เทศบัญญัติเทศบาลนครรังสิต
เทศบัญญัติเทศบาลนครรังสิต
เรื่อง
การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์
พ.ศ. ๒๕๕๖[๑]
โดยที่เป็นการสมควรให้มีเทศบัญญัติเทศบาลนครรังสิต ว่าด้วย
การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ.
๒๕๓๕ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๕๐
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
ประกอบกับมาตรา ๖๐ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล
(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๐
เทศบาลนครรังสิตโดยความเห็นชอบจากสภาเทศบาลนครรังสิตและผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี
ตราเทศบัญญัติไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ เทศบัญญัตินี้เรียกว่า เทศบัญญัติเทศบาลนครรังสิต เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ.
๒๕๕๖
ข้อ ๒ เทศบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเจ็ดวัน
นับแต่วันที่ได้ประกาศไว้โดยเปิดเผย ณ สำนักงานเทศบาลนครรังสิตเป็นต้นไป
ข้อ ๓ บรรดาเทศบัญญัติ
ระเบียบข้อบังคับ ประกาศ หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่บัญญัติไว้แล้วในเทศบัญญัตินี้
หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งเทศบัญญัตินี้ ให้ใช้เทศบัญญัตินี้แทน
ข้อ ๔ ในเทศบัญญัตินี้
เจ้าพนักงานท้องถิ่น หมายความว่า
นายกเทศมนตรีนครรังสิต
เจ้าพนักงานสาธารณสุข หมายความว่า
เจ้าพนักงานซึ่งได้รับแต่งตั้งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ตามมาตรา ๕
วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕
พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า
ข้าราชการหรือพนักงานเทศบาลนครรังสิตผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา
๔๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕
สุนัขพันธุ์เล็ก หมายความว่า
พูดเดิ้ลทอย ชิวาวา ดัชชุน ชิสุ มินิเจอร์พินเจอร์ ปักกิ่ง เทอร์เรียน
และพันธุ์อื่น ๆ ตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด
การเลี้ยงสัตว์ หมายความว่า
การมีสัตว์ไว้ในครอบครอง การดูแลเอาใจใส่ บำรุงรักษา หรือการให้อาหารเป็นอาจิณเพื่อให้สัตว์นั้นเจริญเติบโตและมีชีวิตอยู่ได้
การปล่อยสัตว์ หมายความว่าการสละการครอบครองสัตว์
หรือการปล่อยให้อยู่นอกสถานที่เลี้ยงสัตว์ โดยปราศจากการควบคุม
เจ้าของสัตว์ หมายความรวมถึงผู้ครอบครองสัตว์ด้วย
เจ้าของสุนัข หมายความรวมถึง
ผู้ครอบครองสุนัขด้วย
สถานที่เลี้ยงสัตว์ หมายความว่า
คอกสัตว์ กรงสัตว์ ที่ขังสัตว์หรือสถานที่ในลักษณะอื่นที่ใช้ในการควบคุมสัตว์ที่เลี้ยง
ที่หรือทางสาธารณะ หมายความว่า
สถานที่หรือทางซึ่งมิใช่เป็นของเอกชนและประชาชนสามารถใช้ประโยชน์หรือใช้สัญจรได้
สิ่งปฏิกูล หมายความว่า
อุจจาระ หรือปัสสาวะ และหมายความรวมถึงสิ่งอื่นใดซึ่งเป็นสิ่งโสโครก
หรือมีกลิ่นเหม็น
หน่วยรับจดทะเบียนสุนัข หมายความว่า
