法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. 2521

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
68

บทเฉพาะกาล

มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ

พ.ศ. ๒๕๒๑

ภูมิพลอดุลยเดช

ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่

๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๑

เป็นปีที่ ๓๓

ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรด

เกล้า ฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและ

ยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่าย

ตุลาการ พ.ศ. ๒๕๒๑”

มาตรา ๒

มาตรา ๒* พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราช

กิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

*[รก. ๒๕๒๑/๕๙/ ๑พ/๓๑ พฤษภาคม ๒๕๒๑]

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิก

(๑) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๔๙๗

(๒) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๐

(๓) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๒

(๔) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๘

(๕) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๐๙

(๖) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๑๐

(๗) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๑๒

(๘) ประการของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๕๙ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕

(๙) พระราชบัญญัติยกเลิกประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๙๙ ลงวันที่ ๑๒

ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ พ.ศ. ๒๕๑๕

(๑๐) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๑๗

(๑๑) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๑๙

(๑๒) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๑๐)

พ.ศ. ๒๕๒๐

บรรดากฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่น

ในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราช

บัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้

ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน

บททั่วไป

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้

“ข้าราชการฝ่ายตุลาการ” หมายความว่า

ข้าราชการซึ่งรับราชการโดยได้รับเงิน

เดือนจากเงินงบประมาณหมวดเงินเดือนในกระทรวงยุติธรรม

“ก.ต.” หมายความว่า คณะกรรมการตุลาการ

“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๕

มาตรา ๕

ข้าราชการฝ่ายตุลาการได้แก่

(๑) ข้าราชการตุลาการ คือ ข้าราชการผู้มีอำนาจและหน้าที่ในการพิจารณา

พิพากษาอรรถคดี

รวมตลอดถึงผู้ช่วยผู้พิพากษาและข้าราชการผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่

เรียกว่าชื่ออย่างอื่นตามมาตรา ๑๔ วรรคสอง

(๒) ดะโต๊ะยุติธรรม คือ

ข้าราชการซึ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้มีอำนาจและหน้าที่

ในการวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายอิสลาม

(๓) ข้าราชการธุรการ คือ ข้าราชการผู้มีหน้าที่ในทางธุรการ

มาตรา ๖

มาตรา ๖

อัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการให้เป็นไปตามบัญชีหมายเลข ๑

ท้ายพระราชบัญญัตินี้ โดยให้แบ่งเป็น ๙ ชั้น

แต่ละชั้นมีจำนวนขั้น ดังนี้

ชั้น ๑ มี ๔ ขั้น

ชั้น ๒ มี ๑๒ ขั้น

ชั้น ๓ มี ๘

ขั้น

ชั้น ๔ มี ๘ ขั้น

ชั้น ๕ มี ๘ ขั้น

ชั้น ๖ มี ๘ ขั้น

ชั้น ๗ มี ๗ ขั้น

ชั้น ๘ มี ๕ ขั้น

ชั้น ๙ มี ๑ ขั้น

อัตราเงินเดือนดะโต๊ะยุติธรรมให้เป็นไปตามบัญชีหมายเลข ๒ ท้ายพระราช

บัญญัตินี้โดยให้แบ่งเป็น ๘ ขั้น

อัตราเงินเดือนข้าราชการธุรการให้เป็นไปตามบัญชีซึ่งกำหนดไว้ในกฎหมาย

ว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนเช่นเดียวกับข้าราชการพลเรือนสามัญ

เว้นแต่ข้าราชการธุรการ

ซึ่งโอนมาจากข้าราชการตุลาการตามมาตรา ๒๓

ให้คงได้รับเงินเดือนตามอัตราตามตำแหน่ง

ที่ได้รับอยู่ก่อนโอน แต่ให้เลื่อนขั้นเงินเดือนได้จนถึงชั้น

๗ สำหรับตำแหน่งปลัดกระทรวง ถึงชั้น ๖ สำหรับตำแหน่งรองปลัดกระทรวง อธิบดี

หรือตำแหน่งที่เทียบเท่า และถึงชั้น ๕ สำหรับตำแหน่งรองอธิบดี

หรือตำแหน่งเทียบเท่า ทั้งนี้

ตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้

ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ใช้ขั้นเงินเดือนของข้าราชการตุลาการและ

ดะโต๊ะยุติธรรมตามอัตรา ก.

และเมื่อปรากฏว่าเงินเดือนหรือค่าจ้างทั่วไปในประเทศเพิ่มขึ้นหรือ

ค่าครองชีพสูงขึ้น หรืออัตราเงินเดือนที่ใช้อยู่ไม่เหมาะสม

ก็ให้มีการปรับขั้นเงินเดือนเป็นอัตรา ข.

อัตรา ค. อัตรา ง. อัตรา จ. หรืออัตรา ฉ.

ตามความเหมาะสมโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา การ

ปรับขั้นเงินเดือนดังกล่าวให้มีผลเป็นการปรับขั้นเงินเดือนข้าราชการตุลาการและดะโต๊ะยุติธรรมที่

ได้รับอยู่ตามไปด้วย

มาตรา ๗

มาตรา ๗

เพื่อประโยชน์ในการออมทรัพย์ของข้าราชการฝ่ายตุลาการคณะ

รัฐมนตรีจะวางระเบียบและวิธีการให้กระทรวงการคลังหักเงินเดือนของข้าราชการฝ่ายตุลาการไว้

เป็นเงินสะสมก็ได้

โดยคิดดอกเบี้ยจากเงินสะสมนั้นให้ในอัตราไม่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก

ประเภทประจำของธนาคารพาณิชย์

เงินสะสมและดอกเบี้ยนี้ให้จ่ายคืนหรือให้กู้ยืมเพื่อดำเนินการตามโครงการ

สวัสดิการสำหรับข้าราชการฝ่ายตุลาการตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนด

มาตรา ๘

มาตรา ๘

ข้าราชการฝ่ายตุลาการอาจได้รับเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวตาม

ภาวะเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

ในกรณีมีเหตุที่จะต้องจัดให้มีหรือปรับปรุงเงินเพิ่มค่าครองชีพตาม วรรคหนึ่ง

หรือปรับขั้นเงินเดือนตามมาตรา ๖ วรรคสี่

ให้รัฐมนตรีรายงานไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา

ดำเนินการต่อไป

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๗

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๙ หรือมาตรา ๔๔

การโอนข้าราชการที่ไม่ใช่ข้าราชการการเมือง

ข้าราชการวิสามัญ หรือข้าราชการซึ่งอยู่ในระหว่าง

ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ

หรือการโอนพนักงานเทศบาลที่ไม่ใช้พนักงานเทศบาลวิสามัญมา

บรรจุเป็นข้าราชการตุลาการหรือดะโต๊ะยุติธรรม

อาจทำได้ถ้าเจ้าตัวสมัครใจโดยกระทรวงยุติธรรม

ทำความตกลงกับเจ้าสังกัด

เพื่อประโยชน์ในการนับเวลาราชการ ให้ถือเวลาราชการหรือเวลาทำงานของผู้ที่

โอนมาตามวรรคหนึ่ง

ในขณะที่เป็นข้าราชการหรือพนักงานเทศบาลนั้นเป็นเวลาราชการของข้าราชการตุลาการหรือดะโต๊ะยุติธรรมตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย ทั้งนี้ ไม่ว่าการโอนนั้นจะได้กระทำก่อนหรือหลังวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐

บำเหน็จบำนาญของข้าราชการฝ่ายตุลาการให้เป็นไปตาม

กฎหมายว่าด้วยการนั้น

ข้าราชการฝ่ายตุลาการผู้ใดถึงแก่ความตายเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ

คณะรัฐมนตรีจะพิจารณาเลื่อนเงินเดือนให้ผู้นั้นเป็นกรณีพิเศษ

เพื่อประโยชน์ในการคำนวณ

บำเหน็จบำนาญก็ได้

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑

เครื่องแบบของข้าราชการตุลาการและดะโต๊ะยุติธรรมและระเบียบ

การแต่ง ให้เป็นไปตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ วันเวลาทำงาน

วันหยุดราชการตามประเพณี วันหยุดประจำปี

และการลาหยุดราชการของข้าราชการฝ่ายตุลาการ

ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัติ

นี้

และให้มีอำนาจกำหนดค่าธรรมเนียมการสอบเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการฝ่ายตุลาการ และออกกฎ

กระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

กฎกระทรวงนั้น เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้

ข้าราชการตุลาการ

การบรรจุ

การแต่งตั้ง การเลื่อนชั้นและขั้นเงินเดือน

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔

ตำแหน่งข้าราชการตุลาการมีดังนี้ ประธานศาลฎีกาอธิบดีผู้

พิพากษาศาลอุทธรณ์ รองประธานศาลฎีกา

ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา รองอธิบดีผู้

พิพากษาศาลอุทธรณ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น

อธิบดีศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง ผู้พิพากษา

ศาลฎีกา อธิบดีผู้พิพากษาภาค รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น

รองอธิบดีศาลคดีเด็กและ

เยาวชนกลาง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์

ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ผู้พิพากษาศาลแพ่ง

ผู้พิพากษาศาลอาญา ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล

ผู้พิพากษาศาลจังหวัด ผู้พิพากษา และผู้ช่วยผู้

พิพากษา

นอกจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง อาจให้มีตำแหน่งข้าราชการตุลาการที่เรียกชื่อ

อย่างอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวงได้

ตำแหน่งดังกล่าวจะเทียบกับตำแหน่งใดตามวรรคหนึ่งให้กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนั้นด้วย กฎกระทรวงเช่นว่านี้ให้ได้รับความเห็นชอบของ

ก.ต. ก่อน

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕

ข้าราชการตุลาการให้ได้รับเงินเดือนตามตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้ง

ดังต่อไปนี้

(๑) ประธานศาลฎีกาให้ได้รับเงินเดือนชั้น ๙

(๒) อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และรองประธานศาลฎีกาให้ได้รับเงินเดือน

