我的書籤免費註冊

พระราชบัญญัติการค้าข้าว พุทธศักราช 2489

法律・公布 1946-05-09・全 23 條

อารัมภบท

พระราชบัญญัติ พระราชบัญญัติ การค้าข้าว พุทธศักราช ๒๔๘๙ อานันทมหิดล ตราไว้ ณ วันที่ ๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๘๙ เป็นปีที่ ๑๓ ในรัชชกาลปัจจุบัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรวางระเบียบการค้าข้าว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติการค้าข้าว พุทธศักราช ๒๔๘๙”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับได้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้ “ข้าว” หมายความว่าข้าวเปลือกทุกชะนิด ข้าวกล้อง ข้าวสาร ข้าวเหนียว และรวมตลอดถึงปลายข้าว “การค้าข้าว” หมายความว่าการซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน หรือโอนกรรมสิทธิ์ข้าว “ผู้ค้าข้าว” หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับอนุญาตให้ประกอบการค้าข้าวตามพระราชบัญญัตินี้ “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการซึ่งตั้งขึ้นตามความในพระราชบัญญัตินี้ “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ที่คณะกรรมการแต่งตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ให้มีกรรมการคณะหนึ่งประกอบด้วยประธานกรรมการหนึ่งนาย และกรรมการอื่นอีกไม่น้อยกว่าหกนายซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง มีอำนาจและหน้าที่ตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๕

มาตรา ๕ คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งบุคคลใดหรือคณะบุคคลใดเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อปฏิบัติการอันอยู่ในอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนในท้องที่ใดท้องที่หนึ่งแทนคณะกรรมการได้

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ให้คณะกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ หรือเคหะสถานของบุคคลใดเพื่อตรวจข้าว ใบรับในการขาย หรือแลกเปลี่ยนข้าว รายงานการค้าข้าว และเอกสารอื่น ๆ เกี่ยวกับการค้าข้าวได้ในเวลากลางวัน และมีอำนาจสั่งบุคคลใดที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำในเรื่องที่เกี่ยวกับการนั้น ได้

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ให้คณะกรรมการมีอำนาจประกาศเขตต์ควบคุมการค้าข้าวได้

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ในเขตต์ควบคุมการค้าข้าว ให้คณะกรรมการมีอำนาจ (๑) กำหนดราคาสูงสุดของข้าว (๒) ห้ามมิให้ซื้อ ขาย แลกเปลี่ยนข้าวเกินกว่าราคาที่คณะกรรมการกำหนด (๓) สั่งให้แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บข้าว หรือห้ามยักย้ายข้าวจากสถานที่เก็บหรือเปลี่ยนแปลงสภาพข้าว เว้นแต่จะได้รับหนังสืออนุญาต (๔) สั่งให้ผู้ค้าข้าว ขายข้าวให้แก่บุคคลหนึ่งบุคคลใดตามราคาและปริมาณที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ในเขตต์ควบคุมการค้าข้าว ผู้ประกอบการค้าข้าวต้องได้รับหนังสืออนุญาตจากคณะกรรมการก่อน การขออนุญาตประกอบการค้าข้าว ให้ทำตามแบบที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ผู้ที่ทำการค้าข้าวอยู่ก่อนวันประกาศเขตต์ควบคุมการค้าข้าว ให้ยื่นคำขออนุญาตประกอบการค้าข้าวภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนด ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าสามสิบวัน นับแต่วันประกาศเขตต์ควบคุมการค้าข้าว

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ผู้ได้รับหนังสืออนุญาตให้ประกอบการค้าข้าวต้องเก็บหนังสืออนุญาตนั้นไว้ในที่เปิดเผย ซึ่งอาจจะแลเห็นได้สะดวก ณ สถานที่ที่ทำการค้าข้าว

