法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

กฎสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยเครื่องแบบพิเศษสำหรับข้าราชการกรมเจ้าท่า พ.ศ. 2557

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
23
มาตรา อารัมภบท

กฎสำนักนายกรัฐมนตรี

กฎสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยเครื่องแบบพิเศษสำหรับข้าราชการกรมเจ้าท่า

พ.ศ. ๒๕๕๗[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ และมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง

แห่งพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘

นายกรัฐมนตรีออกกฎสำนักนายกรัฐมนตรีไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกกฎสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยเครื่องแบบพิเศษสำหรับข้าราชการกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี พ.ศ. ๒๕๔๙

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ลักษณะ ชนิด

และประเภทของเครื่องแบบพิเศษสำหรับข้าราชการกรมเจ้าท่ากับการแต่งเครื่องแบบ

ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎสำนักนายกรัฐมนตรีนี้

เครื่องแบบพิเศษข้าราชการกรมเจ้าท่าชาย

ชนิดของเครื่องแบบ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ เครื่องแบบพิเศษข้าราชการกรมเจ้าท่าชาย

มี ๔ ชนิด คือ

(๑) เครื่องแบบปกติคอพับ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาลสีขาวหรือหมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกรมท่า

(ข) เสื้อคอพับสีขาวหรือสีกรมท่า

(ค) กางเกงขายาวสีกรมท่า

(ง) เข็มขัดด้ายถักสีดำ

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

(ฉ) ถุงเท้าสีดำ

(๒) เครื่องแบบปกติขาวคอพับ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาลสีขาว

(ข) เสื้อคอพับสีขาว

(ค) กางเกงขายาวสีขาว

(ง) เข็มขัดด้ายถักสีขาว

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีขาว

(ฉ) ถุงเท้าสีขาว

(๓) เครื่องแบบปกติขาวสำหรับผู้มีหน้าที่ประจำเรือยนต์เล็ก

ประกอบด้วย

(ก) หมวกกะลาสีสีขาว

(ข)

เสื้อกะลาสีสีขาวและเสื้อซับในคอกลมสีขาวซึ่งมีผ้าผูกคอสีดำและสายโยงมีด ประกอบด้วย

(ค) กางเกงกะลาสีสีขาว

(ง) รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

(จ) ถุงเท้าสีดำ

(๔) เครื่องแบบปกติสีกรมท่าคอแบะ ประกอบด้วย

(ก) หมวกทรงหม้อตาลสีขาว

(ข) เสื้อนอกคอแบะสีกรมท่า

(ค) กางเกงขายาวสีกรมท่า

(ง) เข็มขัดด้ายถักสีดำ

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

(ฉ) ถุงเท้าสีดำ

ส่วนของเครื่องแบบ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ หมวก มี ๓ แบบ

คือ

(๑) หมวกทรงหม้อตาลสีขาว มีเครื่องประกอบ ดังต่อไปนี้

(ก) กะบัง ทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

สำหรับข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไประดับชำนาญงานและระดับอาวุโส

ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการและระดับชำนาญการพิเศษและตำแหน่งประเภทอำนวยการ

ระดับต้น

ที่ขอบโค้งของกะบังหมวกปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์ ๑

แถว สำหรับข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับทักษะพิเศษ ตำแหน่งประเภทวิชาการ

ระดับเชี่ยวชาญและระดับทรงคุณวุฒิ ตำแหน่งประเภทอำนวยการ

ระดับสูงและตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับต้นและระดับสูง

ที่ขอบโค้งของกะบังหมวกปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์ ๒

แถว

(ข) สายรัดคางถักเป็นเกลียวเชือกด้วยดิ้นทอง

ปลายสายมีดุมโลหะสีทองดุนเป็นรูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎขนาดเล็ก ติดอยู่ที่ริมขอบหมวกข้างละ