ชั้น ๘

(๓) ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์

อธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นและอธิบดีศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง

ให้ได้รับเงินเดือนชั้น ๗

(๔) ผู้พิพากษาศาลฎีกา อธิบดีผู้พิพากษาภาค รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น

รองอธิบดีศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง

และผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ ให้ได้รับเงิน

เดือนชั้น ๖

(๕) ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ได้รับเงินเดือนชั้น ๕-๖

(๖) ผู้พิพากษาศาลแพ่ง ผู้พิพากษาศาลอาญา และผู้พิพากษาหัวหน้าศาลให้ได้

รับเงินเดือนชั้น ๓-๔

(๗) ผู้พิพากษาศาลจังหวัดและผู้พิพากษา ให้ได้รับเงินเดือนชั้น ๒-๓

(๘) ผู้ช่วยผู้พิพากษา ให้ได้รับเงินเดือนชั้น๑

สำหรับข้าราชการตุลาการซึ่งดำรงตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น เมื่อเทียบกับ

ตำแหน่งใดก็ให้ได้รับเงินเดือนตามตำแหน่งนั้น

ในกรณีที่ข้าราชการตุลาการได้เลื่อนขึ้นรับเงินเดือนในชั้นสูงขึ้นให้ได้รับเงินเดือน

ในอัตราขั้นต่ำของชั้นที่เลื่อนขึ้น

แต่ถ้าผู้นั้นได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำของชั้นที่เลื่อนขึ้นก็ให้ได้รับ

เงินเดือนในขั้นของชั้นที่เลื่อนขึ้น

ซึ่งมีจำนวนเท่ากับเงินเดือนที่ได้รับอยู่

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖

ให้ประธานศาลฎีกาได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งเดือนละสองหมื่น

บาทและอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งเดือนละหนึ่งหมื่นห้าพันบาท

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗

การบรรจุข้าราชการตุลาการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้

พิพากษา

ให้รัฐมนตรีเป็นผู้สั่งบรรจุและแต่งตั้งโดยวิธีการสอบคัดเลือกตามความในหมวด ๒ แห่งลักษณะนี้

แต่ถ้าผู้ใด

(๑) สอบไล่ได้ปริญญาหรือประกาศนียบัตรทางกฎหมายจากต่างประเทศโดยมี

หลักสูตรเดียวไม่น้อยกว่าสามปี ซึ่ง ก.ต.

เทียบว่าไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี และสอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา

(๒) สอบไล่ได้ปริญญาหรือประกาศนียบัตรทางกฎหมายจากต่างประเทศโดยมี

หลักสูตรเดียวไม่น้อยกว่าสองปีหรือหลายหลักสูตรรวมกันไม่น้อยกว่าสองปี

ซึ่ง ก.ต. เทียบว่าไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีและสอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภาและได้ประกอบวิชาชีพตามที่ระบุไว้ในมาตรา

๒๗ (๑) (ค) เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

(๓) เป็นธรรมศาสตร์บัณฑิต หรือนิติศาสตร์บัณฑิต และสอบไล่ได้ชั้นเกียรติ

นิยมตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา

และได้ประกอบวิชาชีพ

ตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๒๗ (๑) (ค)

เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี หรือ

(๔) สอบไล่ได้ปริญญาโทหรือปริญญาเอกทางกฎหมายในประเทศไทยและสอบ

ไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา

และได้ประกอบวิชาชีพ

ตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๒๗ (๑) (ค)

เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

เมื่อ ก.ต. พิจารณาเห็นว่า เป็นผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๗ (๒) ถึง (๑๒) และ

ได้ทำการทดสอบความรู้ในวิชากฎหมายแล้วเห็นสมควรที่จะให้เข้ารับราชการก็ให้รัฐมนตรีสั่งบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาได้

ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์วิธีการและอัตราส่วนของจำนวนผู้สอบคัดเลือกได้ ตามที่ ก.ต.

กำหนด

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘

ผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษา จะต้องเป็นผู้

ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยพิพากษาและได้รับการอบรมจากกระทรวงยุติธรรมมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

ผลของการอบรมเป็นที่พอใจของกระทรวงยุติธรรมว่าเป็นผู้มีความรู้

ความสามารถ และความ

ประพฤติเหมาะสมที่จะเป็นผู้พิพากษา

ผู้ช่วยผู้พิพากษาผู้ใดเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษามาแล้วเป็นเวลาสองปี และผลของ

การอบรมยังไม่เป็นที่พอใจของกระทรวงยุติธรรมดังกล่าวในวรรคหนึ่ง

ให้รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้

ออกจากราชการ

ในปีแรกที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษา หากปรากฏว่าผู้ได้รับแต่งตั้ง

ไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งต่อไป

ให้รัฐมนตรีด้วยความเห็นชอบของ ก.ต. มีอำนาจสั่งให้ออก

จากราชการ

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙

การแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการตุลาการ นอกจาก

ตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา ให้รัฐมนตรีเสนอ ก.ต.