งานสัตวแพทย์ กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม หรือบุคคลใด
หรือสถานที่ใดที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด
ข้อ ๕ เทศบัญญัตินี้มิให้ใช้บังคับแก่
(๑) การเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ของทางราชการ
(๒) การปล่อยสัตว์เพื่อการกุศลตามประเพณี
ข้อ ๖ ให้นายกเทศมนตรีนครรังสิต
รักษาการให้เป็นไปตามเทศบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกระเบียบ
ข้อบังคับประกาศหรือคำสั่งเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามเทศบัญญัตินี้
บททั่วไป
ข้อ ๗ เพื่อประโยชน์ในการรักษาสภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการดำรงชีวิตของประชาชนหรือเพื่อป้องกันอันตรายจากเชื้อโรคที่เกิดจากสัตว์
ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายว่าด้วยการผังเมืองให้พื้นที่เขตเทศบาลนครรังสิตเป็นเขตควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ประเภทดังต่อไปนี้
(๑) สัตว์ประเภท ๑ ได้แก่ ช้าง
(๒) สัตว์ประเภท ๒ ได้แก่ สุนัข
(๓) สัตว์ประเภท ๓ ได้แก่ แมว นก ปลา ม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ
ห่านเป็ด ไก่ งู จระเข้ และสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
ข้อ ๘ ห้ามมิให้ผู้ใดเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ตามข้อ
๗.๑ ข้อ ๗.๒ และ ข้อ ๗.๓ ในที่หรือทางสาธารณะในเขตเทศบาลนครรังสิต
การเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ประเภท
๑
ข้อ ๙ ให้พื้นที่เขตเทศบาลนครรังสิตทั้งหมด
เป็นเขตห้ามเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ประเภท ๑ โดยเด็ดขาด
กรณีมีเหตุจำเป็นต้องนำสัตว์ประเภทที่ ๑
เข้ามาในเขตเทศบาลนครรังสิตเป็นการชั่วคราว
ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น
การเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ประเภท
๒
การควบคุมจำนวนการเลี้ยง
ข้อ ๑๐ สัตว์ประเภท ๒
ในเทศบัญญัตินี้ ต่อไปนี้ใช้คำว่าสุนัขแทน
ข้อ ๑๑ ให้พื้นที่ทั้งหมดในเขตเทศบาลนครรังสิต
เป็นเขตห้ามเลี้ยงสุนัขเกินจำนวนที่กำหนด ดังนี้
(๑) เนื้อที่ดินไม่เกิน ๒๐ ตารางวา เลี้ยงได้ไม่เกิน ๒ ตัว
(๒) เนื้อที่ดินเกิน ๒๐ ตารางวา แต่ไม่เกิน ๕๐ ตารางวา
เลี้ยงได้ไม่เกิน ๓ ตัว
(๓) เนื้อที่ดินเกิน ๕๐ ตารางวาขึ้นไป เลี้ยงได้ไม่เกิน ๔ ตัว
ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับกับการเลี้ยงสุนัขพันธุ์เล็ก
และการเลี้ยงสุนัขของวัด ศาลเจ้า และสถานที่อื่นที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด
การจดทะเบียนสุนัข
ข้อ ๑๒ ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่เทศบัญญัติมีผลใช้บังคับเจ้าของสุนัขมีหน้าที่ต้องนำสุนัข
หรือใบรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างใดอย่างหนึ่ง ไปยื่นคำขอจดทะเบียนสุนัข
เพื่อจัดทำบัตรประจำตัวสุนัข และเครื่องหมายสัญลักษณ์ ณ หน่วยรับจดทะเบียนสุนัข
