法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

localOrdinance

เทศบัญญัติเทศบาลนครรังสิต เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2556

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
25
มาตรา อารัมภบท

เทศบัญญัติเทศบาลนครรังสิต

เทศบัญญัติเทศบาลนครรังสิต

เรื่อง

การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์

พ.ศ. ๒๕๕๖[๑]

โดยที่เป็นการสมควรให้มีเทศบัญญัติเทศบาลนครรังสิต ว่าด้วย

การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.

๒๕๓๕ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๕๐

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

ประกอบกับมาตรา ๖๐ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล

(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๐

เทศบาลนครรังสิตโดยความเห็นชอบจากสภาเทศบาลนครรังสิตและผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี

ตราเทศบัญญัติไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ เทศบัญญัตินี้เรียกว่า “เทศบัญญัติเทศบาลนครรังสิต เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ.

๒๕๕๖”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ เทศบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเจ็ดวัน

นับแต่วันที่ได้ประกาศไว้โดยเปิดเผย ณ สำนักงานเทศบาลนครรังสิตเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดาเทศบัญญัติ

ระเบียบข้อบังคับ ประกาศ หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่บัญญัติไว้แล้วในเทศบัญญัตินี้

หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งเทศบัญญัตินี้ ให้ใช้เทศบัญญัตินี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในเทศบัญญัตินี้

“เจ้าพนักงานท้องถิ่น” หมายความว่า

นายกเทศมนตรีนครรังสิต

“เจ้าพนักงานสาธารณสุข” หมายความว่า

เจ้าพนักงานซึ่งได้รับแต่งตั้งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ตามมาตรา ๕

วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า

ข้าราชการหรือพนักงานเทศบาลนครรังสิตผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา

๔๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕

“สุนัขพันธุ์เล็ก” หมายความว่า

พูดเดิ้ลทอย ชิวาวา ดัชชุน ชิสุ มินิเจอร์พินเจอร์ ปักกิ่ง เทอร์เรียน

และพันธุ์อื่น ๆ ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด

“การเลี้ยงสัตว์” หมายความว่า

การมีสัตว์ไว้ในครอบครอง การดูแลเอาใจใส่ บำรุงรักษา หรือการให้อาหารเป็นอาจิณเพื่อให้สัตว์นั้นเจริญเติบโตและมีชีวิตอยู่ได้

“การปล่อยสัตว์” หมายความว่าการสละการครอบครองสัตว์

หรือการปล่อยให้อยู่นอกสถานที่เลี้ยงสัตว์ โดยปราศจากการควบคุม

“เจ้าของสัตว์” หมายความรวมถึงผู้ครอบครองสัตว์ด้วย

“เจ้าของสุนัข” หมายความรวมถึง

ผู้ครอบครองสุนัขด้วย

“สถานที่เลี้ยงสัตว์” หมายความว่า

คอกสัตว์ กรงสัตว์ ที่ขังสัตว์หรือสถานที่ในลักษณะอื่นที่ใช้ในการควบคุมสัตว์ที่เลี้ยง

“ที่หรือทางสาธารณะ” หมายความว่า

สถานที่หรือทางซึ่งมิใช่เป็นของเอกชนและประชาชนสามารถใช้ประโยชน์หรือใช้สัญจรได้

“สิ่งปฏิกูล” หมายความว่า

อุจจาระ หรือปัสสาวะ และหมายความรวมถึงสิ่งอื่นใดซึ่งเป็นสิ่งโสโครก

หรือมีกลิ่นเหม็น

“หน่วยรับจดทะเบียนสุนัข” หมายความว่า

งานสัตวแพทย์ กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม หรือบุคคลใด

หรือสถานที่ใดที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ เทศบัญญัตินี้มิให้ใช้บังคับแก่

(๑) การเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ของทางราชการ

(๒) การปล่อยสัตว์เพื่อการกุศลตามประเพณี

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้นายกเทศมนตรีนครรังสิต

รักษาการให้เป็นไปตามเทศบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกระเบียบ

ข้อบังคับประกาศหรือคำสั่งเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามเทศบัญญัตินี้

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เพื่อประโยชน์ในการรักษาสภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการดำรงชีวิตของประชาชนหรือเพื่อป้องกันอันตรายจากเชื้อโรคที่เกิดจากสัตว์

ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการผังเมืองให้พื้นที่เขตเทศบาลนครรังสิตเป็นเขตควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ประเภทดังต่อไปนี้

(๑) สัตว์ประเภท ๑ ได้แก่ ช้าง

(๒) สัตว์ประเภท ๒ ได้แก่ สุนัข

(๓) สัตว์ประเภท ๓ ได้แก่ แมว นก ปลา ม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ

ห่านเป็ด ไก่ งู จระเข้ และสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ห้ามมิให้ผู้ใดเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ตามข้อ

๗.๑ ข้อ ๗.๒ และ ข้อ ๗.๓ ในที่หรือทางสาธารณะในเขตเทศบาลนครรังสิต

การเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ประเภท

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้พื้นที่เขตเทศบาลนครรังสิตทั้งหมด

เป็นเขตห้ามเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ประเภท ๑ โดยเด็ดขาด

กรณีมีเหตุจำเป็นต้องนำสัตว์ประเภทที่ ๑

เข้ามาในเขตเทศบาลนครรังสิตเป็นการชั่วคราว

ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น

การเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ประเภท

การควบคุมจำนวนการเลี้ยง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ สัตว์ประเภท ๒

ในเทศบัญญัตินี้ ต่อไปนี้ใช้คำว่า“สุนัข”แทน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้พื้นที่ทั้งหมดในเขตเทศบาลนครรังสิต

เป็นเขตห้ามเลี้ยงสุนัขเกินจำนวนที่กำหนด ดังนี้

(๑) เนื้อที่ดินไม่เกิน ๒๐ ตารางวา เลี้ยงได้ไม่เกิน ๒ ตัว

(๒) เนื้อที่ดินเกิน ๒๐ ตารางวา แต่ไม่เกิน ๕๐ ตารางวา

เลี้ยงได้ไม่เกิน ๓ ตัว

(๓) เนื้อที่ดินเกิน ๕๐ ตารางวาขึ้นไป เลี้ยงได้ไม่เกิน ๔ ตัว

ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับกับการเลี้ยงสุนัขพันธุ์เล็ก

และการเลี้ยงสุนัขของวัด ศาลเจ้า และสถานที่อื่นที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด

การจดทะเบียนสุนัข

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่เทศบัญญัติมีผลใช้บังคับเจ้าของสุนัขมีหน้าที่ต้องนำสุนัข

หรือใบรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างใดอย่างหนึ่ง ไปยื่นคำขอจดทะเบียนสุนัข

เพื่อจัดทำบัตรประจำตัวสุนัข และเครื่องหมายสัญลักษณ์ ณ หน่วยรับจดทะเบียนสุนัข

เพื่อความสะดวกในการจดทะเบียนสุนัขตามวรรคหนึ่ง

เจ้าพนักงานท้องถิ่นอาจประกาศกำหนดช่วงวัน เวลา

และสถานที่ในการรับจดทะเบียนสุนัขได้ตามที่เห็นสมควร

เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอแล้วพบว่าถูกต้อง

ให้ออกบัตรประจำตัวสุนัข พร้อมมอบเครื่องหมายสัญลักษณ์ ให้กับเจ้าของสุนัข

ภายหลังดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว

หากมีสุนัขเกิดใหม่เจ้าของสุนัขต้องยื่นคำขอจดทะเบียนสุนัขภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวัน

คำขอจดทะเบียนสุนัข บัตรประจำตัวสุนัข และเครื่องหมายสัญลักษณ์ให้เป็นไปตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ กรณีต่อไปนี้ให้เจ้าของสุนัขแจ้งต่อหน่วยรับจดทะเบียนสุนัข

(๑) ภายในสามสิบวัน

(๑.๑) เมื่อมีการย้ายที่อยู่สุนัขไปนอกเขตเทศบาล

(๑.๒) เมื่อมีการนำสุนัขจากนอกเขตเทศบาลมาเลี้ยงดูไว้

(๑.๓) เมื่อบัตรประจำตัว เครื่องหมายสัญลักษณ์สุนัข สูญหาย

ถูกทำลายหรือชำรุดในสาระสำคัญ

(๒) ภายในเจ็ดวัน

(๒.๑) เมื่อสุนัขตาย

(๒.๒) เมื่อสุนัขหาย หรือหลังพบสุนัขที่หาย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ หากเจ้าของสุนัขไม่ประสงค์จะเลี้ยงดูสุนัขอีกต่อไปต้องมอบสุนัข

บัตรประจำตัวสุนัข พร้อมเครื่องหมายสัญลักษณ์ให้กับบุคคลอื่น

และเจ้าของใหม่จะต้องแจ้งต่อหน่วยที่รับจดทะเบียนไว้ภายในสามสิบวันนับแต่วันรับมอบสุนัข

หากเจ้าของสุนัขไม่สามารถหาเจ้าของใหม่ได้

จะต้องมอบสุนัขนั้นให้เทศบาลนครรังสิตดูแล

โดยเสียค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ วิธีการแจ้งตามข้อ

๑๓ ข้อ ๑๔ ให้เป็นไปตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในการจดทะเบียนสุนัขตามข้อ

