ข้อ ๔๒
แท็บใหม่ ↗ข้อ ๔๒ การฝากเงินในประเทศ บริษัทต้องฝากไว้กับธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นหรือสถาบันการเงินที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ํากว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้
หน้านี้เรียบเรียงจากฉบับของแหล่งข้อมูลทางการ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง การแก้ไขหรือการยกเลิกในภายหลังอาจยังไม่ปรากฏ โปรดตรวจสอบผลใช้บังคับจากฉบับทางการ
ข้อ ๔๒ การฝากเงินในประเทศ บริษัทต้องฝากไว้กับธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นหรือสถาบันการเงินที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ํากว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้
ข้อ ๔๓ การฝากเงินในต่างประเทศ บริษัทต้องฝากไว้กับธนาคารต่างประเทศตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ (1) เป็นธนาคารต่างประเทศที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ํากว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (2) เป็นการฝากเงินระยะสั้นในธนาคารต่างประเทศ โดยธนาคารดังกล่าวตั้งอยู่ในประเทศที่บริษัทได้ลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินต่างประเทศ ทั้งนี้ การฝากเงินดังกล่าวต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อการชําระราคา อํานวยความสะดวก หรือป้องกันปัญหาในการดําเนินงานในต่างประเทศของบริษัท ส่วน ๒ ตราสารหนี้
ข้อ ๔๔ บริษัทสามารถลงทุนในตราสารหนี้ในประเทศได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (1) ตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัล หรือค้ําประกัน โดยรัฐบาลไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง หรือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน บริษัทสามารถลงทุนได้โดยไม่จํากัดจํานวน (2) ตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัล หรือค้ําประกัน โดยสถาบันการเงิน หรือตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทจํากัด องค์การหรือรัฐวิสาหกิจ ตราสารหนี้ที่ออกโดยกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทรัสต์อื่นที่นายทะเบียนประกาศกําหนด ซึ่งมีลักษณะ ดังต่อไปนี้ (ก) มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ หรือของผู้ออกตราสารหนี้ หรือของผู้ค้ําประกันไม่ต่ํากว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ เว้นแต่ เป็นตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัลหรือค้ําประกัน โดยธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น หรือตราสารหนี้ที่ออกโดยองค์การหรือรัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น (ข) กรณีตราสารหนี้เป็นตั๋วสัญญาใช้เงินหรือตั๋วแลกเงิน ต้องไม่มีข้อจํากัดความรับผิด (ค) กรณีตราสารหนี้ที่ออกโดยกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทรัสต์อื่นที่นายทะเบียนประกาศกําหนด กองทรัสต์นั้นต้องจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศและมีมูลค่าไม่ต่ํากว่าหนึ่งพันห้าร้อยล้านบาท (3) ตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงตามหมวด 4 ส่วนที่ 7 ข้อ 52 ประเภทคุ้มครองเงินต้น กรณีตราสารหนี้ตาม (1) และ (2) ที่เสนอขายในต่างประเทศ ให้ถือว่าเป็นตราสารหนี้ในประเทศที่บริษัทสามารถลงทุนได้ โดยให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กําหนดใน (1) และ (2) การรับรอง รับอาวัล หรือค้ําประกัน ตาม (1) และ (2) ต้องเป็นการรับรองตลอดไป รับอาวัลทั้งจํานวน สลักหลังโอนประเภทมีสิทธิไล่เบี้ยโดยไม่มีข้อกําหนดลบล้างหรือจํากัดความรับผิดของผู้สลักหลังหรือค้ําประกันต้นเงินและดอกเบี้ยเต็มจํานวนแบบไม่มีเงื่อนไข