๑ ดุม

(ค) ผ้าพันหมวก เป็นแถบลายถักสีดำ กว้าง ๔ เซนติเมตร

(ง) ตราหน้าหมวก

เป็นรูปสมอทำด้วยโลหะสีเงินภายใต้พระมหามงกุฎประดับด้วยช่อชัยพฤกษ์อยู่ภายใต้สมอปลายโค้งโอบขึ้นบนทั้งสองข้าง

ข้างละ ๗ ใบ กว้าง ๙ เซนติเมตร สูง ๗.๕ เซนติเมตร ภายใต้พื้นวงกลมสีแดง

พระมหามงกุฎปักด้วยดิ้นเงินหรือวัตถุเทียมดิ้นเงินช่อชัยพฤกษ์ปักด้วยดิ้นทองหรือวัตถุเทียมดิ้นทองบนพื้นสักหลาดสีดำ

(๒) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกรมท่า ทำด้วยผ้า ตอนหน้ามีกะบังสีเดียวกับหมวก

สำหรับข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับชำนาญงานและระดับอาวุโส ตำแหน่งประเภทวิชาการระดับชำนาญการและระดับชำนาญการพิเศษ

และตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับต้น

ที่ขอบโค้งของกะบังหมวกปักด้วยไหมสีเหลืองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์ ๑ แถว

สำหรับข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับทักษะพิเศษ ตำแหน่งประเภทวิชาการ

ระดับเชี่ยวชาญและระดับทรงคุณวุฒิ ตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง

และตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับต้นและระดับสูง

ที่ขอบโค้งของกะบังหมวกปักด้วยไหมสีเหลืองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์ ๒ แถว

หน้าหมวกมีอักษร “กรมเจ้าท่า” ปักด้วยไหมสีเหลืองตัวอักษรสูง

๑.๕ เซนติเมตร ด้านล่างมีอักษร “คมนาคม” ปักด้วยไหมสีเงิน ตัวอักษรสูง ๑

เซนติเมตรอยู่ภายในกรอบส่วนโค้งฐานตรงขนาดความยาว ๘ เซนติเมตร ปักด้วยไหมสีเหลือง

(๓) หมวกกะลาสีสีขาว ทำด้วยผ้า ทรงตึง เชิงด้านหน้า กว้าง ๔.๘

เซนติเมตร เชิงด้านข้างและด้านหลัง กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร เพดานหมวกกว้างระหว่าง

๒๒.๓ เซนติเมตร ถึง ๒๓ เซนติเมตรยาวระหว่าง ๒๒.๗ เซนติเมตร ถึง ๒๓.๘ เซนติเมตร

และมีเครื่องประกอบ ดังนี้

(ก) สายรัดคาง ทำด้วยผ้าสีขาว กว้าง ๑.๕ เซนติเมตร

(ข) แถบหน้าหมวก ทำด้วยผ้าสีดำ กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร มีอักษร “กรมเจ้าท่า” สีทองปลายแถบทั้งสองข้างติดชายเป็นรูปหางนกแซงแซว

มีรูปสมอสีทองนอนตามยาว

การสวมหมวกให้สวมในโอกาสอันควร

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผ้าผูกคอสีดำ

รูปสามเหลี่ยมและพับมุมข้างหนึ่งเข้ากับด้านฐานอีกข้างหนึ่ง ให้ส่วนที่พับซ้อนกัน

กว้าง ๖ เซนติเมตร ผูกชายทั้งสองข้างต่อกัน คล้องไว้ใต้ปกหลังเสื้อ

ให้ส่วนกึ่งกลางที่พับอยู่ข้างหน้าตรงแนวอกเสื้อ โดยให้ส่วนซ้ายทับส่วนขวา

และผูกด้วยแถบผ้าสีขาวสำหรับผูกผ้าผูกคอเป็นโบเหนือชายสุดผ้าผูกคอ ๖ เซนติเมตร

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ สายโยงมีด

ทำด้วยเชือกถักสีขาว ขนาดเส้นรอบวง ๑.๗ เซนติเมตร

คล้องไว้ใต้ปกหลังเสื้อและอยู่บนผ้าผูกคอสีดำ

โดยให้แผ่นถักรูปสี่เหลี่ยมลายขัดทับบนโบปลายสายสอดลงในกระเป๋าเสื้อ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เสื้อ มี ๔ แบบ