๑๒ วรรคหนึ่ง หากพบว่าผู้ใดมีสุนัขเลี้ยงดูไว้เกินจำนวนที่กำหนดตามข้อ ๑๑

ให้ส่งมอบสุนัขที่เกินนั้นให้เทศบาลนครรังสิตดูแลโดยเจ้าของสุนัขนั้นต้องเสียค่าใช้จ่ายตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนดเว้นแต่เจ้าของสุนัขประสงค์จะเลี้ยงสุนัขจำนวนที่เกินไว้เองโดยได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นเป็นการชั่วคราว

การอนุญาตของเจ้าพนักงานท้องถิ่นเป็นการชั่วคราวตามวรรคหนึ่ง

ให้กระทำได้ไม่เกิน ๒ ครั้ง รวมระยะเวลาไม่เกิน ๑๒๐ วัน

การเลี้ยงหรือปล่อยสุนัข

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในการเลี้ยงสุนัข

เจ้าของสุนัขต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้

(๑) จัดสถานที่เลี้ยงตามความเหมาะสมของสุนัข

โดยมีขนาดเพียงพอแก่การดำรงชีวิตของสุนัขมีแสงสว่างเพียงพอและการระบายอากาศที่เพียงพอ

มีระบบการระบายน้ำและกำจัดสิ่งปฏิกูลให้ถูกสุขลักษณะ

(๒)

กรณีเป็นสุนัขที่มีพฤติกรรมดุร้ายหรือสุนัขสายพันธุ์อื่นที่มีประวัติทำร้ายคน

จะต้องเลี้ยงในสถานที่ หรือกรงที่สุนัขไม่สามารถเข้าถึงบุคคลภายนอก

และมีป้ายเตือนให้ระมัดระวัง โดยสังเกตได้อย่างชัดเจน

(๓) ควบคุมสุนัขมิให้ออกนอกสถานที่เลี้ยง โดยปราศจากการควบคุม

(๔) ควบคุมดูแลสุนัขมิให้ก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญ เช่น

ก่อให้เกิดเสียงดังติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ๆ เป็นต้น

(๕) รักษาสถานที่เลี้ยงสุนัขให้สะอาดอยู่เสมอ

จัดเก็บสิ่งปฏิกูลให้ถูกสุขลักษณะ เป็นประจำไม่ปล่อยให้เป็นที่สะสมหมักหมมจนเกิดกลิ่นเหม็นรบกวนผู้ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง

(๖) ต้องรับผิดชอบต่อความเป็นอยู่ของสุนัข เกี่ยวกับเรื่องอาหาร

ความสะอาด และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ถ้าเจ้าของสุนัขไม่สามารถเลี้ยงดูสุนัขได้เป็นการชั่วคราว

จะต้องจัดให้มีผู้ดูแลความเป็นอยู่ของสุนัขให้เป็นปกติสุข

(๗) เมื่อสุนัขตาย เจ้าของสุนัขจะต้องกำจัดซากสุนัขให้ถูกสุขลักษณะ

เพื่อป้องกันมิให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงหรือสัตว์นำโรค ทั้งนี้ โดยวิธีที่ไม่ก่อเหตุรำคาญ

และไม่เป็นเหตุให้เกิดการปนเปื้อนของแหล่งน้ำ

เว้นแต่สุนัขตายเนื่องจากป่วยเป็นโรคระบาดสัตว์

ต้องแจ้งต่อหน่วยรับจดทะเบียนสุนัขทันที

และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงานเจ้าหน้าที่

(๘) จัดให้มีการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในสุนัข

เพื่อป้องกันอันตรายจากเชื้อโรคที่เกิดจากสุนัขมาสู่คน

(๙) ในกรณีที่มีเหตุควรสงสัยว่า

สุนัขที่เลี้ยงเป็นโรคอันอาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพของประชาชน

ให้เจ้าของสุนัขแยกกันสุนัขไว้ต่างหาก และแจ้งให้หน่วยที่รับจดทะเบียนสุนัขไว้ทราบ

และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงานเจ้าหน้าที่

(๑๐) ต้องจัดให้สุนัขมีเครื่องหมายสัญลักษณ์ติดที่ตัวตลอดเวลา

(๑๑)

ปฏิบัติการอื่นใดตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานท้องถิ่นเจ้าพนักงานสาธารณสุข

หรือพนักงานเจ้าหน้าที่

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ห้ามมิให้ผู้ใดเลี้ยงหรือปล่อยสุนัขในที่หรือทางสาธารณะหรือในที่ของบุคคลอื่นโดยปราศจากความยินยอม

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ เจ้าของสุนัขมีหน้าที่ต้องกำจัดสิ่งปฏิกูลอันเกิดจากสุนัขในที่หรือทางสาธารณะ

