ข้อ ๓๕
ข้อ ๓๕ ห้องซึ่งใช้พักอาศัยในอาคารให้มีส่วนกว้างหรือยาวไม่ต่ำกว่า ๒๕๐ เซนติเมตร กับรวมเนื้อที่พื้นทั้งหมดไม่น้อยกว่า ๙ ตารางเมตร
ข้อ ๓๕ ห้องซึ่งใช้พักอาศัยในอาคารให้มีส่วนกว้างหรือยาวไม่ต่ำกว่า ๒๕๐ เซนติเมตร กับรวมเนื้อที่พื้นทั้งหมดไม่น้อยกว่า ๙ ตารางเมตร
ข้อ ๓๖ ห้องนอนหรือห้องซึ่งใช้เป็นที่พักอาศัยในอาคารให้มีช่องประตูและหน้าต่างเป็นเนื้อที่รวมกันไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๑๐ ของพื้นที่ห้องนั้น โดยไม่รวมนับส่วนประตู หน้าต่าง อันติดต่อกับห้องอื่น
ข้อ ๓๗ ห้องของอาคารซึ่งบุคคลอื่นเข้าไปได้ จะต้องมีช่องระบายลมให้เพียงพอ ในเมื่อได้ปิดประตูหน้าต่างทั้งหมดส่วนวิธีระบายลมนั้นให้ทำตามแบบซึ่งเหมาะสมกับสภาพของอาคารนั้น
ข้อ ๓๘ ช่องทางเดินในอาคารสำหรับบุคคลใช้สอยหรืออาศัย ให้ทำกว้างไม่น้อยกว่า ๑ เมตร ถ้ามิให้มีเสากีดกั้นให้ส่วนใดแคบกว่ากำหนดนั้น ทั้งให้มีแสงสว่างธรรมชาติแลเห็นได้ชัดเจนเวลากลางวันด้วย
ข้อ ๓๙ ยอดหน้าต่างและประตูในอาคาร ให้ทำสูงจากพื้นไม่น้อยกว่า ๒ เมตร และบุคคลอยู่ในห้องสามารถเปิดประตูหน้าต่างและออกจากห้องนั้นได้ โดยมิจำเป็นต้องใช้เครื่องมือ
ข้อ ๔๐ ระยะดิ่งระหว่างพื้นถึงเพดาน ยอดฝาหรือผนังสำหรับอาคารที่พักอาศัยต้องไม่ต่ำกว่า ๒๕๐ เซนติเมตร ถ้าเป็นอาคารสาธารณะ โรงงานอุตสาหกรรม อาคารพาณิชย์ ห้องแถว ตึกแถว หรือคอกสัตว์ที่มีคนพักอาศัย ระยะดังกล่าวข้างต้นโดยเฉลี่ยจะต้องไม่ต่ำกว่า ๓๕๐ เซนติเมตร เว้นแต่ ๑. อาคารที่เป็นโรงแรมหรืออาคารพักอาศัยประเภทรวมกลุ่ม เกินกว่า ๒ ครอบครัวขึ้นไปซึ่งมีการจัดระบบปรับอากาศให้มีระยะดิ่งระหว่างพื้นถึงเพดานยอดฝาหรือผนังแต่ละชั้น โดยเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า ๒๕๐ เซนติเมตร ได้ หรือ ๒. อาคารพาณิชย์ที่ใช้ประกอบกิจการภัตตาคาร สำนักงาน ธนาคาร ร้านจำหน่ายสินค้าเฉพาะห้องที่มีระบบปรับอากาศ ให้มีระยะดิ่งจากพื้นถึงเพดานยอดฝาหรือผนัง แต่ละชั้น โดยเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า ๓ เมตร ได้ สำหรับอาคารที่มีการสร้างพื้น ซึ่งไม่คลุมเต็มเนื้อที่ห้องในระหว่างชั้นของอาคารนั้นต้องมีความสูงจากระดับบนของพื้นห้องถึงระดับต่ำสุดของเพดานไม่ต่ำกว่า ๕ เมตร โดยพื้นระหว่างชั้นของอาคาร ดังกล่าวข้างต้น ต้องมีความสูงจากระดับของพื้นห้องไม่ต่ำกว่า ๒๒๕ เซนติเมตร และต้องมีเนื้อที่ไม่เกิน ๒๕ ใน ๑๐๐ ส่วนของพื้นที่ห้องทั้งหมดของห้องนั้น ๆ ห้ามกั้นริมของพื้นที่สร้างสูงเกิน ๙๐ เซนติเมตร เว้นแต่กรณีที่มีการจัดระบบการปรับอากาศ
ข้อ ๔๑ พื้นชั้นล่างของอาคารที่พักอาศัยนั้น ต้องมีระดับอยู่เหนือพื้นดินปลูกสร้างอาคารไม่ต่ำกว่า ๗๕ เซนติเมตร แต่ถ้าเป็นพื้นซีเมนต์ อิฐ หิน หรือวัตถุแข็งอย่างอื่นที่สร้างตันต้องมีระดับอยู่เหนือพื้นดินที่ปลูกสร้างอาคารไม่ต่ำกว่า ๑๐ เซนติเมตร และถ้าเป็นอาคารตั้งอยู่ริมทางสาธารณะ ความสูงจะต้องวัดจากระดับทางสาธารณะนั้น
ข้อ ๔๒ ห้ามมิให้มีประตูหน้าต่างหรือช่องลงจากครัวไฟเปิดเข้าไปสู่ห้องส้วม หรือห้องนอนของอาคารได้ โดยตรง