คือ

(๑) เสื้อคอพับสีขาวหรือสีกรมท่า แขนยาวรัดข้อมือ

มีดุมที่ข้อมือข้างละ ๑ ดุม หรือแขนสั้นมีกระเป๋าเย็บติดที่อกเสื้อข้างละ ๑

กระเป๋า กระเป๋าเสื้อมีแถบอยู่ตรงกลางตามแนวดิ่ง กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร มุมกระเป๋าเป็นรูปตัดพองาม

มีใบปกกระเป๋าเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า

ปกกระเป๋าเว้าชายกลางแหลมที่ปากกระเป๋าทั้งสองข้างติดดุมข้างละ ๑ ดุม

สำหรับขัดใบปกกระเป๋า ตัวเสื้อผ่าอกตลอดแนว มีสาบ กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร

ติดดุมตามแนวอกเสื้อ ๕ ดุม ระยะห่างเท่า ๆ กันพอสมควร

ที่ไหล่เสื้อประดับอินทรธนูสีเดียวกับเสื้อตามความยาวของบ่าเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอปลายมน

ด้านไหล่กว้าง ๔ เซนติเมตร ด้านคอกว้าง ๓ เซนติเมตร ตอนปลายขัดดุมติดกับตัวเสื้อ

สำหรับเสื้อคอพับสีขาวในโอกาสอันควรให้ผูกผ้าพันคอสีกรมท่าเงื่อนกะลาสี

ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้ายด้วย

(๒) เสื้อกะลาสีสีขาว เปิดคอเพียงอก

มีผ้าปกหลังสีน้ำเงินรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก มีแถบผ้าสีขาว กว้าง ๐.๔ เซนติเมตร จำนวน

๓ แถบ ตรึงรอบผืนผ้า ห่างจากขอบ ๐.๕ เซนติเมตร และเว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร

แขนยาวรวบข้อมือ ชายเสื้อยาวปิดสะโพก ที่อกเสื้อเบื้องซ้าย มีกระเป๋าปะไม่มีใบปกกระเป๋า

๑ กระเป๋า ใต้คอเสื้อด้านหน้ามีแถบผ้าสีขาว ๒ ชาย ยาวชายละ ๒๕ เซนติเมตร

สำหรับผูกผ้าผูกคอ

(๓) เสื้อซับใน ทำด้วยผ้าสีขาวคอกลมเรียบ

รอบวงคอขลิบด้วยแถบผ้าสีน้ำเงินดำ กว้าง ๑ เซนติเมตร แขนยาวเพียงเหนือศอก

(๔) เสื้อนอกคอแบะสีกรมท่า แขนยาวจรดข้อมือ ตลบชายกว้างประมาณ ๑๐

เซนติเมตร มีดุมที่ข้อมือข้างละ ๓ ดุม เรียงกันตามแนวดิ่ง ระยะห่างกันพองาม

ดุมทำด้วยโลหะสีทองดุนเป็นรูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎ

มีกระเป๋าเย็บติดที่อกเสื้อและด้านล่างข้างละ ๒ กระเป๋า

มุมกระเป๋าเป็นรูปตัดพองามมีใบปกกระเป๋าเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า

ปกกระเป๋าเว้าชายกลางแหลม ที่ปากกระเป๋าทั้งสองข้างติดดุมข้างละ ๑ ดุม

สำหรับขัดใบปกกระเป๋า ตัวเสื้อผ่าอกตลอดแนว ไม่มีสาบ ติดดุมตามแนวอกเสื้อ ๓ ดุม

ระยะห่างเท่า ๆ กันพอสมควร ที่ไหล่เสื้อประดับอินทรธนูสีเดียวกับเสื้อตามความยาวของบ่าเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอ

