我的書籤免費註冊

กฎ ก.ค. ฉบับที่ 22 (พ.ศ. 2542) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู พ.ศ. 2523 ว่าด้วยการสั่งพักราชการ การสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนและการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามผลการสอบสวนพิจารณา

子法規・公布 1999-02-22・全 17 條

อารัมภบท

กฎ ก กฎ ก.ค. ฉบับที่ ๒๒ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู พ.ศ. ๒๕๒๓ ว่าด้วยการสั่งพักราชการ การสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน และการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามผลการสอบสวนพิจารณา อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ และมาตรา ๗ (๒) แห่งพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการครู พ.ศ. ๒๕๒๓ ประกอบกับมาตรา ๑๐๗ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕ ก.ค.จึงออกกฎ ก.ค.ซึ่งได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกกฎ ก.ค. ฉบับที่ ๑๐ (พ.ศ. ๒๕๓๐) ออกตามความใน พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู พ.ศ. ๒๕๒๓ ว่าด้วยการสั่งพักราชการ การสั่งให้ออกจาก ราชการไว้ก่อน และการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามผลการสอบสวนพิจารณา

ข้อ ๒

ข้อ ๒ กฎ ก.ค.นี้ ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันถัดจากวัน ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในกฎ ก.ค.นี้ คำว่า "รับเงินเดือนในอันดับ" มีความหมายเช่นเดียวกับ คำว่า "รับเงินเดือนในระดับ" ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู พ.ศ. ๒๕๒๓

ข้อ ๔

ข้อ ๔ การสั่งให้ข้าราชการครูพักราชการ หรือให้ออกจากราชการไว้ก่อนเพื่อ รอฟังผลการสอบสวนพิจารณา ระยะเวลาให้พักราชการและให้ออกจากราชการไว้ก่อน และการ ดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามผลการสอบสวนพิจารณาให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่กำหนดในกฎ ก.ค.นี้

ข้อ ๕

ข้อ ๕ เมื่อข้าราชการครูผู้ใดมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง จนถูกตั้งกรรมการสอบสวน หรือถูกฟ้องคดีอาญา หรือต้องหาว่ากระทำผิดอาญา เว้นแต่เป็น ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัด ผู้อำนวยการการประถมศึกษากรุงเทพมหานคร หรือผู้ได้รับรายงานซึ่งมีอำนาจดำเนินการทางวินัย แล้วแต่กรณี จะสั่งให้ผู้นั้นพักราชการได้ ต่อเมื่อมีเหตุอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (๑) ผู้นั้นถูกตั้งกรรมการสอบสวน หรือถูกฟ้องคดีอาญาหรือต้องหาว่า กระทำความผิดอาญาในเรื่องเกี่ยวกับการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ หรือเกี่ยวกับความประพฤติ หรือพฤติการณ์อันไม่น่าไว้วางใจ และผู้ที่ถูกฟ้องนั้นพนักงานอัยการมิได้รับเป็นทนายแก้ต่างให้ และผู้มีอำนาจดังกล่าวพิจารณาเห็นว่าถ้าให้ผู้นั้นคงอยู่ในหน้าที่ราชการอาจเกิดความเสียหาย แก่ราชการ (๒) ผู้นั้นมีพฤติการณ์ที่แสดงว่าถ้าให้คงอยู่ในหน้าที่ราชการจะเป็นอุปสรรค ต่อการสอบสวนพิจารณา หรือจะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยขึ้น (๓) ผู้นั้นอยู่ในระหว่างถูกควบคุมหรือขังโดยเป็นผู้ถูกจับในคดีอาญา หรือ ต้องจำคุกโดยคำพิพากษา และได้ถูกควบคุม ขัง หรือต้องจำคุกเป็นเวลาติดต่อกันเกินสิบห้าวัน (๔) ผู้นั้นถูกตั้งกรรมการสอบสวนและต่อมามีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็น ผู้กระทำความผิดอาญาในเรื่องที่สอบสวนนั้น หรือผู้นั้นถูกตั้งกรรมการสอบสวนภายหลังที่มี คำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำความผิดอาญาในเรื่องที่สอบสวนนั้น และผู้มีอำนาจดังกล่าว พิจารณาเห็นว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามคำพิพากษาถึงที่สุดนั้นได้ความประจักษ์ชัดอยู่แล้วว่า การกระทำความผิดอาญาของผู้นั้นเป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง

