法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ. 2556 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
82
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย

พ.ศ. 2556

ธุรกิจประกันวินาศภัยเป็นธุรกิจที่บริษัทรับโอนความเสี่ยงภัยจากประชาชนและภาคธุรกิจมีความรับผิดต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนสําหรับความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยได้รับชําระเบี้ยประกันภัยเป็นการตอบแทน เพื่อให้บริษัทสามารถจัดสรรสํารองประกันภัยให้เพียงพอต่อภาระผูกพันที่มีต่อเจ้าหนี้ตามสัญญาประกันภัย บริษัทจึงต้องลงทุนในสินทรัพย์ที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่เพียงพอและสอดคล้องกับภาระผูกพันที่มีอยู่ สําหรับบริษัทที่มีศักยภาพ ระบบงาน บุคลากร และทรัพยากรเพียงพอบริษัทอาจประกอบธุรกิจอื่นนอกเหนือจากการประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยเพื่อหาผลตอบแทนเพิ่มเติมได้โดยระมัดระวังมิให้การประกอบธุรกิจอื่นดังกล่าวก่อความเสียหาย หรือเป็นอุปสรรคต่อการดําเนินงานตามปกติของบริษัท ดังนั้น การลงทุนและการประกอบธุรกิจอื่นของบริษัท จึงเป็นธุรกรรมที่สําคัญต่อการดําเนินงานและความมั่นคงของบริษัทที่คณะกรรมการบริษัทต้องให้ความสําคัญในการกําหนดนโยบายการลงทุนและการประกอบธุรกิจอื่น นโยบายการบริหารความเสี่ยงรวม รวมทั้งติดตามควบคุมการลงทุนและการประกอบธุรกิจอื่น เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทมีการดําเนินการอย่างเหมาะสมเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และสอดคล้องกับภาระผูกพัน ความพร้อมของระบบงาน ความรู้ความเชี่ยวชาญของบุคลากร

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 27 และมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 และมาตรา 3 (1) แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย พ.ศ. 2550 ประกอบมติที่ประชุมคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยครั้งที่ 5/2556 เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2556 ครั้งที่ 8/2556 เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2556 และครั้งที่ 9/2556 เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2556 คณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ. 2556”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก

(1) ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย ลงวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547

(2) ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2549

(3) ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2550

(4) ประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ. 2553 ลงวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2553

(5) ประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 ลงวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในประกาศนี้

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

“สํานักงาน” หมายความว่า สํานักงานคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

“บริษัท” หมายความว่า บริษัทที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย และหมายความรวมถึงสาขาของบริษัทประกันวินาศภัยต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย

“คณะกรรมการบริษัท” หมายความว่า คณะกรรมการของบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย หรือคณะผู้บริหารที่มีอํานาจหน้าที่ความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องในกรณีของสาขาของบริษัทประกันวินาศภัยต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยการประกันวินาศภัย

“สถาบันการเงิน” หมายความว่า สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงิน และให้หมายความรวมถึงธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นที่ประกอบธุรกิจภายในราชอาณาจักร

“บริษัทจํากัด” หมายความว่า บริษัทจํากัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บริษัทมหาชนจํากัดตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจํากัด และให้หมายความรวมถึงนิติบุคคลอื่นที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นตามรายชื่อที่นายทะเบียนประกาศกําหนด

“ตราสารหนี้” หมายความว่า ตราสารที่แสดงว่าผู้ออกตราสารมีภาระผูกพันทั้งทางตรงและทางอ้อมที่จะต้องจ่ายเงินสด หรือสินทรัพย์อื่น ให้แก่ผู้ถือตราสารตามจํานวนและเงื่อนไขที่ได้กําหนดไว้โดยชัดเจนหรือโดยปริยาย ได้แก่ พันธบัตร ตั๋วเงินคลัง ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน สลากออมทรัพย์ หุ้นกู้ ตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงประเภทคุ้มครองเงินต้น ใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นกู้ หรือใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหุ้นกู้ (DR) ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และให้หมายความรวมถึงศุกูก หรือหลักทรัพย์อื่นตามที่นายทะเบียนประกาศกําหนด

“สลากออมทรัพย์” หมายความว่า สลากระดมเงินออมที่ออกโดยธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น มีการจ่ายผลประโยชน์เป็นดอกเบี้ยเมื่อครบกําหนด และมีสิทธิได้รับเงินรางวัลเป็นงวด

“ศุกูก” หมายความว่า ตราสารทางการเงินที่มีลักษณะ ดังต่อไปนี้

(1) เป็นใบทรัสต์ที่ออกโดยทรัสต์ผู้ออกศุกูก

(2) มีการกําหนดโครงสร้างของการทําธุรกรรมของกองทรัสต์เพื่อนําเงินที่ได้จากการออกตราสารไปหาประโยชน์ในรูปแบบที่เป็นไปตามหลักศาสนาอิสลาม และ

(3) มีการกําหนดไว้ล่วงหน้าอย่างชัดเจนเกี่ยวกับเงื่อนไขการคืนเงินลงทุนและอัตรา หรือสัดส่วนการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนที่กองทรัสต์จะได้รับจากผู้ระดมทุนเพื่อประโยชน์ของผู้ถือตราสาร และมีการกําหนดเงื่อนไขการคืนเงินลงทุนและอัตราหรือสัดส่วนการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนที่กองทรัสต์จะจ่ายให้แก่ผู้ถือตราสารด้วย ซึ่งการกําหนดอัตราหรือสัดส่วนการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนดังกล่าวเป็นไปตามหลักศาสนาอิสลาม

“ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน” หมายความว่า หุ้นกู้แปลงสภาพ หรือหลักทรัพย์อื่นตามที่นายทะเบียนประกาศกําหนด

“ตราสารทุน” หมายความว่า ตราสารที่แสดงว่าผู้ถือตราสารมีความเป็นเจ้าของในส่วนได้เสียคงเหลือของกิจการที่ไปลงทุน ได้แก่ หุ้น ใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น ใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทย (NVDR) หรือใบแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหุ้นสามัญ (DR) ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือหลักทรัพย์อื่นตามที่นายทะเบียนประกาศกําหนด

“หน่วยลงทุน” หมายความว่า หน่วยลงทุน ใบสําคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหน่วยลงทุน ใบทรัสต์ของกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือใบทรัสต์ของกองทรัสต์อื่นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

“สัญญาซื้อขายล่วงหน้า” หมายความว่า สัญญาซื้อขายล่วงหน้าตามกฎหมายว่าด้วยสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

“สัญญาซื้อขายล่วงหน้าขั้นพื้นฐาน (Plain Vanilla Derivatives)” หมายความว่า สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ไม่สามารถแยกเป็นองค์ประกอบย่อยได้ และไม่มีการเพิ่มโครงสร้าง หรือเงื่อนไขอื่น ๆ เข้าไปในสัญญา เช่น currency futures, cross currency swaps, interest rate futures, interest rate swaps, equity futures หรือ equity options

“ตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง” หมายความว่า ตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

“หลักทรัพย์” หมายความว่า หลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

“ตลาดหลักทรัพย์ในประเทศ” หมายความว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

“องค์การหรือรัฐวิสาหกิจ” หมายความว่า องค์การหรือรัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นองค์การหรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ และหมายความรวมถึงองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายกําหนดให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีรูปแบบพิเศษ

“องค์กรระหว่างประเทศ” หมายความว่า World Bank หรือ Asian Development Bank (ADB) หรือ International Finance Corporation (IFC) หรือองค์กรหรือนิติบุคคลตามรายชื่อที่นายทะเบียนประกาศกําหนด

“ธนาคารต่างประเทศ” หมายความว่า ธนาคารพาณิชย์ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศและมีถิ่นที่อยู่นอกราชอาณาจักร

“อันดับความน่าเชื่อถือ” หมายความว่า สัญลักษณ์ที่ใช้ในการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับการยอมรับจากสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

“อันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (investment grade)” หมายความว่า อันดับความน่าเชื่อถือที่แต่ละสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับการยอมรับจากสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กําหนดว่าเป็นอันดับความน่าเชื่อถือที่ผู้ลงทุนสามารถลงทุนได้

“สินทรัพย์ลงทุนของบริษัท” หมายความว่า สินทรัพย์ที่บริษัทอาจลงทุนได้ตามประกาศฉบับนี้ตามราคาประเมินที่ปรากฏในรายงานการดํารงเงินกองทุน ณ สิ้นไตรมาสหรือสิ้นปีครั้งล่าสุด ที่บริษัทเสนอต่อนายทะเบียนตามประกาศนายทะเบียนว่าด้วยการกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทํารายงานการดํารงเงินกองทุนของบริษัทประกันวินาศภัย แต่ไม่รวมถึงการออกหนังสือค้ําประกันเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาของโครงการต่าง ๆ ตามข้อ 25 (8)

ในกรณีที่บริษัทประสงค์จะใช้มูลค่าของสินทรัพย์ลงทุนในช่วงระยะเวลาระหว่างรอบรายงานการดํารงเงินกองทุนรายไตรมาสหรือรายปี ให้บริษัทจัดทํารายงานการดํารงเงินกองทุน ตามแบบและรายการตามประกาศนายทะเบียนว่าด้วยการกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการจัดทํารายงานการดํารงเงินกองทุนของบริษัทประกันวินาศภัย และมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเป็นผู้สอบทานพร้อมทั้งแสดงจํานวนความรับผิดชอบตามกรมธรรม์ประกันภัยตามประเภทของการประกันวินาศภัยซึ่งรับรองโดยนักคณิตศาสตร์ประกันภัย

“ราคาประเมิน” หมายความว่า ราคาประเมินทรัพย์สินของบริษัทตามประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยว่าด้วยการประเมินราคาทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัทประกันวินาศภัย

“ผู้ที่รับผิดชอบดูแลหน่วยงานการลงทุน” หมายความว่า ผู้จัดการ หรือหัวหน้าส่วนงานของหน่วยงานการลงทุน ที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทหรือคณะกรรมการลงทุนให้มีอํานาจตัดสินใจลงทุน และบริหารเงินลงทุนของบริษัท หรือผู้ที่ดํารงตําแหน่งอื่นที่เทียบเท่า

“ภาระผูกพัน” หมายความว่า ข้อผูกพันที่เป็นเหตุให้เจ้าของสินทรัพย์จําต้องยอมรับการกระทําบางอย่างซึ่งกระทบกับสินทรัพย์นั้น หรือต้องงดเว้นการใช้สิทธิบางอย่างอันมีผลอยู่ในสินทรัพย์นั้น

