มาตรา ๒๑ ตำแหน่งข้าราชการตำรวจมีดังนี้
(๑) ลูกแถว
(๒) ผู้บังคับหมู่
(๓) รองสารวัตร
(๔) สารวัตร
(๕) สารวัตรใหญ่
(๖) รองผู้กำกับการ
(๗) ผู้กำกับการ
(๘) รองผู้บังคับการ
(๙) ผู้บังคับการ
(๑๐) ผู้ช่วยผู้บัญชาการ
(๑๑) รองผู้บัญชาการ
(๑๒) ผู้บัญชาการ
(๑๓) ผู้ช่วยอธิบดี
(๑๔) รองอธิบดี
(๑๕) อธิบดี
นอกจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง อาจให้มีตำแหน่งข้าราชการตำรวจที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวงได้ ตำแหน่งดังกล่าวจะเทียบกับตำแหน่งใดตามวรรคหนึ่ง ให้กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนั้นด้วยกฎกระทรวงเช่นว่านี้ ให้ได้รับความเห็นชอบของ ก.ตร. ก่อน
มาตรา ๒๑ ทวิ[๙]
มาตรา ๒๒[๑๐]
การบรรจุข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจและชั้นประทวน ให้อธิบดีหรือผู้บังคับบัญชาซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิบดี บรรจุจากบุคคลซึ่งได้รับการคัดเลือกหรือสอบแข่งขันได้ เว้นแต่การบรรจุพลตำรวจกองประจำการ ซึ่งต้องรับราชการตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น
การบรรจุข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตร ให้อธิบดีหรือผู้บังคับบัญชาซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิบดี บรรจุจากบุคคลซึ่งได้รับการคัดเลือกหรือสอบแข่งขันได้โดยได้รับอนุมัติจาก ก.ตร.
การบรรจุข้าราชการตำรวจตามวรรคหนึ่งและวรรคสองให้บรรจุให้ได้รับเงินเดือนขั้นต่ำของชั้นนั้นๆ ในกรณีที่จะบรรจุให้ได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำของชั้นนั้น ๆ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ตร. กำหนด การกำหนดอัตราเงินเดือนสำหรับผู้ได้รับปริญญาและประกาศนียบัตรวิชาชีพ ให้กำหนดโดยคำนึงถึงอัตราเงินเดือนที่คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนกำหนดสำหรับผู้ได้รับปริญญาและประกาศนียบัตรวิชาชีพเดียวกัน
มาตรา ๒๓[๑๑] การบรรจุข้าราชการตำรวจชั้นประทวนหรือชั้นสัญญาบัตรตามมาตรา ๒๒ ถ้าผู้ได้รับการบรรจุได้รับเงินเดือนสูงกว่าอัตราที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๒ นั้นอยู่แล้ว ก็ให้ได้รับเงินเดือนในอัตราเท่ากับเงินเดือนที่ได้รับอยู่
ในวันที่พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจบัญชี ก. มีผลใช้บังคับข้าราชการตำรวจผู้ใดได้รับเงินเพิ่มการเลื่อนฐานะอยู่ให้นำเงินเพิ่มการเลื่อนฐานะนั้นรวมกับเงินเดือนที่ได้รับเป็นอัตราเงินเดือนตามบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจ หมายเลข ๓ ท้ายพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ. ๒๕๒๑ ถ้าอัตราเงินเดือนที่รวมแล้วไม่ตรงกับอัตราเงินเดือนตามบัญชีอัตราเงินเดือนดังกล่าว ให้ข้าราชการตำรวจผู้นั้นได้รับเงินเดือนในอัตราเงินเดือนในขั้นที่ถัดขึ้นไป ทั้งนี้ ให้ดำเนินการก่อนการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจตามมาตรา ๗
มาตรา ๒๔[๑๒]
ภายใต้บังคับมาตรา ๒๐ การแต่งตั้งให้ข้าราชการตำรวจดำรงตำแหน่ง ให้ผู้บังคับบัญชาแต่งตั้งตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) ตำแหน่งลูกแถวหรือเทียบลูกแถว ให้อธิบดีหรือผู้บังคับบัญชาซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิบดี แต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจ
(๒) ตำแหน่งผู้บังคับหมู่หรือเทียบผู้บังคับหมู่ ให้อธิบดีหรือผู้บังคับบัญชาซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิบดี แต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจชั้นประทวน แต่เฉพาะตำแหน่งผู้บังคับหมู่นั้นจะแต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจก็ได้
(๓) ตำแหน่งรองสารวัตรหรือเทียบรองสารวัตร ให้อธิบดีหรือผู้บังคับบัญชา ซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิบดี แต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจยศร้อยตำรวจตรีขึ้นไปแต่ไม่สูงกว่าร้อยตำรวจเอก
(๔) ตำแหน่งสารวัตรหรือเทียบสารวัตร ให้อธิบดีหรือผู้บังคับบัญชาซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิบดี แต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจยศร้อยตำรวจโทขึ้นไปแต่ไม่สูงกว่าพันตำรวจโท
