ข้อ ๒ เพื่อประโยชน์ในการบริหารกองทุนและการติดตามการชำระเงินคืนกองทุน
ให้กองทุนขอข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ยืมเงินจากหน่วยงานหรือองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน
หรือบุคคลใดซึ่งเป็นผู้ครอบครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ยืมเงินได้เท่าที่จำเป็น
โดยทำเป็นหนังสือถึงหน่วยงานหรือองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน
หรือบุคคลใดซึ่งครอบครองข้อมูลดังกล่าว
ข้อ ๓ หนังสือขอข้อมูลส่วนบุคคลตามข้อ ๒
อย่างน้อยต้องระบุรายละเอียด ดังต่อไปนี้
(๑) วัน
เดือน ปี ที่ทำหนังสือขอข้อมูลส่วนบุคคล
(๒)
ชื่อ ชื่อสกุล และเลขที่บัตรประจำตัวประชาชนของผู้กู้ยืมเงิน
(๓)
วัตถุประสงค์ของการขอและการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้
(๔)
รายการของข้อมูลส่วนบุคคลที่ประสงค์จะขอ
(๕)
กำหนดระยะเวลาที่ขอให้จัดส่งข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อ ๔ เมื่อหน่วยงานหรือองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน
หรือบุคคลใดซึ่งเป็นผู้ครอบครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ยืมเงิน
ได้รับหนังสือขอข้อมูลส่วนบุคคลจากกองทุนตามข้อ ๒ แล้ว ให้ดำเนินการจัดส่งข้อมูลดังกล่าวที่เป็นปัจจุบันในรูปแบบเอกสารหรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามรูปแบบที่มีอยู่หรือตามรูปแบบที่กองทุนกำหนดภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ
หรือภายในระยะเวลาที่กองทุนกำหนดโดยขึ้นอยู่กับความเร่งด่วนหรือความจำเป็นในการที่กองทุนจะนำข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไปใช้
ในการจัดส่งข้อมูลตามวรรคหนึ่ง
ให้คำนึงถึงการรักษาความลับและป้องกันการรั่วไหล การเข้าถึงหรือการใช้ข้อมูลนั้นโดยบุคคลใดโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ
ในกรณีที่หน่วยงานหรือองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน
หรือบุคคลใดตามวรรคหนึ่ง ไม่สามารถจัดส่งข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ยืมเงินตามที่กองทุนร้องขอภายในกำหนดระยะเวลาตามวรรคหนึ่งได้
ให้แจ้งเหตุผลและความจำเป็น รวมทั้งกำหนดระยะเวลาที่จะจัดส่งข้อมูลดังกล่าวให้กองทุนทราบโดยเร็ว ทั้งนี้
กำหนดระยะเวลาในการจัดส่งข้อมูลดังกล่าวจะต้องไม่เกินระยะเวลาอันสมควร
ข้อ ๕ เมื่อกองทุนได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ยืมเงินจากหน่วยงานหรือองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน
หรือบุคคลใดตามข้อ ๔ หรือตามบันทึกข้อตกลงตามข้อ ๑๒ แล้ว ต้องนำข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไปใช้เพื่อประโยชน์ในการบริหารกองทุนหรือการติดตามการชำระเงินคืนกองทุนเท่านั้น
และต้องไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนต่อไปยังบุคคลภายนอกหรือบุคคลอื่นซึ่งไม่มีอำนาจในการเข้าถึงหรือใช้ข้อมูลนั้น
ข้อ ๖ ให้กองทุนจัดให้มีการทำบัญชีแสดงการขอข้อมูลส่วนบุคคลและมาตรการหรือระบบการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของผู้กู้ยืมเงินที่ได้รับจากหน่วยงานหรือองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนหรือบุคคลใด
แล้วแต่กรณี ให้เหมาะสมและปลอดภัย เพื่อป้องกันการสูญหาย รวมทั้งป้องกันการเข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข
หรือเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ
การเปิดเผยข้อมูลการกู้ยืมเงิน
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).