ข้อ ๓๖ ลูกจ้างประจำ
หรือลูกจ้างชั่วคราวผู้ใดตายในระหว่างรับราชการให้จ่ายเงินจำนวนหนึ่ง เรียกว่า เงินช่วยเหลือค่าทำศพ เป็นจำนวนสามเท่าของอัตราค่าจ้างปกติเดือนสุดท้ายก่อนถึงแก่ความตายถ้าหากลูกจ้างผู้นั้นมาทำงานเต็มตามกำหนดเป็นเกณฑ์คำนวณเงินช่วยเหลือค่าทำศพ
ลูกจ้างประจำ
หรือลูกจ้างชั่วคราวผู้ใดตายในระหว่างถูกสั่งพักราชการให้จ่ายเงินช่วยเหลือค่าทำศพเป็นจำนวนสามเท่าของอัตราค่าจ้างปกติเดือนสุดท้ายก่อนที่จะถูกสั่งพักราชการ
ถ้าหากลูกจ้างผู้นั้นมาทำงานเต็มตามกำหนดเป็นเกณฑ์คำนวณเงินช่วยเหลือค่าทำศพ
ลูกจ้างประจำ หรือลูกจ้างชั่วคราวผู้ใดตายในระหว่างขาดราชการ
ให้จ่ายค่าจ้างให้เพียงวันสุดท้ายที่ผู้นั้นมาปฏิบัติงานและไม่มีการจ่ายเงินช่วยเหลือค่าทำศพ
อำนาจการอนุมัติในการเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือค่าทำศพให้เป็นไปตามระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการรับเงิน
การเบิกจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน การนำส่งเงิน และการตรวจเงิน
ข้อ ๓๗ เงินช่วยเหลือค่าทำศพให้จ่ายแก่บุคคลซึ่งลูกจ้างได้แสดงเจตนาระบุไว้เป็นหนังสือก่อนตาย
ตามแบบที่กรุงเทพมหานครกำหนด
ถ้าลูกจ้างผู้ตายมิได้แสดงเจตนาระบุไว้ตามวรรคหนึ่ง
หรือบุคคลซึ่งลูกจ้างผู้ตายได้แสดงเจตนาระบุไว้ได้ตายไปเสียก่อน
ให้จ่ายแก่บุคคลตามลำดับก่อนหลัง ดังต่อไปนี้
(๑) คู่สมรส
(๒) บุตร
(๓) บิดา มารดา
(๔)
ผู้ที่ได้อยู่ในความอุปการะของผู้ตายตลอดมาโดยจำเป็นต้องมีผู้อุปการะและความตายของผู้นั้นทำให้ได้รับความเดือดร้อน
เพราะขาดความอุปการะ ซึ่งผู้มีอำนาจอนุมัติในการเบิกจ่ายตามข้อ ๓๖ เห็นว่ามีหลักฐานแสดงได้ว่าเป็นผู้อยู่ในความอุปการะของผู้ตาย
(๕)
ผู้ที่อุปการะเลี้ยงดูให้การศึกษาผู้ตายมาแต่เยาว์ฉันบิดามารดากับบุตร
ซึ่งผู้มีอำนาจอนุมัติในการเบิกจ่ายตามข้อ ๓๖
เห็นว่ามีหลักฐานแสดงได้ว่าเป็นผู้อุปการะผู้ตาย
เมื่อปรากฏว่ามีบุคคลในลำดับก่อนดังกล่าวในวรรคสอง
บุคคลนั้นมีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือค่าทำศพแต่ในลำดับเดียว
ผู้ที่อยู่ในลำดับถัดไปไม่มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือค่าทำศพ
การขอรับเงินช่วยเหลือค่าทำศพให้กระทำภายในเวลาสิบสองเดือนนับแต่วันที่ลูกจ้างซึ่งมีสิทธิรับค่าจ้างตาย
เว้นแต่ในกรณีที่ลูกจ้างผู้นั้นเป็นผู้ถูกสั่งพักราชการ
ผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนหรือผู้อุทธรณ์คำสั่งลงโทษ
ระยะเวลาสิบสองเดือนให้นับตั้งแต่วันที่การถูกสั่งพักราชการ
การออกจากราชการไว้ก่อน หรือการอุทธรณ์คำสั่งลงโทษสิ้นสุดลง แล้วแต่กรณี
ในกรณีทางราชการมีความจำเป็นต้องเข้าเป็นผู้จัดการศพลูกจ้างผู้ตายเพราะไม่มีผู้ใดเข้าจัดการศพในเวลาอันควร
ก็ให้ทางราชการหักค่าใช้จ่ายจากเงินช่วยเหลือค่าทำศพที่ต้องจ่ายตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครนี้ได้เท่าที่จ่ายจริง
และมอบส่วนที่เหลือให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับ
ประกาศ
ณ วันที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๗
หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์
บริพัตร
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๘ มกราคม ๒๕๕๘
วิศนี/ผู้ตรวจ
๑๙ มกราคม ๒๕๕๘
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๑/ตอนพิเศษ ๒๗๔ ง/หน้า ๓๐/๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๗