(๕) ตำแหน่งสารวัตรใหญ่หรือเทียบสารวัตรใหญ่ ตำแหน่งรองผู้กำกับการหรือเทียบรองผู้กำกับการ ให้อธิบดีหรือผู้บังคับบัญชาซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิบดี แต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจยศร้อยตำรวจเอกขึ้นไป แต่ไม่สูงกว่าพันตำรวจโท
(๖) ตำแหน่งผู้กำกับการหรือเทียบผู้กำกับการ ให้อธิบดีแต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจตรีขึ้นไป แต่ไม่สูงกว่าพันตำรวจเอก
(๗) ตำแหน่งรองผู้รองผู้บังคับการหรือเทียบรองผู้บังคับการ ให้อธิบดีแต่งตั้งจากข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจโทขึ้นไป แต่ไม่สูงกว่าพันตำรวจเอก ซึ่งได้รับอัตราเงินเดือนพันตำรวจเอก (พิเศษ)
(๘) ตำแหน่งผู้บังคับการหรือเทียบผู้บังคับการ ให้อธิบดีพิจารณาคัดเลือกจากข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจเอกขึ้นไป แต่ไม่สูงกว่าพลตำรวจตรีและให้เสนอไปยังคณะรัฐมนตรี เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแล้ว ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง
(๙) ตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการหรือเทียบผู้ช่วยผู้บัญชาการ ให้อธิบดีพิจารณาคัดเลือกจากข้าราชการตำรวจยศพันตำรวจเอก ซึ่งได้รับอัตราเงินเดือนพันตำรวจเอก (พิเศษ) ขึ้นไป และให้เสนอไปยังคณะรัฐมนตรี เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแล้ว ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง
(๑๐) ตำแหน่งรองผู้บัญชาการหรือเทียบรองผู้บัญชาการ ตำแหน่งผู้บัญชาการหรือเทียบผู้บัญชาการ ให้อธิบดีพิจารณาคัดเลือกจากข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจตรีขึ้นไป และให้เสนอไปยังคณะรัฐมนตรี เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแล้วให้นำความกราบบังคมทูล เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง
(๑๑) ตำแหน่งผู้ช่วยอธิบดีหรือเทียบผู้ช่วยอธิบดีหรือตำแหน่งที่สูงกว่าขึ้นไปให้อธิบดีพิจารณาคัดเลือกจากข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจโทขึ้นไป และให้เสนอไปยังคณะรัฐมนตรี เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแล้ว ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง
(๑๒) ตำแหน่งอธิบดี ให้รัฐมนตรีพิจารณาคัดเลือกจากข้าราชการตำรวจยศพลตำรวจโทขึ้นไป และให้เสนอไปยังคณะรัฐมนตรี เมื่อได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีแล้วให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง
เมื่ออธิบดีหรือรัฐมนตรีคัดเลือกข้าราชการตำรวจตาม (๘) ถึง (๑๒) แล้ว ก่อนดำเนินการต่อไปให้เสนอ ก.ตร. ให้ความเห็นชอบก่อน
การแต่งตั้งตาม (๔) ถึง (๗) และการคัดเลือกตาม (๘) ถึง (๑๑) ให้อธิบดีพิจารณาจากข้าราชการตำรวจที่คณะกรรมการคัดเลือกเสนอแนะ
ให้ ก.ตร. แต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติและความเหมาะสมของข้าราชการตำรวจผู้มีสิทธิดำรงตำแหน่งตามมาตรานี้ และเสนอแนะต่ออธิบดีเพื่อแต่งตั้งหรือคัดเลือกต่อไป
หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกของคณะกรรมการคัดเลือกให้เป็นไปตามที่ ก.ตร. กำหนด
มาตรา ๒๕ การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจและการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งใด ผู้ได้รับการบรรจุหรือได้รับการแต่งตั้งต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งและยศตามที่ ก.ตร. กำหนดไว้ตามมาตรา ๒๐
ในกรณีที่มีเหตุผลและความจำเป็น ก.ตร. อาจอนุมัติให้บรรจุหรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจที่มีคุณสมบัติเฉพาะต่างไปจากที่กำหนดไว้ก็ได้
มาตรา ๒๖ ถ้าตำแหน่งข้าราชการตำรวจตำแหน่งใดว่างลงและยังมิได้แต่งตั้งผู้ใดให้ดำรงตำแหน่งนั้น หรือผู้ดำรงตำแหน่งใดไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นครั้งคราว ให้ผู้บังคับบัญชาดังต่อไปนี้มีอำนาจสั่งให้ข้าราชการตำรวจซึ่งเห็นสมควรรักษาการในตำแหน่งนั้นชั่วคราวได้
(๑) รัฐมนตรี สำหรับตำแหน่งผู้บัญชาการหรือเทียบผู้บัญชาการขึ้นไป
