ข้อ ๖๒ ห้ามมิให้บุคคลใดปลูกสร้างอาคาร หรือส่วนของอาคารยื่นออกมาในหรือเหนือทาง หรือที่ดินสาธารณะเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคณะเทศมนตรีเป็นหนังสือ ซึ่งจะต้องเป็นไปตามกำหนดต่อไปนี้
๑. สำหรับกันสาดของพื้นชั้นแรกเหนือระดับถนน ระยะยื่นของกันสาดต้องยื่น ๑ ใน ๑๐ ของความกว้างของแนวถนน แนวถนนที่กว้าง ๒๐ เมตร ขึ้นไป ระยะยื่นของกันสาดต้องยื่น ๒ เมตร
สำหรับอาคารสาธารณะ คณะเทศมนตรีอาจกำหนดระยะยื่นของกันสาดไม่เกินขอบทางเท้าได้
ระยะของกันสาดสูงจากพื้นทางเท้า ๓๒๕ เซนติเมตร ระดับปลายชายคาชั้นเดียวให้ถือตามกำหนดนี้ด้วยระดับสูงของกันสาดนี้ให้วัดจากระดับบนคันดินถึงใต้ท้องกันสาดโดยตลอด
ลักษณะกันสาดถ้ามีคานหูช้าง โคนของคานต้องไม่สูงกว่า ๕๐ เซนติเมตร จากท้องกันสาด คานขอบกันสาดริมนอก หรือคานรัดปลายหูช้าง ต้องลึกหรือหนา ๒๕ เซนติเมตร ใต้ท้องกันสาดต้องเรียบวัตถุที่ทำกันสาดต้องเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กหรือโครงเหล็ก เว้นแต่อาคารที่ได้รับอนุญาตให้สร้างด้วยไม้ จะสร้างโครงสร้างกันสาดด้วยไม้ก็ได้
เฉพาะการดัดแปลงกันสาดของเดิมจะสร้างโครงสร้างกันสาดด้วยไม้ก็ได้ แต่วัตถุมุงกันสาดต้องเป็นวัตถุทนไฟ และต้องบุฝ้าใต้ท้องกันสาดด้วย ระดับกันสาดให้ถือเท่าแนวระดับกันสาดข้างเคียง แต่ต้องไม่ต่ำกว่า ๓๒๕ เซนติเมตร
๒. หลังคา หลังคาของตึกแถว อาคารพาณิชย์ อาคารสาธารณะ กำหนดให้เป็นหลังคาตัด ถ้าเป็นหลังคาจั่วต้องมีลาดชายคา ไม่ยื่นออกมานอกผนังตึกด้านหน้า และต้องทำผนังลังลาดหลังคาด้วย เว้นแต่นายช่างเห็นว่าไม่ขัดกับหลักการของสถาปัตยกรรม
๓. ส่วนยื่นสถาปัตยกรรม ระยะยื่นของส่วนประณีตสถาปัตยกรรมของพื้นชั้นอื่น ๆ ได้ไม่เกิน ๑ ใน ๒๐ ของความกว้างของแนวถนน แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกิน ๑๒๐ เซนติเมตรจากผนัง
ระเบียงด้านหน้าอาคารให้ยื่นได้ตั้งแต่พื้นชั้นสามขึ้นไปและยื่นได้ไม่เกินระยะยื่นของส่วนประณีตสถาปัตยกรรม
ข้อ ๖๓ ห้ามมิให้ปลูกสร้างอาคารสูงกว่าระดับพื้นดินเกินกว่าสองเท่าของระยะจากผนังด้านหน้าของอาคาร จดแนวถนนฟากตรงข้าม เว้นแต่ในกรณีอาคารตามข้อ ๖๔
