ข้อ ๕๓
ในการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ ให้องค์คณะวินิจฉัยมีคำวินิจฉัยไม่รับเรื่องร้องทุกข์ไว้พิจารณาตามข้อ
๔๓ (๑) หรือมีคำวินิจฉัยเป็นอย่างอื่น ดังนี้ ยกคำร้องทุกข์
หรือมีคำวินิจฉัยให้แก้ไขหรือยกเลิกคำสั่ง
และให้เยียวยาความเสียหายให้ผู้ร้องทุกข์ หรือให้ดำเนินการอื่นใด
เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมตามระเบียบที่ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร กำหนด
ข้อ ๕๔
คำวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ขององค์คณะวินิจฉัย ให้นำความในข้อ ๑๖ หมวด ๑
มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ในกรณีที่คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ กรุงเทพมหานคร หรือกรรมการ
ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร เจ้าของสำนวนเป็นองค์คณะวินิจฉัย และได้จัดทำคำวินิจฉัยตามวรรคหนึ่งเสร็จสิ้นแล้ว
ให้รายงาน ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร เพื่อทราบ
หากมีข้อแนะนำหรือข้อควรปรับปรุงประการใด ให้แก้ไขปรับปรุงตามความเห็นของ ก.พ.ค.
กรุงเทพมหานคร ต่อไป
ในกรณีที่องค์คณะวินิจฉัยพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์แล้วเห็นสมควรให้มีการเยียวยาแก่ผู้ร้องทุกข์
หรือดำเนินการอื่นใดเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม
และอยู่ในระหว่างที่ยังไม่ได้มีระเบียบ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร
ในเรื่องดังกล่าวใช้บังคับ ให้นำความตามข้อ ๒๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลมไปพลางก่อน
ข้อ ๕๕
การพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ที่ร้องต่อ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร
ให้องค์คณะวินิจฉัยดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันได้รับคำร้องทุกข์
ถ้ามีความจำเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในเวลาดังกล่าวได้
ให้ขยายเวลาได้อีกสองครั้ง ครั้งละไม่เกินสามสิบวัน
โดยให้บันทึกเหตุผลความจำเป็นไว้ด้วย แต่ถ้าขยายเวลาแล้วก็ยังไม่แล้วเสร็จ
ให้ประธาน
ก.พ.ค.กรุงเทพมหานครพิจารณากำหนดมาตรการที่จะทำให้การพิจารณาวินิจฉัยแล้วเสร็จโดยเร็ว
และบันทึกไว้เป็นหลักฐาน
ข้อ ๕๖
เมื่อได้วินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์และดำเนินการตามข้อ ๕๔ วรรคสองแล้ว
ให้แจ้งให้คู่กรณีทราบเป็นหนังสือโดยเร็ว คำวินิจฉัยนั้นให้เป็นที่สุด
ในกรณีที่ผู้ร้องทุกข์ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ตามวรรคหนึ่ง
มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครองชั้นต้นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครองต่อไปได้
ข้อ ๕๗
คำวินิจฉัยร้องทุกข์ให้ผูกพันคู่กรณีในการร้องทุกข์และผู้ที่เกี่ยวข้องที่จะต้องปฏิบัติตามนับแต่วันที่กำหนดไว้ในคำวินิจฉัยร้องทุกข์นั้น
การคัดค้านกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์
กรุงเทพมหานคร
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).