ข้อ ๔[๔] หมวกมี ๖ แบบ คือ
(๑) หมวกทรงหม้อตาลสีกากี มีเครื่องประกอบ ดังนี้
(ก) กะบังทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ
สำหรับชั้นนายกองตรีและนายกองโท ที่ขอบโค้งของกะบังด้านบนปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์
๑ แถว บนพื้นสักหลาดสีดำ สำหรับชั้นนายกองเอกและนายกองใหญ่ ที่ขอบโค้งของกะบังด้านบนปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์
๒ แถว บนพื้นสักหลาดสีดำ
(ข) สายรัดคางสีดำ กว้าง ๑ เซนติเมตร สำหรับชั้นนายหมวดตรีขึ้นไปทำด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทอง
(ค) ดุมโลหะสีทองดุนเป็นรูปพระนเรศวรทรงช้างขนาดเล็ก
ตรึงปลายสายรัดคางติดที่ข้างหมวกข้างละ ๑ ดุม
(ง) ตราหน้าหมวก เป็นรูปอุณาโลม ประดับด้วยช่อชัยพฤกษ์ มีพระมหามงกุฎครอบอุณาโลม ภายใต้อุณาโลมมีข้อความว่า ไทยต้องเป็นไทย สำหรับชั้นนายหมวดตรีขึ้นไป ปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทองเฉพาะอุณาโลมและข้อความให้ปักด้วยไหมสีแดงบนพื้นสักหลาดสีน้ำเงินเข้ม
สำหรับชั้นนายหมู่ใหญ่ลงมา ตราหน้าหมวกทำด้วยโลหะสีทอง
(จ) ผ้าพันหมวก ทำด้วยผ้าหรือสักหลาดสีน้ำเงินเข้ม กว้าง ๔ เซนติเมตร และขลิบด้วยสักหลาดสีเหลืองทอง
กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร เป็นขอบทั้งด้านบนและด้านล่าง สำหรับชั้นนายกองตรีขึ้นไปไม่มีขลิบ
และที่กึ่งกลางมีแถบสีเหลืองทอง กว้าง ๐.๓ เซนติเมตร ๒ แถบ เว้นระยะระหว่างแถบ
๐.๕ เซนติเมตร
(๒) หมวกทรงหม้อตาลสีขาว มีเครื่องประกอบเช่นเดียวกับหมวกตาม (๑) เว้นแต่สายรัดคาง ให้ใช้สายรัดคางสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร
(๓) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกากีแกมเขียวพรางหรือสีกากีพราง ตราหน้าหมวกมีลักษณะเช่นเดียวกับตราหน้าหมวกตาม (๑) (ง) แต่ย่อส่วน สำหรับหมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกากีแกมเขียวพราง
ปักด้วยไหมสีน้ำเงินเข้ม ส่วนหมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกากีพราง ปักด้วยไหมสีเหลืองทองติดตรงกึ่งกลางด้านนอกของหมวก สำหรับชั้นนายหมวดตรีขึ้นไป เฉพาะอุณาโลมและข้อความว่า
ไทยต้องเป็นไทย ให้ปักด้วยไหมสีแดง
(๔) หมวกทรงอ่อนสีน้ำเงินเข้ม ด้านซ้ายเหนือขอบหมวกมีตราหน้าหมวกลักษณะเช่นเดียวกับตราหน้าหมวกตาม
(๑) (ง) สำหรับชั้นนายหมวดตรีขึ้นไป ตราหน้าหมวกปักด้วยดิ้นทอง หรือวัตถุเทียมดิ้นทอง หรือปักด้วยไหมสีน้ำเงินเข้ม เฉพาะอุณาโลมและข้อความว่า