ปลายมน ด้านไหล่กว้าง ๔ เซนติเมตร ด้านคอกว้าง ๓ เซนติเมตร

ตอนปลายขัดดุมติดกับตัวเสื้อ เมื่อสวมเสื้อนี้ให้ใช้เสื้อคอพับสีขาวแขนยาว

ผูกผ้าพันคอสีกรมท่าเงื่อนกะลาสีประกอบด้วย

โดยสวมไว้ชั้นในให้ติดเครื่องหมายทำด้วยโลหะสีทอง

เป็นรูปสมอบรรจุอยู่ในวงกลมรูปไข่ที่ปกเสื้อทั้งสองข้าง

ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้ายด้วย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ กางเกง มี ๓ แบบ

คือ

(๑) กางเกงขายาวสีกรมท่า ไม่พับปลายขา ปลายขายาวปิดตาตุ่ม

กว้างไม่น้อยกว่า ๒๒ เซนติเมตร และไม่เกิน ๒๖ เซนติเมตร

ที่ขอบเอวมีห่วงสำหรับสอดเข็มขัดทำด้วยผ้าสีเดียวกับกางเกง กว้างไม่เกิน ๑

เซนติเมตร จำนวน ๗ ห่วง ที่แนวตะเข็บกางเกงด้านข้างมีกระเป๋าเจาะข้างละ ๑ กระเป๋า ด้านหลังมีกระเป๋าเจาะไม่มีใบปกกระเป๋า

๒ ข้าง ข้างละ ๑ กระเป๋า และจะมีดุมขัดปากกระเป๋าด้วย หรือไม่ก็ได้

(๒) กางเกงขายาวสีขาว มีลักษณะเช่นเดียวกับ (๑)

(๓) กางเกงกะลาสีสีขาว ผ่าเอวทั้งสองข้าง ขัดดุมข้างละ ๓ ดุม

หรือจะใช้ซิปแทนก็ได้ที่ตะเข็บขวามีกระเป๋าเจาะ ๑ กระเป๋า มีสายร่นที่เอว

และขัดดุมข้างละ ๒ ดุม ปลายขากว้าง ไม่น้อยกว่า ๒๓ เซนติเมตร และไม่เกิน ๒๗

เซนติเมตร

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เข็มขัด มี ๒ แบบ

คือ

(๑) เข็มขัดด้ายถักสีดำ กว้าง ๓ เซนติเมตร

หัวเข็มขัดเป็นรูปวงกลมรูปไข่ ภายในมีรูปสมออยู่ภายใต้พระมหามงกุฎ ด้านซ้ายมีช่อราชพฤกษ์

ด้านขวามีช่อพุทธรักษา ใต้ขอบล่างมีอักษรว่า “กรมเจ้าท่า” โค้งตามแนวรูปวงกลมรูปไข่

ทำด้วยโลหะรมควันรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทางนอนปลายมน กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ยาว ๔

เซนติเมตร ใช้เกี่ยวกันหรือแบบสอดรู ไม่มีเข็มสำหรับสอดรู

(๒) เข็มขัดด้ายถักสีขาว มีลักษณะเช่นเดียวกับ (๑)

เว้นแต่หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีเงิน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ รองเท้าและถุงเท้า มี ๒ แบบ คือ

(๑) รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

ไม่มีลวดลาย ถุงเท้าสีดำ

(๒) รองเท้าหุ้มส้นหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีขาว ไม่มีลวดลาย

ถุงเท้าสีขาว

เครื่องแบบพิเศษข้าราชการกรมเจ้าท่าหญิง

ชนิดของเครื่องแบบ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เครื่องแบบพิเศษข้าราชการกรมเจ้าท่าหญิง

มี ๓ ชนิด คือ

(๑) เครื่องแบบปกติคอพับ ประกอบด้วย

(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีขาวพับปีกสีดำ หรือหมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกรมท่า

(ข) เสื้อคอพับสีขาวหรือสีกรมท่า หรือเสื้อคอพับปล่อยเอวสีขาวหรือเสื้อคอแบะปล่อยเอวสีขาว