ข้อ ๔๓ เตาไฟสำหรับการอุตสาหกรรมหรือการพาณิชย์จะต้องมีผนังเตาก่อด้วยอิฐดินเผาหรืออิฐทนไฟ กำบังความร้อนมิให้เกิดอันตรายไฟไหม้ส่วนอาคารที่ต่อเนื่องกับเตา และต้องตั้งอยู่ในอาคารที่ประกอบด้วยวัตถุทนไฟ ทั้งนี้ เตาจะต้องตั้งห่างจากผนังอาคารหรือสิ่งที่เป็นเชื้อไฟ โดยรอบมีรัศมีไม่ต่ำกว่า ๔ เมตร โครงหลังคาวัตถุมุงหลังคา ปล่องระบายควันไฟ และเพดานส่วนประกอบเพดานถ้ามีจะต้องเป็นวัตถุทนไฟ และต้องทำปล่องระบายควันไฟมิให้ฝาหรือผนังหลังคารับความร้อนจัด โดยความสูงของปล่อง ต้องสูงกว่าหลังคาอาคารข้างเคียงภายในระยะโดยรอบ ๒๕ เมตร ไม่น้อยกว่า ๑ เมตร และมีความกว้างของปล่องโดยวัดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒๐ เซนติเมตร เว้นแต่เตาไฟซึ่งมีไว้เพื่อประกอบอาหารภายในภัตตาคาร โรงแรม ร้านขายอาหารหรือเครื่องดื่ม
ข้อ ๔๔ ประตูสำหรับอาคารสาธารณะ โรงงานอุตสาหกรรม หรืออาคารพาณิชย์ ต้องมีธรณีประตูเสมอเรียบกับพื้นหรือไม่มีเลย
ข้อ ๔๕ บันไดสำหรับอาคารที่พักอาศัย ต้องทำขนาดกว้างไม่น้อยกว่า ๙๐ เซนติเมตร ช่วงหนึ่งไม่สูงเกินกว่า ๓ เมตร และลูกตั้งไม่สูงกว่า ๒๐ เซนติเมตร ลูกนอนไม่แคบกว่า ๒๒ เซนติเมตร
ข้อ ๔๖ บันไดสำหรับอาคารสาธารณะ โรงงานอุตสาหกรรมและอาคารพาณิชย์ ต้องทำขนาดกว้างไม่น้อยกว่า ๑๕๐ เซนติเมตร ช่วงหนึ่งไม่สูงกว่า ๔ เมตร และลูกตั้งไม่สูงกว่า ๑๙ เซนติเมตร และลูกนอนไม่แคบกว่า ๒๔ เซนติเมตร
ข้อ ๔๗ บันไดซึ่งมีช่วงระยะสูงกว่าที่กำหนดไว้ ให้ทำที่พักมีขนาดกว้างยาวไม่น้อยกว่าส่วนกว้างของบันไดนั้น อาคารที่มีบันไดติดต่อกันตั้งแต่สี่ขั้นขึ้นไปนั้น พื้น ประตู หน้าต่าง วงกบของห้องบันไดและสิ่งก่อสร้างโดยรอบบันได ต้องก่อสร้างด้วยวัตถุทนไฟ หน้าต่างหรือช่องระบายอากาศหรือช่องแสงสว่างซึ่งทำติดต่อกันสูงเกินกว่า ๑๐ เมตร ต้องสร้างด้วยวัตถุทนไฟ
ข้อ ๔๘ ลิฟต์สำหรับบุคคลใช้สอย ให้ทำได้แต่ในอาคารซึ่งประกอบด้วยวัตถุทนไฟเป็นส่วนใหญ่ และโดยเฉพาะส่วนต่อเนื่องกับลิฟต์นั้น ต้องเป็นวัตถุทนไฟทั้งสิ้น ส่วนปลอดภัยของลิฟต์จะต้องมีอยู่ไม่น้อยกว่าสี่เท่าของน้ำหนักที่กำหนดใช้
ข้อ ๔๙ วัตถุมุงหลังคาให้ทำด้วยวัตถุทนไฟ แต่ทั้งนี้คณะเทศมนตรีอาจพิจารณาผ่อนผันให้ใช้วัตถุอื่นมุง เมื่อมีเหตุอันสมควร สำหรับอาคารซึ่งตั้งอยู่ห่างอาคารต่างครัวเรือนเขตที่ดินหรือทางสาธารณะเกิน ๔๐ เมตร จะใช้มุงด้วยวัตถุอื่นก็ได้
ข้อ ๕๐ ส่วนรากฐานของอาคาร ซึ่งอยู่ใต้ดินต่อเนื่องกับทางสาธารณะ เมื่อได้รับอนุญาตจากคณะเทศมนตรีแล้ว จะอยู่เหลื่อมทางสาธารณะเข้าไปได้ไม่เกิน ๑ เมตร แต่การเหลื่อมล้ำต้องไม่กีดขวางสิ่งปลูกสร้างซึ่งมีอยู่ใต้ทางนั้น และระดับของส่วนรากฐานที่ยื่นออกมาในทางสาธารณะจะต้องไม่สูงกว่าระดับที่คณะเทศมนตรีกำหนดให้
ข้อ ๕๑ รากฐานของอาคารจะต้องทำเป็นลักษณะถาวรมั่นคงพอที่จะรับน้ำหนักของอาคารและน้ำหนักที่จะใช้บรรทุกได้โดยปลอดภัย ในกรณีที่คณะเทศมนตรีเห็นว่าการกำหนดรากฐานนั้นยังไม่มั่นคงเพียงพอ ก็ให้เรียกรายการคำนวณจากเจ้าของอาคาร หรือผลของการทดลอง หรือทั้งสองอย่างเพื่อประกอบการพิจารณาได้ กำลังวัตถุและน้ำหนักบรรทุก
本頁條文逐字來自該國官方公開資料,出處見署名列。
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).