เพื่อความสะดวกในการจดทะเบียนสุนัขตามวรรคหนึ่ง
เจ้าพนักงานท้องถิ่นอาจประกาศกำหนดช่วงวัน เวลา
และสถานที่ในการรับจดทะเบียนสุนัขได้ตามที่เห็นสมควร
เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอแล้วพบว่าถูกต้อง
ให้ออกบัตรประจำตัวสุนัข พร้อมมอบเครื่องหมายสัญลักษณ์ ให้กับเจ้าของสุนัข
ภายหลังดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว
หากมีสุนัขเกิดใหม่เจ้าของสุนัขต้องยื่นคำขอจดทะเบียนสุนัขภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวัน
คำขอจดทะเบียนสุนัข บัตรประจำตัวสุนัข และเครื่องหมายสัญลักษณ์ให้เป็นไปตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด
ข้อ ๑๓ กรณีต่อไปนี้ให้เจ้าของสุนัขแจ้งต่อหน่วยรับจดทะเบียนสุนัข
(๑) ภายในสามสิบวัน
(๑.๑) เมื่อมีการย้ายที่อยู่สุนัขไปนอกเขตเทศบาล
(๑.๒) เมื่อมีการนำสุนัขจากนอกเขตเทศบาลมาเลี้ยงดูไว้
(๑.๓) เมื่อบัตรประจำตัว เครื่องหมายสัญลักษณ์สุนัข สูญหาย
ถูกทำลายหรือชำรุดในสาระสำคัญ
(๒) ภายในเจ็ดวัน
(๒.๑) เมื่อสุนัขตาย
(๒.๒) เมื่อสุนัขหาย หรือหลังพบสุนัขที่หาย
ข้อ ๑๔ หากเจ้าของสุนัขไม่ประสงค์จะเลี้ยงดูสุนัขอีกต่อไปต้องมอบสุนัข
บัตรประจำตัวสุนัข พร้อมเครื่องหมายสัญลักษณ์ให้กับบุคคลอื่น
และเจ้าของใหม่จะต้องแจ้งต่อหน่วยที่รับจดทะเบียนไว้ภายในสามสิบวันนับแต่วันรับมอบสุนัข
หากเจ้าของสุนัขไม่สามารถหาเจ้าของใหม่ได้
จะต้องมอบสุนัขนั้นให้เทศบาลนครรังสิตดูแล
โดยเสียค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด
ข้อ ๑๕ วิธีการแจ้งตามข้อ
๑๓ ข้อ ๑๔ ให้เป็นไปตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด
ข้อ ๑๖ ในการจดทะเบียนสุนัขตามข้อ
๑๒ วรรคหนึ่ง หากพบว่าผู้ใดมีสุนัขเลี้ยงดูไว้เกินจำนวนที่กำหนดตามข้อ ๑๑
ให้ส่งมอบสุนัขที่เกินนั้นให้เทศบาลนครรังสิตดูแลโดยเจ้าของสุนัขนั้นต้องเสียค่าใช้จ่ายตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนดเว้นแต่เจ้าของสุนัขประสงค์จะเลี้ยงสุนัขจำนวนที่เกินไว้เองโดยได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นเป็นการชั่วคราว
การอนุญาตของเจ้าพนักงานท้องถิ่นเป็นการชั่วคราวตามวรรคหนึ่ง
ให้กระทำได้ไม่เกิน ๒ ครั้ง รวมระยะเวลาไม่เกิน ๑๒๐ วัน
การเลี้ยงหรือปล่อยสุนัข
ข้อ ๑๗ ในการเลี้ยงสุนัข
เจ้าของสุนัขต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
(๑) จัดสถานที่เลี้ยงตามความเหมาะสมของสุนัข
โดยมีขนาดเพียงพอแก่การดำรงชีวิตของสุนัขมีแสงสว่างเพียงพอและการระบายอากาศที่เพียงพอ
มีระบบการระบายน้ำและกำจัดสิ่งปฏิกูลให้ถูกสุขลักษณะ
(๒)
กรณีเป็นสุนัขที่มีพฤติกรรมดุร้ายหรือสุนัขสายพันธุ์อื่นที่มีประวัติทำร้ายคน
จะต้องเลี้ยงในสถานที่ หรือกรงที่สุนัขไม่สามารถเข้าถึงบุคคลภายนอก
และมีป้ายเตือนให้ระมัดระวัง โดยสังเกตได้อย่างชัดเจน
(๓) ควบคุมสุนัขมิให้ออกนอกสถานที่เลี้ยง โดยปราศจากการควบคุม
(๔) ควบคุมดูแลสุนัขมิให้ก่อเหตุเดือดร้อนรำคาญ เช่น
