ข้อ ๕๘
ผู้ร้องทุกข์หรือคู่กรณีในการร้องทุกข์อาจคัดค้านกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์
กรุงเทพมหานคร ถ้าผู้นั้นมีเหตุอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นผู้บังคับบัญชาผู้เป็นเหตุให้เกิดความคับข้องใจ
หรือเป็นผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาของผู้บังคับบัญชาดังกล่าว
(๒) มีส่วนได้เสียในเรื่องที่ร้องทุกข์
(๓) มีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ร้องทุกข์
(๔) มีความเกี่ยวพันทางเครือญาติหรือทางสมรสกับบุคคลตาม (๑) (๒) หรือ
(๓) อันอาจก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ผู้ร้องทุกข์
การคัดค้านดังกล่าวต้องทำเป็นหนังสือยื่นต่อประธาน ก.พ.ค.
กรุงเทพมหานคร
ภายในเจ็ดวันนับแต่วันรับทราบหรือถือว่าทราบคำสั่งตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์
กรุงเทพมหานคร โดยแสดงข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการคัดค้านไว้ในหนังสือคัดค้านว่า
จะทำให้การพิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ไม่ได้รับความจริงและความยุติธรรมอย่างไรด้วย
ข้อ ๕๙
เมื่อมีการยื่นคำคัดค้านกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ กรุงเทพมหานครคนใด
ให้ประธาน ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร แจ้งให้กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์
กรุงเทพมหานครที่ถูกคัดค้าน งดการปฏิบัติหน้าที่ไว้จนกว่าประธาน ก.พ.ค.
กรุงเทพมหานคร จะได้มีการชี้ขาดในเรื่องการคัดค้านนั้นแล้ว
ในการพิจารณาคำคัดค้านให้ประธาน ก.พ.ค.
กรุงเทพมหานครพิจารณาจากคำคัดค้านและบันทึกชี้แจงของกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ กรุงเทพมหานครผู้ถูกคัดค้าน
หากประธาน ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร
เห็นว่ามิได้เป็นไปตามคำคัดค้านและมีเหตุผลสมควรที่จะให้ผู้ถูกคัดค้านปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
ให้นำเรื่องเสนอที่ประชุมคณะกรรมการ ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร เพื่อพิจารณา
ถ้าที่ประชุมมีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของกรรมการที่ไม่ถูกคัดค้าน
ก็ให้กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ กรุงเทพมหานคร ผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้
มติดังกล่าวให้กระทำโดยวิธีลงคะแนนลับ แล้วให้เป็นที่สุด
ในกรณีที่ประธาน ก.พ.ค. กรุงเทพมหานครเห็นว่าคำคัดค้านฟังขึ้น
หรือมีเหตุผลพอที่จะฟังได้ว่าหากให้ผู้ถูกคัดค้านปฏิบัติหน้าที่ต่อไปอาจทำให้การพิจารณาไม่ได้ความจริงและความยุติธรรมให้มีคำสั่งให้ผู้ถูกคัดค้านพ้นจากการเป็นกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์
กรุงเทพมหานคร เรื่องนั้น แล้วแจ้งให้ผู้คัดค้านทราบด้วย
ในกรณีที่ประธาน ก.พ.ค. กรุงเทพมหานคร สั่งให้กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์
กรุงเทพมหานครที่ถูกคัดค้านถอนตัวจากการพิจารณา ให้ประธาน ก.พ.ค.
กรุงเทพมหานครแต่งตั้งกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์
กรุงเทพมหานครจากคณะหนึ่งคณะใดหรือตนเองปฏิบัติหน้าที่แทนตามความจำเป็น
ข้อ ๖๐
กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ กรุงเทพมหานครผู้ใดเห็นว่า ตนมีกรณีอันอาจถูกคัดค้านได้ตามข้อ
๕๘ หรือเห็นว่ามีเหตุอื่นที่อาจจะมีการกล่าวอ้างในภายหลังได้ว่า
ตนไม่อยู่ในฐานะที่จะปฏิบัติหน้าที่โดยเที่ยงธรรม ให้แจ้งต่อประธาน ก.พ.ค.
กรุงเทพมหานคร และถอนตัวจากการพิจารณาวินิจฉัยร้องทุกข์ และให้นำข้อ ๕๘ และข้อ ๕๙
มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ ๖๑
การที่กรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์
กรุงเทพมหานครผู้ถูกคัดค้านที่ถูกสั่งให้งดการปฏิบัติหน้าที่
หรือกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์
กรุงเทพมหานครที่ถูกสั่งให้ถอนตัวเพราะมีเหตุอันอาจถูกคัดค้านนั้น
ย่อมไม่กระทบถึงการกระทำใด ๆ ที่ได้กระทำไปแล้ว แม้ว่าจะได้ดำเนินการหลังจากที่ได้มีการยื่นคำคัดค้าน
การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานผู้รับคำร้องทุกข์และพนักงานผู้รับผิดชอบสำนวน