โดยคำนึงถึงความรู้ ความสามารถ ความรับผิด

ชอบ ประวัติการปฏิบัติราชการของบุคคลนั้น

เทียบกับงานในตำแหน่งข้าราชการตุลาการที่จะได้รับแต่งตั้งนั้น

ๆเพื่อให้ความเห็นชอบก่อน เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้วจึงนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้ง

ก่อนเข้ารับหน้าที่ผู้พิพากษาครั้งแรก ผู้พิพากษาต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อ

พระมหากษัตริย์ ด้วยถ้อยคำที่ ก.ต. กำหนด

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐

การเลื่อนชั้นและขั้นเงินเดือนข้าราชการตุลาการในชั้นหนึ่ง ๆ ให้

รัฐมนตรีเป็นผู้สั่งเลื่อน ก.ต. เห็นชอบ

สำหรับการเลื่อนขั้นเงินเดือนโดยปกติให้เลื่อนปีละหนึ่งขั้นโดยคำนึงถึงความอุตสาหะ

และความสามารถในการปฏิบัติงาน การปฏิบัติตามระเบียบวินัย ตลอดจนคุณภาพและปริมาณของผลงานที่ได้ปฏิบัติมา

ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

กฎกระทรวงเช่นว่านี้ให้ได้รับความเห็นชอบของ ก.ต. ก่อน

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑

การสั่งให้ข้าราชการตุลาการไปช่วยทำงานชั่วคราวมีกำหนดไม่เกิน

หกเดือน

ในตำแหน่งข้าราชการตุลาการที่ไม่ต่ำกว่าตำแหน่งที่ผู้นั้นดำรงอยู่

ให้รัฐมนตรีสั่งได้และ

แจ้งให้ ก.ต. ทราบ แต่ถ้าเกินหกเดือนต้องได้รับอนุมัติของ

ก.ต. ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนถึงอำนาจสั่งให้ช่วยราชการตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ เพื่อประโยชน์แก่ราชการศาลยุติธรรม

ให้ข้าราชการตุลาการที่ได้รับ

แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใหม่คงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิมต่อไปจนกว่าจะเข้ารับหน้าที่ในตำแหน่งใหม่

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓

การโอนข้าราชการตุลาการไปเป็นข้าราชการธุรการข้าราชการ

พลเรือน หรือข้าราชการฝ่ายอื่น ให้รัฐมนตรีสั่งได้เมื่อข้าราชการตุลาการผู้นั้นยินยอมและ

ก.ต. เห็นชอบ

การให้ข้าราชการตุลาการไปทำงานในตำแหน่งข้าราชการธุรการหรือตำแหน่ง

การเมืองในกระทรวงยุติธรรม ให้รัฐมนตรีสั่งได้เมื่อ ก.ต.

เห็นชอบ ในระหว่างปฏิบัติงานเช่นว่านี้

ข้าราชการตุลาการผู้นั้นจะทำการพิจารณาพิพากษาคดีมิได้

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔

การโอนข้าราชการธุรการมาเป็นข้าราชการตุลาการโดยได้รับเงิน

เดือนไม่สูงกว่าในขณะที่โอนมาอาจทำได้เมื่อ ก.ต. เห็นชอบ

แต่ข้าราชการธุรการนั้นต้องเคยดำรง

ตำแหน่งข้าราชการตุลาการนอกจากตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษามาแล้ว

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ ข้าราชการตุลาการผู้ใดพ้นจากตำแหน่งข้าราชการตุลาการไปโดยมิ

ได้มีความผิดหรือมีมลทินหรือมัวหมองในราชการ

หรือไปรับราชการในกระทรวงทบวงกรมอื่น เมื่อจะกลับเข้ารับตำแหน่งข้าราชการตุลาการโดยได้รับเงินเดือนไม่สูงกว่าขณะพ้นจากตำแหน่งข้าราชการตุลาการ

ถ้าผู้นั้นมีคุณสมบัติตามความในมาตรา ๒๗ (๒) ถึง (๑๒)

ให้รัฐมนตรีสั่งบรรจุได้เมื่อ ก.ต. เห็นชอบ

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖

ข้าราชการตุลาการผู้ใดไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการ

รับราชการทหาร

เมื่อผู้นั้นพ้นจากราชการทหารโดยไม่มีความเสียหาย และประสงค์จะกลับเข้ารับ

ตำแหน่งข้าราชการตุลาการ โดยได้รับเงินเดือนเท่าที่ได้รับอยู่ในขณะที่ไปรับราชการทหารนั้น

ให้ยื่นคำขอภายในกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันพ้นจากราชการทหาร

ในกรณีเช่นว่านี้ให้รัฐมนตรีสั่งบรรจุได้เมื่อ ก.ต. เห็นชอบ

การสอบคัดเลือก

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗

ผู้สมัครสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการ และแต่งตั้ง

ให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา

ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

(๑) (ก) เป็นธรรมศาสตร์บัณฑิต หรือนิติศาสตร์บัณฑิต หรือสอบไล่ได้ปริญญา

หรือประกาศนียบัตรทางกฎหมายจากต่างประเทศ ซึ่ง ก.ต.