ก่อให้เกิดเสียงดังติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ๆ เป็นต้น
(๕) รักษาสถานที่เลี้ยงสุนัขให้สะอาดอยู่เสมอ
จัดเก็บสิ่งปฏิกูลให้ถูกสุขลักษณะ เป็นประจำไม่ปล่อยให้เป็นที่สะสมหมักหมมจนเกิดกลิ่นเหม็นรบกวนผู้ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง
(๖) ต้องรับผิดชอบต่อความเป็นอยู่ของสุนัข เกี่ยวกับเรื่องอาหาร
ความสะอาด และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ถ้าเจ้าของสุนัขไม่สามารถเลี้ยงดูสุนัขได้เป็นการชั่วคราว
จะต้องจัดให้มีผู้ดูแลความเป็นอยู่ของสุนัขให้เป็นปกติสุข
(๗) เมื่อสุนัขตาย เจ้าของสุนัขจะต้องกำจัดซากสุนัขให้ถูกสุขลักษณะ
เพื่อป้องกันมิให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงหรือสัตว์นำโรค ทั้งนี้ โดยวิธีที่ไม่ก่อเหตุรำคาญ
และไม่เป็นเหตุให้เกิดการปนเปื้อนของแหล่งน้ำ
เว้นแต่สุนัขตายเนื่องจากป่วยเป็นโรคระบาดสัตว์
ต้องแจ้งต่อหน่วยรับจดทะเบียนสุนัขทันที
และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงานเจ้าหน้าที่
(๘) จัดให้มีการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในสุนัข
เพื่อป้องกันอันตรายจากเชื้อโรคที่เกิดจากสุนัขมาสู่คน
(๙) ในกรณีที่มีเหตุควรสงสัยว่า
สุนัขที่เลี้ยงเป็นโรคอันอาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพของประชาชน
ให้เจ้าของสุนัขแยกกันสุนัขไว้ต่างหาก และแจ้งให้หน่วยที่รับจดทะเบียนสุนัขไว้ทราบ
และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงานเจ้าหน้าที่
(๑๐) ต้องจัดให้สุนัขมีเครื่องหมายสัญลักษณ์ติดที่ตัวตลอดเวลา
(๑๑)
ปฏิบัติการอื่นใดตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานท้องถิ่นเจ้าพนักงานสาธารณสุข
หรือพนักงานเจ้าหน้าที่
ข้อ ๑๘ ห้ามมิให้ผู้ใดเลี้ยงหรือปล่อยสุนัขในที่หรือทางสาธารณะหรือในที่ของบุคคลอื่นโดยปราศจากความยินยอม
ข้อ ๑๙ เจ้าของสุนัขมีหน้าที่ต้องกำจัดสิ่งปฏิกูลอันเกิดจากสุนัขในที่หรือทางสาธารณะ
หรือในที่อื่นใดในเขตเทศบาลนครรังสิตโดยทันที
การนำสุนัขออกนอกสถานที่เลี้ยง
ข้อ ๒๐ ผู้ใดนำสุนัขออกนอกสถานที่เลี้ยง
ต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
(๑) พกบัตรประจำตัวสุนัขและต้องแสดงบัตรประจำตัวสุนัขเมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น
เจ้าพนักงานสาธารณสุข หรือพนักงานเจ้าหน้าที่เรียกตรวจ
(๒) ผูกสายลากจูงที่แข็งแรงและจับสายลากจูงตลอดเวลาในกรณีที่เป็นสุนัขที่มีพฤติกรรมดุร้าย
หรือสุนัขสายพันธุ์อื่นที่มีประวัติทำร้ายคน ต้องใส่อุปกรณ์ครอบปากและจับสายลากจูงห่างจากตัวสุนัขไม่เกินห้าสิบเซนติเมตรตลอดเวลา
ข้อ ๒๑ ความในข้อ ๒๐
(๒) มิให้ใช้บังคับในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) ขณะที่สุนัขอยู่ในระหว่างการประกวด
การแสดงหรือการประกอบกิจกรรมอื่นใดในทำนองเดียวกัน
แต่ผู้จัดงานจะต้องมีมาตรการในการป้องกันสุนัขมิให้ทำร้ายคน
