我的書籤免費註冊

กฎ ก.ค. ฉบับที่ 22 (พ.ศ. 2542) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู พ.ศ. 2523 ว่าด้วยการสั่งพักราชการ การสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนและการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามผลการสอบสวนพิจารณา ข้อ 14

ข้อ ๑๔附則

ข้อ ๑๔ เมื่อได้สั่งให้ข้าราชการครูผู้ใดพักราชการ หรือให้ออกจากราชการ ไว้ก่อนเพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณา ถ้าภายหลังปรากฏผลการสอบสวนพิจารณาเป็น ประการใดแล้วให้ดำเนินการดังต่อไปนี้ (๑) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้สั่งลงโทษปลดออก หรือไล่ออกตามความร้ายแรงแห่งกรณี ถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อนจะนำมาประกอบการพิจารณา ลดโทษก็ได้ แต่ห้ามมิให้ลดโทษต่ำกว่าปลดออก โดยให้ดำเนินการดังต่อไปนี้ (ก) สำหรับข้าราชการครูผู้ดำรงตำแหน่งซึ่งได้รับเงินเดือนในอันดับ ๑๐ ลงมา หรือผู้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ในราชการบริหารส่วนกลางหรือส่วนภูมิภาค ให้นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล หรือผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการครู พ.ศ. ๒๕๒๓ ส่งเรื่องให้ อ.ก.ค.กรมซึ่งผู้นั้นสังกัดอยู่พิจารณา และเมื่อ อ.ก.ค.กรม มีมติเป็นประการใดแล้ว ให้นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาล หรือผู้มีอำนาจสั่งบรรจุดังกล่าว แล้วแต่กรณี สั่งให้เป็นไปตามนั้น (ข) สำหรับข้าราชการครูผู้ดำรงตำแหน่งซึ่งได้รับเงินเดือนในอันดับ ๖ ลงมา ในสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัด ให้ผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัดส่งเรื่องให้ อ.ก.ค.จังหวัด ซึ่งผู้นั้นสังกัดอยู่พิจารณา และเมื่อ อ.ก.ค.จังหวัดมีมติเป็นประการใดแล้ว ให้ผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัดสั่งให้เป็นไปตามนั้น ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีในฐานหัวหน้ารัฐบาล หรือผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตาม มาตรา ๔๒ (๑) (๒) (๓) (๔) หรือ (๕) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู พ.ศ. ๒๕๒๓ มีความเห็นขัดแย้งกับความเห็นของ อ.ก.ค.จังหวัด ก็ให้ส่งเรื่องให้ อ.ก.ค.กรม และเมื่อ อ.ก.ค.กรมมีมติเป็นประการใด ให้นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลหรือผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ ดังกล่าว แล้วแต่กรณี สั่งให้เป็นไปตามนั้น ในกรณีที่ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการครู พ.ศ. ๒๕๒๓ ละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ตาม (๑) ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๔๒ ดังกล่าว ระดับเหนือขึ้นไปมีอำนาจดำเนินการตาม (๑) ได้ และให้พิจารณาลงโทษผู้มีอำนาจ สั่งบรรจุซึ่งละเลยไม่ปฏิบัติตามหน้าที่นั้นด้วย ข้าราชการครูที่ถูกสั่งลงโทษปลดออกตาม (๑) ให้มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญ เสมือนว่าผู้นั้นลาออกจากราชการ (๒) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ถูกสั่งพักราชการนั้นกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง และไม่มีกรณีที่จะต้องถูกสั่งให้ออกจากราชการ ก็ให้สั่งให้ผู้นั้นกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการ ในตำแหน่งเดิมหรือตำแหน่งอื่นที่ ก.ค.กำหนดให้ได้รับเงินเดือนในอันดับเดียวกันและเป็น ตำแหน่งที่ผู้นั้นมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ตรงตามที่กำหนดในมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง สำหรับการสั่งให้ผู้ถูกสั่งพักราชการกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการในตำแหน่งอื่นที่ ก.ค.กำหนด ให้ได้รับเงินเดือนในอันดับเดียวกัน และเป็นตำแหน่งที่ ก.ค.กำหนดให้ได้รับเงินเดือนใน อันดับ ๑๐ หรือตำแหน่งศาสตราจารย์ ให้ดำเนินการนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯแต่งตั้งตามมาตรา ๔๒ (๑) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู พ.