附則
กฎ ก
กฎ ก.ค.
ฉบับที่ ๒๐ (พ.ศ. ๒๕๔๐)
ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู
พ.ศ. ๒๕๒๓
ว่าด้วยการเลื่อนขั้นเงินเดือน
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ (๒) และมาตรา ๖๐ แห่งพระราชบัญญัติ
ระเบียบข้าราชการครู พ.ศ. ๒๕๒๓ ก.ค.โดยได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีออกกฎ ก.ค.ไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กฎ ก.ค. นี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป
ข้อ ๒ ในกฎ ก.ค. นี้
"ปี" หมายความว่า ปีงบประมาณ
"รอบปีที่แล้วมา" หมายความว่า ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ๑ พฤษภาคม ของปีหนึ่ง
ถึงวันที่ ๓๐ เมษายนของปีถัดไป
"อธิบดี" หมายความรวมถึงหัวหน้าส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรม และรัฐมนตรี
ว่าการกระทรวงศึกษาธิการสำหรับสำนักงานเลขานุการรัฐมนตรีด้วย
"ระดับเงินเดือน" หมายความว่า อันดับเงินเดือนตามกฎหมายว่าด้วยเงินเดือน
และเงินประจำตำแหน่ง
ข้อ ๓ การเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการครูประจำปี ให้เลื่อนตั้งแต่วันที่ ๑
ตุลาคมของปีที่ได้เลื่อนนั้น
ข้อ ๔ การเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการครู ให้เลื่อนได้ไม่เกินขั้นสูงของระดับ
เงินเดือนสำหรับตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้ง เว้นแต่ข้าราชการครูซึ่งรับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใน
ระดับต่ำกว่าเดิมโดยได้รับเงินเดือนในระดับและขั้นที่ได้รับอยู่เดิมให้เลื่อนได้ไม่เกินขั้นสูงของ
ระดับเงินเดือนเดิม
ข้อ ๕ ข้าราชการครูซึ่งจะได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปีครึ่งขั้น
ต้องอยู่ในหลักเกณฑ์ประการใดประการหนึ่งดังต่อไปนี้
(๑) เป็นผู้อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปี
หนึ่งขั้นตามข้อ ๖ (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘) และในรอบปีที่แล้วมามีผลการ
ปฏิบัติงานซึ่งผู้บังคับบัญชาได้พิจารณาประเมินแล้วเห็นว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สมควรจะได้เลื่อนขั้น
เงินเดือนครึ่งขั้น
(๒) เป็นผู้ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปี
หนึ่งขั้นตามข้อ ๖ (๓) (๗) หรือ (๘) แต่มีเวลาปฏิบัติราชการในรอบปีที่แล้วมาเป็นเวลาไม่
น้อยกว่าหกเดือนตลอดจนอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปี
หนึ่งขั้นตามข้อ ๖ (๒) (๔) (๕) และ (๖) และในรอบปีที่แล้วมามีผลการปฏิบัติงานซึ่ง
ผู้บังคับบัญชาได้พิจารณาประเมินแล้วเห็นว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สมควรจะได้เลื่อนขั้นเงินเดือน
ไม่น้อยกว่าหนึ่งขั้น
ข้อ ๖ ข้าราชการครูซึ่งได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปีหนึ่งขั้น
ต้องอยู่ในหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) ในรอบปีที่แล้วมาได้ปฏิบัติหน้าที่ของตนด้วยความสามารถและด้วยความ
อุตสาหะจนเกิดผลดีหรือความก้าวหน้าแก่ราชการ ซึ่งผู้บังคับบัญชาได้พิจารณาประเมินแล้ว
เห็นว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สมควรจะได้เลื่อนขั้นเงินเดือนหนึ่งขั้น
(๒) ในรอบปีที่แล้วมาจนถึงวันออกคำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนต้องไม่ถูกลงโทษ
ทางวินัยที่หนักกว่าโทษภาคทัณฑ์ หรือไม่ถูกศาลพิพากษาในคดีอาญาให้ลงโทษในความผิดที่
เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือความผิดที่ทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่