เทียบว่าไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี

(ข) สอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่ง

เนติบัณฑิตยสภา และ

(ค)

ได้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเป็น จ่าศาล รองจ่าศาล เจ้าพนักงาน

พิทักษ์ทรัพย์ เจ้าพนักงานบังคับคดี

พนักงานคุมประพฤติหรือพนักงานคดีในกระทรวงยุติธรรม

พนักงานอัยการ นายทหารเหล่าพระธรรมนูญ ทนายความ

หรือประกอบวิชาชีพทางกฎหมายอย่าง

อื่นตามที่ ก.ต. กำหนดเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสองปี ทั้งนี้ให้

ก.ต. มีอำนาจออกระเบียบกำหนดเงื่อน

ไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพนั้น ๆ ด้วย

(๒) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด

(๓) อายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปี

(๔) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญด้วย

ความบริสุทธิ์ใจ

(๕) เป็นสามัญสมาชิกแห่งเนติบัณฑิตยสภา

(๖) ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี

(๗) ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว

(๘) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกพักราชการ หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน

ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการหรือตามกฎหมายอื่น

(๙) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการหรือ

รัฐวิสาหกิจ

(๑๐) ไม่เป็นผู้เคยรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ

(๑๑) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

หรือมีกายหรือจิตใจไม่เหมาะสมที่จะเป็นข้าราชการตุลาการ หรือเป็นโรคที่ระบุไว้ในกฎกระทรวง

และ

(๑๒) เป็นผู้ที่คณะกรรมการแพทย์มีจำนวนไม่น้อยกว่าสามคนซึ่ง ก.ต. จะได้

กำหนด ได้ตรวจร่างกายและจิตใจแล้ว และ ก.ต.

ได้พิจารณารายงานของแพทย์เห็นว่าสมควรรับ

สมัครได้

ให้ ก.ต. มีอำนาจออกระเบียบเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครสอบคัดเลือก

ก่อนที่จะรับสมัครได้

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘ ให้ ก.ต. มีอำนาจกำหนดหลักสูตรและวิธีการสอบคัดเลือกตลอด

จนวางเงื่อนไขในการรับสมัคร

เมื่อสมควรจะมีการสอบคัดเลือกเมื่อใด ให้ปลัดกระทรวงยุติธรรมเสนอ ก.ต.

เพื่อจัดให้มีการสอบคัดเลือก

เมื่อได้มีการสอบใหม่และได้ประกาศผลของการสอบแล้ว ให้บัญชี

สอบคัดเลือกคราวก่อนเป็นอันยกเลิก

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙

ผู้สอบคัดเลือกที่ได้คะแนนสูง ให้ได้รับบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการ

และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาก่อนผู้ที่ได้รับคะแนนต่ำลงมาตามลำดับแห่งบัญชีสอบคัดเลือก

หากได้คะแนนเท่ากัน ให้จับสลากเพื่อจัดลำดับที่ระหว่างผู้ที่ได้คะแนนเท่ากันนั้น

ผู้สอบคัดเลือกได้คนใด หากขาดคุณสมบัติข้อหนึ่งข้อใดตามมาตรา ๒๗ หรือ

เป็นบุคคลที่ ก.ต. เห็นว่า

มีชื่อเสียงหรือความประพฤติหรือเหตุอื่น ๆ ที่ไม่เหมาะสมจะเป็นข้าราช

การตุลาการ

เป็นอันหมดสิทธิเข้ารับราชการตามผลของการสอบคัดเลือกนั้น

การพ้นจากตำแหน่ง

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐ ข้าราชการตุลาการพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ได้รับอนุญาตให้ลาออก

(๓) พ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

(๔) โอนไปรับราชการทางอื่น

(๕) ออกจากราชการเพื่อไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการ

ทหาร

(๖) ถูกสั่งให้ออกจากราชการตามมาตรา ๑๘ มาตรา ๓๒ หรือมาตรา ๓๓

(๗) ถูกสั่งลงโทษไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก

การพ้นจากตำแหน่งข้าราชการตุลาการนอกจากตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาตาม

(๑) (๒) หรือ (๓) ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบ

ถ้าเป็นการพ้นจากตำแหน่งตาม (๔) (๕) (๖) หรือ (๗) ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง

พระบรมราชโองการดังกล่าวให้มีผลตั้งแต่วันโอนหรือวันออกจากราชการ แล้วแต่กรณี

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑

ข้าราชการตุลาการผู้ใดประสงค์จะลาออกจากราชการให้ยื่น

หนังสือขอลาออก เมื่อรัฐมนตรีพิจารณาสั่งอนุญาตแล้วให้ถือว่าพ้นจากตำแหน่ง

ในกรณีที่ข้าราชการตุลาการขอลาออกเพื่อดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเพื่อ