ในกรณีอาคารปลูกสร้างรินถนนตรอก หรือซอยที่มีความกว้างไม่ถึง ๔ เมตร ห้ามมิให้ปลูกสร้างอาคารใด ๆ เว้นแต่จะได้ร่นแนวอาคารด้านชิดถนน ตรอก หรือซอย ให้ห่างจากศูนย์กลางของถนน ตรอกหรือซอยนั้น ๒ เมตร จึงอนุญาตปลูกสร้างได้สูงไม่เกิน ๘ เมตร
คณะเทศมนตรีมีอำนาจที่จะประกาศเขตอนุญาตให้ปลูกสร้างอาคารสูงกว่ากำหนดนี้ได้
ข้อ ๖๔ สำหรับอาคารหลังเดียวกันที่อยู่ระหว่างถนนสองสายขนาดไม่เท่ากัน อนุญาตให้ปลูกสร้างสูงได้สองเท่าของแนวถนนที่กว้างกว่าได้ทั้งหลัง
สำหรับอาคารหลังเดียวกันที่อยู่บนถนนสองสายขนาดไม่เท่ากัน อนุญาตให้ปลูกสร้างถึงระดับสูงได้สามเท่า ของความกว้างของถนนที่กว้างกว่าได้ทั้งหลัง แต่อนุญาตให้สร้างได้ในระยะยาวตามถนนด้านละไม่เกิน ๑๕ เมตร จากมุมถนน
อาคารที่อยู่ริมถนนที่มีความกว้างไม่ถึง ๘ เมตร แต่ไม่น้อยกว่า ๔ เมตร อนุญาตให้ปลูกสร้างได้สูงไม่เกิน ๘ เมตร
คณะเทศมนตรีมีอำนาจที่จะอนุญาตให้ปลูกสร้างอาคารสูงกว่ากำหนดนี้ได้
ข้อ ๖๕ อาคารที่ปลูกชิดที่ดินเอกชนนั้น อนุญาตให้ผนังด้านที่มีหน้าต่าง ประตู หรือช่องระบายลมอยู่ห่างเขตที่ดินได้ สำหรับสองชั้นลงมาระยะไม่น้อยกว่า ๒ เมตร สำหรับสามชั้นขึ้นไป ระยะไม่น้อยกว่า ๓ เมตร
ข้อ ๖๖ อาคารที่ปลูกสร้างชิดที่ดินต่างผู้ครอบครองอนุญาตให้เฉพาะฝาหรือผนังด้านที่ไม่มีประตู หน้าต่าง หรือช่องระบายลมอยู่ชิดเขตที่ดินได้พอดีแต่มิให้ส่วนใดของอาคารรุกล้ำเขตที่ดินข้างเคียง
ในกรณีที่ชายคาอยู่ใกล้เขตที่ดินข้างเคียง ต้องมีการป้องกันน้ำจากชายคามิให้ไหลตกลงในที่ดินนั้นด้วย เช่นใส่รางน้ำ
ข้อ ๖๗ อาคารประเภทต่าง ๆ จะต้องมีที่ว่างอันปราศจากหลังคาหรือสิ่งใดปกคลุมไม่น้อยกว่าส่วนที่กำหนดไว้ ดังต่อไปนี้
ก. อาคารที่พักอาศัยแต่ละหลังให้มีที่ว่างอยู่ ๔๐ ใน ๑๐๐ ส่วน ของพื้นที่
ข. ห้องแถวหรือตึกแถวแต่ละห้องให้มีที่ว่างในอาคารอยู่ไม่น้อยกว่า ๓๐ ใน ๑๐๐ ส่วนของพื้นที่ภายในขอบเขตที่ก่อสร้าง
เฉพาะห้องแถว ตึกแถว ที่ได้กันที่ดินไว้เป็นทางเดินด้านหลังอาคารตามข้อ ๓๔ แห่งเทศบัญญัตินี้ อนุญาตให้คิดรวมเนื้อที่หลังอาคารนี้เป็นที่ว่างได้อีกครึ่งหนึ่งของทางเดินหลังอาคารแต่ละห้องนั้น
ค. ห้องแถว ตึกแถว อาคารพาณิชย์ และอาคารสาธารณะ ซึ่งก่อสร้างอยู่มุมทางสาธารณะหรือทางซึ่งมีสภาพเป็นสาธารณะกว้างไม่น้อยกว่าสายละ ๑๐ เมตร และลึกไปตามถนนทั้งสองด้าน ไม่เกินด้านละ ๑๕ เมตร จะไม่มีที่ว่างเลยก็ได้ หากได้กันทางเดินไว้หลังอาคารกว้างไม่น้อยกว่า ๒ เมตร หรือก่อสร้างอยู่ริมทางสาธารณะหรือทางซึ่งมีสภาพเป็นสาธารณะสองสายขนานอยู่กว้างไม่น้อยกว่าสายละ ๑๐ เมตร และทางขนานทั้งสองนั้นห่างจากกันไม่เกิน ๑๕ เมตร จะไม่มีที่ว่างเลยก็ได้