ไทยต้องเป็นไทย ให้ปักด้วยไหมสีแดง สำหรับตราหน้าหมวกที่ปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทอง
ให้ปักบนแผ่นผ้าสีน้ำเงินเข้ม และตราหน้าหมวกที่ปักด้วยไหมสีน้ำเงินเข้ม ให้ปักบนแผ่นผ้าสีกากีแกมเขียวขนาดกว้าง
๕.๕ เซนติเมตร ยาว ๘ เซนติเมตร สำหรับชั้นนายหมู่ใหญ่ลงมา ตราหน้าหมวกปักด้วยไหมสีน้ำเงินเข้ม
หรือทำด้วยโลหะสีทองขนาดกว้าง ๕.๕ เซนติเมตร ยาว ๘ เซนติเมตร
(๕) หมวกหนีบสีกากี ตอนหน้าและตอนหลังลาดมน มีสาบโดยรอบป้ายเฉียงจากทางด้านหน้าลงไปทางด้านซ้าย และด้านซ้ายเหนือขอบหมวกห่างจากมุมพับด้านหน้า
๔ เซนติเมตร มีตราหน้าหมวกลักษณะเช่นเดียวกับตราหน้าหมวกตาม (๑) (ง) ทำด้วยโลหะขนาดเล็ก
ริมบนของสาบหมวกมีขลิบ กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร ตามชั้นยศ ดังนี้
ชั้นนายหมู่
ขลิบทำด้วยแถบสีน้ำเงิน
ชั้นนายหมวด
ขลิบทำด้วยแถบสีน้ำเงินยกดิ้นทอง
ชั้นนายกองตรีและนายกองโท
ขลิบทำด้วยแถบไหมสีทอง
๑ แถบ
ชั้นนายกองเอกและนายกองใหญ่ ขลิบทำด้วยแถบไหมสีทอง ๒ แถบ
เว้นระยะระหว่างแถบ
๐.๓ เซนติเมตร
(๖) หมวกเหล็กสีกากีแกมเขียวพรางหรือสีกากีพราง มีสายรัดคางสีเดียวกับหมวก กว้าง
๑ เซนติเมตร
ข้อ ๕[๕] เสื้อมี ๕ แบบ คือ
(๑) เสื้อนอกคอแบะสีกากี แบบคอป้าน มีตะเข็บหลัง
๓ ตะเข็บ ตัวเสื้อด้านหน้ามีกระเป๋าบนและล่างข้างละ ๒ กระเป๋า กระเป๋าบนเป็นกระเป๋าปะ
มีปกรูปมนชายกลางแหลม มีแถบกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ตรงกึ่งกลางกระเป๋าตามทางดิ่ง กระเป๋าล่างเป็นกระเป๋าย่าม
มีปกรูปมน ชายกลางแหลม ที่ปกกระเป๋าทั้ง ๔ ขัดดุมชนาดกลาง กระเป๋าละ
๑ ดุม ที่แนวอกเสื้อมีดุมขนาดใหญ่ ๔ ดุม มีอินทรธนูอ่อนขัดดุมขนาดเล็กข้างละ
๑ ดุม ดุมทั้งสิ้นทำด้วยโลหะสีทองดุนเป็นรูปพระนเรศวรทรงช้าง
เมื่อสวมเสื้อนี้
ต้องสวมเสื้อชั้นในคอพับสีขาวแขนยาวและผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสี เสื้อนี้ให้ประดับด้วยเครื่องหมายยศที่ทำด้วยโลหะสีทองบนอินทรธนูอ่อน
เว้นแต่จะกำหนดเป็นอย่างอื่น
(๒) เสื้อนอกคอปิดสีขาว มีตะเข็บหลัง ๔ ตะเข็บ ที่แนวอกเสื้อมีดุมขนาดใหญ่ ๕ ดุม
มีกระเป๋าบนและล่างข้างละ ๒ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะ
กระเป๋าบนมีปกรูปมนชายกลางแหลม ไม่ขัดดุม กระเป๋าล่างไม่มีปก ดุมทั้งสิ้นทำด้วยโลหะสีทองดุนเป็นรูปพระนเรศวรทรงช้าง