ข้อ ๔๕ บริษัทสามารถลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (1) ตราสารหนี้ไม่ด้อยสิทธิที่ออกหรือค้ําประกันโดยรัฐบาลต่างประเทศ องค์การหรือหน่วยงานของรัฐบาลต่างประเทศ หรือองค์กรระหว่างประเทศ และต้องเป็นตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสาร หรือของผู้ออกตราสาร หรือของผู้ค้ําประกัน ไม่ต่ํากว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (2) ตราสารหนี้ไม่ด้อยสิทธิที่ออกโดยนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายต่างประเทศ และต้องเป็นตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ํากว่าอันดับความน่าเชื่อถือ ที่สามารถลงทุนได้ (3) ตราสารหนี้ตาม (1) และ (2) ต้องเป็นตราสารหนี้ที่บริษัทสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับตราสารหนี้ดังกล่าวเป็นภาษาอังกฤษผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ส่วน ๓ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน
ข้อ ๔๖ บริษัทสามารถลงทุนในตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (1) เป็นตราสารที่ออกโดยบริษัทจํากัด ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารไม่ต่ํากว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (2) เป็นตราสารที่ขึ้นทะเบียนในสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (3) เป็นตราสารที่มีราคาเหมาะสมตามที่สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยกําหนด หรือมีผู้แสดงตนต่อบุคคลทั่วไปว่าพร้อมจะเสนอราคาซื้อและรับซื้อตราสารนั้นในราคาดังกล่าว ตามจํานวนและวิธีการที่สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยกําหนดอยู่เสมอ โดยได้ส่งสําเนาราคาแก่สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยตลอดอายุของตราสารนั้น หรือในกรณีที่เป็นตราสารที่มีการเสนอขายครั้งแรกต้องเป็นตราสารที่มีนักลงทุนสถาบันไม่น้อยกว่าสามรายเป็นผู้ซื้อตราสารดังกล่าว ส่วน ๔ ตราสารทุน
ข้อ ๔๗ บริษัทสามารถลงทุนในตราสารทุนในประเทศที่ออกโดยบริษัทจํากัดได้ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ (1) ไม่เกินร้อยละสิบของจํานวนตราสารทุนที่ออกจําหน่ายทั้งหมดของบริษัทจํากัดนั้น เว้นแต่ การถือตราสารทุนเพื่อการประกอบธุรกิจอื่น และตราสารทุนที่ออกโดยบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จํากัด (2) กรณีตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศหรือไม่มีตลาดรองซื้อขายเป็นการทั่วไป หรือไม่ได้เป็นตราสารทุนที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์สั่งรับเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศ ซึ่งผู้ออกตราสารทุนดังกล่าวอยู่ระหว่างการดําเนินการกระจายการถือหุ้นรายย่อยตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ต้องได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ทั้งนี้ นายทะเบียนอาจกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้
ข้อ ๔๘ บริษัทสามารถลงทุนในตราสารทุนต่างประเทศที่ออกโดยนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (1) แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละสิบของจํานวนตราสารทุนที่ออกจําหน่ายทั้งหมดของผู้ออกนั้น (2) กรณีตราสารทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ ต้องเป็นตราสารทุนที่ซื้อขายในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การกํากับดูแลของหน่วยงานกํากับดูแลด้านหลักทรัพย์และตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกสามัญของ International Organizations of Securities Commission (IOSCO) หรือที่มีการซื้อขายในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของ World Federations of Exchange (WFE) หรือที่อยู่ระหว่างการเสนอขายต่อประชาชนเป็นการทั่วไปเป็นครั้งแรก โดยได้รับอนุญาตจากหน่วยงานกํากับดูแลในประเทศนั้น และบริษัทสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับตราสารทุนดังกล่าวเป็นภาษาอังกฤษผ่านอินเตอร์เน็ต (3) กรณีตราสารทุนอื่นนอกจาก (2) บริษัทสามารถลงทุนได้เฉพาะตราสารทุนที่ออกโดยนิติบุคคล ดังต่อไปนี้ และต้องได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ทั้งนี้ นายทะเบียนอาจกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้ (ก) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัยจากหน่วยงานกํากับดูแลในประเทศนั้น หรือที่ประกอบธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นในบริษัทประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัยดังกล่าว (ข) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจสนับสนุนธุรกิจประกันภัย (ค) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามความตกลงของประเทศในสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of South East Asian Nations : ASEAN) หรือของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิค (Economic And Social Commission For Asia And The Pacific : ESCAP) เพื่อประกอบธุรกิจเฉพาะการประกันต่อ ส่วน ๕ หน่วยลงทุน
ข้อ ๔๙ บริษัทสามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นในประเทศได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (1) เป็นหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่ลงทุนในสินทรัพย์หรือดัชนีประเภทและชนิดเดียวกับสินทรัพย์ที่บริษัทอาจลงทุนหรือมีไว้ได้ หน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ใบทรัสต์ของกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน หรือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมสินค้าโภคภัณฑ์ (2) กรณีกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ต้องจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศ และมีมูลค่ากองทุนไม่ต่ํากว่าหนึ่งพันห้าร้อยล้านบาท
ข้อ ๕๐ บริษัทสามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่จดทะเบียนจัดตั้งในต่างประเทศได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (1) เป็นหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่อยู่ภายใต้การกํากับดูแลของหน่วยงานกํากับดูแลด้านหลักทรัพย์และตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกสามัญของ International Organizations of Securities Commission (IOSCO) หรือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศที่มีการซื้อขายในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของ World Federations of Exchange (WFE) หรือที่อยู่ระหว่างการเสนอขายต่อประชาชนเป็นการทั่วไปเป็นครั้งแรก โดยได้รับอนุญาตจากหน่วยงานกํากับดูแลในประเทศนั้น (2) เป็นหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่ลงทุนในสินทรัพย์หรือดัชนีประเภทและชนิดเดียวกับสินทรัพย์ที่บริษัทอาจลงทุนหรือมีไว้ได้ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หรือกองทุนรวมสินค้าโภคภัณฑ์ (3) เป็นหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศที่จัดตั้งขึ้นเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป (4) ไม่ใช่หน่วยลงทุนของกองทุนรวมประเภทเฮ็ดจ์ฟันด์ (5) กรณีกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ต้องจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในต่างประเทศ และมีมูลค่ากองทุนไม่ต่ํากว่าหนึ่งพันห้าร้อยล้านบาท (6) กรณีกองทุนรวมสินค้าโภคภัณฑ์ ต้องลงทุนสินค้าหรือดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์ชนิดและประเภทเดียวกับที่กองทุนรวมสินค้าโภคภัณฑ์ที่จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศสามารถลงทุนได้ ส่วน ๖ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า