ราชการของตน ซึ่งมิใช่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
ในกรณีที่ข้าราชการครูผู้ใดอยู่ในหลักเกณฑ์ที่สมควรได้เลื่อนขั้นเงินเดือน แต่ได้ถูกงดเลื่อนขั้นเงินเดือนเพราะถูกลงโทษทางวินัยหรือถูกศาลพิพากษาในคดีอาญาให้ลงโทษ
ในกรณีตามวรรคหนึ่งมาแล้ว ให้ผู้บังคับบัญชาเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปีต่อไปให้ข้าราชการครู
ผู้นั้นตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคมของปีที่จะได้เลื่อนเป็นต้นไป
(๓) ในรอบปีที่แล้วมาต้องไม่ถูกสั่งพักราชการเกินสี่เดือน
(๔) ในรอบปีที่แล้วมาต้องไม่ขาดราชการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
(๕) ในปีที่แล้วมาได้รับบรรจุเข้ารับราชการมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า
แปดเดือน
(๖) ในปีที่แล้วมาถ้าเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ไปศึกษาในประเทศ หรือไปศึกษา
ฝึกอบรม หรือดูงาน ณ ต่างประเทศ ตามระเบียบว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม และ
ดูงาน ณ ต่างประเทศต้องได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการในปีที่แล้วมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่าแปดเดือน
(๗) ในรอบปีที่แล้วมาต้องไม่ลาหรือมาทำงานสายเกินประจำครั้งที่อธิบดี
ผู้บังคับบัญชาหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากอธิบดีกำหนดเป็นหนังสือไว้ก่อนแล้ว โดยคำนึงถึง
ลักษณะงานและสภาพท้องที่อันเป็นที่ตั้งของแต่ละส่วนราชการหรือหน่วยงาน
(๘) ในรอบปีที่แล้วมาต้องมีเวลาปฏิบัติราชการสิบสองเดือน โดยไม่มีวันลา
เกินกว่าสี่สิบห้าวันแต่ไม่รวมถึงวันลาดังต่อไปนี้
(ก) ลาอุปสมบท หรือลาไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ เมืองเมกะ ประเทศซาอุดิ
อาระเบีย โดยได้รับเงินเดือนระหว่างลาตามกฎหมายว่าด้วยการจ่ายเงินเดือน
(ข) ลาคลอดบุตรไม่เกินเก้าสิบวัน
(ค) ลาป่วยซึ่งจำเป็นต้องรักษาตัวเป็นเวลานานไม่ว่าคราวเดียวหรือหลายคราว
รวมกันไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันทำการ
(ง) ลาป่วยเพราะประสบอันตรายในขณะปฏิบัติราชการตามหน้าที่หรือในขณะ
เดินทางไปหรือกลับจากปฏิบัติราชการตามหน้าที่
(จ) ลาพักผ่อน
(ฉ) ลาเข้ารับการตรวจเลือก หรือเข้ารับการเรียกพลหรือระดมพลตามกฎหมาย
ว่าการรับราชการทหาร
(ช) ลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ
การนับวันลาไม่เกินสี่สิบห้าวัน สำหรับวันลากิจส่วนตัวและวันลาป่วยที่ไม่ใช่
วันลาป่วยตาม (ง) ให้นับเฉพาะวันทำการ
ข้อ ๗ ข้าราชการครูซึ่งจะได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปีหนึ่งขั้น
ครึ่งต้องเป็นผู้ที่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปีหนึ่งขั้นตาม
ข้อ ๖ และอยู่ในหลักเกณฑ์ประการใดประการหนึ่งหรือหลายประการดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) ปฏิบัติงานตามหน้าที่ได้ผลดี มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล อันก่อให้
เกิดประโยชน์และผลดีต่อทางราชการและสังคม
(๒) ปฏิบัติงานโดยมีความคิดริเริ่มในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือได้ค้นคว้าหรือ
ประดิษฐ์สิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทางราชการ
(๓) ปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่มีสถานการณ์ตรากตรำเสี่ยงอันตราย หรือมีการต่อสู้
ที่เสี่ยงต่อความปลอดภัยของชีวิต
(๔) ปฏิบัติงานที่มีภาระหน้าที่หนักเกินระดับตำแหน่งจนเกิดประโยชน์ต่อทาง
ราชการ และปฏิบัติงานในตำแหน่งหน้าที่ของตนเป็นผลดีด้วย
(๕) ปฏิบัติงานตามตำแหน่งหน้าที่ด้วยความตรากตรำเหน็ดเหนื่อย ยากลำบาก