สมัครรับเลือกตั้ง

ให้การลาออกมีผลตั้งแต่วันที่ผู้นั้นขอลาออก

นอกจากกรณีตามวรรคสอง ถ้ารัฐมนตรีเห็นว่าจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ทางราช

การจะยับยั้งการอนุญาตให้ลาออกไว้เป็นเวลาไม่เกินสามเดือนนับแต่วันขอลาออกก็ได้

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒

ข้าราชการตุลาการผู้ใดหากปรากฏว่าขาดคุณสมบัติในการสมัคร

เข้ารับราชการเป็นข้าราชการตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการที่ใช้อยู่

ในเวลาสมัครตั้งแต่วันสมัครเข้ารับราชการหรือตั้งแต่ก่อนได้รับการบรรจุ

ให้รัฐมนตรีด้วยความเห็นชอบของ ก.ต. สั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการ

แต่ทั้งนี้ไม่กระทบกระเทือนถึงการใดที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติไปตามอำนาจหน้าที่และการรับเงินเดือนหรือผลประโยชน์อื่นใดที่ได้รับจากทางราชการก่อนมีคำสั่งให้ออกนั้น

และถ้าการเข้ารับราชการเป็นไปโดยสุจริตแล้วให้ถือว่าเป็นการสั่งให้ออกเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทนตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

มาตรา ๓๓

มาตรา ๓๓

เมื่อรัฐมนตรีเห็นสมควรให้ข้าราชการตุลาการผู้ใดออกจากราชการ

เพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทน เหตุทุพพลภาพ

หรือเหตุรับราชการนานตามกฎหมายว่าด้วย

บำเหน็จบำนาญข้าราชการ ให้ทำได้ด้วยความเห็นชอบของ ก.ต.

แต่การให้ออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทนให้ทำได้เฉพาะใน

กรณีต่อไปนี้

(๑) เมื่อข้าราชการตุลาการนั้นถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง และ

ดำเนินการสอบสวนตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในลักษณะ ๖ หมวด ๒

แล้ว ไม่ได้ความเป็นสัตย์ว่า

กระทำผิดที่จะต้องถูกสั่งลงโทษ ไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก

แต่เห็นว่าผู้นั้นมีมลทินหรือมัวหมองจะให้รับราชการต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ

(๒) เมื่อข้าราชการตุลาการนั้นบกพร่องต่อหน้าที่ หรือหย่อนความสามารถในอัน

ที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการ

หรือประพฤติตนไม่สมควรที่จะให้คงเป็นข้าราชการตุลาการต่อไป

(๓) เมื่อข้าราชการตุลาการนั้นเจ็บป่วยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ราชการได้โดย

สม่ำเสมอ แต่ไม่ถึงเหตุทุพพลภาพ หรือ

(๔) เมื่อปรากฏว่าข้าราชการตุลาการนั้นขาดสัญชาติไทยหรือขาดคุณสมบัติ

ตามมาตรา ๒๗ (๑๑)

หรือไปเป็นข้าราชการการเมืองหรือสมาชิกรัฐสภา เว้นแต่กรณีตามความในมาตรา ๒๓

วรรคสอง

คณะกรรมการตุลาการ

มาตรา ๓๔

มาตรา ๓๔

ให้มีคณะกรรมการตุลาการคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า ก.ต.

ประกอบด้วย

(๑) ประธานศาลฎีกา อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ รองประธานศาลฎีกา

ซึ่งมีอาวุโสสูงสุด และปลัดกระทรวงยุติธรรม

เป็นกรรมการตุลาการโดยตำแหน่ง และ

(๒) กรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิแปดคน ซึ่งข้าราชการตุลาการซึ่งได้รับเงิน

เดือนตั้งแต่ชั้น ๒ ขึ้นไป เป็นผู้เลือกจาก

(ก)

ข้าราชการตุลาการตามมาตรา ๑๕ (๒) และ

(๓) และมิได้เป็นกรรมการตุลาการโดยตำแหน่งอยู่แล้วสี่คน

(ข)

ผู้รับบำนาญซึ่งเคยรับราชการเป็นข้าราชการตุลาการมาแล้ว และต้องไม่

เป็นข้าราชการการเมือง สมาชิกรัฐสภา กรรมการพรรคการเมือง

เจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง หรือ

ทนายความ อีกสี่คน

ให้ประธานศาลฎีกาเป็นประธาน ก.ต. และเลขาธิการส่งเสริมงานตุลาการเป็น

เลขานุการ ก.ต.

