我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. 2521 หมวด ๑

มาตรา ๑๔–มาตรา ๒๖共 13 條

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ ตำแหน่งข้าราชการตุลาการมีดังนี้ ประธานศาลฎีกาอธิบดีผู้ พิพากษาศาลอุทธรณ์ รองประธานศาลฎีกา ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา รองอธิบดีผู้ พิพากษาศาลอุทธรณ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น อธิบดีศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง ผู้พิพากษา ศาลฎีกา อธิบดีผู้พิพากษาภาค รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น รองอธิบดีศาลคดีเด็กและ เยาวชนกลาง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ผู้พิพากษาศาลแพ่ง ผู้พิพากษาศาลอาญา ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล ผู้พิพากษาศาลจังหวัด ผู้พิพากษา และผู้ช่วยผู้ พิพากษา นอกจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง อาจให้มีตำแหน่งข้าราชการตุลาการที่เรียกชื่อ อย่างอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวงได้ ตำแหน่งดังกล่าวจะเทียบกับตำแหน่งใดตามวรรคหนึ่งให้กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนั้นด้วย กฎกระทรวงเช่นว่านี้ให้ได้รับความเห็นชอบของ ก.ต. ก่อน

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ ข้าราชการตุลาการให้ได้รับเงินเดือนตามตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้ง ดังต่อไปนี้ (๑) ประธานศาลฎีกาให้ได้รับเงินเดือนชั้น ๙ (๒) อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และรองประธานศาลฎีกาให้ได้รับเงินเดือน ชั้น ๘ (๓) ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ อธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นและอธิบดีศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง ให้ได้รับเงินเดือนชั้น ๗ (๔) ผู้พิพากษาศาลฎีกา อธิบดีผู้พิพากษาภาค รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น รองอธิบดีศาลคดีเด็กและเยาวชนกลาง และผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ ให้ได้รับเงิน เดือนชั้น ๖ (๕) ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ได้รับเงินเดือนชั้น ๕-๖ (๖) ผู้พิพากษาศาลแพ่ง ผู้พิพากษาศาลอาญา และผู้พิพากษาหัวหน้าศาลให้ได้ รับเงินเดือนชั้น ๓-๔ (๗) ผู้พิพากษาศาลจังหวัดและผู้พิพากษา ให้ได้รับเงินเดือนชั้น ๒-๓ (๘) ผู้ช่วยผู้พิพากษา ให้ได้รับเงินเดือนชั้น๑ สำหรับข้าราชการตุลาการซึ่งดำรงตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่น เมื่อเทียบกับ ตำแหน่งใดก็ให้ได้รับเงินเดือนตามตำแหน่งนั้น ในกรณีที่ข้าราชการตุลาการได้เลื่อนขึ้นรับเงินเดือนในชั้นสูงขึ้นให้ได้รับเงินเดือน ในอัตราขั้นต่ำของชั้นที่เลื่อนขึ้น แต่ถ้าผู้นั้นได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำของชั้นที่เลื่อนขึ้นก็ให้ได้รับ เงินเดือนในขั้นของชั้นที่เลื่อนขึ้น ซึ่งมีจำนวนเท่ากับเงินเดือนที่ได้รับอยู่

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ ให้ประธานศาลฎีกาได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งเดือนละสองหมื่น บาทและอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ได้รับเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งเดือนละหนึ่งหมื่นห้าพันบาท

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ การบรรจุข้าราชการตุลาการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้ พิพากษา ให้รัฐมนตรีเป็นผู้สั่งบรรจุและแต่งตั้งโดยวิธีการสอบคัดเลือกตามความในหมวด ๒ แห่งลักษณะนี้ แต่ถ้าผู้ใด (๑) สอบไล่ได้ปริญญาหรือประกาศนียบัตรทางกฎหมายจากต่างประเทศโดยมี หลักสูตรเดียวไม่น้อยกว่าสามปี ซึ่ง ก.ต. เทียบว่าไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี และสอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา (๒) สอบไล่ได้ปริญญาหรือประกาศนียบัตรทางกฎหมายจากต่างประเทศโดยมี หลักสูตรเดียวไม่น้อยกว่าสองปีหรือหลายหลักสูตรรวมกันไม่น้อยกว่าสองปี ซึ่ง ก.ต. เทียบว่าไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีและสอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภาและได้ประกอบวิชาชีพตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๒๗ (๑) (ค) เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี (๓) เป็นธรรมศาสตร์บัณฑิต หรือนิติศาสตร์บัณฑิต และสอบไล่ได้ชั้นเกียรติ นิยมตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา และได้ประกอบวิชาชีพ ตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๒๗ (๑) (ค) เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี หรือ (๔) สอบไล่ได้ปริญญาโทหรือปริญญาเอกทางกฎหมายในประเทศไทยและสอบ ไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา และได้ประกอบวิชาชีพ ตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๒๗ (๑) (ค) เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี เมื่อ ก.ต. พิจารณาเห็นว่า เป็นผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๗ (๒) ถึง (๑๒) และ ได้ทำการทดสอบความรู้ในวิชากฎหมายแล้วเห็นสมควรที่จะให้เข้ารับราชการก็ให้รัฐมนตรีสั่งบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์วิธีการและอัตราส่วนของจำนวนผู้สอบคัดเลือกได้ ตามที่ ก.ต. กำหนด

