ข้อ ๖附則
ข้อ ๖[๔] (ยกเลิก)
ข้อ ๖[๔] (ยกเลิก)
ข้อ ๗[๕] นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างหยุดงานตามประเพณีนิยมปีละไม่น้อยกว่าสิบสามวันโดยรวมวันที่ ๑ พฤษภาคมด้วย ส่วนวันหยุดงานตามประเพณีนิยมวันอื่น ให้เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ถ้าวันหยุดงานตามประเพณีนิยมวันใดตรงกับวันหยุดงานประจำสัปดาห์ ให้เลื่อนวันหยุดงานตามประเพณีนิยมวันนั้นไปหยุดในวันถัดไป
ข้อ ๘[๖] ในกรณีที่มีการจ้างลูกจ้างประจำใดติดต่อกันมาแล้วครบหนึ่งปี ลูกจ้างประจำนั้นมีสิทธิหยุดงานพักผ่อนประจำปีได้ปีละไม่น้อยกว่าหกวันทำงานปกติ โดยให้นายจ้างกำหนดให้ผลัดเปลี่ยนกันหยุด นายจ้างกับลูกจ้างประจำอาจตกลงสะสมวันหยุดงานพักผ่อนประจำปีไปรวมหยุดในปีอื่นก็ได้
ข้อ ๙[๗] ในกรณีที่เป็นงานอันมีลักษณะที่จะต้องทำติดต่อกันไปโดยจะหยุดเสียมิได้หรือเป็นงานฉุกเฉิน ซึ่งทั้งนี้ถ้าจะให้ลูกจ้างหยุดงานในวันหยุดงานตามประเพณีนิยม หรือในวันหยุดงานพักผ่อนประจำปี จะเสียหายแก่งานของนายจ้าง นายจ้างจะให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดนั้นเท่าที่จำเป็นก็ได้ การให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดงานพักผ่อนประจำปีได้ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง
ข้อ ๑๐[๘] ลูกจ้างมีสิทธิหยุดพักรักษาตัวได้ปีละไม่เกินสามสิบวันทำงานปกติ การหยุดพักรักษาตัวแต่ละครั้ง นายจ้างอาจให้ลูกจ้างแสดงใบรับรองของแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ถ้าไม่มีแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งให้นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันเอง ถ้านายจ้างจัดแพทย์ไว้ให้แล้ว ให้ใช้แพทย์ดังกล่าว เว้นแต่ลูกจ้างไม่สามารถให้แพทย์นั้นตรวจได้ ค่าใบรับรองแพทย์ ให้นายจ้างเป็นผู้ออก สิทธิในการหยุดพักรักษาตัวดังกล่าวแล้วให้ใช้ได้เฉพาะปี และเพื่อประโยชน์แห่งข้อนี้คำว่าปีนั้นให้นับตั้งแต่วันที่ลูกจ้างเข้าทำงาน หมวด ๓ การจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และค่าล่วงเวลาในวันหยุด
ข้อ ๑๑[๙] นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างประจำซึ่งหยุดงานในวันหยุดงานตามประเพณีนิยม ตามข้อ ๗ หรือซึ่งหยุดงานในวันหยุดงานพักผ่อนประจำปี ตามข้อ ๘ เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานปกติ
ข้อ ๑๑ ทวิ[๑๐] นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างประจำซึ่งหยุดพักรักษาตัวตามข้อ ๑๐ ในอัตราไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของค่าจ้างในวันทำงานปกติตลอดเวลาที่หยุดพักรักษาตัว นายจ้างต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้แก่ลูกจ้างประจำซึ่งหยุดพักรักษาตัวเท่าที่ได้จ่ายไปจริง แต่ไม่เกินค่าจ้างที่ลูกจ้างนั้นได้รับในระหว่างหยุดพักรักษาตัว ทั้งนี้ เว้นแต่นายจ้างต้องตกลงจ่ายในอัตรามากกว่านั้นอยู่แล้ว ความในข้อนี้ ให้ใช้บังคับเฉพาะกรณีการจ่ายค่าจ้างและค่ารักษาพยาบาลให้แก่ลูกจ้างประจำรายวัน ลูกจ้างประจำรายชั่วโมง ลูกจ้างประจำตามผลงาน และลูกจ้างประจำรายระยะเวลาอย่างอื่นซึ่งมิใช่ลูกจ้างประจำรายเดือนและลูกจ้างประจำรายสัปดาห์
ข้อ ๑๒[๑๑] ลูกจ้างประจำซึ่งได้รับเงินค่าทดแทนตามความในประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายเงินค่าทดแทน ตลอดจนจำนวนเงินค่าทดแทนแล้ว นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าจ้างและค่ารักษาพยาบาล ตามข้อ ๑๑ ทวิ
