กฎกระทรวง
การขอข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ยืมเงิน
และการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ
การกู้ยืมเงินและการชำระเงินคืนกองทุนของผู้กู้ยืมเงิน
พ.ศ. ๒๕๖๑[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๔๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา
พ.ศ. ๒๕๖๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้
ข้อมูลส่วนบุคคล
หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวผู้กู้ยืมเงินได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
และหมายความรวมถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้กู้ยืมเงิน เช่น ชื่อ ชื่อสกุล อาชีพ สถานที่ทำงาน
เลขที่บัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทาง เลขที่บัญชีเงินฝากและจำนวนเงินคงเหลือในบัญชีเงินฝาก
หมายเลขโทรศัพท์ ภูมิลำเนา ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้ซึ่งรวมถึงที่อยู่ทางธุรกิจ
ที่อยู่จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือที่อยู่อื่นใดที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลเกี่ยวกับการถือครองทรัพย์สิน
หรือกรรมสิทธิ์ของผู้กู้ยืมเงิน และข้อมูลอื่นใดของผู้กู้ยืมเงินที่มีความสำคัญ
เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการบริหารกองทุนและการติดตามการชำระเงินคืนกองทุน
ข้อมูลการกู้ยืมเงิน
หมายความว่า ข้อมูลเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินและการชำระเงินคืนกองทุนของผู้กู้ยืมเงิน
การขอข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ยืมเงิน
ข้อ ๒ เพื่อประโยชน์ในการบริหารกองทุนและการติดตามการชำระเงินคืนกองทุน
ให้กองทุนขอข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ยืมเงินจากหน่วยงานหรือองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน
หรือบุคคลใดซึ่งเป็นผู้ครอบครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ยืมเงินได้เท่าที่จำเป็น
โดยทำเป็นหนังสือถึงหน่วยงานหรือองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน
หรือบุคคลใดซึ่งครอบครองข้อมูลดังกล่าว
ข้อ ๓ หนังสือขอข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ ๒
อย่างน้อยต้องระบุรายละเอียด ดังต่อไปนี้
(๑) วัน
เดือน ปี ที่ทำหนังสือขอข้อมูลส่วนบุคคล
(๒)
ชื่อ ชื่อสกุล และเลขที่บัตรประจำตัวประชาชนของผู้กู้ยืมเงิน
(๓)
วัตถุประสงค์ของการขอและการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้
(๔)
รายการของข้อมูลส่วนบุคคลที่ประสงค์จะขอ
(๕)
กำหนดระยะเวลาที่ขอให้จัดส่งข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อ ๔ เมื่อหน่วยงานหรือองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน
หรือบุคคลใดซึ่งเป็นผู้ครอบครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ยืมเงิน
ได้รับหนังสือขอข้อมูลส่วนบุคคลจากกองทุนตามข้อ ๒ แล้ว ให้ดำเนินการจัดส่งข้อมูลดังกล่าวที่เป็นปัจจุบันในรูปแบบเอกสารหรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามรูปแบบที่มีอยู่หรือตามรูปแบบที่กองทุนกำหนดภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ
หรือภายในระยะเวลาที่กองทุนกำหนดโดยขึ้นอยู่กับความเร่งด่วนหรือความจำเป็นในการที่กองทุนจะนำข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไปใช้
ในการจัดส่งข้อมูลตามวรรคหนึ่ง
ให้คำนึงถึงการรักษาความลับและป้องกันการรั่วไหล การเข้าถึงหรือการใช้ข้อมูลนั้นโดยบุคคลใดโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ
ในกรณีที่หน่วยงานหรือองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน
หรือบุคคลใดตามวรรคหนึ่ง ไม่สามารถจัดส่งข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ยืมเงินตามที่กองทุนร้องขอภายในกำหนดระยะเวลาตามวรรคหนึ่งได้
ให้แจ้งเหตุผลและความจำเป็น รวมทั้งกำหนดระยะเวลาที่จะจัดส่งข้อมูลดังกล่าวให้กองทุนทราบโดยเร็ว ทั้งนี้
กำหนดระยะเวลาในการจัดส่งข้อมูลดังกล่าวจะต้องไม่เกินระยะเวลาอันสมควร
ข้อ ๕ เมื่อกองทุนได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ยืมเงินจากหน่วยงานหรือองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน
หรือบุคคลใดตามข้อ ๔ หรือตามบันทึกข้อตกลงตามข้อ ๑๒ แล้ว ต้องนำข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไปใช้เพื่อประโยชน์ในการบริหารกองทุนหรือการติดตามการชำระเงินคืนกองทุนเท่านั้น
และต้องไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนต่อไปยังบุคคลภายนอกหรือบุคคลอื่นซึ่งไม่มีอำนาจในการเข้าถึงหรือใช้ข้อมูลนั้น
ข้อ ๖ ให้กองทุนจัดให้มีการทำบัญชีแสดงการขอข้อมูลส่วนบุคคลและมาตรการหรือระบบการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ยืมเงินที่ได้รับจากหน่วยงานหรือองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนหรือบุคคลใด
แล้วแต่กรณี ให้เหมาะสมและปลอดภัย เพื่อป้องกันการสูญหาย รวมทั้งป้องกันการเข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข
หรือเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ
การเปิดเผยข้อมูลการกู้ยืมเงิน
ข้อ ๗ หน่วยงานหรือองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน
หรือบุคคลใดประสงค์ที่จะขอให้กองทุนเปิดเผยข้อมูลการกู้ยืมเงินของผู้กู้ยืมเงินรายใดเพื่อนำข้อมูลไปใช้เพื่อประโยชน์ในการบริหารกองทุนหรือการติดตามการชำระเงินคืนกองทุนโดยตรงหรือโดยอ้อม
ให้มีหนังสือขอข้อมูลดังกล่าวต่อกองทุน
ข้อ ๘ หนังสือขอให้เปิดเผยข้อมูลการกู้ยืมเงินตามข้อ
๗ อย่างน้อยต้องระบุรายละเอียด ดังต่อไปนี้
(๑)
วัน เดือน ปี ที่ทำหนังสือขอข้อมูลการกู้ยืมเงิน
(๒)
ชื่อ ชื่อสกุล และเลขที่บัตรประจำตัวประชาชนของผู้กู้ยืมเงิน
(๓)
วัตถุประสงค์ของการขอและการนำข้อมูลการกู้ยืมเงินไปใช้
(๔)
รายการของข้อมูลการกู้ยืมเงินที่ประสงค์จะขอ
(๕)
กำหนดระยะเวลาที่ขอให้จัดส่งข้อมูลการกู้ยืมเงิน
ข้อ ๙ เมื่อกองทุนได้รับหนังสือขอให้เปิดเผยข้อมูลการกู้ยืมเงินตามข้อ
๗ และพิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ร้องขอมีวัตถุประสงค์ที่จะนำข้อมูลการกู้ยืมเงินไปใช้เพื่อประโยชน์ในการบริหารกองทุนหรือการติดตามการชำระเงินคืนกองทุน
ให้กองทุนเปิดเผยข้อมูลตามหนังสือดังกล่าวในรูปแบบเอกสารหรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการบริหารกองทุนหรือการติดตามการชำระเงินคืนกองทุนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือหรือภายในกำหนดระยะเวลาที่หน่วยงานหรือองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน
หรือบุคคลใดร้องขอ ทั้งนี้ กองทุนอาจกำหนดข้อจำกัดหรือเงื่อนไขในการนำข้อมูลนั้นไปใช้ด้วยก็ได้
การเปิดเผยข้อมูลตามวรรคหนึ่ง
ให้กองทุนดำเนินการใด ๆ ให้ข้อมูลนั้นเป็นความลับและป้องกันการรั่วไหล การเข้าถึง
หรือการใช้ข้อมูลโดยบุคคลอื่นโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ
ในกรณีที่กองทุนไม่สามารถจัดส่งข้อมูลให้แก่ผู้ร้องขอภายในกำหนดระยะเวลาตามวรรคหนึ่งได้
ให้กองทุนแจ้งเหตุผลและความจำเป็น รวมทั้งกำหนดระยะเวลาที่สามารถจะจัดส่งข้อมูลให้ผู้ร้องขอทราบ
ข้อ ๑๐ เมื่อหน่วยงานหรือองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน
หรือบุคคลใดได้รับข้อมูลการกู้ยืมเงินจากกองทุนตามข้อ ๙ หรือตามบันทึกข้อตกลงตามข้อ