(๓) เสื้อคอพับสีกากีหรือสีขาว แขนยาวรัดข้อมือ มีดุมที่ข้อมือข้างละ ๑ ดุม หรือแขนสั้นเพียงศอก
ที่อกเสื้อมีกระเป๋าข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเสื้อ มีแถบกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ตรงกึ่งกลางกระเป๋าตามทางดิ่ง มีปกรูปมนชายกลางแหลม หรือเป็นกระเป๋าเสื้อชนิดไม่มีแถบกลางกระเป๋า และใบปกกระเป๋าเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มุมกระเป๋าและมุมปกกระเป๋าเป็นรูปตัดมนพองาม
ที่ปากกระเป๋าทั้งสองข้างติดดุมข้างละ ๑ ดุม สำหรับขัดใบปกกระเป๋าเสื้อ ตัวเสื้อด้านหน้าผ่าตลอด
มีสาบ กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร
ที่คอและแนวอกเสื้อมีดุม ๕ ดุม มีอินทรธนูอ่อนขัดดุมข้างละ ๑ ดุม ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมกลมแบน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร ทำด้วยวัสดุสีเดียวกับเสื้อ
เมื่อสวมเสื้อนี้ ให้สอดชายเสื้อไว้ในกางเกง ในเวลาที่มิได้บังคับแถวหรือประจำแถว เมื่อสวมเสื้อชนิดแขนยาวจะผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสีด้วยก็ได้
และให้สอดชายผ้าผูกคอไว้ในเสื้อใต้ดุมเม็ดที่ ๒
(๔) เสื้อคอแบะปล่อยเอวสีกากี แบบคอตื้น แขนสั้น ที่แนวอกเสื้อมีดุม ๔ ดุม มีกระเป๋าบนและล่างข้างละ
๒ กระเป๋า กระเป๋าบนเป็นกระเป๋าปะ มีปกมนชายกลางแหลม มีแถบกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ตรงกึ่งกลางกระเป๋าตามทางดิ่ง กระเป๋าล่างเป็นกระเป๋าย่าม มีปกรูปตัดชายมน
ปกกระเป๋าทั้งสี่ข้างขัดดุมข้างละ
๑ ดุม ที่เอวด้านหลังคาดด้วยผ้าสีเดียวกับเสื้อ ขนาดกว้าง ๕ เซนติเมตร ชายเสื้อที่ตะเข็บกลางหลังเปิดไว้ถึงผ้าคาดเอว
มีอินทรธนูอ่อนขัดดุมข้างละ ๑ ดุม ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมกลมแบน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง
๒ เซนติเมตร ทำด้วยวัสดุสีเดียวกับเสื้อ
(๕) เสื้อคอเปิดแบบฝึกสีกากีแกมเขียวพรางหรือสีกากีพราง มี ๒ ชนิด คือ
(ก) เสื้อคอเปิดแบบฝึกสีกากีแกมเขียวพรางหรือสีกากีพรางชนิด
๔ กระเป๋า ตัวเสื้อปล่อยยาวถึงตะโพก ปกเสื้อแบะ มุกปกแหลม ตัวเสื้อด้านหน้าผ่าตลอด
ไม่มีสาบ ที่คอและแนวคอเสื้อมีดุม ๕ ดุม แขนเสื้อยาวรูปทรงกระบอก
ที่ปลายแขนเสื้อทั้งสองตรงด้านในชิดลำตัวติดแผ่นรัดข้อมือ ขนาดกว้าง ๔ เซนติเมตร ห่างจากปลายแขนเสื้อพองาม
ชายเป็นรูปสี่เหลี่ยมชี้ไปด้านหลังขัดดุม ๑ ดุม