“งานสนับสนุน” หมายความว่า งานปฏิบัติการซึ่งบริษัทจะต้องปฏิบัติในการดําเนินธุรกิจปกติหรืองานที่เอื้ออํานวยต่อการดําเนินงานปกติของบริษัท เช่น การจัดตั้งการบริหารกลุ่มรับเสี่ยงภัย (pool) การให้คําปรึกษาเกี่ยวกับการจ่ายค่าสินไหมทดแทน งานบัญชีการเงิน งานธุรการ งานเทคโนโลยีสารสนเทศ งานทรัพยากรบุคคล งานตรวจสอบภายใน งานกํากับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมาย (compliance) หรืองานที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับงานดังกล่าว หรืองานสนับสนุนอื่น ตามที่นายทะเบียนประกาศกําหนด

“งานเทคโนโลยีสารสนเทศ” หมายความว่า งานเทคโนโลยีสารสนเทศที่เป็นงานสนับสนุนการให้บริการด้านการประกันภัย เช่น งานด้านการประมวลผลข้อมูลด้วยระบบคอมพิวเตอร์ การพัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร์ การจัดเก็บข้อมูล

“งานติดต่อหรือแนะนําบริการของบริษัทหลักทรัพย์หรือธนาคารพาณิชย์” หมายความว่า การให้บริการแนะนํา เผยแพร่ข้อมูลและบริการ ของบริษัทหลักทรัพย์หรือธนาคารพาณิชย์ให้แก่ลูกค้าและติดต่อชักชวนลูกค้าให้มาใช้บริการของบริษัทหลักทรัพย์หรือธนาคารพาณิชย์ เช่น การเปิดบัญชีเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์กับบริษัทหลักทรัพย์ รวมถึงการแจก รวบรวม ตรวจสอบเอกสารคําขอ และหลักฐานประกอบในการเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์

“สินทรัพย์รวมของบริษัท” หมายความว่า สินทรัพย์ของบริษัทตามราคาประเมินที่ปรากฏในรายงานการดํารงเงินกองทุน ณ สิ้นไตรมาสหรือสิ้นปีครั้งล่าสุด ที่บริษัทเสนอต่อนายทะเบียนตามประกาศนายทะเบียนว่าด้วยการกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทํารายงานการดํารงเงินกองทุนของบริษัทประกันวินาศภัย แต่ไม่รวมถึงการออกหนังสือค้ําประกันเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาของโครงการต่าง ๆ ตามข้อ 25 (8)

ในกรณีที่บริษัทประสงค์จะใช้มูลค่าของสินทรัพย์รวม ในช่วงระยะเวลาระหว่างรอบรายงานการดํารงเงินกองทุนรายไตรมาสหรือรายปี ให้บริษัทจัดทํารายงานการดํารงเงินกองทุน ตามแบบและรายการตามประกาศนายทะเบียนว่าด้วยการกําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดทํารายงานการดํารงเงินกองทุนของบริษัทประกันวินาศภัย และมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเป็นผู้สอบทาน พร้อมทั้งแสดงจํานวนความรับผิดชอบตามกรมธรรม์ประกันภัยตามประเภทของการประกันวินาศภัย ซึ่งรับรองโดยนักคณิตศาสตร์ประกันภัย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในการลงทุนและการประกอบธุรกิจอื่นของบริษัท ให้บริษัทดําเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขของประกาศฉบับนี้ โดยยึดถือหลักการ ดังต่อไปนี้

(1) คณะกรรมการบริษัทต้องให้ความสําคัญในการกําหนดนโยบายการลงทุนและการประกอบธุรกิจอื่นของบริษัท นโยบายการบริหารความเสี่ยงรวม และกระบวนการบริหารความเสี่ยง ที่เหมาะสมกับความพร้อมของบริษัท รวมถึงติดตาม ควบคุมดูแลให้การลงทุนและการประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทมีความสอดคล้องกับสถานการณ์ โดยคํานึงถึงความมั่นคง สถานะทางการเงิน การดําเนินงานของบริษัทรวมถึงหลักธรรมาภิบาลและการบริหารความเสี่ยง

(2) บริษัทต้องบริหารสินทรัพย์ให้สอดคล้องกับลักษณะการประกอบธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัย และเหมาะสมต่อภาระผูกพันที่บริษัทมีต่อผู้เอาประกันภัย ทั้งในรูปกระแสเงินสด จํานวนเงินระยะเวลา และสกุลเงิน

(3) ในการลงทุนและการประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทจะต้องพิจารณาถึงความพร้อมทั้งด้านระบบงาน ความรู้ความเชี่ยวชาญของบุคลากร โดยคํานึงถึงความมั่นคง สภาพคล่อง และการกระจายความเสี่ยง รวมทั้งความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ เช่น ความเสี่ยงด้านตลาด (market risk) ความเสี่ยงด้านเครดิต (credit risk) ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (liquidity risk) ความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ (operational risk) ความเสี่ยงด้านการกระจุกตัว (concentration risk) หรือความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ (strategic risk)