และงานนั้นได้มีผลดีเป็นประโยชน์ต่อทางราชการและสังคม
(๖) ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายให้กระทำกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งจนสำเร็จ
เป็นผลดีแก่ประเทศชาติ
ข้อ ๘ ข้าราชการครูซึ่งจะได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปีสองขั้น
ต้องเป็นผู้ที่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปีหนึ่งขั้นตามข้อ ๖
และอยู่ในหลักเกณฑ์ประการใดประการหนึ่งหรือหลายประการดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) ปฏิบัติงานตามหน้าที่ได้ผลดีเด่น มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล อันก่อให้
เกิดประโยชน์และผลดีต่อทางราชการและสังคม จนถือเป็นตัวอย่างที่ดีได้
(๒) ปฏิบัติงานโดยมีความคิดริเริ่มในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือได้ค้นคว้าหรือ
ประดิษฐ์สิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทางราชการเป็นพิเศษ และทางราชการได้ดำเนินการ
ตามความคิดริเริ่มหรือได้รับรองให้ใช้การค้นคว้าหรือสิ่งประดิษฐ์นั้น
(๓) ปฏิบัติงานตามหน้าที่ที่มีสถานการณ์ตรากตรำเสี่ยงอันตรายมาก หรือมีการ
ต่อสู้ที่เสี่ยงต่อความปลอดภัยของชีวิตเป็นกรณีพิเศษ
(๔) ปฏิบัติงานที่มีภาระหน้าที่หนักเกินระดับตำแหน่งจนเกิดประโยชน์ต่อทาง
ราชการเป็นพิเศษ และปฏิบัติงานในตำแหน่งหน้าที่ของตนเป็นผลดีด้วย
(๕) ปฏิบัติงานตามตำแหน่งหน้าที่ด้วยความตรากตรำเหน็ดเหนื่อย ยากลำบาก
เป็นพิเศษ และงานนั้นได้ผลดียิ่งเป็นประโยชน์ต่อทางราชการและสังคม
(๖) ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายให้กระทำกิจการอย่างใดอย่างหนึ่ง จนสำเร็จ
เป็นผลดียิ่งแก่ประเทศชาติ
ข้อ ๙ การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการครูประจำปีตามข้อ ๕ ข้อ ๖
ข้อ ๗ และข้อ ๘ ให้ผู้บังคับบัญชาชั้นต้นหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายนำผลการประเมินผลการ
ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.กำหนด และข้อมูลเกี่ยวกับการลา พฤติกรรมการมา
ทำงาน การรักษาวินัย การปฏิบัติตนเหมาะสมกับการเป็นข้าราชการครูและข้อควรพิจารณาอื่น ๆ
ของข้าราชการครูผู้นั้น มาประกอบการพิจารณาอย่างรอบคอบ แล้วรายงานผลการพิจารณานั้น
พร้อมด้วยข้อมูลดังกล่าวต่อผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไปตามลำดับจนถึงผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้น
เงินเดือน
ในการพิจารณารายงานตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือแต่ระดับ
ที่ได้รับรายงานเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนด้วย
ข้อ ๑๐ การพิจารณาผลการปฏิบัติงาน ให้นับช่วงเวลาการปฏิบัติราชการและ
การปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศตามข้อ ๖ (๘) (ช) ในรอบปีที่แล้วมาเป็นเกณฑ์
เว้นแต่ผู้อยู่ในหลักเกณฑ์ตามข้อ ๖ (๕) หรือ (๖) ให้นับช่วงเวลาการปฏิบัติราชการไม่น้อยกว่า
แปดเดือนเป็นเกณฑ์การพิจารณา
ในกรณีทีข้าราชการครูผู้ใดโอน เลื่อนตำแหน่ง ย้าย หรือสับเปลี่ยนหน้าที่ไปช่วย
ราชการในต่างกระทรวง ทบวง กรม ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานนอกเหนือหน้าที่หรืองานพิเศษ
อื่นใด หรือลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศตามข้อ ๖ (๘) (ช) ในรอบปีที่แล้วมา
ให้นำผลการปฏิบัติราชการและการปฏิบัติงานของข้าราชการครูผู้นั้นทุกตำแหน่งและทุกแห่งมา
ประกอบการพิจารณาด้วย
ข้อ ๑๑ เมื่อผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนได้รับรายงานผลการพิจารณาจาก