ข้อ ๖

ข้อ ๖ การสั่งพักราชการให้สั่งพักตลอดเวลาที่สอบสวนพิจารณา เว้นแต่กรณี ผู้ถูกสั่งพักได้ร้องทุกข์และผู้มีอำนาจพิจารณาเห็นว่าคำร้องทุกข์ฟังขึ้นและไม่สมควรที่จะสั่งพัก ราชการ ก็ให้สั่งให้ผู้นั้นกลับเข้าปฏิบัติ

ข้อ ๗

ข้อ ๗ ข้าราชการครูผู้ใดมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง จนถูกตั้งกรรมการสอบสวนหลายสำนวน หรือถูกฟ้องคดีอาญา หรือต้องหาว่ากระทำความผิด อาญาหลายคดี เว้นแต่เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือผู้ที่ ถูกฟ้องนั้นพนักงานอัยการรับเป็นทนายแก้ต่างให้ ถ้าจะสั่ง พักราชการให้สั่งพักทุกสำนวน และทุกคดี ในกรณีที่ได้สั่งพักราชการในสำนวนใดหรือคดีใดไว้แล้ว ภายหลังปรากฏว่า ผู้ถูกสั่งพักราชการนั้นมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนถูกตั้งกรรมการ สอบสวนในสำนวนอื่น หรือถูกฟ้องคดีอาญา หรือต้องหาว่ากระทำผิดอาญาในคดีอื่นเพิ่มขึ้นอีก เว้นแต่เป็นความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ หรือผู้ที่ถูกฟ้องนั้นพนักงาน อัยการรับเป็นทนายแก้ต่างให้ ก็ให้สั่งพักราชการในสำนวนหรือคดีที่เพิ่มขึ้นนั้นด้วย

ข้อ ๘

ข้อ ๘ การสั่งพักราชการ ห้ามมิให้สั่งพักย้อนหลังไปก่อนวันออกคำสั่ง เว้นแต่ (๑) ผู้ซึ่งถูกสั่งพักราชการอยู่ในระหว่างถูกควบคุมหรือขังโดยเป็นผู้ถูกจับใน คดีอาญา หรือต้องจำคุกโดยคำพิพากษา การสั่งพักราชการในเรื่องนั้นให้สั่งย้อนหลังไปถึงวันที่ ถูกควบคุม ขัง หรือต้องจำคุก (๒) ในกรณีที่ได้มีการสั่งพักราชการไว้แล้ว ถ้าจะต้องสั่งใหม่เพราะคำสั่งเดิม ไม่ชอบหรือไม่ถูกต้องให้สั่งพักตั้งแต่วันให้พักราชการตามคำสั่งเดิม หรือตามวันที่ควรต้องพัก ราชการในขณะที่ออกคำสั่งเดิม

ข้อ ๙

ข้อ ๙ คำสั่งพักราชการต้องทำเป็นหนังสือโดยระบุชื่อและตำแหน่งของผู้ถูก สั่งพักตลอดจนกรณีและเหตุที่สั่งให้พักราชการ เมื่อได้มีคำสั่งให้ข้าราชการครูผู้ใดพักราชการแล้ว ให้แจ้งคำสั่งให้ผู้นั้นทราบ พร้อมทั้งส่งสำเนาคำสั่งให้ด้วยโดยพลัน ในกรณีที่ไม่อาจแจ้งให้ผู้นั้นทราบได้หรือผู้นั้นไม่ยอม รับทราบคำสั่ง ให้ปิดสำเนาคำสั่งไว้ ณ ที่ทำการที่ผู้นั้นรับราชการอยู่และแจ้งโดยหนังสือพร้อมทั้ง ส่งสำเนาคำสั่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนไปให้ ณ ที่อยู่ของผู้นั้นซึ่งปรากฏตามหลักฐานของ ทางราชการด้วย ในกรณีเช่นนี้เมื่อล่วงพ้นกำหนดเวลาสิบวันนับแต่วันที่ได้ดำเนินการดังกล่าว ให้ถือว่าผู้นั้นได้ทราบคำสั่งให้พักราชการนั้นแล้ว