(ค) กางเกงขายาวหรือกระโปรงสีกรมท่า

(ง) เข็มขัดด้ายถักสีดำ

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหรือรัดส้นหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

(๒) เครื่องแบบปกติขาวคอพับ ประกอบด้วย

(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีขาวพับปีกสีดำ

(ข) เสื้อคอแบะปล่อยเอวสีขาวหรือเสื้อคอพับสีขาว

(ค) กางเกงขายาวหรือกระโปรงสีขาว

(ง) เข็มขัดด้ายถักสีขาว

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหรือรัดส้นหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีขาว

(ฉ) ถุงเท้ายาวสีเนื้อ

(๓) เครื่องแบบปกติสีกรมท่าคอแบะ ประกอบด้วย

(ก) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีขาวพับปีกสีดำ

(ข) เสื้อนอกคอแบะสีกรมท่า

(ค) กระโปรงสีกรมท่า

(ง) เข็มขัดด้ายถักสีดำ

(จ) รองเท้าหุ้มส้นหรือรัดส้นหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ

ส่วนของเครื่องแบบ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ หมวก มี ๒ แบบ

คือ

(๑) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีขาวพับปีกสีดำ

สายรัดคางสีทองมีดุมโลหะสีทองดุนเป็นรูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎขนาดเล็ก

ติดที่ข้างหมวกข้างละ ๑ ดุม ผ้าพันหมวกสีดำ ตราหน้าหมวกมีลักษณะเช่นเดียวกับข้อ ๔

(๑) (ง) ขนาดกว้าง ๘ เซนติเมตร สูง ๖.๕ เซนติเมตร

(๒) หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกรมท่า มีลักษณะเช่นเดียวกับข้อ ๔ วรรคหนึ่ง

(๒)

การสวมหมวกให้สวมในโอกาสอันควร

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เสื้อ มี ๕ แบบ

คือ

(๑) เสื้อคอพับสีขาวหรือสีกรมท่า มีลักษณะเช่นเดียวกับข้อ ๗ (๑)

(๒) เสื้อคอพับสีขาว ตัวเสื้อผ่าอกตลอดแนว มีสาบกว้างประมาณ ๒.๕

เซนติเมตร แขนยาวรัดข้อมือ ขอบปลายแขนกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร

หรือแขนสั้นเหนือศอกเล็กน้อย ตลบชายกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร เดินคิ้วด้านหน้าเสื้อต่อจากเส้นบ่า

มีตะเข็บผ่านกลางอกยาวตลอดตัวทั้งสองด้านมีดุม ๕ ดุม ด้านหลังจากเส้นต่อบ่าหลัง

มีตะเข็บผ่านตามตัวเสื้อทั้งสองด้านเช่นเดียวกับด้านหน้าที่ไหล่เสื้อประดับอินทรธนูสีเดียวกับเสื้อยาวตามความยาวของบ่าเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอ

ปลายมน ด้านไหล่กว้าง ๔ เซนติเมตร ด้านคอกว้าง ๓ เซนติเมตร

ตอนปลายขัดดุมติดกับตัวเสื้อ การสวมสอดชายเสื้อไว้ในขอบกระโปรงหรือกางเกง

(๓) เสื้อคอพับปล่อยเอวสีขาว ตัวเสื้อผ่าอกตลอดแนว ไม่มีสาบ

ด้านหน้ามีคิ้วตามสาบ มีดุม ๔ ดุม แขนยาวหรือแขนสั้น ตลบชายกว้างประมาณ ๕

เซนติเมตร มีคิ้วหน้าหลัง และมีเส้นแนวตะเข็บเช่นเดียวกับ (๒) ทั้งหน้าหลัง

ความยาวของเสื้อให้คลุมสะโพกพองาม

ที่ไหล่เสื้อประดับอินทรธนูสีเดียวกับเสื้อยาวตามความยาวของบ่าเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอ