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ ผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษา จะต้องเป็นผู้ ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยพิพากษาและได้รับการอบรมจากกระทรวงยุติธรรมมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ผลของการอบรมเป็นที่พอใจของกระทรวงยุติธรรมว่าเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และความ ประพฤติเหมาะสมที่จะเป็นผู้พิพากษา ผู้ช่วยผู้พิพากษาผู้ใดเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษามาแล้วเป็นเวลาสองปี และผลของ การอบรมยังไม่เป็นที่พอใจของกระทรวงยุติธรรมดังกล่าวในวรรคหนึ่ง ให้รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้ ออกจากราชการ ในปีแรกที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษา หากปรากฏว่าผู้ได้รับแต่งตั้ง ไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งต่อไป ให้รัฐมนตรีด้วยความเห็นชอบของ ก.ต. มีอำนาจสั่งให้ออก จากราชการ

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ การแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการตุลาการ นอกจาก ตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา ให้รัฐมนตรีเสนอ ก.ต. โดยคำนึงถึงความรู้ ความสามารถ ความรับผิด ชอบ ประวัติการปฏิบัติราชการของบุคคลนั้น เทียบกับงานในตำแหน่งข้าราชการตุลาการที่จะได้รับแต่งตั้งนั้น ๆเพื่อให้ความเห็นชอบก่อน เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้วจึงนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้ง ก่อนเข้ารับหน้าที่ผู้พิพากษาครั้งแรก ผู้พิพากษาต้องถวายสัตย์ปฏิญาณต่อ พระมหากษัตริย์ ด้วยถ้อยคำที่ ก.ต. กำหนด

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ การเลื่อนชั้นและขั้นเงินเดือนข้าราชการตุลาการในชั้นหนึ่ง ๆ ให้ รัฐมนตรีเป็นผู้สั่งเลื่อน ก.ต. เห็นชอบ สำหรับการเลื่อนขั้นเงินเดือนโดยปกติให้เลื่อนปีละหนึ่งขั้นโดยคำนึงถึงความอุตสาหะ และความสามารถในการปฏิบัติงาน การปฏิบัติตามระเบียบวินัย ตลอดจนคุณภาพและปริมาณของผลงานที่ได้ปฏิบัติมา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง กฎกระทรวงเช่นว่านี้ให้ได้รับความเห็นชอบของ ก.ต. ก่อน

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ การสั่งให้ข้าราชการตุลาการไปช่วยทำงานชั่วคราวมีกำหนดไม่เกิน หกเดือน ในตำแหน่งข้าราชการตุลาการที่ไม่ต่ำกว่าตำแหน่งที่ผู้นั้นดำรงอยู่ ให้รัฐมนตรีสั่งได้และ แจ้งให้ ก.ต. ทราบ แต่ถ้าเกินหกเดือนต้องได้รับอนุมัติของ ก.ต. ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนถึงอำนาจสั่งให้ช่วยราชการตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ เพื่อประโยชน์แก่ราชการศาลยุติธรรม ให้ข้าราชการตุลาการที่ได้รับ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใหม่คงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิมต่อไปจนกว่าจะเข้ารับหน้าที่ในตำแหน่งใหม่

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ การโอนข้าราชการตุลาการไปเป็นข้าราชการธุรการข้าราชการ พลเรือน หรือข้าราชการฝ่ายอื่น ให้รัฐมนตรีสั่งได้เมื่อข้าราชการตุลาการผู้นั้นยินยอมและ ก.ต. เห็นชอบ การให้ข้าราชการตุลาการไปทำงานในตำแหน่งข้าราชการธุรการหรือตำแหน่ง การเมืองในกระทรวงยุติธรรม ให้รัฐมนตรีสั่งได้เมื่อ ก.ต. เห็นชอบ ในระหว่างปฏิบัติงานเช่นว่านี้ ข้าราชการตุลาการผู้นั้นจะทำการพิจารณาพิพากษาคดีมิได้

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ การโอนข้าราชการธุรการมาเป็นข้าราชการตุลาการโดยได้รับเงิน เดือนไม่สูงกว่าในขณะที่โอนมาอาจทำได้เมื่อ ก.ต. เห็นชอบ แต่ข้าราชการธุรการนั้นต้องเคยดำรง ตำแหน่งข้าราชการตุลาการนอกจากตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษามาแล้ว

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ ข้าราชการตุลาการผู้ใดพ้นจากตำแหน่งข้าราชการตุลาการไปโดยมิ ได้มีความผิดหรือมีมลทินหรือมัวหมองในราชการ หรือไปรับราชการในกระทรวงทบวงกรมอื่น เมื่อจะกลับเข้ารับตำแหน่งข้าราชการตุลาการโดยได้รับเงินเดือนไม่สูงกว่าขณะพ้นจากตำแหน่งข้าราชการตุลาการ ถ้าผู้นั้นมีคุณสมบัติตามความในมาตรา ๒๗ (๒) ถึง (๑๒) ให้รัฐมนตรีสั่งบรรจุได้เมื่อ ก.ต. เห็นชอบ

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ ข้าราชการตุลาการผู้ใดไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการ รับราชการทหาร เมื่อผู้นั้นพ้นจากราชการทหารโดยไม่มีความเสียหาย และประสงค์จะกลับเข้ารับ ตำแหน่งข้าราชการตุลาการ โดยได้รับเงินเดือนเท่าที่ได้รับอยู่ในขณะที่ไปรับราชการทหารนั้น ให้ยื่นคำขอภายในกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันพ้นจากราชการทหาร ในกรณีเช่นว่านี้ให้รัฐมนตรีสั่งบรรจุได้เมื่อ ก.ต. เห็นชอบ การสอบคัดเลือก

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).