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕

ให้รัฐมนตรีเป็นผู้สั่งให้มีการเลือกกรรมการตุลาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ

วิธีเลือกให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

ให้รัฐมนตรีประกาศชื่อผู้ได้รับเลือกในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๓๖

มาตรา ๓๖ กรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิให้อยู่ในตำแหน่งได้

คราวละสองปี

และอาจได้รับเลือกใหม่ได้

ถ้าตำแหน่งว่างลงก่อนถึงกำหนดวาระ ให้รัฐมนตรีสั่งให้ดำเนินการเลือกซ่อม

เว้นแต่วาระการอยู่ในตำแหน่งของกรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิจะเหลือไม่ถึงเก้าสิบวัน

รัฐมนตรี

จะไม่สั่งให้ดำเนินการเลือกซ่อมก็ได้

กรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับเลือกซ่อมอยู่ในตำแหน่งได้เพียงวาระ

ของผู้ที่ตนแทน

มาตรา ๓๗

มาตรา ๓๗

ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการตุลาการว่างลง และมีความจำเป็นที่จะ

ต้องดำเนินการโดยรีบด่วน

ก็ให้กรรมการตุลาการที่เหลือดำเนินการไปได้ แต่ต้องมีกรรมการ

ตุลาการพอที่จะเป็นองค์ประชุม

มาตรา ๓๘

มาตรา ๓๘ กรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ

(๑) ครบกำหนดวาระ

(๒) ตาย

(๓) ลาออก

(๔) เป็นกรรมการตุลาการโดยตำแหน่งหรือพ้นจากตำแหน่งข้าราชการตุลาการ

ในกรณีที่เป็นกรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๔ (๒)

(ก)

(๕) กลับเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตุลาการ ในกรณีที่เป็นกรรมการตุลาการ

ผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๔ (๒) (ข)

(๖) ไปเป็นข้าราชการการเมือง สมาชิกรัฐสภา กรรมการพรรคการเมือง เจ้าหน้า

ที่ในพรรคการเมือง หรือทนายความ

ในกรณีเป็นที่สงสัยว่ากรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิผู้ใดพ้นจากตำแหน่ง

กรรมการตุลาการหรือไม่ ให้ปลัดกระทรวงยุติธรรมเสนอ ก.ต.

เพื่อวินิจฉัยชี้ขาด

มาตรา ๓๙

มาตรา ๓๙ การประชุมของ ก.ต.

ต้องมีกรรมการตุลาการมาประชุมไม่น้อยกว่า

เจ็ดคนจึงเป็นองค์ประชุม

ถ้าประธาน ก.ต. ไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือก

กรรมการตุลาการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

หากกรรมการตุลาการโดยตำแหน่งว่างลง หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ผู้รักษา

ราชการแทนหรือผู้ทำการแทนชั่วคราวตามกฎหมาย

ทำหน้าที่กรรมการตุลาการแทนในระหว่างนั้นแต่ผู้ทำการแทนประธานศาลฎีกาชั่วคราวจะทำหน้าที่ประธาน

ก.ต. ไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับเลือกตามวรรคสอง

ในการประชุมของ ก.ต. ถ้ามีการพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับตัวกรรมการตุลาการผู้ใด

โดยเฉพาะ ผู้นั้นไม่มีสิทธิเข้าประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียงข้างมาก ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่

ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

ก.ต. มีอำนาจออกข้อบังคับว่าด้วยระเบียบการประชุมและการลงมติได้

มาตรา ๔๐

มาตรา ๔๐ ในกรณีที่ ก.ต.

มีหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ให้

ปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้เสนอเรื่องต่อ ก.ต.

แต่ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิกรรมการตุลาการคนหนึ่งคนใดที่จะเสนอ

มาตรา ๔๑

มาตรา ๔๑ ก.ต.

มีอำนาจแต่งตั้งอนุกรรมการให้ทำการใด ๆ แทนเพื่อเสนอ

ก.ต.

มาตรา ๔๒

มาตรา ๔๒

ในกรณีที่รัฐมนตรีไม่เห็นด้วยกับมติของ ก.ต. ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่

ส่วนหนึ่งส่วนใด

หรือเห็นว่ามตินั้นควรประกอบด้วยเงื่อนไขอย่างใด รัฐมนตรีจะขอให้ ก.ต.

พิจารณาใหม่ก็ได้ ในกรณีเช่นว่านี้ เมื่อ ก.ต.

มีมติยืนยันตามมติเดิม หรือจะแก้ไขเพิ่มเติมประการใด ก็ให้ดำเนินการไปตามมติของ

ก.ต. นั้น

การปฏิบัติการตามวรรคหนึ่ง รัฐมนตรีจะต้องเสนอให้ ก.ต. พิจารณาใหม่หรือ

ดำเนินการตามมติของ ก.ต. ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ ก.ต.

แจ้งมติไปถึงรัฐมนตรี

มาตรา ๔๓

มาตรา ๔๓ ในกรณีที่ ก.ต.

ไม่ให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งบุคคลให้ดำรง

ตำแหน่งข้าราชการตุลาการที่รัฐมนตรีเสนอตามมาตรา ๑๙ ให้

ก.ต. เสนอไปยังรัฐมนตรีพร้อมด้วยเหตุผลว่า ก.ต. เห็นสมควรแต่งตั้งบุคคลใด

ในกรณีเช่นว่านี้ รัฐมนตรีจะดำเนินการนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งบุคคลที่

ก.ต. เสนอนั้นก็ได้ หรือจะขอให้ ก.ต. พิจารณาใหม่ก็ได้ ในการพิจารณาใหม่ของ ก.ต.