ผู้บังคับบัญชาตามข้อ ๙ แล้วเห็นว่า ข้าราชการครูผู้ใดอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะได้รับการพิจารณา
เลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปีครึ่งขั้นตามข้อ ๕ และปฏิบัติตนเหมาะสมกับการเป็นข้าราชการครู ให้เลื่อนขั้นเงินเดือนให้แก่ข้าราชการครูผู้นั้นครึ่งขั้น ถ้าข้าราชการครูผู้ใดอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะ
ได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปีหนึ่งขั้นตามข้อ ๖ และปฏิบัติตนเหมาะสมกับการ
เป็นข้าราชการครู ให้เลื่อนขั้นเงินเดือนให้แก่ข้าราชการครูผู้นั้นหนึ่งขั้น และถ้าข้าราชการครูผู้นั้น
มีผลการปฏิบัติงานอยู่ในหลักเกณฑ์ตามข้อ ๗ ด้วยก็ให้เลื่อนขั้นเงินเดือนให้หนึ่งขั้นครึ่ง หรือ
ถ้าข้าราชการครูผู้นั้นมีผลการปฏิบัติงานอยู่ในหลักเกณฑ์ตามข้อ ๘ ด้วย จะเลื่อนขั้นเงินเดือน
ให้สองขั้นก็ได้
ข้อ ๑๒ การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปีให้แก่ข้าราชการครู ซึ่งในรอบปี
ที่แล้วมาได้รับอนุญาตให้ลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศตามข้อ ๖ (๘) (ช) ให้ผู้มี
อำนาจสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนพิจารณาสั่งเลื่อนได้ปีละไม่เกินหนึ่งขั้นเมื่อข้าราชการครูผู้นั้นกลับมา
ปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยให้สั่งเลื่อนย้อนหลังไปในแต่ละปีที่ควรจะได้เลื่อน ทั้งนี้ ให้มีการ
ประเมินผลการปฏิบัติงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค. กำหนด
ข้อ ๑๓ ในการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปี ถ้าผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้น
เงินเดือนเห็นสมควรให้แก่ข้าราชการครูผู้ใดได้เลื่อนขั้นเงินเดือน แต่ปรากฏว่าได้มีคำสั่งแต่งตั้ง
คณะกรรมการสอบสวนข้าราชการครูผู้นั้นว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงก่อนมีคำสั่งเลื่อนขั้น
เงินเดือน ให้ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนรอการเลื่อนขั้นเงินเดือนไว้ก่อน และให้กันเงินสำหรับ
เลื่อนขั้นเงินเดือนไว้ เมื่อผู้มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนได้รับรายงานการสอบสวน
และมีคำสั่งว่าข้าราชการครูผู้นั้นไม่มีความผิด หรือมีคำสั่งลงโทษหรือมีคำสั่งให้ออกจากราชการ
เพราะมีมลทินหรือมัวหมอง ให้ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนพิจารณาดังนี้
(๑) ถ้าผู้มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนมีคำสั่งว่าราชการครูผู้นั้นไม่มี
ความผิดหรือมีคำสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ ให้สั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนที่รอการเลื่อนไว้ได้ ถ้ารอการ
เลื่อนขั้นเงินเดือนไว้เกินกว่าหนึ่งปี ให้สั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนย้อนหลังไปในแต่ละปีที่ได้รอการ
เลื่อนขั้นเงินเดือนไว้ แม้ว่าข้าราชการครูผู้นั้นจะได้ออกจากราชการไปแล้วก็ตาม
(๒) ถ้าผู้มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนมีคำสั่งลงโทษตัดเงินเดือน
หรือลดขั้นเงินเดือน ให้งดเลื่อนขั้นเงินเดือนที่รอการเลื่อนไว้ ถ้าได้รอการเลื่อนขั้นเงินเดือนไว้
เกินหนึ่งปี ให้งดเลื่อนขั้นเงินเดือนที่รอการเลื่อนไว้ในปีที่ถูกลงโทษ ถ้าข้าราชการครูผู้นั้นได้
ออกจากราชการไปแล้วด้วยเหตุอื่นที่มิใช่เพราะเหตุเกษียณอายุตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จ
บำนาญข้าราชการ ให้งดเลื่อนขั้นเงินเดือนในปีที่จะได้เลื่อนขั้นเงินเดือนปีสุดท้าย แต่ถ้าเป็น