ข้อ ๑๓[๑๒] ถ้าให้ลูกจ้างทำงานเกินกำหนดเวลาทำงานในข้อ ๔ (๑) วรรคแรก หรือ (๒) หรือเกินกำหนดเวลาทำงานที่ตกลงกัน นายจ้างต้องจ่ายค่าล่วงเวลาให้ลูกจ้าง ดังนี้ (๑) ลูกจ้างซึ่งมิใช่ลูกจ้างตามผลงาน ไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของค่าจ่างในชั่วโมงทำงานตามปกติ ตามจำนวนชั่วโมงที่ทำเกิน (๒) ลูกจ้างตามผลงาน ไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของค่าจ้างในชั่วโมงทำงานปกติ ตามผลงานที่ทำได้ในชั่วโมงที่ทำเกิน กำหนดเวลาทำงานดังกล่าวในวรรคหนึ่ง ไม่ให้นับรวมจำนวนชั่วโมงทำงาน ในวันหยุดงานประจำสัปดาห์ วันหยุดงานตามประเพณีนิยม และวันหยุดงานพักผ่อนประจำปี ไม่ว่าลูกจ้างจะมาทำงานในวันนั้นหรือไม่ก็ตามและไม่นับรวมวันหยุดพักรักษาตัวและวันลาหยุดที่ได้รับอนุญาตจากนายจ้างด้วย
ข้อ ๑๔[๑๓] ลูกจ้างซึ่งทำงานต่อไปนี้ไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาตามข้อ ๑๓ (๑) งานของลูกจ้างผู้บังคับบัญชา (๒) งานวิทยาการหรืองานของผู้เชี่ยวชาญ (๓) งานในหน้าที่ซึ่งต้องรักษาความลับและต้องใช้ความไว้วางใจโดยเฉพาะ (๔) งานขบวนการจัดงานรถไฟ (๕) งานขนส่งสินค้าหรือพัสดุภัณฑ์ (๖) งานขนส่งผู้โดยสารหรือสินค้าทางน้ำในประเทศหรือทะเล (๗) งานข่ายทางสายหรือชุมสาย โทรเลข โทรศัพท์ หรือวิทยุคมนาคม (๘) งานขุดลอกร่องน้ำ (๙) งานเปิดปิดประตูน้ำ ประตูระบายหรืออ่างเก็บน้ำ (๑๐) งานอ่านระดับน้ำและวัดปริมาณน้ำ (๑๑) งานดูแลรักษาคลองหรือคันคลอง คันกั้นน้ำหรือทำนบ (๑๒) งานเฝ้าหรือดูแลสถานที่ (๑๓) งานดับเพลิง หรือ (๑๔) งานที่ต้องเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่นอกสถานที่ทำงานโดยไม่มีกำหนดเวลาแน่นอน ทั้งนี้ เว้นแต่นายจ้างตกลงจ่ายค่าล่วงเวลาให้แก่ลูกจ้าง
ข้อ ๑๕[๑๔] (ยกเลิก)
ข้อ ๑๖[๑๕] ถ้าให้ลูกจ้างประจำดังต่อไปนี้ทำงานในวันหยุดงานตามประเพณีนิยมหรือในวันหยุดงานพักผ่อนประจำปี นาจ้างต้องจ่ายค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้ ดังนี้ (๑) ลูกจ้างรายเดือน ลูกจ้างรายสัปดาห์ ลูกจ้างรายวัน ลูกจ้างรายชั่วโมง หรือลูกจ้างรายระยะเวลาอย่างอื่นไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของค่าจ้างในวันหรือชั่วโมงทำงานปกติโดยคำนวณจากอัตราค่าจ้างเป็นรายวันหรือเป็นรายชั่วโมง (๒) ลูกจ้างตามผลงาน ไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของค่าจ้างตามผลงานที่ทำได้ในวันนั้น
ข้อ ๑๖ ทวิ[๑๖] ถ้าให้ลูกจ้างชั่วคราวดังต่อไปนี้ทำงานในวันหยุดงานตามประเพณีนิยม นายจ้างต้องจ่ายค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้ ดังนี้ (๑) ลูกจ้างรายเดือนหรือลูกจ้างรายสัปดาห์ ไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของค่าจ้างในวันทำงานปกติ โดยคำนวณจากอัตราค่าจ้างเป็นรายวันหรือเป็นรายชั่วโมง (๒) ลูกจ้างรายวัน ลูกจ้างรายชั่วโมง หรือลูกจ้างรายระยะเวลาอย่างอื่น ไม่น้อยกว่าสองเท่าของค่าจ้างในวันหรือชั่วโมงทำงานปกติ (๓) ลูกจ้างตามผลงาน ไม่น้อยกว่าสองเท่าของค่าจ้างตามผลงานที่ทำได้ในวันนั้น
ข้อ ๑๗[๑๗] ลูกจ้างผู้บังคับบัญชาไม่มีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาในวันหยุดตามข้อ ๑๖ และข้อ ๑๖ ทวิ เว้นแต่นายจ้างตกลงจ่ายค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แก่ลูกจ้างนั้น
ข้อ ๑๘[๑๘] ในกรณีที่นายจ้างตกลงจ่ายค่าล่วงเวลาในอัตรามากกว่าที่ได้กำหนดไว้ในข้อ ๑๓ หรือตกลงจ่ายค่าล่วงเวลาในวันหยุดในอัตรามากกว่าที่ได้กำหนดไว้ในข้อ ๑๖ หรือข้อ ๑๖ ทวิ ก็ให้เป็นไปตามนั้น