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ เมื่อข้าราชการครูผู้ใดมีเหตุที่อาจถูกสั่งพักราชการ และผู้มีอำนาจ ตามข้อ ๕ พิจารณาเห็นว่าการสอบสวนพิจารณา หรือการพิจารณาคดีที่เป็นเหตุที่อาจถูกสั่งพัก ราชการนั้นจะไม่แล้วเสร็จโดยเร็ว ผู้มีอำนาจดังกล่าวจะสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการไว้ก่อนก็ได้ ให้นำความในข้อ ๖ ข้อ ๗ และข้อ ๙ มาใช้บังคับกับการสั่งให้ออกจากราชการ ไว้ก่อนโดยอนุโลม

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เมื่อได้สั่งให้ข้าราชการครูผู้ใดพักราชการไว้แล้ว หากผู้มีอำนาจตาม

附則

ข้อ ๕附則

ข้อ ๕ พิจารณาเห็นว่ามีเหตุตามข้อ ๑๐ จะสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการไว้ก่อนอีกชั้นหนึ่งก็ได้

ข้อ ๑๒附則

ข้อ ๑๒ การสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามข้อ ๑๐ ให้นำความในข้อ ๘ มาใช้บังคับโดยอนุโลม การสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามข้อ ๑๑ ให้สั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน

ข้อ ๑๓附則

ข้อ ๑๓ การสั่งให้ข้าราชการครูครูผู้ดำรงตำแหน่งซึ่งได้รับเงินเดือนในอันดับ ๑๐ หรือผู้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ออกจากพักราชการไว้ก่อน ให้ดำเนินการนำความกราบ บังคมทูลเพื่อทรงมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่งนับแต่วันออกจากราชการไว้ก่อน