ติดกับแขนเสื้อในแนวเดียวกัน มีดุมอีก ๑ ดุม สำหรับรัดปลายแขนเสื้อ ตัวเสื้อด้านหน้า
มีกระเป๋าบนและล่างข้างละ ๒ กระเป๋า กระเป๋าบนเป็นกระเป๋าปะไม่มีแถบ มีปกรูปสี่เหลี่ยม
มุมปกเสมอกัน ขัดดุมตรงกลางปก ๑ ดุม มุมกระเป๋าตัดมนพองาม
กระเป๋าล่างเป็นกระเป๋าย่ามยึดชาย ตัวกระเป๋าพับจีบตรงกลาง
มุมกระเป๋าตัดมนพองาม มีปกรูปสี่เหลี่ยม มุมปกเยื้องเฉียงต่ำไปทางข้างตัวเล็กน้อย ขัดดุม ๒ ดุม ตรงมุมปกด้านล่าง ตัวเสื้อด้านหลังในแนวเอวติดแผ่นรัดเอว
ขนาดกว้าง ๔ เซนติเมตร ยาว ๑๐ เซนติเมตร
๒ แผ่น ชายเป็นรูปสี่เหลี่ยมชี้ไปทางด้านหน้า ขัดดุม ๑ ดุม ติดกับตัวเสื้อและในระดับเดียวกันมีดุมที่ตะเข็บข้างอีกข้างละ
๑ ดุม สำหรับรัดเอว ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมกลมแบน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร ทำด้วยวัสดุสีเดียวกับเสื้อ
เมื่อสวมเสื้อนี้
ให้ปล่อยชายเสื้อไว้นอกกางเกง แต่ในบางโอกาสจะสวมโดยสอดชายเสื้อไว้ในกางเกงก็ได้ หรือจะสวมโดยพับแขนเสื้อทั้งสองขึ้นไว้เหนือศอกก็ได้
(ข) เสื้อคอเปิดแบบฝึกสีกากีแกมเขียวพรางหรือสีกากีพรางชนิด
๒ กระเป๋า ปกเสื้อแบะ มุมปกแหลม ตัวเสื้อด้านหน้าผ่าตลอด ไม่มีสาบ
ที่คอและแนวอกเสื้อมีดุม ๖ ดุม แขนเสื้อยาวรูปทรงกระบอก
ตัวเสื้อด้านหน้ามีกระเป๋าที่อกเสื้อข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าปะไม่มีแถบ มีปกรูปสี่เหลี่ยม
ขัดดุมตรงกลางปกข้างละ ๑ ดุม มุมกระเป๋าด้านล่างและมุมปกกระเป๋าเป็นรูปตัดมนพองาม ดุมทั้งสิ้นใช้ดุมกลมแบน
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ เซนติเมตร ทำด้วยวัสดุสีเดียวกับเสื้อ
เมื่อสวมเสื้อนี้
ให้สอดชายเสื้อไว้ในกางเกง
ข้อ ๖[๖] กางเกงมี ๒ แบบ คือ
(๑) กางเกงขายาวแบบปกติสีกากี สีขาว หรือสีดำ ไม่พับปลายขา ปลายขายาวปิดตาตุ่ม
ที่ขอบเอวมีห่วงสำหรับสอดเข็มขัด กว้างไม่เกิน ๑ เซนติเมตร ๗ ห่วง ทำด้วยผ้าสีเดียวกับกางเกง
ที่แนวตะเข็บกางเกงด้านข้างมีกระเป๋าเจาะข้างละ ๑ กระเป๋า และจะมีกระเป๋าหลังเป็นกระเป๋าเจาะก็ได้
(๒) กางเกงขายาวแบบฝึกสีกากีแกมเขียวพรางหรือสีกากีพราง มี ๒ ชนิด คือ
(ก) กางเกงขายาวแบบฝึกสีกากีแกมเขียวพรางหรือสีกากีพรางชนิดกระเป๋าเจาะมีลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวแบบปกติตาม
(๑) เว้นแต่กระเป๋าที่แนวตะเข็บกางเกงด้านข้างเป็นกระเป๋าเจาะ
ปากกระเป๋าเฉียงไม่มีปก ในแนวตะเข็บกางเกงทั้งสองมีกระเป๋าปะยึดชาย ชายล่างของกระเป๋าอยู่เหนือแนวเข่า