ถ้า ก.ต. มีมติเห็นสมควรแต่งตั้งบุคคลที่รัฐมนตรีเสนอหรือที่ ก.ต. เสนอ ก็ให้รัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งบุคคลที่

ก.ต. มีมตินั้น

การปฏิบัติการตามวรรคหนึ่ง รัฐมนตรีจะต้องเสนอให้ ก.ต. พิจารณาใหม่ หรือ

ดำเนินการตามมติของ ก.ต. ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ ก.ต.

แจ้งมติไปถึงรัฐมนตรี

ดะโต๊ะยุติธรรม

มาตรา ๔๔

มาตรา ๔๔ การบรรจุและแต่งตั้งดะโต๊ะยุติธรรมให้รัฐมนตรีเป็นผู้สั่งเมื่อ

ก.ต.

เห็นชอบ

โดยคัดเลือกจากอิสลามศาสนิกผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

(๑) มีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๗ (๒) (๔) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) และ (๑๑)

(๒) อายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปี

(๓) มีภูมิรู้ในศาสนาอิสลามพอที่จะเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายอิสลามเกี่ยว

ด้วยครอบครัวและมรดก และ

(๔) มีความรู้ภาษาไทยเทียบได้ไม่ต่ำกว่าระดับประถมศึกษา

หลักเกณฑ์และวิธีการบรรจุและแต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง ให้กำหนดโดยกฎ

กระทรวง กฎกระทรวงเช่นว่านี้ให้ได้รับความเห็นชอบของ ก.ต.

ก่อน

มาตรา ๔๕

มาตรา ๔๕ การเลื่อนขั้นเงินเดือน

และการออกจากราชการของดะโต๊ะยุติธรรม

ให้รัฐมนตรีเป็นผู้สั่ง เมื่อ ก.ต. เห็นชอบ ทั้งนี้

ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

กฎกระทรวงเช่นว่านี้ให้ได้รับความเห็นชอบของ ก.ต. ก่อน

การโอนดะโต๊ะยุติธรรมไปเป็นข้าราชการธุรการ ข้าราชการพลเรือน หรือข้าราช

การฝ่ายอื่น ให้รัฐมนตรีสั่งได้

เมื่อดะโต๊ะยุติธรรมผู้นั้นยินยอมและ ก.ต. เห็นชอบ

มาตรา ๔๖

มาตรา ๔๖ ให้นำบทบัญญัติในลักษณะ

๖ ว่าด้วยวินัย การรักษาวินัยและการ

ลงโทษ มาใช้บังคับแก่ดะโต๊ะยุติธรรม

ในกรณีที่ดะโต๊ะยุติธรรมถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงที่มีโทษถึงไล่

ออก ปลดออก หรือให้ออก รัฐมนตรีหรืออธิบดีผู้พิพากษาภาค

ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชามีอำนาจแต่ง

ตั้งคณะกรรมการเพื่อทำการสอบสวน หรือสั่งพักราชการ

แล้วแต่กรณี

ข้าราชการธุรการ

มาตรา ๔๗

มาตรา ๔๗

ในส่วนที่เกี่ยวกับข้าราชการธุรการ ให้นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบ

ข้าราชการพลเรือนในส่วนที่เกี่ยวกับข้าราชการพลเรือนสามัญมาใช้บังคับ

ตำแหน่งข้าราชการตุลาการตำแหน่งใด เป็นตำแหน่งผู้บังคับบัญชาข้าราชการ

ธุรการ โดยเทียบกับตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งใด

ให้กำหนดโดยกฎ ก.พ.

ให้แต่งตั้งปลัดกระทรวงยุติธรรมจากข้าราชการฝ่ายตุลาการ ซึ่งเป็นหรือเคยเป็น

ข้าราชการตุลาการ

มาตรา ๔๘

มาตรา ๔๘ ให้มี อ.ก.พ.

กระทรวงประกอบด้วยรัฐมนตรีเป็นประธาน ปลัด

กระทรวงยุติธรรม รองปลัดกระทรวงยุติธรรม

อธิบดีและหัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรมใน

กระทรวงยุติธรรม ผู้แทนศาลฎีกา ผู้แทนศาลอุทธรณ์

และผู้แทนศาลชั้นต้นในกรุงเทพมหานครทุกศาล นอกจากศาลจังหวัดและศาลแขวง

เป็นอนุกรรมการ

ให้ อ.ก.พ. กระทรวงตั้งข้าราชการธุรการคนหนึ่งเป็นเลขานุการ

ให้ อ.ก.พ. กระทรวงทำหน้าที่ อ.ก.พ. กรมสำหรับสำนักงานปลัดกระทรวงด้วย

วินัย

การรักษาวินัย และการลงโทษ

หมวดที่ ๑

วินัย

68 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. 2521 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_bc69580012b5a662

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com