ศ. ๒๕๒๓ และให้ผู้บังคับบัญชาสั่งลงโทษภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน หรือลดขั้นเงินเดือนตามควรแก่กรณีให้ เหมาะสมกับความผิด (๓) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนนั้นกระทำผิดวินัย อย่างไม่ร้ายแรงและไม่มีกรณีที่จะต้องถูกสั่งให้ออกจากราชการ ก็ให้สั่งให้ผู้นั้นกลับเข้ารับ ราชการในตำแหน่งเดิมหรือตำแหน่งอื่นที่ ก.ค.กำหนดให้ได้รับเงินเดือนในอันดับเดียวกัน แล้วดำเนินการตาม (๒) (๔) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ถูกสั่งพักราชการนั้นกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง และไม่มีกรณีที่จะต้องถูกสั่งให้ออกจากราชการด้วยเหตุอื่น แต่ไม่อาจสั่งให้ผู้นั้นกลับเข้าปฏิบัติ หน้าที่ราชการได้ เนื่องจากมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ และได้พ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วย บำเหน็จบำนาญข้าราชการแล้ว ให้ผู้บังคับบัญชาสั่งลงโทษตัดเงินเดือน หรือลดขั้นเงินเดือน แล้วแต่กรณี โดยไม่ต้องสั่งให้กลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการ ในกรณีที่จะต้องสั่งลงโทษตัดเงินเดือนหรือลดขั้นเงินเดือน การสั่งลงโทษ ดังกล่าวให้สั่งย้อนหลังไปถึงวันสุดท้ายก่อนวันพ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จ บำนาญราชการ (๕) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนนั้นกระทำผิดวินัย อย่างไม่ร้ายแรงและไม่มีกรณีที่จะต้องถูกสั่งให้ออกจากราชการด้วยเหตุอื่น แต่ไม่อาจสั่งให้กลับ เข้ารับราชการได้ เนื่องจากมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์และสิ้นปีงบประมาณที่มีอายุครบหกสิบปี บริบูรณ์นั้นแล้ว ก็ให้ผู้บังคับบัญชาสั่งลงโทษตัดเงินเดือน หรือลดขั้นเงินเดือน ตามควรแก่กรณี และมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนเพื่อให้ผู้นั้นเป็นผู้พ้นจากราชการตาม กฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการและให้นำ (๔) วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม (๖) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง แต่มีกรณีที่จะต้อง ถูกสั่งให้ออกจากราชการด้วยเหตุอื่น ให้ผู้บังคับบัญชาสั่งลงโทษตัดเงินเดือน หรือลดขั้นเงินเดือน หรือลดขั้นเงินเดือน ตามควรแก่กรณี แล้วสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการตามเหตุนั้นโดยไม่ต้องสั่ง ให้กลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือกลับเข้ารับราชการ และให้นำ (๔) วรรคสอง มาใช้บังคับ โดยอนุโลม (๗) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้นั้นมิได้กระทำผิดวินัย และไม่มีกรณีที่จะต้องออกจาก ราชการ ก็ให้สั่งยุติเรื่อง และให้ผู้นั้นกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือกลับเข้ารับราชการตาม (๒) หรือ (๓) แล้วแต่กรณี (๘) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ถูกสั่งพักราชการนั้นมิได้กระทำผิดวินัย และไม่มีกรณี ที่จะต้องถูกสั่งให้ออกจากราชการด้วยเหตุอื่น แต่ไม่อาจสั่งให้ผู้นั้นกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการ ได้เนื่องจากมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์และได้พ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญ ข้าราชการ ก็ให้สั่งยุติเรื่อง (๙) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนนั้นมิได้กระทำผิดวินัย และไม่มีกรณีที่จะต้องถูกสั่งให้ออกจากราชการด้วยเหตุอื่น แต่ไม่อาจสั่งให้ผู้นั้นกลับเข้ารับ ราชการได้เนื่องจากมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์และสิ้นปีงบประมาณที่มีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ นั้นแล้ว ก็ให้สั่งยุติเรื่องและมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนเพื่อให้ผู้นั้นเป็นผู้พ้น จากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (๑๐) ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้นั้นมิได้กระทำผิดวินัย แต่มีกรณีที่จะต้องถูกสั่งให้ ออกจากราชการด้วยเหตุอื่น ก็ให้สั่งให้ออกจากราชการ ตามเหตุนั้นโดยไม่ต้องสั่งให้กลับเข้า ปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือกลับเข้ารับราชการ

查看整部法規全文 →

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

接下來可以查