ง. อาคารพาณิชย์ โรงงานอุตสาหกรรมและอาคารสาธารณะ นอกจากที่กล่าวไว้แล้วในข้อ ค. ซึ่งไม่ได้ใช้เป็นที่พักอาศัยด้วย ให้มีที่ว่างอยู่ ๑๐ ใน ๑๐๐ ส่วนของพื้นที่เว้นแต่ในกรณีพิเศษที่การระบายลมและให้แสงสว่างเหมาะสมเพียงพอแล้ว คณะเทศมนตรีจะอนุมัติให้ก่อสร้าง โดยมีที่ว่างน้อยกว่าที่กำหนดก็ได้ แต่ถ้าใช้เป็นที่พักอาศัยด้วยให้มีที่ว่างอยู่ ๓๐ ใน ๑๐๐ ส่วนของพื้นที่
เฉพาะอาคารพาณิชย์ โรงงานอุตสาหกรรม และอาคารสาธารณะที่ได้กันที่ดินไว้เป็นทางเดินด้านหลังอาคาร ตามข้อ ๓๔ แห่งเทศบัญญัตินี้ อนุญาตให้คิดรวมเนื้อที่หลังอาคารนี้ เป็นที่ว่างได้อีกครึ่งของทางเดินหลังอาคารนั้น
จ. สำหรับตึกแถว อาคารพาณิชย์หรืออาคารสาธารณะ ในกรณีที่มีช่องหน้าต่างหรือประตูเปิดสู่อากาศภายนอกไม่น้อยกว่า ๒๐ ใน ๑๐๐ ส่วนของพื้นที่อาคารทุกๆ ชั้นจะไม่มีที่ว่างเลยก็ได้
ช่องหน้าต่าง ประตู ด้านที่เปิดสู่อากาศภายนอก หมายถึง ช่องเปิดของผนังด้านชิด ทางสาธารณะ หรือด้านที่ห่างที่ดินเอกชน สำหรับอาคารสองชั้นลงมาให้ห่างไม่น้อยกว่า ๒ เมตร สำหรับสามชั้นขึ้นไปให้ห่างไม่น้อยกว่า ๓ เมตร
ข้อ ๖๘ ห้ามทำการก่อสร้างสิ่งใดปกคลุมหรือก่อสร้างอาคารลงบนที่ดิน ซึ่งได้เว้นระยะห่างเขตและเป็นที่ว่างดังกล่าวในข้อ ๓๑, ๓๒, ๓๓, ๓๔ และข้อ ๖๗ แห่งเทศบัญญัตินี้ให้เป็นการกีดขวางหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดในที่ว่างนี้ต้องหมดไปหรือน้อยลงกว่าเดิม ในเมื่ออาคารนั้นยังคงสภาพอยู่
ข้อ ๖๙ อาคารซึ่งก่อสร้างมาก่อนและขัดกับข้อ ๓๑, ๓๒, ๓๓, ๓๔ และ ๖๗ แห่งเทศบัญญัตินี้ ห้ามทำการต่อเติมขยายหรือดัดแปลงเว้นแต่การดัดแปลงหน้าร้าน ซึ่งทำเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและสวยงาม
เฉพาะอาคารซึ่งก่อสร้างมาก่อน และขัดกับข้อ ๓๔, ๖๗ แห่งเทศบัญญัตินี้ถ้าเป็นการดัดแปลงอาคารตามสภาพเดิมโดยเปลี่ยนให้เป็นวัตถุทนไฟ ให้คณะเทศมนตรีเป็นผู้พิจารณาอนุญาตตามความเหมาะสมได้
การสุขาภิบาล
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).