ข้อ ๑๗ ในการเลี้ยงสุนัข
เจ้าของสุนัขต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
(๑) จัดสถานที่เลี้ยงตามความเหมาะสมของสุนัข
โดยมีขนาดเพียงพอแก่การดำรงชีวิตของสุนัขมีแสงสว่างเพียงพอและการระบายอากาศที่เพียงพอ
มีระบบการระบายน้ำและกำจัดสิ่งปฏิกูลให้ถูกสุขลักษณะ
(๒)
กรณีเป็นสุนัขที่มีพฤติกรรมดุร้ายหรือสุนัขสายพันธุ์อื่นที่มีประวัติทำร้ายคน
จะต้องเลี้ยงในสถานที่ หรือกรงที่สุนัขไม่สามารถเข้าถึงบุคคลภายนอก
และมีป้ายเตือนให้ระมัดระวัง โดยสังเกตได้อย่างชัดเจน
(๓) ควบคุมสุนัขมิให้ออกนอกสถานที่เลี้ยง โดยปราศจากการควบคุม
(๔) ควบคุมดูแลสุนัขมิให้ก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญ เช่น
ก่อให้เกิดเสียงดังติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ๆ เป็นต้น
(๕) รักษาสถานที่เลี้ยงสุนัขให้สะอาดอยู่เสมอ
จัดเก็บสิ่งปฏิกูลให้ถูกสุขลักษณะ เป็นประจำไม่ปล่อยให้เป็นที่สะสมหมักหมมจนเกิดกลิ่นเหม็นรบกวนผู้ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง
(๖) ต้องรับผิดชอบต่อความเป็นอยู่ของสุนัข เกี่ยวกับเรื่องอาหาร
ความสะอาด และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ถ้าเจ้าของสุนัขไม่สามารถเลี้ยงดูสุนัขได้เป็นการชั่วคราว
จะต้องจัดให้มีผู้ดูแลความเป็นอยู่ของสุนัขให้เป็นปกติสุข
(๗) เมื่อสุนัขตาย เจ้าของสุนัขจะต้องกำจัดซากสุนัขให้ถูกสุขลักษณะ
เพื่อป้องกันมิให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงหรือสัตว์นำโรค ทั้งนี้ โดยวิธีที่ไม่ก่อเหตุรำคาญ
และไม่เป็นเหตุให้เกิดการปนเปื้อนของแหล่งน้ำ
เว้นแต่สุนัขตายเนื่องจากป่วยเป็นโรคระบาดสัตว์
ต้องแจ้งต่อหน่วยรับจดทะเบียนสุนัขทันที
และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงานเจ้าหน้าที่
(๘) จัดให้มีการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในสุนัข
เพื่อป้องกันอันตรายจากเชื้อโรคที่เกิดจากสุนัขมาสู่คน
(๙) ในกรณีที่มีเหตุควรสงสัยว่า
สุนัขที่เลี้ยงเป็นโรคอันอาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพของประชาชน
ให้เจ้าของสุนัขแยกกันสุนัขไว้ต่างหาก และแจ้งให้หน่วยที่รับจดทะเบียนสุนัขไว้ทราบ
และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงานเจ้าหน้าที่
(๑๐) ต้องจัดให้สุนัขมีเครื่องหมายสัญลักษณ์ติดที่ตัวตลอดเวลา
(๑๑)
ปฏิบัติการอื่นใดตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานท้องถิ่นเจ้าพนักงานสาธารณสุข
หรือพนักงานเจ้าหน้าที่