ข้อ ๕๑ บริษัทสามารถเข้าเป็นคู่สัญญาในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (1) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มิใช่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าขั้นพื้นฐาน (plain vanilla derivatives) บริษัทต้องได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ตามเงื่อนไขที่นายทะเบียนกําหนด (2) เป็นไปเพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการรับประกันภัยหรือจากสินทรัพย์ที่บริษัทลงทุนโดยอ้างอิงสินทรัพย์หรือดัชนีตามภาระความเสี่ยงที่บริษัทมีอยู่ และมูลค่าของสัญญาต้องไม่เกินมูลค่าความเสี่ยงที่บริษัทมี (3) ไม่ทําให้การบริหารสินทรัพย์ลงทุนของบริษัทเบี่ยงเบนไปจากกรอบนโยบายการลงทุนของบริษัท (4) กระทําในบริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน) หรือศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอื่นตามที่นายทะเบียนประกาศกําหนด หรือในกรณีที่กระทํานอกศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งต้องเป็นธนาคารพาณิชย์ในประเทศที่มีอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ํากว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (5) มีสินค้าหรือตัวแปร อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (ก) หลักทรัพย์ (ข) อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง (ค) อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (ง) อันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ หรือของผู้ออกตราสารหนี้ (จ) ดัชนีทางการเงินที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้ 1) เกิดจากการคํานวณโดยใช้ตัวแปรอ้างอิงที่กําหนดไว้ตาม (ก) (ข) (ค) หรือ (ง) 2) พัฒนาโดยสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือ 3) นิยมแพร่หลายในตลาดการเงินไทยหรือสากล 4) มีการเสนอราคาอย่างต่อเนื่องเป็นประจําทุกวันผ่านสื่อที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์ 5) มีการกําหนดวิธีการคํานวณไว้อย่างชัดเจน โดยระบุแหล่งข้อมูลของตัวแปรและปัจจัยที่นํามาใช้ในการคํานวณ ซึ่งต้องมีการเคลื่อนไหวตามสภาวะตลาดอย่างเป็นอิสระ โดยไม่มีบุคคลใดสามารถมีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวของตัวแปร ปัจจัย หรือดัชนีทางการเงินนั้นได้ ทั้งนี้ บริษัทจะต้องจัดทําเอกสารหลักฐานแสดงถึงการพิจารณาคุณสมบัติดัชนีทางการเงินนั้นไว้ที่บริษัท เพื่อให้สํานักงานสามารถตรวจสอบ หรือจัดส่งให้สํานักงานเมื่อสํานักงานร้องขอ (ฉ) สินค้าหรือตัวแปรอ้างอิงอื่น ตามที่นายทะเบียนประกาศกําหนด (6) การส่งมอบสินค้าเมื่อสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสิ้นสุดลง สินค้านั้นต้องเป็นสินทรัพย์ที่บริษัทสามารถลงทุนหรือมีไว้ได้ ทั้งนี้ ไม่ว่าบริษัทจะเป็นผู้มีสิทธิรับมอบหรือมีหน้าที่ส่งมอบสินค้านั้นก็ตาม เว้นแต่ กรณีการรับชําระหนี้ที่เกิดจากคู่สัญญาผิดนัดชําระหนี้ ให้บริษัทจําหน่ายทรัพย์สินนั้นในโอกาสแรกที่สามารถกระทําได้ (7) มีการวางแผนการบริหารสภาพคล่องให้เพียงพอตามวันครบกําหนดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (8) ห้ามมิให้บริษัทเข้าเป็นคู่สัญญาออปชันที่ผูกพันบริษัทในฐานะผู้ให้สัญญา (option writer) (9) การเข้าเป็นคู่สัญญาของบริษัทต้องไม่มีลักษณะเป็นการหลีกเลี่ยงการปฏิบัติตามข้อกําหนดใด ๆ เกี่ยวกับสัดส่วนการลงทุน การประเมินราคา และการคํานวณเงินกองทุนของบริษัท (10) ต้องใช้สัญญามาตรฐานตามที่กําหนดโดย International Swaps and Derivatives Association (ISDA) หรือสัญญารูปแบบอื่นที่ใช้มาตรฐานทางธุรกิจ (11) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าซึ่งได้กระทํานอกศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า บริษัทต้องจัดให้มีข้อตกลงในเรื่อง ดังต่อไปนี้ (ก) ให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่ง หรือบุคคลที่สามที่ได้รับการแต่งตั้งจากคู่สัญญาคํานวณมูลค่ายุติธรรมของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ณ สิ้นวันทําการสุดท้ายของแต่ละเดือน และแจ้งมูลค่ายุติธรรมให้บริษัททราบในวันดังกล่าว หรือวันทําการแรกที่สามารถกระทําได้ (ข) ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อราคาของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอย่างมีนัยสําคัญให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งคํานวณและแจ้งมูลค่ายุติธรรมของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้บริษัททราบทันที (ค) คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งยินยอมให้มีการล้างฐานะสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเมื่อบริษัทร้องขอได้ ส่วน ๗ ตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง
ข้อ ๕๒ บริษัทสามารถลงทุนในตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (1) ไม่ทําให้การบริหารสินทรัพย์ลงทุนของบริษัทเบี่ยงเบนไปจากกรอบนโยบายการลงทุนของบริษัท (2) ในกรณีการซื้อตราสารดังกล่าวมีผลทําให้บริษัทต้องรับมอบสินทรัพย์ สินทรัพย์ดังกล่าวต้องเป็นประเภทที่บริษัทสามารถลงทุนหรือมีไว้ได้ และไม่ทําให้สัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ดังกล่าวเกินกว่าที่กําหนดไว้ในประกาศนี้ เว้นแต่กรณีการรับชําระหนี้ที่เกิดจากคู่สัญญาผิดนัดชําระหนี้ ให้บริษัทจําหน่ายสินทรัพย์นั้นในโอกาสแรกที่สามารถกระทําได้ (3) เป็นไปเพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการรับประกันภัยหรือจากสินทรัพย์ที่บริษัทลงทุน หรือเพื่อเพิ่มผลตอบแทนของบริษัทภายใต้ระดับความเสี่ยงที่บริษัทยอมรับได้ (4) เป็นตราสารที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์ในประเทศที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสาร หรือของผู้ออกตราสาร ไม่ต่ํากว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (5) เป็นตราสารที่มีการจ่ายผลตอบแทนโดยอ้างอิงกับสินค้าหรือตัวแปรอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ (ก) หลักทรัพย์ (ข) อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง (ค) อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (ง) อันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ หรือของผู้ออกตราสารหนี้ (จ) ทองคํา (ฉ) ดัชนีทางการเงิน ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ 1) เกิดจากการคํานวณโดยใช้ตัวแปรอ้างอิงที่กําหนดไว้ตาม (ก) (ข) (ค) (ง) หรือ (จ) 2) พัฒนาโดยสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือ 3) นิยมแพร่หลายในตลาดการเงินไทยหรือสากล 4) มีการเสนอราคาอย่างต่อเนื่องเป็นประจําทุกวันผ่านสื่อที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์ และ 5) มีการกําหนดวิธีการคํานวณไว้อย่างชัดเจน โดยระบุแหล่งข้อมูลของตัวแปรและปัจจัยที่นํามาใช้ในการคํานวณ ซึ่งมีการเคลื่อนไหวตามสภาวะตลาดอย่างเป็นอิสระ โดยไม่มีบุคคลใดสามารถมีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวของตัวแปร ปัจจัย หรือดัชนีทางการเงินนั้นได้ ทั้งนี้ บริษัทจะต้องจัดทําเอกสารหลักฐานแสดงถึงการพิจารณาคุณสมบัติดัชนีทางการเงินนั้นไว้ที่บริษัท เพื่อให้สํานักงานสามารถตรวจสอบ หรือจัดส่งให้สํานักงานเมื่อสํานักงานร้องขอ (ช) สินค้าหรือตัวแปรอ้างอิงอื่น ตามที่นายทะเบียนประกาศกําหนด (6) ในกรณีตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงประเภทไม่คุ้มครองเงินต้น บริษัทต้องได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ทั้งนี้ นายทะเบียนจะกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้ ส่วน ๘ การให้กู้ยืม การให้เช่าซื้อรถ และการออกหนังสือค้ําประกันเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาของโครงการต่าง ๆ
ข้อ ๕๓ บริษัทสามารถลงทุนให้กู้ยืมแก่พนักงานของบริษัท ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (1) ให้กู้ยืมแต่ละรายได้ไม่เกินหนึ่งล้านบาท (2) มีพนักงานของบริษัทเดียวกัน คนเดียว หรือหลายคนซึ่งมีเงินเดือนรวมกันสูงกว่าเงินเดือนของผู้กู้ยืมเป็นผู้ค้ําประกัน พนักงานของบริษัทคนหนึ่งให้ค้ําประกันได้ไม่เกินหนึ่งราย หรือมีข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ เป็นผู้ค้ําประกัน (3) กําหนดระยะเวลาชําระเงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ยตามนโยบายการให้กู้ยืมของบริษัท หรือระเบียบว่าด้วยการให้กู้ยืมแก่พนักงานของบริษัท แล้วแต่กรณี