ข้อ ๑๔附則

ข้อ ๑๔ เมื่อได้สั่งให้ข้าราชการครูผู้ใดพักราชการ หรือให้ออกจากราชการ ไว้ก่อนเพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณา ถ้าภายหลังปรากฏผลการสอบสวนพิจารณาเป็น ประการใดแล้วให้ดำเนินการดังต่อไปนี้ (๑) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้สั่งลงโทษปลดออก หรือไล่ออกตามความร้ายแรงแห่งกรณี ถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อนจะนำมาประกอบการพิจารณา ลดโทษก็ได้ แต่ห้ามมิให้ลดโทษต่ำกว่าปลดออก โดยให้ดำเนินการดังต่อไปนี้ (ก) สำหรับข้าราชการครูผู้ดำรงตำแหน่งซึ่งได้รับเงินเดือนในอันดับ ๑๐ ลงมา หรือผู้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ในราชการบริหารส่วนกลางหรือส่วนภูมิภาค ให้นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล หรือผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการครู พ.ศ. ๒๕๒๓ ส่งเรื่องให้ อ.ก.ค.กรมซึ่งผู้นั้นสังกัดอยู่พิจารณา และเมื่อ อ.ก.ค.กรม มีมติเป็นประการใดแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาล หรือผู้มีอำนาจสั่งบรรจุดังกล่าว แล้วแต่กรณี สั่งให้เป็นไปตามนั้น (ข) สำหรับข้าราชการครูผู้ดำรงตำแหน่งซึ่งได้รับเงินเดือนในอันดับ ๖ ลงมา ในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด ให้ผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัดส่งเรื่องให้ อ.ก.ค.จังหวัด ซึ่งผู้นั้นสังกัดอยู่พิจารณา และเมื่อ อ.ก.ค.จังหวัดมีมติเป็นประการใดแล้ว ให้ผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัดสั่งให้เป็นไปตามนั้น ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีในฐานหัวหน้ารัฐบาล หรือผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตาม มาตรา ๔๒ (๑) (๒) (๓) (๔) หรือ (๕) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู พ.ศ. ๒๕๒๓ มีความเห็นขัดแย้งกับความเห็นของ อ.ก.ค.จังหวัด ก็ให้ส่งเรื่องให้ อ.ก.ค.กรม และเมื่อ อ.ก.ค.กรมมีมติเป็นประการใด ให้นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลหรือผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ ดังกล่าว แล้วแต่กรณี สั่งให้เป็นไปตามนั้น ในกรณีที่ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการครู พ.ศ. ๒๕๒๓ ละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ตาม (๑) ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๔๒ ดังกล่าว ระดับเหนือขึ้นไปมีอำนาจดำเนินการตาม (๑) ได้ และให้พิจารณาลงโทษผู้มีอำนาจ สั่งบรรจุซึ่งละเลยไม่ปฏิบัติตามหน้าที่นั้นด้วย ข้าราชการครูที่ถูกสั่งลงโทษปลดออกตาม (๑) ให้มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญ เสมือนว่าผู้นั้นลาออกจากราชการ (๒) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ถูกสั่งพักราชการนั้นกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง และไม่มีกรณีที่จะต้องถูกสั่งให้ออกจากราชการ ก็ให้สั่งให้ผู้นั้นกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการ ในตำแหน่งเดิมหรือตำแหน่งอื่นที่ ก.ค.กำหนดให้ได้รับเงินเดือนในอันดับเดียวกันและเป็น ตำแหน่งที่ผู้นั้นมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ตรงตามที่กำหนดในมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง สำหรับการสั่งให้ผู้ถูกสั่งพักราชการกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการในตำแหน่งอื่นที่ ก.ค.กำหนด ให้ได้รับเงินเดือนในอันดับเดียวกัน และเป็นตำแหน่งที่ ก.ค.กำหนดให้ได้รับเงินเดือนใน อันดับ ๑๐ หรือตำแหน่งศาสตราจารย์ ให้ดำเนินการนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯแต่งตั้งตามมาตรา ๔๒ (๑) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู พ.ศ. ๒๕๒๓ และให้ผู้บังคับบัญชาสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน หรือลดขั้นเงินเดือนตามควรแก่กรณีให้ เหมาะสมกับความผิด (๓) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนนั้นกระทำผิดวินัย อย่างไม่ร้ายแรงและไม่มีกรณีที่จะต้องถูกสั่งให้ออกจากราชการ ก็ให้สั่งให้ผู้นั้นกลับเข้ารับ ราชการในตำแหน่งเดิมหรือตำแหน่งอื่นที่ ก.ค.กำหนดให้ได้รับเงินเดือนในอันดับเดียวกัน แล้วดำเนินการตาม (๒) (๔) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ถูกสั่งพักราชการนั้นกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง และไม่มีกรณีที่จะต้องถูกสั่งให้ออกจากราชการด้วยเหตุอื่น แต่ไม่อาจสั่งให้ผู้นั้นกลับเข้าปฏิบัติ หน้าที่ราชการได้ เนื่องจากมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ และได้พ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วย บำเหน็จบำนาญข้าราชการแล้ว ให้ผู้บังคับบัญชาสั่งลงโทษตัดเงินเดือน หรือลดขั้นเงินเดือน แล้วแต่กรณี โดยไม่ต้องสั่งให้กลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการ ในกรณีที่จะต้องสั่งลงโทษตัดเงินเดือนหรือลดขั้นเงินเดือน การสั่งลงโทษ ดังกล่าวให้สั่งย้อนหลังไปถึงวันสุดท้ายก่อนวันพ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จ บำนาญราชการ (๕) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนนั้นกระทำผิดวินัย อย่างไม่ร้ายแรงและไม่มีกรณีที่จะต้องถูกสั่งให้ออกจากราชการด้วยเหตุอื่น แต่ไม่อาจสั่งให้กลับ เข้ารับราชการได้ เนื่องจากมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์และสิ้นปีงบประมาณที่มีอายุครบหกสิบปี บริบูรณ์นั้นแล้ว ก็ให้ผู้บังคับบัญชาสั่งลงโทษตัดเงินเดือน หรือลดขั้นเงินเดือน ตามควรแก่กรณี และมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนเพื่อให้ผู้นั้นเป็นผู้พ้นจากราชการตาม กฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการและให้นำ (๔) วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม (๖) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง แต่มีกรณีที่จะต้อง ถูกสั่งให้ออกจากราชการด้วยเหตุอื่น ให้ผู้บังคับบัญชาสั่งลงโทษตัดเงินเดือน หรือลดขั้นเงินเดือน หรือลดขั้นเงินเดือน ตามควรแก่กรณี แล้วสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการตามเหตุนั้นโดยไม่ต้องสั่ง ให้กลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือกลับเข้ารับราชการ และให้นำ (๔) วรรคสอง มาใช้บังคับ โดยอนุโลม (๗) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้นั้นมิได้กระทำผิดวินัย และไม่มีกรณีที่จะต้องออกจาก ราชการ ก็ให้สั่งยุติเรื่อง และให้ผู้นั้นกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือกลับเข้ารับราชการตาม (๒) หรือ (๓) แล้วแต่กรณี (๘) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ถูกสั่งพักราชการนั้นมิได้กระทำผิดวินัย และไม่มีกรณี ที่จะต้องถูกสั่งให้ออกจากราชการด้วยเหตุอื่น แต่ไม่อาจสั่งให้ผู้นั้นกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการ ได้เนื่องจากมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์และได้พ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญ ข้าราชการ ก็ให้สั่งยุติเรื่อง (๙) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนนั้นมิได้กระทำผิดวินัย และไม่มีกรณีที่จะต้องถูกสั่งให้ออกจากราชการด้วยเหตุอื่น แต่ไม่อาจสั่งให้ผู้นั้นกลับเข้ารับ ราชการได้เนื่องจากมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์และสิ้นปีงบประมาณที่มีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ นั้นแล้ว ก็ให้สั่งยุติเรื่องและมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนเพื่อให้ผู้นั้นเป็นผู้พ้น จากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (๑๐) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้นั้นมิได้กระทำผิดวินัย แต่มีกรณีที่จะต้องถูกสั่งให้ ออกจากราชการด้วยเหตุอื่น ก็ให้สั่งให้ออกจากราชการ ตามเหตุนั้นโดยไม่ต้องสั่งให้กลับเข้า ปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือกลับเข้ารับราชการ