ตัวกระเป๋าเป็นรูปสี่เหลี่ยม ตรงกลางพับจีบ ๒ จีบ ชายหน้าและชายล่างเย็บติดกับขากางเกง
ชายหลังจีบพับเพื่อให้ขยายได้ มีปกรูปสี่เหลี่ยม ชายปกด้านบนและด้านหน้าเย็บติดกับขากางเกง
ขัดดุมที่กึ่งกลางปกและมุมปกที่เปิดแห่งละ ๑ ดุม ด้านหลังมีกระเป๋าหลัง ๒ ข้าง เป็นกระเป๋าเจาะมีปกรูปสี่เหลี่ยมขัดดุม
๒ ดุม ตรงมุมปกด้านล่าง
กางเกงชนิดนี้ต้องสวมประกอบกับรองเท้าครึ่งน่องหนังสีดำ
รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำชนิดผูกเชือกหรือยืดข้าง
หรือรองเท้าเดินป่า โดยให้สอดปลายขากางเกงไว้ในรองเท้าและให้ใช้ประกอบกับเสื้อคอเปิดแบบฝึกสีกากีแกมเขียวพรางหรือสีกากีพรางชนิด
๔ กระเป๋า
(ข) กางเกงขายาวแบบฝึกสีกากีแกมเขียวพรางหรือสีกากีพรางชนิดกระเป๋าปะมีลักษณะเช่นเดียวกับกางเกงขายาวแบบปกติตาม
(๑) เว้นแต่กระเป๋าที่แนวตะเข็บกางเกงด้านข้างเป็นกระเป๋าปะ ปากกระเป๋าเฉียงไม่มีปก ด้านหลังมีกระเป๋า
๒ ข้าง เป็นกระเป๋าปะ ชายล่างของกระเป๋าเป็นรูปเหลี่ยม มีปกรูปสี่เหลี่ยมขัดดุม
๑ ดุม
กางเกงชนิดนี้ต้องสวมประกอบกับรองเท้าครึ่งน่องหนังสีดำ หรือรองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำชนิดผูกเชือกหรือยืดข้าง
หรือรองเท้าเดินป่า โดยให้สอดปลายขากางเกงไว้ในรองเท้าและให้ใช้ประกอบกับเสื้อคอเปิดแบบฝึกสีกากีแกมเขียวพรางหรือสีกากีพรางชนิด
๒ กระเป๋า
ข้อ ๗[๗] เข็มขัด ทำด้วยด้ายถักสีกากี
สีกากีแกมเขียว หรือสีน้ำเงินเข้ม กว้าง ๓ เซนติเมตร หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทางนอน
กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ยาว ๕ เซนติเมตร พื้นเกลี้ยง มีรูปเครื่องหมายกองอาสารักษาดินแดนดุนนูนอยู่กึ่งกลางหัวเข็มขัด
เหนือข้อความว่า รักษาดินแดนยิ่งชีพ ไม่มีเข็มสำหรับสอดรู
ปลายหุ้มด้วยโลหะสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร
ข้อ ๘[๘] รองเท้ามี ๔ แบบ คือ
(๑) รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำหรือสีน้ำตาล ชนิดผูกเชือก
(๒) รองเท้าหุ้มข้อหนังสีดำชนิดผูกเชือกหรือยืดข้าง
(๓) รองเท้าครึ่งน่องหนังสีดำ
(๔) รองเท้าเดินป่า
รองเท้าทุกแบบต้องมีส้น
ไม่มีริ้วและลวดลาย เวลาสวมรองเท้าต้องสวมถุงเท้าสีเดียวกับรองเท้า
เครื่องแบบผู้บังคับบัญชา
และเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดนหญิง[๙]
ชนิดของเครื่องแบบ
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).