ปลายมนด้านไหล่กว้าง ๔ เซนติเมตร ด้านคอกว้าง ๓ เซนติเมตร

ตอนปลายขัดดุมติดกับตัวเสื้อ

(๔) เสื้อคอแบะปล่อยเอวสีขาว ตัวเสื้อผ่าอกตลอดแนว ไม่มีสาบ

แขนยาวจรดข้อมือหรือแขนสั้นเหนือศอกเล็กน้อย ตลบชายกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร

ด้านหน้าเป็นคิ้วตามสาบ มีดุม ๓ ดุม ต่อด้านหน้าและด้านหลังยาวตามตัว

ที่ไหล่เสื้อประดับอินทรธนูสีเดียวกับเสื้อยาวตามความยาวของบ่าเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอ

ปลายมน ด้านไหล่กว้าง ๔ เซนติเมตร ด้านคอกว้าง ๓ เซนติเมตร

ตอนปลายขัดดุมติดกับตัวเสื้อและมีกระเป๋าล่างข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะเฉียงเล็กน้อยไม่มีใบปกกระเป๋า

(๕) เสื้อนอกคอแบะสีกรมท่า มีลักษณะเช่นเดียวกับข้อ ๗ (๔)

การสวมตาม (๓) และ (๔) ให้ปล่อยชายเสื้อทับกระโปรงหรือกางเกง

สำหรับ (๑) หรือ (๒) หรือ (๓)

ในโอกาสอันควรให้ผูกผ้าผูกคอเป็นเงื่อนโบสีกรมท่า

ผู้ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้ายด้วย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ กางเกงและกระโปรง มี ๔ แบบ คือ

(๑) กางเกงขายาวสีกรมท่าหรือสีขาว มีลักษณะเช่นเดียวกับข้อ ๘ (๑)

(๒) กางเกงขายาวสีกรมท่าหรือสีขาว ขาตรงไม่มีลวดลาย

ขอบกางเกงกว้างประมาณ ๑ นิ้ว มีหรือไม่มีกระเป๋าก็ได้ มีซิปด้านหน้าหรือด้านข้าง

(๓) กระโปรงสีกรมท่าหรือสีขาวยาวปิดเข่า ปลายบานเล็กน้อย

(๔) กระโปรงสีกรมท่าหรือสีขาว มีตะเข็บหน้า ๒ ตะเข็บ ตะเข็บหลัง ๒

ตะเข็บ ยาวครึ่งเข่าปลายบานเล็กน้อย

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ เข็มขัด มี ๒

แบบ คือ

(๑) เข็มขัดด้ายถักสีดำ มีลักษณะเช่นเดียวกับข้อ ๙ (๑)

(๒) เข็มขัดด้ายถักสีขาว มีลักษณะเช่นเดียวกับข้อ ๙ (๒)

โดยคาดทับขอบกระโปรงหรือกางเกง

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ รองเท้าและถุงเท้า มี ๒ แบบ คือ

(๑)

รองเท้าหุ้มส้นหรือรัดส้นหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำแบบปิดปลายเท้า

ไม่มีลวดลายส้นสูงไม่เกิน ๑๐ เซนติเมตร

(๒) รองเท้าหุ้มส้นหรือรัดส้นหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีขาว

มีลักษณะเช่นเดียวกับ (๑) ถุงเท้ายาว สีเนื้อ

อินทรธนูและเครื่องหมาย

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ อินทรธนู

มีลักษณะอ่อนทำด้วยผ้าสักหลาดสีดำ เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง ๕ เซนติเมตร ยาว

๗.๕ เซนติเมตร มีเครื่องหมายตำแหน่งติดบนอินทรธนู ดังต่อไปนี้

(๑) ข้าราชการตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับทรงคุณวุฒิ

และตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง มีแถบไหมหรือวัตถุเทียมไหมสีทองกว้าง ๕ เซนติเมตร

ตรึงตามยาวด้านบนเต็มแผ่นอินทรธนูทั้งสองข้างและประดับด้วยพระมหามงกุฎมีรัศมีอยู่เหนือสมอเดี่ยว