๑๒ แล้ว จะต้องไม่นำข้อมูลดังกล่าวไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากที่ได้แจ้งไว้กับกองทุน
และจะต้องไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนต่อไปยังบุคคลภายนอกหรือบุคคลอื่นซึ่งไม่มีอำนาจในการเข้าถึงหรือใช้ข้อมูลนั้น
และต้องจัดให้มีมาตรการหรือระบบการเก็บรักษาข้อมูลการกู้ยืมเงินให้เหมาะสมและปลอดภัย
เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข
หรือเปิดเผยข้อมูลการกู้ยืมเงิน โดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ
รวมทั้งลบหรือทำลายเมื่อหมดความจำเป็นหรือไม่ต้องใช้ประโยชน์จากข้อมูลการกู้ยืมเงินดังกล่าวแล้ว
ข้อ ๑๑ ให้กองทุนจัดให้มีการทำบัญชีแสดงการเปิดเผยข้อมูลการกู้ยืมเงินในรูปแบบเอกสารหรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน
เพื่อเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานและเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานกองทุน
ข้อตกลงเกี่ยวกับการขอข้อมูลส่วนบุคคลและการเปิดเผยข้อมูลการกู้ยืมเงิน
ข้อ ๑๒ เพื่อประโยชน์ในการบริหารกองทุนและการติดตามการชำระเงินคืนกองทุน
การขอข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ยืมเงินและการขอให้กองทุนเปิดเผยข้อมูลการกู้ยืมเงิน
นอกจากการดำเนินการตามข้อ ๒ และข้อ ๗ แล้วแต่กรณี
กองทุนอาจทำบันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับการขอข้อมูลส่วนบุคคลหรือการเปิดเผยข้อมูลการกู้ยืมเงินกับหน่วยงานหรือองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนก็ได้
ข้อ ๑๓ บันทึกข้อตกลงตามข้อ ๑๒
อย่างน้อยต้องระบุรายละเอียด ดังต่อไปนี้
(๑)
วัตถุประสงค์ของการขอและการนำข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลการกู้ยืมเงินไปใช้
(๒)
รูปแบบและวิธีการในการขอข้อมูลหรือการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลการกู้ยืมเงินตามที่ตกลงกัน
(๓)
รูปแบบ วิธีการ และระยะเวลาในการส่งข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลการกู้ยืมเงิน
(๔)
มาตรการในการรักษาความลับและป้องกันการรั่วไหล การเข้าถึง หรือการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลการกู้ยืมเงินโดยบุคคลอื่นโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ กันยายน พ.ศ.
๒๕๖๑
อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา
๔๕ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๐
บัญญัติให้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษามีอำนาจดำเนินการขอข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ยืมเงินจากหน่วยงานหรือองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน
หรือบุคคลใดซึ่งเป็นผู้ครอบครองข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว และมีอำนาจเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินและการชำระเงินคืนกองทุนของผู้กู้ยืมเงินให้แก่หน่วยงานหรือองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน
หรือบุคคลใดตามที่ร้องขอ ทั้งนี้
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ดังนั้น
เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติมาตราดังกล่าวและเพื่อประโยชน์ในการบริหารกองทุนและการติดตามการชำระเงินคืนกองทุน
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปวันวิทย์/จัดทำ
๓ มกราคม
๒๕๖๒
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนที่ ๘๑ ก/หน้า ๑/๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๑
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).