ข้อ ๕๔ บริษัทสามารถลงทุนให้กู้ยืมโดยมีทรัพย์สินจํานองหรือจํานําเป็นประกัน ได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (1) ทรัพย์สินที่ใช้จํานองหรือจํานําเป็นประกันการกู้ยืม ต้องเป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ (ก) ตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัล หรือค้ําประกัน โดยรัฐบาลไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง หรือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ตามข้อ 44 (1) (ข) ตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัล หรือค้ําประกัน โดยสถาบันการเงินหรือตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทจํากัด องค์การหรือรัฐวิสาหกิจ หรือตราสารหนี้ที่ออกโดยกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทรัสต์อื่นที่นายทะเบียนประกาศกําหนด ตามข้อ 44 (2) (ค) ตราสารทุนที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศ ตามข้อ 47 (ง) หน่วยลงทุนของกองทุนรวม ตามข้อ 49 (จ) อสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย (2) ให้กู้เฉพาะในประเทศ ในสกุลเงินบาท (3) กําหนดระยะเวลาชําระเงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ยเป็นรายงวด ไม่น้อยกว่าปีละครั้ง เว้นแต่นโยบายการให้กู้ยืมของบริษัทมีการกําหนดระยะเวลาปลอดการชําระเงินต้นและดอกเบี้ยคืนและระยะเวลาดังกล่าวไม่เกินหนึ่งในสี่ของระยะเวลาให้กู้ยืม (4) ให้กู้ยืมแต่ละรายได้ไม่เกินอัตรา ดังต่อไปนี้ (ก) กรณีผู้กู้ยืมเป็นบุคคลธรรมดา ได้ไม่เกินร้อยละเก้าสิบของราคาประเมินของทรัพย์สินหรือของราคาซื้อขายของโครงการจัดสรรที่อยู่อาศัย ที่ผู้กู้ยืมนํามาจํานองหรือจํานําเป็นประกัน (ข) กรณีผู้กู้ยืมเป็นนิติบุคคล กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ได้ไม่เกินร้อยละเจ็ดสิบของราคาประเมินของทรัพย์สินที่ผู้กู้ยืมนํามาจํานองหรือจํานําเป็นประกัน ทั้งนี้ กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานตาม (ข) ต้องจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศและมีมูลค่าไม่ต่ํากว่าหนึ่งพันห้าร้อยล้านบาท (5) การจํานองอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นสิ่งปลูกสร้าง สิ่งปลูกสร้างนั้นจะต้องมีการประกันวินาศภัยและให้บริษัทเป็นผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยตลอดระยะเวลาตามสัญญากู้ยืม (6) การให้กู้ยืมโดยมีตราสารทุนที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศหรือหน่วยลงทุนของกองทุนรวม จํานําเป็นประกัน ต้องได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ทั้งนี้ นายทะเบียนจะกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้
ข้อ ๕๕ บริษัทสามารถลงทุนให้กู้ยืมโดยมีสถาบันการเงิน ธนาคารต่างประเทศ หรือองค์กรระหว่างประเทศค้ําประกันได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (1) สถาบันการเงิน ธนาคารต่างประเทศ หรือองค์กรระหว่างประเทศ ที่ค้ําประกันได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ํากว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (2) ให้กู้ยืมในสกุลเงินบาท
ข้อ ๕๖ บริษัทสามารถลงทุนให้เช่าซื้อรถได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (1) เป็นรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ หรือรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (2) ผู้เช่าซื้อรถมีภูมิลําเนาหรือถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย (3) ให้เช่าซื้อแต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละเก้าสิบของราคาตลาดของรถนั้น (4) รถที่ให้เช่าซื้อต้องจัดให้มีการประกันวินาศภัย โดยให้บริษัทเป็นผู้รับประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยตลอดระยะเวลาการเช่าซื้อ