ผู้พ้นจากราชการไปเพราะเกษียณอายุตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ให้งด
เลื่อนขั้นเงินเดือนที่ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนได้รอการเลื่อนขั้นเงินเดือนไว้ในวันที่ ๓๐
กันยายนของปีสุดท้ายก่อนวันที่ข้าราชการครูผู้นั้นจะพ้นจากราชการ ส่วนในปีอื่นให้สั่งเลื่อนขั้น
เงินเดือนย้อนหลังไปในแต่ละปีที่ได้รอการเลื่อนขั้นเงินเดือนไว้
(๓) ถ้าผู้มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนมีคำสั่งลงโทษปลดออก หรือ
ไล่ออกจากราชการหรือมีคำสั่งให้ออกจากราชการเพาะมีมลทินหรือมัวหมอง ให้งดเลื่อนขั้น
เงินเดือนทุกปีที่ได้รอการเลื่อนขั้นเงินเดือนไว้
การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนตาม (๑) (๒) และ (๓) สำหรับข้าราชการครู
ซึ่งถูกแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงหลายกรณี ให้แยกพิจารณา
เป็นกรณี ๆ ไป
ข้อ ๑๔ ในการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปี ถ้าผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้น
เงินเดือนเห็นสมควรให้ข้าราชการครูผู้ใดได้เลื่อนขั้นเงินเดือน แต่ปรากฏว่าข้าราชการครูผู้นั้น
ถูกฟ้องคดีอาญาในความผิดที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการ หรือความผิดที่ทำให้เสื่อมเสีย
เกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตน ซึ่งมิใช่ความผิดที่กระทำโดยประมาท ความผิด
ลหุโทษ หรือความผิดที่พนักงานอัยการรับเป็นทนายแก้ต่างให้ และศาลได้ประทับฟ้องคดีนั้น
แล้วก่อนมีคำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน ให้ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนรอการเลื่อนขั้นเงินเดือน
ไว้ก่อนและให้กันเงินสำหรับเลื่อนขั้นเงินเดือนไว้ด้วย เมื่อศาลได้มีคำพิพากษาแล้ว ให้ผู้มีอำนาจ
สั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนพิจารณาดังนี้
(๑) ถ้าศาลพิพากษาว่าข้าราชการครูผู้นั้นไม่มีความผิด ให้สั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน
ที่รอการเลื่อนไว้ได้ ถ้าได้รอการเลื่อนขั้นเงินเดือนไว้เกินหนึ่งปี ให้สั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนย้อนหลัง
ไปในแต่ละปีที่ได้รอการเลื่อนขั้นเงินเดือนไว้ แม้ว่าข้าราชการครูผู้นั้นจะได้ออกจากราชการ
ไปแล้วก็ตาม
(๒) ถ้าศาลพิพากษาให้ลงโทษเบากว่าโทษจำคุก ให้งดเลื่อนขั้นเงินเดือนที่รอ
การเลื่อนไว้ ถ้าได้รอการเลื่อนขั้นเงินเดือนไว้เกินหนึ่งปี ให้งดเลื่อนขั้นเงินเดือนที่รอการเลื่อน
ไว้ในปีที่ศาลพิพากษาให้ลงโทษ ถ้าข้าราชการครูนั้นได้ออกจากราชการไปแล้วด้วยเหตุอื่นที่มิใช่
เพราะเหตุเกษียณอายุตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ให้งดเลื่อนขั้นเงินเดือนในปี
ที่จะได้เลื่อนขั้นเงินเดือนปีสุดท้าย แต่ถ้าเป็นผู้พ้นจากราชการไปเพราะเกษียณอายุตามกฎหมาย
ว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ให้งดเลื่อนขั้นเงินเดือนที่ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนได้รอ
การเลื่อนขั้นเงินเดือนไว้ในวันที่ ๓๐ กันยายนของปีสุดท้ายก่อนที่ข้าราชการครูผู้นั้นจะพ้นจาก
ราชการ ส่วนในปีอื่นให้สั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนย้อนหลังไปในแต่ละปีที่ได้รอการเลื่อนขั้นเงินเดือน
ไว้
(๓) ถ้าศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุกหรือโทษที่หนักกว่าจำคุก ให้งดเลื่อนขั้น
เงินเดือนทุกปีที่ได้รอการเลื่อนขั้นเงินเดือนไว้
การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนตาม (๑) (๒) และ (๓) สำหรับข้าราชการครู