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ บริษัทต้องลงทุนและประกอบธุรกิจอื่น ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่กระทําการหรืองดเว้นการที่ต้องกระทําใด ๆ อันเป็นผลให้บริษัทต้องจ่ายเงินหรือสินทรัพย์อื่นมากกว่าจํานวนที่พึงจ่ายหรือให้บริษัทได้รับเงินหรือทรัพย์สินหรือผลประโยชน์ใด ๆ น้อยกว่าจํานวนที่พึงได้รับ

อื่นๆ - การลงทุน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ คณะกรรมการบริษัทต้องมีความรู้และความเข้าใจในธุรกิจประกันภัย สินทรัพย์ที่บริษัทลงทุน และการบริหารความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการลงทุน และมีบทบาทหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(1) พิจารณาอนุมัติ

(ก) กรอบนโยบายการลงทุน

(ข) กระบวนการบริหารความเสี่ยงที่เกิดจากการลงทุน

การพิจารณาอนุมัติตาม (1) ให้หมายความรวมถึงการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสําคัญ

(2) จัดให้มีกระบวนการติดตามสอดส่องผลการดําเนินงานด้านการลงทุน ระบบการควบคุมและการตรวจสอบภายในที่เพียงพอ เพื่อให้การลงทุนของบริษัทเป็นไปตามกรอบนโยบายการลงทุน ระเบียบวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุน และข้อกําหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

(3) จัดให้มีการทบทวนระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (risk appetite) ของบริษัท และกระบวนการระบุความเสี่ยงที่เกิดจากการลงทุนในตราสารทางการเงินในปัจจุบัน และจากตราสารทางการเงินใหม่ ทั้งในและนอกงบแสดงฐานะการเงิน

(4) แต่งตั้งคณะกรรมการลงทุน

(5) มอบหมายหน่วยงานที่เป็นอิสระจากหน่วยงานการลงทุนในการระบุและประเมินความเสี่ยงที่เกิดจากการลงทุน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ บริษัทต้องจัดให้มีคณะกรรมการลงทุน ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัทจํานวนไม่น้อยกว่าสามคน ประกอบด้วย

(1) กรรมการ หรือผู้บริหารของบริษัท และ

(2) บุคคลที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามปีเกี่ยวกับการบริหารการลงทุน การบริหารความเสี่ยง หรือการวิเคราะห์หลักทรัพย์ ซึ่งอาจเป็นกรรมการผู้บริหารของบริษัท หรือบุคคลภายนอกก็ได้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในการลงทุนของบริษัท คณะกรรมการลงทุนมีบทบาทหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(1) จัดทํากรอบนโยบายการลงทุน เพื่อขออนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท

(2) พิจารณาอนุมัติแผนการลงทุนของบริษัทที่สอดคล้องกับกรอบนโยบายการลงทุน และนโยบายการบริหารความเสี่ยงรวม

(3) กํากับดูแลการลงทุนของบริษัท ให้เป็นไปตามกรอบนโยบายการลงทุน นโยบายการบริหารความเสี่ยงรวม ระเบียบวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุน และข้อกําหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

(4) กํากับดูแลในเรื่องธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่เกี่ยวกับธุรกรรมการลงทุนของบริษัท

(5) กํากับดูแล ระบบงาน บุคลากร และข้อมูลที่ใช้ประกอบการลงทุนของบริษัทให้มีความเพียงพอต่อการดําเนินงาน

(6) บริหารเงินลงทุนตามกรอบนโยบายการลงทุนที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท

(7) รายงานผลการลงทุนให้คณะกรรมการบริษัททราบอย่างสม่ําเสมอ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ บริษัทต้องจัดทํากรอบนโยบายการลงทุนเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการบริหารความเสี่ยงรวม การออกแบบผลิตภัณฑ์ การรับประกันภัย การทําสัญญาประกันภัยต่อการบริหารทรัพย์สินและหนี้สิน ฐานะเงินกองทุน ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ผลตอบแทนที่คาดหวัง ความพร้อมของระบบงานและบุคลากรในการรองรับการลงทุน โดยมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

(1) ขอบเขตประเภทสินทรัพย์ที่บริษัทจะลงทุน (asset allocation)

(2) จํานวนวงเงินลงทุนที่ผู้บริหารแต่ละระดับสามารถอนุมัติให้ลงทุนได้

(3) เงื่อนไขการนําสินทรัพย์ลงทุนไปก่อภาระผูกพัน

(4) เงื่อนไขการทําธุรกรรมยืมหรือให้ยืมหลักทรัพย์ และการทําธุรกรรมซื้อหรือขายหลักทรัพย์โดยมีสัญญาขายหรือซื้อคืน (ถ้ามี)

(5) นโยบายการว่าจ้างนิติบุคคลภายนอกให้ดําเนินการลงทุนแทนบริษัท ที่กําหนดคุณสมบัติและแนวทางการคัดเลือกนิติบุคคลภายนอก ข้อกําหนดให้นิติบุคคลที่บริษัทว่าจ้างปฏิบัติตามกรอบนโยบายการลงทุนของบริษัทที่ชัดเจน การติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของนิติบุคคลที่บริษัทว่าจ้างและการรายงานผลการปฏิบัติงานของนิติบุคคลดังกล่าวให้ผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมการบริษัททราบ

(6) กรณีที่บริษัทมีการเข้าเป็นคู่สัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือลงทุนในตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง บริษัทต้องกําหนดแนวนโยบายหรือวัตถุประสงค์ของการทําสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือลงทุนในตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (policy on the use of derivatives)

บริษัทต้องทบทวนกรอบนโยบายการลงทุนตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และจัดส่งให้สํานักงานเป็นประจําทุกปีภายในเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน และภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คณะกรรมการบริษัทอนุมัติการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสําคัญ แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ บริษัทต้องจัดให้มีกระบวนการบริหารความเสี่ยงที่เกิดจากการลงทุนเป็นลายลักษณ์อักษรโดยถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการบริหารความเสี่ยงรวมตามประกาศว่าด้วย หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการกําหนดมาตรฐานขั้นต่ําในการบริหารจัดการความเสี่ยงของบริษัทประกันวินาศภัยและต้องสอดคล้องกับกรอบนโยบายการลงทุน ประเภทสินทรัพย์ที่ลงทุน การประเมินมูลค่าทรัพย์สิน ความสอดคล้องระหว่างทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัท เพื่อให้บริษัทสามารถประเมิน บริหาร ควบคุมและติดตาม ความเสี่ยงที่เกิดจากการลงทุน เช่น ความเสี่ยงด้านตลาด ความเสี่ยงด้านเครดิต ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ ความเสี่ยงด้านการกระจุกตัว หรือความเสี่ยงด้านกลยุทธ์โดยมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

(1) การจัดโครงสร้างองค์กรที่ส่งเสริมให้เกิดการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีหน่วยงานในการบริหารความเสี่ยงที่เป็นอิสระจากหน่วยงานการลงทุน

(2) การระบุประเภทความเสี่ยงที่เกิดจากการลงทุน ประเภทของความเสี่ยงที่บริษัทอาจมีและการกําหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ โดยพิจารณาจากความมั่นคงทางการเงินของบริษัท ความพร้อมในการบริหารและรองรับความเสี่ยงดังกล่าว

(3) วิธีการวัดและประเมินความเสี่ยงที่สามารถสะท้อนความเสี่ยงทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการลงทุนแต่ละประเภทได้อย่างครอบคลุมและรวดเร็วทันเวลา

(4) แนวทางและวิธีการควบคุมความเสี่ยง บริษัทอาจกําหนดนโยบายให้มีการปิดความเสี่ยงที่ไม่มีระบบบริหารความเสี่ยงรองรับ หรือไม่สามารถบริหารความเสี่ยงนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือกําหนดให้มีการใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยง ทั้งนี้ แนวทางที่ใช้ต้องสอดคล้องกับลักษณะการลงทุน ความพร้อมของระบบงาน บุคลากร และระบบข้อมูลที่บริษัทมี

(5) การรายงานและติดตามความเสี่ยง บริษัทต้องจัดให้มีผู้ที่มีหน้าที่ดูแลบริหารความเสี่ยงคอยติดตามความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการลงทุน และรายงานผลให้ผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมการบริษัททราบอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

บริษัทต้องทบทวนกระบวนการบริหารความเสี่ยงตามวรรคหนึ่งอย่างสม่ําเสมอ และจัดส่งให้สํานักงานภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่คณะกรรมการบริษัทอนุมัติการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสําคัญ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ บริษัทต้องจัดทําแผนการลงทุนของบริษัทเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งสอดคล้องกับกรอบนโยบายการลงทุน และนโยบายการบริหารความเสี่ยงรวม โดยมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

(1) สัดส่วนของสินทรัพย์ลงทุนแต่ละประเภท (limits for the allocation of assets) ที่คํานึงถึงการกระจายการลงทุนในแต่ละประเภทสินทรัพย์ ผู้ออกตราสาร คู่สัญญา ประเภทธุรกิจ ตลาดหรือประเทศที่จะลงทุน สกุลเงิน สภาพคล่อง และระยะเวลาการลงทุน

(2) วิธีการคัดเลือกสินทรัพย์ที่จะลงทุน (policy on the selection of individual securities)

(3) กรณีบริษัทมีการให้กู้ยืม การให้เช่าซื้อรถ และการออกหนังสือค้ําประกันเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาของโครงการต่าง ๆ บริษัทต้องกําหนดนโยบายที่ครอบคลุมหลักเกณฑ์และกระบวนการ ดังต่อไปนี้

(ก) การพิจารณาอนุมัติ กําหนดวงเงิน และระยะเวลาให้กู้ยืมที่เหมาะสมกับความเสี่ยงของคู่สัญญา และประเภทของทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันการกู้ยืม

(ข) การวิเคราะห์การให้กู้ยืม การให้เช่าซื้อรถ และการออกหนังสือค้ําประกัน

(ค) การประเมินมูลค่าหลักประกัน

(ง) การสอบทานและตรวจสอบเกี่ยวกับสถานะและการชําระเงินคืนของลูกหนี้ และการใช้เงินตามวัตถุประสงค์การให้กู้ยืม ภายหลังจากการอนุมัติการให้กู้ยืม การให้เช่าซื้อรถ และการออกหนังสือค้ําประกัน แล้วแต่กรณี

ทั้งนี้ บริษัทอาจกําหนดหลักเกณฑ์ และกระบวนการพิจารณาการให้กู้ยืมแก่พนักงานของบริษัทแตกต่างจากที่กําหนดไว้ใน (ก) (ข) (ค) หรือ (ง) ก็ได้