(๒) อธิบดี สำหรับตำแหน่งตั้งแต่รองผู้บัญชาการหรือเทียบรองผู้บัญชาการลงมา
(๓) ผู้บังคับบัญชาซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิบดี สำหรับตำแหน่งตั้งแต่ผู้กำกับการหรือเทียบผู้กำกับการลงมา
มาตรา ๒๗ ในกรณีที่ไม่มีการแต่งตั้งผู้รักษาการในตำแหน่งตามมาตรา ๒๖ และมีผู้ดำรงตำแหน่งรอง ให้ผู้ดำรงตำแหน่งรองรักษาราชการแทน ถ้าผู้ดำรงตำแหน่งรองไม่มีหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ และมีผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วย ให้ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้ามีผู้ดำรงตำแหน่งรองหรือผู้ช่วยหลายคน ให้ผู้มีอาวุโสตามที่ ก.ตร. กำหนดเป็นผู้รักษาราชการแทน ถ้าไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรองหรือผู้ช่วยหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้ผู้ดำรงตำแหน่งถัดลงไปซึ่งเป็นนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรผู้มีอาวุโสสูงตามที่ ก.ตร. กำหนด เป็นผู้รักษาราชการแทน
มาตรา ๒๘ ในกรณีที่ส่วนราชการใดมีผู้ดำรงตำแหน่งรองหรือผู้ช่วย หรือมีทั้งผู้ดำรงตำแหน่งรองและผู้ช่วย หัวหน้าส่วนราชการหรือผู้รักษาการในตำแหน่งหรือผู้รักษาราชการแทน หัวหน้าส่วนราชการนั้นจะมอบหมายหรือมอบอำนาจให้ผู้ดำรงตำแหน่งรองหรือผู้ช่วยปฏิบัติราชการแทนหัวหน้าส่วนราชการนั้นก็ได้
มาตรา ๒๙ ให้ผู้รักษาการในตำแหน่งตามมาตรา ๒๖ หรือผู้รักษาราชการแทนตามมาตรา ๒๗ หรือผู้ปฏิบัติราชการแทนตามมาตรา ๒๘ มีอำนาจหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ดำรงตำแหน่งนั้น หรือผู้ซึ่งตนแทนหรือผู้ซึ่งมอบหมายหรือมอบอำนาจ แล้วแต่กรณี
ในกรณีที่มีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือคำสั่ง แต่งตั้งให้ผู้ดำรงตำแหน่งใดเป็นกรรมการ หรือให้มีอำนาจหน้าที่อย่างใด ให้ผู้รักษาการในตำแหน่ง ผู้รักษาราชการแทนหรือผู้ปฏิบัติราชการแทนทำหน้าที่กรรมการหรือมีอำนาจและหน้าที่เช่นเดียวกับผู้ดำรงตำแหน่งนั้นในระหว่างที่รักษาการในตำแหน่งรักษาราชการแทน หรือปฏิบัติราชการแทนด้วย แล้วแต่กรณี
มาตรา ๓๐ การโอนข้าราชการที่ไม่ใช่ข้าราชการตำรวจตามพระราชบัญญัตินี้ และไม่ใช่ข้าราชการการเมือง ข้าราชการวิสามัญ หรือข้าราชการซึ่งอยู่ในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือการโอนพนักงานเทศบาลที่ไม่ใช่พนักงานเทศบาลวิสามัญ มาบรรจุเป็นข้าราชการ ตำรวจอาจกระทำได้ ถ้าเจ้าตัวสมัครใจ โดยกรมตำรวจทำความตกลงกับเจ้าสังกัด แล้วเสนอเรื่องไปให้ ก.ตร. พิจารณาอนุมัติ ในการนี้ให้ ก.ตร. พิจารณาโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ทางราชการจะได้รับ ทั้งนี้ จะบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใด ชั้นยศใด และจะให้ได้รับเงินเดือนเท่าใด ให้ ก.ตร. เป็นผู้พิจารณากำหนด แต่เงินเดือนที่จะให้ได้รับต้องไม่สูงกว่าเงินเดือนเดิม
เพื่อประโยชน์ในการนับเวลาราชการ ให้ถือเวลาราชการหรือเวลาทำงานของผู้ที่โอนมาตามวรรคหนึ่งในขณะที่เป็นข้าราชการหรือพนักงานเทศบาลนั้น เป็นเวลาราชการของข้าราชการตำรวจตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย
มาตรา ๓๑ ข้าราชการตำรวจผู้ใดได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้ออกจากราชการไปปฏิบัติงานใด ๆ ซึ่งให้นับเวลาระหว่างนั้นสำหรับการคำนวณบำเหน็จบำนาญเหมือนเต็มเวลาราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ถ้าผู้นั้นกลับเข้ารับราชการภายในกำหนดเวลาสี่ปีนับแต่วันออกจากราชการไปปฏิบัติงานดังกล่าว ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา ๒๒ สั่งบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ชั้นยศ และรับเงินเดือนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๓๒ ข้าราชการตำรวจผู้ใดออกจากราชการไปแล้ว และไม่ใช่เป็นกรณีออกจากราชการในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ ถ้าสมัครเข้ารับราชการและกรมตำรวจต้องการจะรับผู้นั้นเข้ารับราชการ ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา ๒๒ สั่งบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ชั้นยศและรับเงินเดือนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๓๓ ข้าราชการที่ไม่ใช่ข้าราชการตำรวจ และไม่ใช่ข้าราชการการเมือง ข้าราชการวิสามัญ หรือข้าราชการซึ่งออกจากราชการในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือพนักงานเทศบาลที่ไม่ใช่พนักงานเทศบาลวิสามัญผู้ใดออกจากราชการหรือออกจากงานไปแล้ว ถ้าสมัครเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจและกรมตำรวจต้องการจะรับผู้นั้นเข้ารับราชการ ให้นำมาตรา ๓๐ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๓๔ ผู้ได้รับบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจ และได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใด จะให้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการในตำแหน่งนั้นก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงในระหว่างเวลาทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการนั้น ถ้าผู้บังคับบัญชาเห็นว่าผู้นั้นมีความประพฤติไม่ดีหรือไม่มีความรู้หรือไม่มีความสามารถเหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการในตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้ง หรือเมื่อครบกำหนดเวลาทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการให้ผู้บังคับบัญชาทำรายงานผลการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการของผู้นั้นเสนอตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๒๒
เมื่อได้รับรายงานจากผู้บังคับบัญชาตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๒๒ พิจารณาว่า ผู้นั้นมีความประพฤติ ความรู้ และความสามารถ เหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการในตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้งหรือไม่ ถ้าเห็นว่าไม่ควรให้รับราชการต่อไปก็ให้สั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการ ถ้าเห็นว่าควรให้ทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการต่อไปอีกระยะหนึ่ง ภายในกำหนดเวลาทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการตามวรรคหนึ่ง จะสั่งให้ผู้นั้นทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการต่อไปก็ได้ โดยให้ผู้บังคับบัญชาตามวรรคหนึ่งและผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๒๒ ดำเนินการตามมาตรานี้อีกครั้งหนึ่ง ถ้าเห็นว่าควรให้ผู้นั้นรับราชการต่อไปได้เมื่อครบกำหนดเวลาทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๒๒ รายงานให้ ก.ตร. ทราบตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
ผู้อยู่ในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการในตำแหน่งใด ถ้าได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอื่น ให้เริ่มทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการใหม่
ผู้อยู่ในระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการซึ่งถูกสั่งให้ออกจากราชการเพราะมีความประพฤติไม่ดี หรือไม่มีความรู้ หรือไม่มีความสามารถเหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการในตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้งให้ถือเสมือนหนึ่งว่าไม่เคยเป็นข้าราชการตำรวจ แต่ทั้งนี้ ไม่กระทบกระเทือนถึงการปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือการรับเงินเดือนหรือผลประโยชน์อื่นใด ที่ได้รับจากทางราชการในระหว่างที่ผู้นั้นทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ
มาตรา ๓๕ การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจไปดำรงตำแหน่งอื่น ต้องแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ไม่ต่ำกว่าตำแหน่งเดิม
การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งที่ต่ำกว่าตำแหน่งเดิมจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุมัติจาก ก.ตร. เป็นพิเศษเฉพาะราย
มาตรา ๓๖ ผู้มีอำนาจตามมาตรา ๒๖ มีอำนาจสั่งให้ข้าราชการตำรวจประจำกรม ประจำกอง หรือประจำส่วนราชการใด แล้วแต่กรณีเป็นการชั่วคราว โดยให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่เดิม หรือให้สำรองราชการส่วนราชการใด โดยให้ขาดจากอัตราเงินเดือนในตำแหน่งเดิมก็ได้ ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