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ บทบัญญัติมาตรา ๙ มิให้ใช้บังคับแก่ (๑) กสิกรซึ่งขายหรือแลกเปลี่ยนข้าวซึ่งกสิกรนั้นผลิตได้จากเนื้อที่ที่ตนทำ (๒) ผู้ที่ขายหรือแลกเปลี่ยนข้าวครั้งหนึ่งมีปริมาณดังนี้ (ก) ข้าวเปลือกทุกชะนิดไม่เกินสองเกวียนหลวง (ข) ข้าวอื่น ๆ ไม่เกินหนึ่งร้อยแปดกิโลกรัม

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ผู้ได้รับหนังสืออนุญาตให้ประกอบการค้าข้าวตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องทำรายงานการค้าข้าวยื่นต่อคณะกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบและระยะเวลาที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ในเขตต์ควบคุมการค้าข้าว ห้ามมิให้ผู้ประกอบการค้าข้าวคนใดขาย แลกเปลี่ยน หรือโอนกรรมสิทธิ์ข้าวแก่ผู้ที่มิได้รับหนังสืออนุญาตให้ประกอบการค้าข้าว เว้นแต่ไม่เกินปริมาณที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๑ บุคคลใดต้องการซื้อข้าวเกินปริมาณที่กำหนดไว้ในมาตรา ๑๑ เพื่อบริโภค ให้ขออนุญาตต่อคณะกรรมการ เมื่อคณะกรรมการได้ออกหนังสืออนุญาตแล้ว ก็ให้ผู้ประกอบการค้าข้าวขายข้าวให้บุคคลนั้นได้ หนังสืออนุญาตตามความในวรรคก่อน คณะกรรมการจะออกให้ฉะเพาะคราวหนึ่งหรือหลายคราวเป็นประจำก็ได้

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ ผู้ได้รับหนังสืออนุญาตให้ประกอบการค้าข้าว ต้องแสดงราคาข้าวประจำวันเป็นภาษาไทยไว้ในที่เปิดเผย ซึ่งอาจจะแลเห็นได้สะดวก ณ สถานที่ทำการค้าข้าว

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ หนังสืออนุญาตให้ประกอบการค้าข้าวให้มีกำหนดเวลาและเงื่อนไขตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ หนังสืออนุญาตให้ประกอบการค้าข้าวให้ใช้ได้ฉะเพาะตัว จะโอนกันไม่ได้ และเมื่อเลิกประกอบการค้าข้าวแล้ว ต้องแจ้งให้คณะกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ทราบ

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ ผู้ใดฝ่าฝืนประกาศหรือคำสั่งคณะกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งออกตามความในมาตรา ๘ ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือจำคุกไม่เกินห้าปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ ผู้ใดฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา ๙ มาตรา ๑๒ หรือมาตรา ๑๓ วรรค ๑ ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือจำคุกไม่เกินห้าปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ ผู้ใดฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๔ หรือมาตรา ๑๖ ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ ผู้ใดให้ถ้อยคำเท็จในการแจ้งปริมาณหรือสถานที่เก็บข้าว หรือขัดขืน หรือฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติการตามมาตรา ๖ หรือให้ถ้อยคำเท็จแก่บุคคลนั้น ๆ ผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือจำคุกไม่เกินห้าปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ใดปฏิบัติการหรือละเว้นปฏิบัติการในหน้าที่ อันเป็นการช่วยเหลือให้มีการฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ไม่ว่าด้วยประการใด ๆ มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินห้าพันบาท

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมและกิจการอื่น ๆ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้นเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ปรีดี พนมยงค์ นายกรัฐมนตรี ดวงใจ/แก้ไข ๒๘/ส.ค./๔๔ พัชรินทร์/แก้ไข ๖ มกราคม ๒๕๔๘ วศิน/แก้ไข ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๒ คณิตา/ปรับปรุง ๑๖ มกราคม ๒๕๕๖ วิชพงษ์/ตรวจ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๖ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๖๓/ตอนที่ ๒๙/หน้า ๒๙๖/๙ พฤษภาคม ๒๔๘๙

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查