ข้อ ๑๒ ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่เทศบัญญัติมีผลใช้บังคับเจ้าของสุนัขมีหน้าที่ต้องนำสุนัข
หรือใบรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างใดอย่างหนึ่ง ไปยื่นคำขอจดทะเบียนสุนัข
เพื่อจัดทำบัตรประจำตัวสุนัข และเครื่องหมายสัญลักษณ์ ณ หน่วยรับจดทะเบียนสุนัข
เพื่อความสะดวกในการจดทะเบียนสุนัขตามวรรคหนึ่ง
เจ้าพนักงานท้องถิ่นอาจประกาศกำหนดช่วงวัน เวลา
และสถานที่ในการรับจดทะเบียนสุนัขได้ตามที่เห็นสมควร
เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบคำขอแล้วพบว่าถูกต้อง
ให้ออกบัตรประจำตัวสุนัข พร้อมมอบเครื่องหมายสัญลักษณ์ ให้กับเจ้าของสุนัข
ภายหลังดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว
หากมีสุนัขเกิดใหม่เจ้าของสุนัขต้องยื่นคำขอจดทะเบียนสุนัขภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวัน
คำขอจดทะเบียนสุนัข บัตรประจำตัวสุนัข และเครื่องหมายสัญลักษณ์ให้เป็นไปตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด
ข้อ ๑๓ กรณีต่อไปนี้ให้เจ้าของสุนัขแจ้งต่อหน่วยรับจดทะเบียนสุนัข
(๑) ภายในสามสิบวัน
(๑.๑) เมื่อมีการย้ายที่อยู่สุนัขไปนอกเขตเทศบาล
(๑.๒) เมื่อมีการนำสุนัขจากนอกเขตเทศบาลมาเลี้ยงดูไว้
(๑.๓) เมื่อบัตรประจำตัว เครื่องหมายสัญลักษณ์สุนัข สูญหาย
ถูกทำลายหรือชำรุดในสาระสำคัญ
(๒) ภายในเจ็ดวัน
(๒.๑) เมื่อสุนัขตาย
(๒.๒) เมื่อสุนัขหาย หรือหลังพบสุนัขที่หาย
ข้อ ๑๔ หากเจ้าของสุนัขไม่ประสงค์จะเลี้ยงดูสุนัขอีกต่อไปต้องมอบสุนัข
บัตรประจำตัวสุนัข พร้อมเครื่องหมายสัญลักษณ์ให้กับบุคคลอื่น
และเจ้าของใหม่จะต้องแจ้งต่อหน่วยที่รับจดทะเบียนไว้ภายในสามสิบวันนับแต่วันรับมอบสุนัข
หากเจ้าของสุนัขไม่สามารถหาเจ้าของใหม่ได้
จะต้องมอบสุนัขนั้นให้เทศบาลนครรังสิตดูแล
โดยเสียค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด
ข้อ ๑๕ วิธีการแจ้งตามข้อ
๑๓ ข้อ ๑๔ ให้เป็นไปตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด
ข้อ ๑๖ ในการจดทะเบียนสุนัขตามข้อ
๑๒ วรรคหนึ่ง หากพบว่าผู้ใดมีสุนัขเลี้ยงดูไว้เกินจำนวนที่กำหนดตามข้อ ๑๑
ให้ส่งมอบสุนัขที่เกินนั้นให้เทศบาลนครรังสิตดูแลโดยเจ้าของสุนัขนั้นต้องเสียค่าใช้จ่ายตามที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนดเว้นแต่เจ้าของสุนัขประสงค์จะเลี้ยงสุนัขจำนวนที่เกินไว้เองโดยได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นเป็นการชั่วคราว
การอนุญาตของเจ้าพนักงานท้องถิ่นเป็นการชั่วคราวตามวรรคหนึ่ง
ให้กระทำได้ไม่เกิน ๒ ครั้ง รวมระยะเวลาไม่เกิน ๑๒๐ วัน
การเลี้ยงหรือปล่อยสุนัข
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).