(๒) ขณะที่สุนัขอยู่ในการฝึกหัด ผู้ฝึกจะต้องมีมาตรการในการป้องกันสุนัขมิให้ทำร้ายคน
(๓) ขณะที่สุนัขอยู่ในกรง ที่ขัง หรือเครื่องควบคุมอื่นใดที่มั่นคงแข็งแรงเพียงพอที่จะป้องกันมิให้สุนัขเข้าถึงบุคคลภายนอก
การเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ประเภท
๓
ข้อ ๒๒ ในการเลี้ยงสัตว์ประเภท ๓ ให้นำความในข้อ
๑๗ ยกเว้น (๒) มาบังคับใช้กับสัตว์แต่ละชนิด โดยอนุโลม
อำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่น
พนักงานเจ้าหน้าที่และบทกำหนดโทษ
ข้อ ๒๓ ในกรณีที่เจ้าพนักงานท้องถิ่น
หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ พบสัตว์ในที่หรือทางสาธารณะอันเป็นการฝ่าฝืนข้อ ๘ โดยไม่ปรากฏเจ้าของ
ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจกักสัตว์ดังกล่าวไว้เป็นเวลาอย่างน้อยสามสิบวัน
เมื่อพ้นกำหนดแล้วยังไม่มีผู้ใดมาแสดงหลักฐานการเป็นเจ้าของเพื่อรับสัตว์คืนให้สัตว์นั้นตกเป็นของเทศบาลนครรังสิต
แต่ถ้าการกักสัตว์ไว้อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่สัตว์นั้นหรือสัตว์อื่นหรือต้องเสียค่าใช้จ่ายเกินสมควร
เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะจัดการขายหรือขายทอดตลาดสัตว์นั้นตามควรแก่กรณีก่อนถึงกำหนดเวลาดังกล่าวก็ได้
เงินที่ได้จากการขายหรือขายทอดตลาดเมื่อได้หักค่าใช้จ่ายในการขายทอดตลาดและค่าเลี้ยงดูแล้วให้เก็บรักษาไว้แทนสัตว์
ในกรณีที่มิได้มีการขายหรือขายทอดตลาดสัตว์ตามวรรคหนึ่งและเจ้าของสัตว์มาขอรับสัตว์คืนภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง
เจ้าของสัตว์เป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายสำหรับการเลี้ยงดูสัตว์ให้แก่เทศบาลนครรังสิตตามจำนวนที่ได้จ่ายจริงด้วย
ในกรณีที่ปรากฏว่าสัตว์ที่เจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือพนักงานเจ้าหน้าที่
พบนั้นเป็นโรคติดต่ออันอาจเป็นอันตรายต่อประชาชน
ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจทำลายหรือจัดการตามที่เห็นสมควร
ข้อ ๒๔ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจแต่งตั้งข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นเพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา
๔๔ วรรคหนึ่งแห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕
ในเขตอำนาจของเทศบาลนครรังสิตในเรื่องใดหรือทุกเรื่องก็ได้
ข้อ ๒๕ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเทศบัญญัตินี้ต้องระวางโทษตามที่กำหนดไว้ในบทกำหนดโทษแห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข
พ.ศ. ๒๕๓๕
ประกาศ
ณ วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖
ธีรวุฒิ
กลิ่นกุสุม
นายกเทศมนตรีนครรังสิต
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗
อุษมล/ผู้ตรวจ
๑๕ พฤษภาคม
๒๕๕๗
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๑/ตอนที่ ๔๕ ง/หน้า ๑๗๓/๑ พฤษภาคม ๒๕๕๗
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).