ข้อ ๑๕附則

ข้อ ๑๕ การออกคำสั่งให้พักราชการ คำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนหรือคำสั่ง ให้กลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือกลับเข้ารับราชการ ให้มีสาระสำคัญตามแบบ พอค.๑ พอค.๒ พอค.๓ หรือ พอค.๔ แล้วแต่กรณี ท้ายกฎ ก.ค.นี้ ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ อาคม เอ่งฉ้วน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งรัฐมนตรีมอบหมาย ประธาน ก.ค. [ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย] +-----------------------------------------------------------------------------------------------------------+ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎ ก.ค. ฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรา ๔ แห่งพระราช บัญญัติระเบียบข้าราชการครู พ.ศ. ๒๕๒๓ บัญญัติให้นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการ พลเรือนมาใช้บังคับแก่ข้าราชการครูโดยอนุโลม และในกรณีใดที่กฎหมายว่าด้วยระเบียบ ข้าราชการพลเรือนกำหนดให้ ก.พ.ออกกฎ ก.พ.ในกรณีนั้นให้ ก.ค.ออกกฎ ก.ค.แทน และโดยที่ในปัจจุบันพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้ปรับปรุง หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการสั่งพักราชการ การสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน และการ ดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามผลการสอบสวนพิจารณา เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์และ วิธีการดังกล่าวที่กำหนดในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕ จึงจำเป็น ต้องออกกฎ ก.ค.นี้ [รก.๒๕๔๒/๐๘ก/๐๓ - ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒]

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查