การให้ได้รับเงินเดือน การแต่งตั้ง การเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือน การรักษาวินัยและการออกจากราชการของข้าราชการตำรวจตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๓๗[๑๓]
การเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจตั้งแต่พันตำรวจเอกซึ่งได้รับเงินเดือนอัตราพันตำรวจเอก (พิเศษ) ลงมา ให้อธิบดีหรือผู้บังคับบัญชาซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิบดีเป็นผู้พิจารณาและสั่งเลื่อน
การเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจขึ้นรับอัตราเงินเดือนพลตำรวจตรี หรือเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจพลตำรวจตรี เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก ก.ตร. แล้ว ให้รัฐมนตรีเป็นผู้สั่งเลื่อน
การเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจขึ้นรับอัตราเงินเดือนพลตำรวจโท หรือเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนข้าราชการตำรวจตั้งแต่พลตำรวจโทขึ้นไป เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก ก.ตร. แล้วให้เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติ และเมื่อคณะรัฐมนตรีอนุมัติแล้ว ให้รัฐมนตรีเป็นผู้สั่งเลื่อน
การเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนตามมาตรานี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
การเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษเกินสองขั้นต้องได้รับอนุมัติจาก ก.ตร. เป็น พิเศษเฉพาะราย
มาตรา ๓๘ ข้าราชการตำรวจผู้ใดถึงแก่ความตายเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ คณะรัฐมนตรีจะพิจารณาเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือนให้ผู้นั้นเป็นกรณีพิเศษเพื่อประโยชน์ในการคำนวณบำเหน็จบำนาญก็ได้
มาตรา ๓๙[๑๔]
ภายใต้บังคับบทบัญญัติอื่นแห่งพระราชบัญญัตินี้ ในราชการบริหารส่วนภูมิภาคของกรมตำรวจ การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้แต่งตั้ง สำหรับการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจไปดำรงตำแหน่งอื่นที่ไม่สูงกว่าเดิม การเลื่อนขั้นและอัตราเงินเดือน และการลงโทษข้าราชการตำรวจตำแหน่งตั้งแต่สารวัตรหรือเทียบสารวัตรลงมาให้ผู้ว่าราชการจังหวัดส่งเรื่องให้อนุกรรมการข้าราชการตำรวจประจำจังหวัดพิจารณาและเมื่ออนุกรรมการข้าราชการตำรวจประจำจังหวัดมีมติเป็นประการใดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งให้เป็นไปตามนั้น
มาตรา ๓๙ ทวิ[๑๕] ให้มีอนุกรรมการข้าราชการตำรวจประจำจังหวัดเรียกโดยย่อว่า อ.ก.ตร. จังหวัด โดยออกนามตามจังหวัดนั้นๆ อ.ก.ตร. จังหวัด ประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานอัยการจังหวัดหรือผู้แทน ผู้บังคับการตำรวจภูธรหรือผู้แทน รองผู้บังคับการซึ่งทำหน้าที่หัวหน้าตำรวจภูธรจังหวัดหรือผู้แทน ผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดหรือผู้แทน ผู้กำกับการตำรวจภูธรเขตหรือผู้แทน เป็นอนุกรรมการโดยตำแหน่ง และอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสองคน ซึ่งอนุกรรมการโดยตำแหน่งได้เลือกจากข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ๗ หรือ เทียบเท่าขึ้นไป และรับราชการอยู่ในจังหวัดนั้น
หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เป็นไปตามที่ ก.ตร. กำหนด
ให้ อ.ก.ตร. จังหวัด แต่งตั้งข้าราชการตำรวจตำแหน่งรองผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดคนหนึ่งเป็นกรรมการและเลขานุการ และจะแต่งตั้งข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรคนหนึ่งในจังหวัดนั้นเป็นผู้ช่วยเลขานุการด้วยก็ได้
ให้ อ.ก.ตร. จังหวัด มีอำนาจหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๙ และให้นำมาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗ มาใช้บังคับโดยอนุโลมโดยให้อำนาจหน้าที่ของ ก.ตร. ตามบทบัญญัติดังกล่าวเป็นอำนาจหน้าที่ของ อ.ก.ตร. จังหวัด
การคัดเลือกและการสอบแข่งขัน
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).