โอบล้อมด้วยช่อชัยพฤกษ์ ทำด้วยโลหะสีเงินตรงกึ่งกลางอินทรธนูทั้งสองข้าง

(๒) ข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับทักษะพิเศษ

ตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับสูง

และตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับต้น มีแถบไหมหรือวัตถุเทียมไหมสีทอง กว้าง ๕ เซนติเมตร

ตรึงตามยาวด้านบนเต็มแผ่นอินทรธนูทั้งสองข้าง

และประดับด้วยพระมหามงกุฎมีรัศมีอยู่เหนือสมอเดี่ยว

ทำด้วยโลหะสีเงินตรงกึ่งกลางอินทรธนูทั้งสองข้าง

(๓) ข้าราชการตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ

และตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับต้น มีแถบไหมหรือวัตถุเทียมไหมสีทองกว้าง ๓

เซนติเมตร ติดทางต้นอินทรธนู ๑ แถบ และแถบกว้าง ๑ เซนติเมตร

ขมวดเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดวัดเส้นทแยงมุมด้านใน ๑ เซนติเมตร ติดเรียงต่อไปอีก

๑ แถบ และประดับด้วยพระมหามงกุฎมีรัศมีอยู่เหนือสมอเดี่ยว

ทำด้วยโลหะสีเงินตรงกึ่งกลางระหว่างแถบล่างกับแถบบน

(๔) ข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับอาวุโส

และตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ มีแถบไหมหรือวัตถุเทียมไหมสีทองกว้าง ๓

เซนติเมตร ติดทางต้นอินทรธนู ๑ แถบ และแถบกว้าง ๑ เซนติเมตร

ขมวดเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดวัดเส้นทแยงมุมด้านใน ๑ เซนติเมตร ติดเรียงต่อไปอีก

๑ แถบ

(๕) ข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับชำนาญงาน

มีแถบไหมหรือวัตถุเทียมไหมสีทองกว้าง ๑ เซนติเมตร ๔ แถบ

โดยแถบที่สี่ขมวดเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดวัดเส้นทแยงมุมด้านใน ๑ เซนติเมตร

(๖) ข้าราชการตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ มีแถบไหมหรือวัตถุเทียมไหมสีทองกว้าง

๑ เซนติเมตร ๓ แถบ

โดยแถบที่สามขมวดเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดวัดเส้นทแยงมุมด้านใน ๑ เซนติเมตร

(๗) ข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน

มีแถบไหมหรือวัตถุเทียมไหมสีทองกว้าง ๑ เซนติเมตร ๒ แถบ

โดยแถบที่สองขมวดเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดวัดเส้นทแยงมุมด้านใน ๑ เซนติเมตร

ข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน ระดับชำนาญงาน

และระดับอาวุโสตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ ระดับชำนาญการ

และระดับชำนาญการพิเศษและตำแหน่งประเภทอำนวยการ ระดับต้น

การติดแถบดังกล่าวให้ติดตามขวางที่ต้นอินทรธนู แถบแรกห่างจากต้นอินทรธนู ๓

มิลลิเมตร และแถบต่อไปเว้นระยะห่างกัน ๒ มิลลิเมตร

ให้ประดับอินทรธนูที่เสื้อเครื่องแบบทุกชนิด

ยกเว้นเครื่องแบบสำหรับผู้มีหน้าที่ประจำเรือยนต์เล็ก

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ป้ายชื่อและตำแหน่ง

ให้มีป้ายชื่อพื้นสีดำขนาดกว้างไม่เกิน ๒.๕ เซนติเมตร ยาวไม่เกิน ๗.๕ เซนติเมตร

แสดงชื่อตัว ชื่อสกุล

และชื่อตำแหน่งในการบริหารงานหรือชื่อตำแหน่งในสายงานประดับที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวา

เบ็ดเตล็ด

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ เครื่องแบบพิเศษของข้าราชการกรมเจ้าท่าชนิดใดจะต้องแต่งในโอกาสใด

ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกรมเจ้าท่ากำหนด

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ข้าราชการกรมเจ้าท่าซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