ซึ่งถูกฟ้องคดีอาญาหลายคดี ให้แยกพิจารณาเป็นคดี ๆ ไป
ข้อ ๑๕ ในกรณีที่ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนได้รอการเลื่อนขั้นเงินเดือน
ข้าราชการครูผู้ใดไว้เพราะเหตุถูกแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามข้อ ๑๓ หรือเหตุถูกฟ้อง
คดีอาญาตามข้อ ๑๔ ให้ผู้มีอำนาจดังกล่าวรอการเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการครูผู้นั้นไว้จนกว่า
ผู้มีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนได้รับรายงานการสอบสวนและมีคำสั่งข้าราชการครูผู้นั้น
ไม่มีความผิด หรือมีคำสั่งลงโทษหรือมีคำสั่งให้ออกจากราชการเพราะมีมลทินหรือมัวหมอง
หรือจนกว่าศาลมีคำพิพากษาแล้ว จึงให้ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนพิจารณาการเลื่อนขั้น
เงินเดือนตามข้อ ๑๓ (๑) (๒) หรือ (๓) หรือตามข้อ ๑๔ (๑) (๒)หรือ (๓)แล้วแต่กรณี ทั้งนี้
โดยถือเกณฑ์จำนวนปีที่จะต้องงดการเลื่อนขั้นเงินเดือนที่มากกว่าเป็นหลักในการพิจารณา เว้นแต่ข้าราชการครูผู้นั้นได้พ้นจากราชการไปแล้วตามผลของการถูกแต่งตั้งคณะกรรมการ
สอบสวนตามข้อ ๑๓ หรือตามผลของการถูกฟ้องคดีอาญาตามข้อ ๑๔ กรณีใดกรณีหนึ่ง จึงจะ
พิจารณาการเลื่อนขั้นเงินเดือนที่รอการเลื่อนไว้ได้ตามผลของกรณีนั้นโดยไม่ต้องรอผลของ
อีกกรณีหนึ่ง
ข้อ ๑๖ ในกรณีที่ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนพิจารณาเห็นสมควรเลื่อนขั้น
เงินเดือนให้ข้าราชการครูผู้ใด แต่ข้าราชการครูผู้นั้นจะต้องพ้นจากราชการไปเพราะเกษียณอายุ
ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ให้ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนเพื่อประโยชน์
ในการคำนวณบำเหน็จบำนาญให้ข้าราชการครูผู้นั้นในวันที่ ๓๐ กันยายนของปีสุดท้ายก่อนที่จะ
พ้นจากราชการ
ข้อ ๑๗ ในกรณีที่ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนพิจารณาเห็นสมควรเลื่อนขั้น
เงินเดือนให้ข้าราชการครูผู้ใด แต่ข้าราชการครูผู้นั้นตายหรือออกจากราชการไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ
หลังวันที่ ๑ ตุลาคม แต่ก่อนที่จะมีคำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปีตามปกติ ให้ผู้มีอำนาจสั่ง
เลื่อนขั้นเงินเดือนสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนให้แก่ข้าราชการครูผู้นั้นย้อนหลังไปถึงวันที่ ๑ ตุลาคม
ของปีที่จะได้เลื่อนนั้น แต่ถ้าข้าราชการครูผู้นั้นได้พ้นจากราชการเพราะเกษียณอายุตามกฎหมาย
ว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการไปก่อนวันที่จะมีคำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน เพื่อประโยชน์ในการ
คำนวณบำเหน็จบำนาญ ให้ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนให้ผู้นั้นย้อนหลัง
ไปถึงวันที่ ๓๐ กันยายนของปีที่จะได้เลื่อนนั้น
ข้อ ๑๘ ข้าราชการครูผู้ใดไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะเลื่อนขั้นเงินเดือนได้ครึ่งขั้น
ตามข้อ ๕ หรือหนึ่งขั้นตามข้อ ๖ เนื่องจากขาดคุณสมบัติเกี่ยวกับระยะเวลาการปฏิบัติราชการ
การลา หรือการมาทำงานสายตามกำหนดในกฎ ก.ค. นี้ แต่ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน
พิจารณาเห็นสมควรเลื่อนขั้นเงินเดือนให้โดยมีเหตุผลเป็นกรณีพิเศษ ให้ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้น
เงินเดือนเสนอ อ.ก.ค.กรม เพื่อพิจารณาอนุมัติให้สั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนเป็นการเฉพาะรายได้
ครึ่งขั้นสำหรับผู้ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะได้เลื่อนขั้นเงินเดือนที่จะได้เลื่อนขั้นเงินเดือนได้ตาม
