我的書籤免費註冊

กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2561 หมวด ๓

ข้อ ๒๓–ข้อ ๒๙共 7 條

ส่วนที่ ๑

ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การจัดทำบัญชีข้อมูลผู้เหมาะสมเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นให้ดำเนินการดังนี้ (๑) ระดับผู้บังคับการถึงผู้บัญชาการ ให้หัวหน้าหน่วยในกองบัญชาการที่มิได้สังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นผู้จัดทำบัญชีข้อมูลผู้เหมาะสมเสนอไปยังผู้มีอำนาจคัดเลือก (๒) ระดับสารวัตรถึงรองผู้บังคับการในสังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและที่มิได้สังกัดสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้หัวหน้าหน่วยงานเป็นผู้จัดทำบัญชีข้อมูลผู้เหมาะสมเสนอไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้ง (๓) ส่วนราชการอย่างอื่นนอกจาก (๑) และ (๒) ที่มีระดับต่ำกว่ากองบังคับการหรือเทียบเท่าลงมาและข้าราชการตำรวจที่ขึ้นตรงต่อหัวหน้าหน่วย ให้หัวหน้าหน่วยนั้นจัดทำบัญชีข้อมูลผู้เหมาะสมเสนอไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้ง

ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การพิจารณาผู้เหมาะสมที่จะได้รับการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นตั้งแต่ระดับสารวัตรถึงผู้บัญชาการตามข้อ ๒๓ ให้พิจารณาโดยคำนึงถึงอาวุโส ประวัติการรับราชการ ผลการปฏิบัติงานความประพฤติ และความรู้ความสามารถประกอบกัน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามแนวทางที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด วิธีดำเนินการแต่งตั้งสับเปลี่ยนหมุนเวียนในตำแหน่งเท่าเดิม

ส่วนที่ ๒

ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ข้าราชการตำรวจที่ประสงค์จะร้องขอรับการแต่งตั้งสับเปลี่ยนหมุนเวียนในระดับตำแหน่งเท่าเดิม ให้ยื่นคำร้องขอรับการแต่งตั้งพร้อมเอกสารประกอบการพิจารณา (ถ้ามี) เสนอต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น และให้หัวหน้าหน่วยนั้นพิจารณามีความเห็น แล้วให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งที่ประสงค์จะแต่งตั้งเป็นผู้สั่งแต่งตั้ง ในกรณีที่มีข้าราชการตำรวจร้องขอรับการแต่งตั้งสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปดำรงตำแหน่งในหน่วยอื่นระหว่างกัน หากผู้มีอำนาจประสงค์จะแต่งตั้งให้ทำความตกลงกัน แล้วให้ผู้มีอำนาจแต่งตั้งพิจารณาแต่งตั้งไปดำรงตำแหน่งที่เหมาะสมภายในหน่วยที่ร้องขอ ในกรณีที่ผู้มีอำนาจแต่งตั้งเห็นว่าข้าราชการตำรวจที่ร้องขอรับการแต่งตั้งมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามข้อ ๑๘ ให้ยุติการพิจารณา หรือหากมีเหตุผลความจำเป็นก็ให้ขอรับความเห็นชอบจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทั้งนี้ คำร้องที่ขอรับการแต่งตั้งจะใช้พิจารณาในวาระการแต่งตั้งนั้นเพียงคราวเดียวเท่านั้น

ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ในกรณีที่หัวหน้าหน่วยเห็นว่าจำเป็นต้องแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บังคับการลงมาตามข้อ ๑๙ ระหว่างหน่วย ผู้มีอำนาจแต่งตั้งอาจแต่งตั้งไปดำรงตำแหน่งในหน่วยที่มีที่ทำการในภูมิภาคเดียวกันหรือภูมิภาคตามภูมิลำเนาของตนเองหรือภูมิภาคที่ครอบครัวตั้งอยู่ก็ได้ สำหรับการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขท้ายคำสั่งบรรจุแต่งตั้งข้าราชการตำรวจครั้งแรก หรือดำรงตำแหน่งที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจครั้งแรกหรือแต่งตั้งเลื่อนชั้นเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน หรือชั้นสัญญาบัตรครั้งแรกไม่น้อยกว่าสองปี หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาปรับให้ได้รับอัตราเงินเดือนตามคุณวุฒิ ให้ขอรับความเห็นชอบจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การแต่งตั้งสับเปลี่ยนหมุนเวียนของผู้ดำรงตำแหน่งควบปรับระดับเพิ่ม – ลด ได้ในตัวเองหากมีการกำหนดเป็นการเฉพาะก็ให้เป็นไปตามระเบียบหลักเกณฑ์ว่าด้วยการนั้น วิธีการคัดเลือกหรือแต่งตั้งของผู้มีอำนาจ