หรือในที่อื่นใดในเขตเทศบาลนครรังสิตโดยทันที

การนำสุนัขออกนอกสถานที่เลี้ยง

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ผู้ใดนำสุนัขออกนอกสถานที่เลี้ยง

ต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้

(๑) พกบัตรประจำตัวสุนัขและต้องแสดงบัตรประจำตัวสุนัขเมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น

เจ้าพนักงานสาธารณสุข หรือพนักงานเจ้าหน้าที่เรียกตรวจ

(๒) ผูกสายลากจูงที่แข็งแรงและจับสายลากจูงตลอดเวลาในกรณีที่เป็นสุนัขที่มีพฤติกรรมดุร้าย

หรือสุนัขสายพันธุ์อื่นที่มีประวัติทำร้ายคน ต้องใส่อุปกรณ์ครอบปากและจับสายลากจูงห่างจากตัวสุนัขไม่เกินห้าสิบเซนติเมตรตลอดเวลา

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ความในข้อ ๒๐

(๒) มิให้ใช้บังคับในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) ขณะที่สุนัขอยู่ในระหว่างการประกวด

การแสดงหรือการประกอบกิจกรรมอื่นใดในทำนองเดียวกัน

แต่ผู้จัดงานจะต้องมีมาตรการในการป้องกันสุนัขมิให้ทำร้ายคน

(๒) ขณะที่สุนัขอยู่ในการฝึกหัด ผู้ฝึกจะต้องมีมาตรการในการป้องกันสุนัขมิให้ทำร้ายคน

(๓) ขณะที่สุนัขอยู่ในกรง ที่ขัง หรือเครื่องควบคุมอื่นใดที่มั่นคงแข็งแรงเพียงพอที่จะป้องกันมิให้สุนัขเข้าถึงบุคคลภายนอก

การเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ประเภท

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ในการเลี้ยงสัตว์ประเภท ๓ ให้นำความในข้อ

๑๗ ยกเว้น (๒) มาบังคับใช้กับสัตว์แต่ละชนิด โดยอนุโลม

อำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่น

พนักงานเจ้าหน้าที่และบทกำหนดโทษ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ในกรณีที่เจ้าพนักงานท้องถิ่น

หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ พบสัตว์ในที่หรือทางสาธารณะอันเป็นการฝ่าฝืนข้อ ๘ โดยไม่ปรากฏเจ้าของ

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจกักสัตว์ดังกล่าวไว้เป็นเวลาอย่างน้อยสามสิบวัน

เมื่อพ้นกำหนดแล้วยังไม่มีผู้ใดมาแสดงหลักฐานการเป็นเจ้าของเพื่อรับสัตว์คืนให้สัตว์นั้นตกเป็นของเทศบาลนครรังสิต

แต่ถ้าการกักสัตว์ไว้อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่สัตว์นั้นหรือสัตว์อื่นหรือต้องเสียค่าใช้จ่ายเกินสมควร

เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะจัดการขายหรือขายทอดตลาดสัตว์นั้นตามควรแก่กรณีก่อนถึงกำหนดเวลาดังกล่าวก็ได้

เงินที่ได้จากการขายหรือขายทอดตลาดเมื่อได้หักค่าใช้จ่ายในการขายทอดตลาดและค่าเลี้ยงดูแล้วให้เก็บรักษาไว้แทนสัตว์

ในกรณีที่มิได้มีการขายหรือขายทอดตลาดสัตว์ตามวรรคหนึ่งและเจ้าของสัตว์มาขอรับสัตว์คืนภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง

เจ้าของสัตว์เป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายสำหรับการเลี้ยงดูสัตว์ให้แก่เทศบาลนครรังสิตตามจำนวนที่ได้จ่ายจริงด้วย

ในกรณีที่ปรากฏว่าสัตว์ที่เจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือพนักงานเจ้าหน้าที่

พบนั้นเป็นโรคติดต่ออันอาจเป็นอันตรายต่อประชาชน

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจทำลายหรือจัดการตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจแต่งตั้งข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นเพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา

๔๔ วรรคหนึ่งแห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕

ในเขตอำนาจของเทศบาลนครรังสิตในเรื่องใดหรือทุกเรื่องก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเทศบัญญัตินี้ต้องระวางโทษตามที่กำหนดไว้ในบทกำหนดโทษแห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข

พ.ศ. ๒๕๓๕

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖

ธีรวุฒิ

กลิ่นกุสุม

นายกเทศมนตรีนครรังสิต

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗

อุษมล/ผู้ตรวจ

๑๕ พฤษภาคม

๒๕๕๗

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๑/ตอนที่ ๔๕ ง/หน้า ๑๗๓/๑ พฤษภาคม ๒๕๕๗

25 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

เทศบัญญัติเทศบาลนครรังสิต เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2556 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_c69253449a688efb

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com