หรือได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ

ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้าย

เว้นแต่เครื่องราชอิสริยาภรณ์มีกฎหมายกำหนดให้ประดับที่อกเสื้อข้างขวา

ให้ติดแพรแถบที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวา

และในกรณีที่มีแถบแพรหลายแถบให้ติดเรียงกันเป็นแถวยาวแถวละไม่เกิน ๕ แถบ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ข้าราชการกรมเจ้าท่าซึ่งได้รับเครื่องหมายแสดงความสามารถ

หรือเข็มแสดงวิทยฐานะของสถาบันการศึกษาของทางราชการ

ให้ประดับเครื่องหมายหรือเข็มนั้นได้ตามที่ส่วนราชการนั้นกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้กรมเจ้าท่าจัดให้มีหรือเขียนรูปตัวอย่างเครื่องแบบพิเศษนี้ขึ้นไว้เป็นมาตรฐานและสอดส่องควบคุมการแต่งเครื่องแบบพิเศษให้เป็นไปตามกฎสำนักนายกรัฐมนตรีนี้

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไป

ระดับปฏิบัติงาน ซึ่งเดิมดำรงตำแหน่งข้าราชการระดับ ๓ หรือระดับ ๔

และข้าราชการตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ

ซึ่งเดิมดำรงตำแหน่งข้าราชการระดับ ๕

ที่มีสิทธิประดับเครื่องหมายแสดงระดับสำหรับติดที่อินทรธนูอยู่ในวันก่อนวันที่กฎสำนักนายกรัฐมนตรีนี้มีผลใช้บังคับ

ให้ใช้เครื่องหมายแสดงระดับตามที่กำหนดไว้ในกฎสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยเครื่องแบบพิเศษข้าราชการกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี

พ.ศ. ๒๕๔๙ ได้ตามเดิมต่อไปจนกว่าจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งหรือเกษียณอายุราชการ

แล้วแต่กรณี

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๗

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับนี้ คือ

เนื่องจากพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑

ได้ปรับปรุงระบบตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนสามัญ

จากเดิมที่จำแนกตำแหน่งตามระดับมาตรฐานกลาง ๑๑ ระดับ

เป็นให้จำแนกตำแหน่งตามกลุ่มลักษณะงาน ๔ ประเภท และคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๙

กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

ให้ส่วนราชการที่มีเครื่องแบบพิเศษอยู่แล้วปรับปรุงการประดับเครื่องหมายตำแหน่งบนอินทรธนูของเครื่องแบบพิเศษของแต่ละส่วนราชการ

ประกอบกับได้มีพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนชื่อกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี

เป็นกรมเจ้าท่า พ.ศ. ๒๕๕๒ และประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง

กำหนดภาพเครื่องหมายราชการตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายราชการ พุทธศักราช ๒๔๘๒

(ฉบับที่ ๒๖๐) กำหนดภาพเครื่องหมายราชการของกรมเจ้าท่าขึ้นใหม่

สมควรปรับปรุงเครื่องหมายตำแหน่งบนกะบังหมวก ชื่อบนหน้าหมวก

ชื่อและเครื่องหมายราชการบนหัวเข็มขัดและเครื่องหมายตำแหน่งบนอินทรธนูของเครื่องแบบพิเศษข้าราชการกรมเจ้าท่า

เพื่อให้สอดคล้องกับระบบจำแนกตำแหน่งใหม่

และการเปลี่ยนชื่อและเครื่องหมายราชการของกรมเจ้าท่า จึงจำเป็นต้องออกกฎสำนักนายกรัฐมนตรีนี้

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๕ มกราคม ๒๕๕๘

วันทิตา/ผู้ตรวจ

๑๕ มกราคม ๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๑/ตอนที่ ๘๔ ก/หน้า ๑๓/๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๗

23 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยเครื่องแบบพิเศษสำหรับข้าราชการกรมเจ้าท่า พ.ศ. 2557 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_bc3f6135a4a78fe6

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com