ส่วนที่ ๓

ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ การคัดเลือกหรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นให้พิจารณาดังนี้ (๑) ข้าราชการตำรวจที่จะคัดเลือกแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับจเรตำรวจแห่งชาติและรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลงมาถึงระดับผู้บังคับการ ให้พิจารณาเรียงตามลำดับอาวุโสจำนวนร้อยละสามสิบสามของจำนวนตำแหน่งว่างในแต่ละระดับตำแหน่งในภาพรวมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (๒) ข้าราชการตำรวจที่จะแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับรองผู้บังคับการลงมาถึงระดับสารวัตร ให้พิจารณาเรียงตามลำดับอาวุโสจำนวนร้อยละสามสิบสามของจำนวนตำแหน่งว่างในแต่ละระดับตำแหน่งของหน่วยนั้น ทั้งนี้ ในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจดังกล่าว ให้ใช้บังคับกับการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจซึ่งดำรงตำแหน่งทั่วไปที่มิใช่ตำแหน่งเฉพาะทาง เว้นแต่ผู้นั้นได้ดำรงตำแหน่งระดับสูงสุดของตำแหน่งเฉพาะทางในหน่วยนั้นแล้ว สำหรับการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจตาม (๒) ให้ดำรงตำแหน่งเฉพาะทาง ให้พิจารณาเรียงตามลำดับอาวุโสจำนวนร้อยละสามสิบสามของจำนวนตำแหน่งว่างหรือกรอบตำแหน่งว่างในแต่ละระดับตำแหน่งตามลักษณะหน้าที่หรือลักษณะงานของตำแหน่งนั้น ๆ เว้นแต่เป็นการแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นตามกรอบตำแหน่งว่างที่มีการกำหนดไว้ในหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินเป็นการเฉพาะ ให้เป็นไปตามนั้น (๓) ตำแหน่งว่างที่เหลือจากการพิจารณาตาม (๑) และ (๒) ให้ถือว่าผู้เหมาะสมที่จะได้รับการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นทุกราย เป็นผู้มีสิทธิได้รับการพิจารณาโดยเท่าเทียมกัน การพิจารณาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นตาม (๑) (๒) และ (๓) ให้พิจารณาคัดเลือกหรือแต่งตั้งได้เฉพาะผู้ที่มีรายชื่อตามที่ปรากฏอยู่ในบัญชีข้อมูลผู้เหมาะสมเท่านั้น ยกเว้นการคัดเลือกหรือแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งระดับผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติขึ้นไป นายเวร ผู้ช่วยนายเวร หรือนายตำรวจราชสำนักประจำ หรือเป็นการคัดเลือกหรือแต่งตั้งนายเวร ผู้ช่วยนายเวร หรือนายตำรวจราชสำนักประจำเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น การคำนวณจำนวนตำแหน่งตาม (๑) และ (๒ ) ให้ถือจำนวนเต็มที่คำนวณได้เป็นสัดส่วนจำนวนตำแหน่งการพิจารณาเรียงตามลำดับอาวุโสของผู้เหมาะสม ทั้งนี้ มิให้ปัดเศษทศนิยมเป็นจำนวนเต็ม ในกรณีที่เป็นการแต่งตั้งเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นระดับรองผู้บังคับการลงมาข้ามหน่วยให้พิจารณาแต่งตั้งได้ไม่เกินร้อยละห้าสิบของจำนวนตำแหน่งว่างตามข้อ ๑๑ ในแต่ละระดับของหน่วยผู้มีอำนาจสั่งแต่งตั้ง (๔) ข้าราชการตำรวจที่จะคัดเลือกแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้พิจารณาเรียงตามลำดับอาวุโสและมีคุณสมบัติเป็นไปตามข้อ ๑๖ วรรคสองจนครบกรอบจำนวนตำแหน่ง (๕) ตำแหน่งว่างที่เหลือจากการพิจารณาตาม (๔) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสามารถคัดเลือกรายชื่อข้าราชการตำรวจที่มีคุณสมบัติครบถ้วนและมีความเหมาะสมที่จะได้รับการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ให้ดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติและผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ว่างและทดแทนกันได้ แต่ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกรอบจำนวนร้อยละห้าสิบของจำนวนตำแหน่งว่างในแต่ละระดับตำแหน่ง โดยมิให้ปัดเศษทศนิยมเป็นจำนวนเต็ม ข้าราชการตำรวจผู้ใดที่ได้รับการคัดเลือกแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว เมื่อถึงวาระตามข้อ ๗ (๑) (ก) ให้ผู้มีอำนาจดำเนินการคัดเลือกแต่งตั้งผู้นั้นไปดำรงตำแหน่งอื่นทุกราย โดยห้ามมิให้คัดเลือกแต่งตั้งไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้รองรับการคัดเลือกแต่งตั้งผู้มีคุณสมบัติตามข้อ ๑๖ วรรคสอง

ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ การแต่งตั้งนายเวรและหรือผู้ช่วยนายเวรของผู้บังคับบัญชาระดับผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติขึ้นไปและผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติหรือจเรตำรวจไปดำรงตำแหน่งอื่น ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีอำนาจพิจารณาจัดสรรตำแหน่งในหน่วยต่าง ๆ เพื่อใช้รองรับการแต่งตั้ง แล้วให้หน่วยที่เกี่ยวข้องแต่งตั้งไปดำรงตำแหน่งในสังกัดตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไปโดยให้พิจารณาดังนี้ (๑) กรณีผู้บังคับบัญชาเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ให้แต่งตั้งผู้นั้นไปดำรงตำแหน่งในหน่วยเดิมเป็นลำดับแรก หากมีตำแหน่งไม่เพียงพอรองรับการแต่งตั้งหรือกระทบกับการบริหารงานบุคคลของหน่วยเดิมให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพิจารณาจัดสรรตำแหน่งในหน่วยอื่นได้ตามความเหมาะสม (๒) กรณีผู้บังคับบัญชาพ้นจากราชการไม่ว่ากรณีใดให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพิจารณาจัดสรรตำแหน่งในหน่วยต่าง ๆ ได้ตามความเหมาะสม การทำความตกลงกัน

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).