มาตรา ๑๓[๕]
ให้มีคณะกรรมการข้าราชการตำรวจคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า ก.ตร. ประกอบด้วย
(๑) รัฐมนตรีเป็นประธาน อธิบดีเป็นรองประธาน เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน และรองอธิบดี เป็นกรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่ง
(๒) กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิเก้าคน ดังนี้
(ก) ผู้ซึ่งเคยรับราชการเป็นข้าราชการตำรวจในตำแหน่งตั้งแต่รองผู้บัญชาการหรือตำแหน่งที่เทียบเท่าขึ้นไปมาแล้ว และมิได้เป็นข้าราชการการเมือง สมาชิกรัฐสภา กรรมการพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง จำนวนหกคน ซึ่งมาจากการเลือกของข้าราชการตำรวจตำแหน่งตั้งแต่ผู้กำกับการหรือเทียบผู้กำกับการขึ้นไป
(ข) ผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสามคน ซึ่งได้รับเลือกโดยกรรมการข้าราชการตำรวจตาม (๑) และ (๒) (ก)
ให้ ก.ตร. แต่งตั้งข้าราชการตำรวจเป็นเลขานุการ ก.ตร. หนึ่งคน และผู้ช่วยเลขานุการ ก.ตร. สองคน
มาตรา ๑๓ ทวิ[๖]
การเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๑๓ (๒) (ก) ให้กรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่งตามมาตรา ๑๓ (๑) คัดเลือกบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติ ตามมาตรา ๑๓ (๒) (ก) จำนวนสิบแปดคน แล้วส่งให้ข้าราชการตำรวจซึ่งมีสิทธิเลือกภายในสิบวันนับแต่วันที่คัดเลือกเสร็จ
การคัดเลือกบุคคลตามวรรคหนึ่งให้กระทำก่อนวันเลือกตั้งเป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบสี่วันและไม่เกินยี่สิบเอ็ดวัน โดยให้กระทำเป็นการลับ
หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามที่ ก.ตร. กำหนด
ให้รัฐมนตรีประกาศชื่อกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๑๔[๗] กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิให้อยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี และอาจได้รับเลือกใหม่ได้อีก แต่จะอยู่ในตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้
ถ้าตำแหน่งกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิว่างลงเมื่อครบวาระหรือก่อนถึงกำหนดวาระ ให้ดำเนินการเลือกใหม่หรือเลือกซ่อมภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีตำแหน่งว่าง แต่ถ้าวาระการอยู่ในตำแหน่งของกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิจะเหลือไม่ถึงเก้าสิบวันจะไม่ดำเนินการเลือกซ่อมก็ได้
กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับการเลือกซ่อมอยู่ในตำแหน่งได้เพียงวาระของผู้ซึ่งตนแทน
มาตรา ๑๕ ในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการข้าราชการตำรวจว่างลงและมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการโดยรีบด่วน ก็ให้กรรมการข้าราชการตำรวจที่เหลือดำเนินการไปได้ แต่ต้องมีกรรมการข้าราชการตำรวจพอที่จะเป็นองค์ประชุม
มาตรา ๑๖ กรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
(๑) ครบกำหนดวาระ
(๒) ตาย
(๓) ลาออก
(๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๕) เป็นบุคคลล้มละลาย
(๖) เป็นผู้ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
(๗) เป็นกรรมการข้าราชการตำรวจโดยตำแหน่ง หรือพ้นจากการเป็นข้าราชการตำรวจ ในกรณีที่เป็นกรรมการข้าราชการตำรวจตามมาตรา ๑๓ (๒) (ก)
(๘) กลับเข้ารับราชการเป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำในกรณีที่เป็นกรรมการข้าราชการตำรวจตามมาตรา ๑๓ (๒) (ข)
(๙) เป็นข้าราชการการเมือง
(๑๐) เป็นสมาชิกรัฐสภาซึ่งมาจากการเลือกตั้ง
(๑๑) เป็นกรรมการพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง
ในกรณีเป็นที่สงสัยว่ากรรมการข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิผู้ใดพ้นจากตำแหน่งกรรมการข้าราชการตำรวจหรือไม่ ให้ ก.ตร. วินิจฉัยชี้ขาด
มาตรา ๑๗ การประชุมของ ก.ตร. ต้องมีกรรมการข้าราชการตำรวจมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง จึงเป็นองค์ประชุม
ถ้าประธานไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานและรองประธานไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการข้าราชการตำรวจในที่ประชุมเลือกกรรมการข้าราชการตำรวจคนหนึ่งที่มาประชุมเป็นประธานในที่ประชุม
ในการประชุมของ ก.ตร. ถ้ามีการพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับกรรมการข้าราชการตำรวจผู้ใดโดยเฉพาะ ผู้นั้นไม่มีสิทธิเข้าประชุม
การวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการข้าราชการตำรวจคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
ก.ตร. มีอำนาจออกข้อบังคับว่าด้วยการประชุมและการลงมติของ ก.ตร. และของคณะอนุกรรมการ
มาตรา ๑๘ ในกรณีที่ ก.ตร. มีหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ ให้อธิบดีเป็นผู้เสนอเรื่องต่อ ก.ตร. แต่ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิกรรมการข้าราชการตำรวจคนหนึ่งคนใดที่จะเสนอ
มาตรา ๑๙ ก.ตร. มีอำนาจแต่งตั้งอนุกรรมการให้ทำการใด ๆ แทนได้ และให้นำมาตรา ๑๗ มาใช้บังคับแก่การประชุมของอนุกรรมการโดยอนุโลม
มาตรา ๒๐ ตำแหน่งข้าราชการตำรวจจะมีตำแหน่งใด อยู่ในส่วนราชการใด จำนวนเท่าใด และต้องใช้ผู้มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งอย่างใด ยศชั้นใด ให้เป็นไปตามที่ ก.ตร. กำหนด โดยให้คำนึงถึงลักษณะ หน้าที่และความรับผิดชอบ ปริมาณและคุณภาพของงาน
การเพิ่มจำนวนตำแหน่งข้าราชการตำรวจตั้งแต่ตำแหน่งผู้กำกับการหรือเทียบผู้กำกับการขึ้นไป ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อน เว้นแต่เป็นการตัดโอนตำแหน่งจากส่วนราชการหนึ่งไปเพิ่มให้อีกส่วนราชการหนึ่ง[๘]
การบรรจุ การแต่งตั้ง และการเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือน
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).