(4) กรณีที่บริษัทมีการเข้าเป็นคู่สัญญาซื้อขายล่วงหน้า และลงทุนในตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง บริษัทต้องกําหนดแผนงานการทําสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือลงทุนในตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง ที่สอดคล้องกับแนวนโยบายหรือวัตถุประสงค์ของการทําสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือลงทุนในตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงโดยอาจแบ่งเป็นประเภทต่าง ๆ ตามความเหมาะสม เช่น ประเภทธุรกรรม ประเภทตัวแปรหรือสินทรัพย์อ้างอิง ประเภทของคู่สัญญา

บริษัทต้องทบทวนแผนการลงทุนตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และจัดส่งให้สํานักงานเป็นประจําทุกปีภายในเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทิน และภายในสามสิบวันนับแต่วันที่คณะกรรมการลงทุนอนุมัติการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสําคัญ แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ บริษัทต้องจัดให้มีระบบการควบคุมภายในและการตรวจสอบเกี่ยวกับการลงทุนโดยมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

(1) การจัดทําระเบียบวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้เกิดความรัดกุมในการปฏิบัติงาน และการติดตามดูแลการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับกรอบนโยบายการลงทุนของบริษัทและข้อกําหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

(2) การตรวจสอบการปฏิบัติตามระเบียบวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนโดยหน่วยงานอิสระตามระเบียบ วิธีการ และความถี่ที่บริษัทกําหนด

(3) การประเมินผลและการรายงานผลการตรวจสอบต่อคณะกรรมการบริษัท

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ บริษัทต้องจัดทําระเบียบวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งมีรายละเอียดการปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการลงทุนตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดกระบวนการลงทุน การแบ่งแยกหน้าที่ (segregation of duty) ในการปฏิบัติงานอย่างเหมาะสมเพื่อให้เกิดการสอบยันความถูกต้องระหว่างกัน (checks and balances) การกําหนดอํานาจในการอนุมัติการลงทุน (authority) โดยมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

(1) ขั้นตอนและวิธีปฏิบัติในการขออนุมัติการลงทุน

(2) รายละเอียดในการพิจารณาโครงสร้าง ความเสี่ยงของสินทรัพย์ และความสามารถในการรองรับความเสี่ยงดังกล่าวของบริษัท

(3) ขั้นตอนการลงทุน และการรายงานผลการลงทุน

(4) ขั้นตอนในการบริหารความเสี่ยงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการลงทุน

(5) บันทึกเหตุผลการตัดสินใจลงทุน และจัดเก็บเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน

ระเบียบวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนตามวรรคหนึ่ง บริษัทต้องจัดทําให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีปฏิทินของปีที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ และจัดส่งให้สํานักงานภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ดําเนินการแล้วเสร็จ ทั้งนี้ บริษัทต้องทบทวนระเบียบวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนอย่างสม่ําเสมอและจัดส่งให้สํานักงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสําคัญ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ องค์ประกอบของหน่วยงานการลงทุน

(1) บริษัทต้องจัดให้มีหน่วยงาน ที่รับผิดชอบดูแลการลงทุนของบริษัท โดยมีโครงสร้างความพร้อมของบุคลากร ระบบงาน ข้อมูลต่าง ๆ ที่เพียงพอและสอดคล้องกับลักษณะและความซับซ้อนของการลงทุนของบริษัท รวมทั้งเครื่องมือที่ใช้ในการบริหารความเสี่ยง เพื่อประเมินและติดตามอย่างสม่ําเสมอ เช่น value at risk, position limit และกําหนดมาตรการดําเนินการที่เหมาะสมเพื่อบริหารความเสี่ยง เช่น การกําหนด stop loss โดยรายงานผลการปฏิบัติงานให้คณะกรรมการลงทุนทราบอย่างสม่ําเสมอ

(2) ให้บริษัทมอบหมายให้บุคคลที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการลงทุน เป็นผู้ที่รับผิดชอบดูแลหน่วยงานการลงทุน โดยมีประสบการณ์และคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(ก) ผ่านการอบรมหลักสูตรตามที่นายทะเบียนกําหนดให้เป็นหลักสูตรสําหรับผู้ที่รับผิดชอบดูแลหน่วยงานการลงทุนของบริษัทประกันภัย

(ข) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551

(ค) มีคุณสมบัติ อย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

1) สอบผ่านหลักสูตร Chartered Financial Analyst (CFA) หรือหลักสูตร Certified Investment and Securities Analysts Program (CISA) ระดับ 1 ขึ้นไป หรือหลักสูตรอื่นที่เทียบเท่าตามที่นายทะเบียนให้ความเห็นชอบ และมีประสบการณ์ทํางานด้านการบริหารเงินลงทุน การบริหารความเสี่ยงเกี่ยวกับการลงทุน หรือการวิเคราะห์การลงทุน เป็นระยะเวลารวมกันไม่น้อยกว่าสามปี

2) จบการศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไป ในสาขาการเงิน บริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหาร การลงทุน และมีประสบการณ์ทํางานด้านการบริหารเงินลงทุนการบริหารความเสี่ยงเกี่ยวกับการลงทุน หรือการวิเคราะห์การลงทุน เป็นระยะเวลารวมกันไม่น้อยกว่าสามปี

3) จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ในสาขาการเงิน บริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารการลงทุน และมีประสบการณ์ทํางานด้านการบริหารเงินลงทุน การบริหารความเสี่ยงเกี่ยวกับการลงทุน หรือการวิเคราะห์การลงทุน เป็นระยะเวลารวมกันไม่น้อยกว่าเจ็ดปี

4) ได้รับวุฒิบัตร (ระดับ 3) ตามหลักสูตร Chartered Financial Analyst (CFA) หรือหลักสูตร Certified Investment and Securities Analysts Program (CISA) หรือหลักสูตรอื่นที่เทียบเท่าตามที่นายทะเบียนให้ความเห็นชอบ

5) เป็นบุคคลที่มีรายชื่อในทะเบียนผู้มีคุณสมบัติเป็นผู้จัดการกองทุนตามที่สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กําหนด และมีประสบการณ์ทํางานด้านการบริหารเงินลงทุน การบริหารความเสี่ยงเกี่ยวกับการลงทุน หรือการวิเคราะห์การลงทุน นับแต่วันที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

ภายในสองปีนับแต่วันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ บริษัทต้องดําเนินการให้มีบุคคลที่มีลักษณะตาม (2) ดํารงตําแหน่งเป็นผู้ที่รับผิดชอบดูแลหน่วยงานการลงทุน

ให้บริษัทจัดส่งรายชื่อของบุคคลที่ดํารงตําแหน่งเป็นผู้ที่รับผิดชอบดูแลหน่วยงานการลงทุน พร้อมทั้งรายละเอียดคุณสมบัติของบุคคลดังกล่าวให้สํานักงานทราบภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่แต่งตั้งบุคคลที่มีคุณสมบัติตามที่กําหนดให้ดํารงตําแหน่งผู้ที่รับผิดชอบดูแลหน่วยงานการลงทุน

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในกรณีที่ผู้ที่รับผิดชอบดูแลหน่วยงานการลงทุน ไม่มีลักษณะตามข้อ 15 ให้บริษัทดําเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

(1) ว่าจ้างหรือมอบหมายนิติบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในการลงทุน โดยนําความใน ข้อ 19 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

(2) ลงทุนได้เฉพาะในสินทรัพย์ ดังต่อไปนี้

(ก) ฝากเงินไว้กับสถาบันการเงิน

(ข) ตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัล หรือค้ําประกันโดยรัฐบาลไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง หรือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

(ค) ตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัล หรือค้ําประกันโดยสถาบันการเงิน หรือตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทจํากัด องค์กรหรือรัฐวิสาหกิจ ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสาร ไม่ต่ํากว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้

(ง) หน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในตราสารตาม (ก) (ข) และ (ค)

(จ) ตราสารทุนที่ออกโดยบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จํากัด

(ฉ) การให้กู้ยืมแก่พนักงานของบริษัท หรือ

(ช) สินทรัพย์อื่นตามที่นายทะเบียนประกาศกําหนด

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ตลอดเวลาการลงทุน บริษัทต้องประเมินราคายุติธรรมของตราสาร หรือมูลค่าการลงทุนตามประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยว่าด้วยการประเมินราคาทรัพย์สินและหนี้สินของบริษัทประกันวินาศภัย และต้องดํารงเงินกองทุนเพื่อรองรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการลงทุนได้ตามที่กฎหมายกําหนด

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การลงทุนตามประกาศนี้ หากอยู่ในสกุลเงินตราต่างประเทศและมีกระแสเงินสดรับจ่ายที่แน่นอน เช่น ตราสารหนี้ที่เสนอขายในสกุลเงินตราต่างประเทศ ให้บริษัทดําเนินการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจํานวน และให้แจ้งรายละเอียดการป้องกันความเสี่ยงให้นายทะเบียนทราบในรายงานผลการดําเนินงานและฐานะการเงินที่จัดส่งให้นายทะเบียนประจํางวด

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ บริษัทสามารถว่าจ้างหรือมอบหมายให้บุคคลภายนอกซึ่งเป็นนิติบุคคลลงทุนแทนบริษัทได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(1) บุคคลภายนอกนั้นต้องมีความรู้และความเชี่ยวชาญในการลงทุน มีความพร้อมของระบบงานและบุคลากร

(2) บริษัทต้องกําหนดคุณสมบัติ แนวทางการคัดเลือกบุคคลภายนอกที่ทําหน้าที่ลงทุนแทนบริษัทตามกรอบนโยบายการลงทุน พร้อมทั้งกําหนดการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม และ

(3) บริษัทต้องขอรับความเห็นชอบจากนายทะเบียนเป็นลายลักษณ์อักษร ทั้งนี้ นายทะเบียนอาจกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้

การว่าจ้างหรือมอบหมายบุคคลภายนอก ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจจัดการกองทุนส่วนบุคคลจากสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ในรูปของการจัดตั้งกองทุนส่วนบุคคลลงทุนแทนบริษัท ให้ถือว่าได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน และให้บริษัทแจ้งให้นายทะเบียนทราบเป็นลายลักษณ์อักษรภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ว่าจ้างหรือมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ห้ามมิให้บริษัทให้กู้ยืม ให้เช่าซื้อรถ ค้ําประกัน แก่บุคคลดังต่อไปนี้ รวมทั้งซื้อ สลักหลังรับรอง หรือรับอาวัลตั๋วเงินที่บุคคลดังกล่าวเป็นผู้ออก ผู้สั่งจ่าย เว้นแต่การให้กู้ยืมแก่พนักงานของบริษัท