ข้อ ๑๙ ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และค่าล่วงเวลาในวันหยุดต้องจ่ายเป็นเงินตราไทยถ้าจะจ่ายเป็นเช็คหรือเงินตราต่างประเทศต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง
ข้อ ๒๐ ห้ามมิให้นายจ้างจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และค่าล่วงเวลาในวันหยุดทั้งหมดหรือแต่บางส่วนด้วยบัตร หรือสิ่งของอื่นใดแทนเงินดังกล่าวนั้น เว้นแต่ในงานบางอย่างที่มีประเพณีนิยมและเพื่อประโยชน์ของลูกจ้าง ให้จ่ายค่าจ้างบางส่วนเป็นสิ่งของได้ แต่สิ่งของนั้นจะต้องมีจำนวนไม่เกินสมควรและเป็นประโยชน์ในการอุปโภคหรือบริโภคของลูกจ้างและของครอบครัวของลูกจ้าง
ข้อ ๒๑ ห้ามมิให้นายจ้างหักค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และค่าล่วงเวลาในวันหยุดเพื่อการอื่น นอกจากที่กฎหมายบัญญัติหรือที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันไว้ก่อน
ข้อ ๒๒ นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แก่ลูกจ้าง ณ สถานที่ที่ลูกจ้างทำงาน ถ้าจะจ่าย ณ สถานที่อื่นต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง ห้ามมิให้นายจ้างจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุด ณ สถานที่ขายเครื่องดื่ม อาหาร หรือสิ่งของอื่นใด เว้นแต่ลูกจ้างทำงาน ณ สถานที่ดังกล่าวนั้น
ข้อ ๒๓ ในการกำหนดค่าจ้าง ค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้ถือคุณภาพและปริมาณของงานเป็นเกณฑ์งานอันมีลักษณะและสภาพอย่างเดียวกันให้กำหนดเท่ากันไม่ว่าลูกจ้างจะเป็นชายหรือหญิง
ข้อ ๒๔ นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และค่าล่วงเวลาในวันหยุดตามกำหนดเวลาดังต่อไปนี้ (๑) ไม่เกินเจ็ดวันต่อหนึ่งครั้ง ในกรณีที่คำนวณเป็นรายชั่วโมง รายวันหรือรายสัปดาห์ (๒) ไม่น้อยกว่าเดือนละสองครั้งในระยะเวลาไม่เกินสิบหกวันต่อครั้งในกรณีที่คำนวณเป็นรายปักษ์ (๓) ไม่เกินเดือนละหนึ่งครั้งในกรณีที่คำนวณเป็นรายเดือน หรือ รายปี หรือ (๔) ไม่น้อยกว่าเดือนละสองครั้งในระยะเวลาไม่เกินสิบหกวันต่อครั้งในกรณีที่คำนวณตามผลของงาน ทั้งนี้ เว้นแต่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกำหนดเวลาหรือมีประเพณีกันเป็นอย่างอื่น
ข้อ ๒๕ ถ้านายจ้างผิดนัดในการจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลาและค่าล่วงเวลาในวันหยุด นายจ้างจะต้องเสียดอกเบี้ยให้แก่ลูกจ้างในระหว่างผิดนัดร้อยละสิบห้าต่อปี ถ้านายจ้างจงใจผิดนัดในการจ่ายเงินดังกล่าวโดยปราศจากเหตุผลอันสมควรเมื่อพ้นกำหนดเวลาเจ็ดวันนับแต่วันถึงกำหนดจ่าย นายจ้างจะต้องจ่ายเงินเพิ่มให้แก่ลูกจ้างร้อยละสิบห้าของเงินที่ค้างชำระทุกระยะเวลาเจ็ดวัน ถ้านายจ้างพร้อมที่จะชำระเงินดังกล่าวในสองวรรคก่อนและได้นำไปมอบไว้ต่อผู้อำนวยการส่วนแรงงาน กรมประชาสงเคราะห์ สำหรับในเขตจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรีหรือผู้ว่าราชการจังหวัด สำหรับในเขตจังหวัดของตน แล้วแต่กรณี การจ่ายดอกเบี้ยหรือเงินเพิ่มสำหรับเวลาต่อไปให้เป็นอันระงับแต่วันที่นายจ้างนำเงินดังกล่าวนั้นพร้อมทั้งดอกเบี้ยหรือเงินเพิ่มไปมอบไว้เป็นต้นไป[๑๙]
ข้อ ๒๖[๒๐] ถ้าเลิกจ้างลูกจ้างประจำโดยไม่ใช่ความผิดของลูกจ้าง นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดงานพักผ่อนประจำปีตามส่วนให้แก่ลูกจ้างนั้นซึ่งมีสิทธิตาม
本頁條文逐字來自該國官方公開資料,出處見署名列。
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).