ข้อ ๕ และหนึ่งขั้นสำหรับผู้ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะเลื่อนขั้นเงินเดือนได้ตามข้อ ๖
นอกจากกรณีตามวรรคหนึ่ง ข้าราชการครูผู้ใดไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะเลื่อนขั้น
เงินเดือนได้ตามกฎ ก.ค. นี้ แต่ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนพิจารณาเห็นสมควรเลื่อนขั้น
เงินเดือนให้โดยมีเหตุผลเป็นกรณีพิเศษ ให้ผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนเสนอ ก.ค. เพื่อ
พิจารณาอนุมัติให้สั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนเป็นการเฉพาะราย
ข้อ ๑๙ ข้าราชการครูผู้ใดถูกรอการเลื่อนขั้นเงินเดือนไว้ก่อนกฎ ก.ค.นี้
ใช้บังคับ เนื่องจากอยู่ในระหว่างถูกแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนว่ากระทำผิดวินัย หรือ
ถูกฟ้องคดีอาญา และปรากฏว่าในการสอบสวนพิจารณากรณีทางวินัย ผู้มีอำนาจแต่งตั้งคณะ
กรรมการสอบสวนได้มีคำสั่งว่าข้าราชการครูผู้นั้นไม่มีความผิด หรือมีคำสั่งลงโทษ หรือมีคำสั่ง
ให้ออกจากราชการเพราะมีมลทินหรือมัวหมองหรือในคดีอาญา ศาลได้มีคำพิพากษาเมื่อ
กฎ ก.ค.นี้ใช้บังคับแล้ว และเป็นเวลาภายหลังปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๐ การพิจารณาเลื่อนขั้น
เงินเดือนที่รอการเลื่อนไว้สำหรับข้าราชการครูผู้นั้น ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่
กำหนดในกฎ ก.ค. นี้ แต่ถ้าการสอบสวนพิจารณากรณีทางวินัยหรือคดีอาญานั้นเสร็จสิ้นลง
ก่อนสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๐ การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนที่รอการเลื่อนไว้สำหรับ
ข้าราชการครูผู้นั้นให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.พ. ฉบับที่ ๑๐
(พ.ศ. ๒๕๓๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕
ข้อ ๒๐ ในระหว่างที่ ก.ค. ยังมิได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผล
การปฏิบัติงานเพื่อพิจารณาเลื่อนเงินเดือนตามกฎ ก.ค.นี้ การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน
ข้าราชการครู ให้นำหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อพิจารณาเลื่อนขั้น
เงินเดือนข้าราชการพลเรือนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนมาใช้บังคับโดย
อนุโลม
ข้อ ๒๑ การเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๑ ให้นำผล
การปฏิบัติงานและข้อมูลเกี่ยวกับการลา พฤติกรรมการมาทำงาน การรักษาวินัย การปฏิบัติตน
เหมาะสมกับการเป็นข้าราชการครูและข้อควรพิจารณาอื่น ๆ ในรอบปีที่แล้วมาที่ข้าราชการครู
ผู้นั้นมีอยู่ และผู้บังคับบัญชาได้พิจารณาไว้แล้วตามกฎ ก.พ. ฉบับที่ ๑๐ (พ.ศ. ๒๕๓๘)
ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕ มาประกอบการ
พิจารณาสั่งเลื่อนตามกฎ ก.ค. นี้
ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๐
ชิงชัย มงคลธรรม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ประธาน ก.ค.
+----------------------------------------------------------------------------------------------+
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎ ก.ค. ฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรา ๖๐ แห่ง
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู พ.ศ.๒๕๒๓ บัญญัติให้การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน
ข้าราชการครูเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ค. จึงจำเป็นต้องออกกฎ
ก.ค. นี้
[รก. ๒๕๔๐/๕๔ก/๑๐/๑๐ ตุลาคม ๒๕๔๐]
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).