ข้อ ๕๗ บริษัทสามารถออกหนังสือค้ําประกันเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาของโครงการต่าง ๆ แก่บุคคลใดได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (1) มีทรัพย์สินอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ จํานองหรือจํานําเป็นประกัน (ก) ตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัล หรือค้ําประกัน โดยรัฐบาลไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง หรือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ตามข้อ 44 (1) (ข) ตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัล หรือค้ําประกัน โดยสถาบันการเงินหรือตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทจํากัด องค์การหรือรัฐวิสาหกิจ หรือตราสารหนี้ที่ออกโดยกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทรัสต์อื่นที่นายทะเบียนประกาศกําหนด ตามข้อ 44 (2) (ค) ตราสารทุนที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศ ตามข้อ 47 (ง) หน่วยลงทุนของกองทุนรวม ตามข้อ 49 (จ) อสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย (2) จํากัดวงเงินการออกหนังสือค้ําประกันให้แก่บุคคล แต่ละรายไม่เกินร้อยละเจ็ดสิบของราคาประเมินของทรัพย์สินที่นํามาจํานองหรือจํานําเป็นประกัน (3) การออกหนังสือค้ําประกันเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาของโครงการต่าง ๆ โดยมีตราสารทุนที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศ หรือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมจํานําเป็นประกัน ต้องได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ทั้งนี้ นายทะเบียนจะกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้ ส่วน ๙ การทําธุรกรรมยืมและให้ยืมหลักทรัพย์
ข้อ ๕๘ บริษัทสามารถทําธุรกรรมยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (1) คู่สัญญาของการทําธุรกรรมเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทกิจการการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ เว้นแต่คู่สัญญาเป็นบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จํากัด หรือธนาคารแห่งประเทศไทย (2) ทําสัญญายืมและให้ยืมเป็นลายลักษณ์อักษร โดยมีลักษณะและสาระสําคัญตามหลักเกณฑ์ที่สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กําหนด เว้นแต่กรณีทําธุรกรรมให้ยืมตราสารหนี้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย ให้ทําสัญญาตามรูปแบบที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด (3) หลักทรัพย์ที่ยืมหรือให้ยืมต้องเป็นหลักทรัพย์ที่อยู่ในระบบรับฝากหลักทรัพย์ของศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ หรือที่ธนาคารแห่งประเทศไทยทําหน้าที่เป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ (4) กรณีที่คู่สัญญาเป็นผู้ดูแลรักษาหลักทรัพย์ของลูกค้า (custodian) หากต้องการยืมหลักทรัพย์จากบริษัท หรือต้องการนําหลักทรัพย์ของบริษัทไปให้บุคคลอื่นยืม ต้องได้รับความยินยอมจากบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษร (5) การให้ยืมหลักทรัพย์ บริษัทต้องดําเนินการให้มีการวางหรือเรียกหลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ จากผู้ยืมหลักทรัพย์เพื่อเป็นประกันการให้ยืมหลักทรัพย์ (ก) เงินสด (ข) ตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัล หรือค้ําประกัน โดยรัฐบาลไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง หรือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ตามข้อ 44 (1) (ค) ตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัล หรือค้ําประกัน โดยสถาบันการเงิน หรือตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทจํากัด องค์การหรือรัฐวิสาหกิจ ตามข้อ 44 (2) (ง) หลักทรัพย์อื่นตามที่นายทะเบียนประกาศกําหนด (6) การวางหรือเรียกหลักประกันจากผู้ยืมหลักทรัพย์ตาม (5) บริษัทต้องดําเนินการดังต่อไปนี้ (ก) ให้บริษัทมีกรรมสิทธิ์ในหลักประกัน หรือดําเนินการโดยวิธีอื่นซึ่งจะมีผลให้บริษัทสามารถบังคับชําระหนี้เอาจากหลักประกันดังกล่าวได้โดยพลัน (ข) ห้ามมิให้บริษัทนําหลักประกันตาม (5) ที่บริษัทมีกรรมสิทธิ์ไปโอนหรือขายต่อ เว้นแต่เป็นการบังคับชําระหนี้ตามข้อตกลงธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (ค) ดํารงมูลค่าหลักประกัน ณ สิ้นวัน ไม่น้อยกว่าร้อยละหนึ่งร้อยของมูลค่าหลักทรัพย์ที่ให้ยืม (7) ให้นับหลักทรัพย์ที่บริษัทให้ยืม และหลักทรัพย์ที่บริษัทนําไปวางไว้กับคู่สัญญาเพื่อเป็นหลักประกันการยืม ในการคํานวณสัดส่วนการลงทุนของบริษัทในหลักทรัพย์ดังกล่าว ส่วน ๑๐ การทําธุรกรรมซื้อหรือขายหลักทรัพย์โดยมีสัญญาขายหรือซื้อคืน
ข้อ ๕๙ บริษัทสามารถทําธุรกรรมซื้อหรือขายหลักทรัพย์โดยมีสัญญาขายหรือซื้อคืนได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (1) เป็นการทําธุรกรรมกับคู่สัญญา ดังต่อไปนี้ (ก) สถาบันการเงิน (ข) บริษัทหลักทรัพย์ (ค) บริษัทประกันภัย (ง) ธนาคารแห่งประเทศไทย (จ) กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (ฉ) กองทุนบําเหน็จบํานาญ (ช) กองทุนสํารองเลี้ยงชีพ (ซ) กองทุนรวม (ฌ) นิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น (ญ) ส่วนราชการ หรือองค์การหรือรัฐวิสาหกิจ (ฎ) บริษัทจํากัดที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ํากว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (2) เป็นการทําธุรกรรมซื้อหรือขายโดยมีสัญญาขายหรือซื้อคืนตราสารหนี้ ที่ขึ้นทะเบียนในสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย ในประเภทและชนิดเดียวกับสินทรัพย์ที่บริษัทอาจลงทุนหรือมีไว้ได้ หรือตราสารอื่นตามที่นายทะเบียนประกาศกําหนด (3) ทําสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายโดยต้องเป็นสัญญามาตรฐานที่ได้รับการยอมรับจากสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เว้นแต่ เป็นสัญญาที่บริษัททํากับธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ จะมีเอกสารแนบท้ายสัญญาด้วยก็ได้ โดยธุรกรรมดังกล่าวให้ทําได้เฉพาะสกุลเงินบาทและมีระยะเวลาการขายและซื้อคืนไม่เกินหนึ่งปี (4) การคํานวณมูลค่าหลักทรัพย์ให้คํานวณตามมาตรฐานการปฏิบัติงานในตลาดตราสารหนี้ (market convention) ในการทําธุรกรรมซื้อหรือขายหลักทรัพย์โดยมีสัญญาขายหรือซื้อคืนที่ได้รับการยอมรับจากสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (5) การทําธุรกรรมซื้อหลักทรัพย์โดยมีสัญญาขายคืน ให้ราคาซื้อ ณ วันเริ่มต้นสัญญาต่ํากว่ามูลค่าหลักทรัพย์ โดยมีส่วนลดในอัตราที่เหมาะสม และสะท้อนความเสี่ยงของคู่สัญญา ระยะเวลาของสัญญาและหลักทรัพย์ที่ใช้ทําธุรกรรมนั้น ในระหว่างที่สัญญามีผลใช้บังคับบริษัทต้องดํารงมูลค่าหลักทรัพย์ ณ สิ้นวัน ไม่น้อยกว่าราคาซื้อรวมกับผลประโยชน์ที่พึงได้รับจากการทําธุรกรรมนับแต่วันเริ่มต้นสัญญาจนถึงวันที่คํานวณมูลค่าหลักทรัพย์คูณด้วย (1+อัตราส่วนลดหลักทรัพย์) หากมูลค่าไม่เป็นไปตามที่กําหนดบริษัทต้องเรียกให้คู่สัญญาโอนเงินหรือโอนกรรมสิทธิ์ในหลักทรัพย์ให้บริษัทเพื่อให้มูลค่ารวมของหลักทรัพย์ที่ทําธุรกรรมและสินทรัพย์ที่โอนมาดังกล่าว เป็นไปตามที่กําหนดภายในวันทําการถัดจากวันที่มูลค่าหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงไป เว้นแต่ ได้มีการกําหนดส่วนต่างขั้นต่ําที่บริษัทไม่ต้องเรียกให้คู่สัญญาโอนเงิน หรือโอนกรรมสิทธิ์ในหลักทรัพย์ไว้ โดยการกําหนดส่วนต่างดังกล่าวต้องคํานึงถึงปัจจัยความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง (6) ให้นับหลักทรัพย์ที่ขายโดยมีสัญญาซื้อคืน ในการคํานวณสัดส่วนการลงทุนของบริษัทในหลักทรัพย์ดังกล่าว อื่นๆ ๒ การประกอบธุรกิจอื่น
ตัวบทในหน้านี้คัดลอกตามต้นฉบับจากข้อมูลเปิดของหน่วยงานราชการ ดูที่มาได้ที่บรรทัดแสดงที่มาด้านล่าง
ที่มา: ระบบกลางทางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).