อ

๑๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ.

๒๕๖๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศ และเครื่องแบบผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน

พ.ศ. ๒๔๙๗

[๑๕] ข้อ

๑๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ.

๒๕๖๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศ และเครื่องแบบผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน

พ.ศ. ๒๔๙๗

[๑๖] ข้อ

๑๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ.

๒๕๖๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศ และเครื่องแบบผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน

พ.ศ. ๒๔๙๗

[๑๗] ข้อ ๑๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๓๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศ

และเครื่องแบบผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. ๒๔๙๗

[๑๘] ข้อ ๑๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๓๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศ

และเครื่องแบบผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. ๒๔๙๗

[๑๙]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๕/ตอนที่ ๒๒/หน้า ๕/๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๑

[๒๐] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๗/ตอนที่ ๘ ก/หน้า ๒๑/๒๙ มกราคม ๒๕๖๓

26 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2526) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศ และเครื่องแบบผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน พ.ศ. 2497 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_af4b4708ccff75e6

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com