(1) กรรมการ

(2) บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ถือหุ้นในบริษัทเกินกว่าร้อยละยี่สิบของจํานวนหุ้นที่ออกจําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท

(3) บุคคลที่เกี่ยวข้องกับบุคคลตาม (1) หรือ (2) ตามประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยว่าด้วยบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกรรมการของบริษัทประกันวินาศภัย

บริษัทอาจขออนุญาตจากนายทะเบียนให้กู้ยืมเงินแก่บุคคลตามวรรคหนึ่งได้ เฉพาะกรณีจําเป็นและการดําเนินการดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อฐานะการเงินและความมั่นคงของบริษัท โดยต้องได้รับความยินยอมจากคณะกรรมการบริษัทและเปิดเผยข้อมูลให้สาธารณชนทราบ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การลงทุนในตราสารหนี้ที่ผู้ออกตราสารหนี้หรือตราสารหนี้ต้องได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือตามประกาศนี้ หากต่อมาผู้ออกตราสารหนี้หรือตราสารหนี้ถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือต่ํากว่าเกณฑ์ที่สามารถลงทุนได้ตามประกาศนี้ ให้บริษัทจําหน่ายตราสารหนี้นั้นในโอกาสแรกที่สามารถกระทําได้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การพิจารณาอันดับความน่าเชื่อถือตามประกาศนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(1) ในกรณีผู้ออกสินทรัพย์เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย ให้ใช้อันดับความน่าเชื่อถือจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือในประเทศไทย หากไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในประเทศไทยให้ใช้อันดับความน่าเชื่อถือจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่างประเทศ

(2) ในกรณีผู้ออกสินทรัพย์เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในต่างประเทศ ให้ใช้อันดับความน่าเชื่อถือจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่างประเทศ หากไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในต่างประเทศให้ใช้อันดับความน่าเชื่อถือจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือในประเทศไทย

(3) ในกรณีที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของหลักทรัพย์หรือสินทรัพย์ (issue rating) ให้ใช้อันดับความน่าเชื่อถือนั้น

(4) ในกรณีที่ไม่มีอันดับความน่าเชื่อถือของหลักทรัพย์หรือสินทรัพย์ ให้ใช้อันดับความน่าเชื่อถืออย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(ก) อันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกหรือคู่สัญญา ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้ออกหรือคู่สัญญาเป็นธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ให้หมายความรวมถึงอันดับความน่าเชื่อถือสนับสนุน (support credit) ซึ่งสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือประเมินจากแนวโน้มที่ธนาคารดังกล่าวจะได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากรัฐบาลเมื่อมีกรณีจําเป็น

(ข) อันดับความน่าเชื่อถือของผู้รับรอง ผู้รับอาวัล ผู้สลักหลัง หรือผู้ค้ําประกันโดยการรับรอง รับอาวัล สลักหลัง หรือค้ําประกันของบุคคลที่กําหนดต้องเป็นการรับรองตลอดไป รับอาวัลทั้งจํานวน สลักหลังโอนประเภทมีสิทธิไล่เบี้ยโดยไม่มีข้อกําหนดลบล้างหรือจํากัดความรับผิดของผู้สลักหลังหรือค้ําประกันต้นเงินและดอกเบี้ยเต็มจํานวนแบบไม่มีเงื่อนไข

(ค) ในกรณีมีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือมากกว่าหนึ่งอันดับ ให้ใช้อันดับความน่าเชื่อถือที่ดีที่สุดลําดับที่สอง (the second best rating)

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ห้ามมิให้บริษัทนําสินทรัพย์ลงทุนไปก่อภาระผูกพันใด ๆ เว้นแต่ กรณี ดังต่อไปนี้

(1) การนําสินทรัพย์ลงทุนไปวางเป็นประกันต่อศาล หรือนําไปใช้เป็นหลักทรัพย์ประกันการออกหนังสือค้ําประกันจากสถาบันการเงินเพื่อนําไปวางเป็นประกันต่อศาล เพื่อขอทุเลาการบังคับคดีที่ศาลมีคําพิพากษาให้บริษัทชดใช้หนี้ตามสัญญาประกันภัย หรือสัญญาประกันภัยต่อ ทั้งนี้ บริษัทต้องแจ้งให้นายทะเบียนทราบเป็นหนังสือโดยเร็ว พร้อมแสดงเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

(2) การทําธุรกรรมยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ ตามหมวด 4 ส่วนที่ 9

(3) การทําธุรกรรมซื้อหรือขายหลักทรัพย์โดยมีสัญญาขายหรือซื้อคืน ตามหมวด 4 ส่วนที่ 10

(4) กรณีอื่นใดที่ได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ทั้งนี้ นายทะเบียนจะกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การดําเนินการลงทุนของบริษัท หากไม่เป็นไปตามกรอบนโยบายการลงทุน และระเบียบวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนของบริษัท หรือไม่สอดคล้องกับความพร้อมของระบบงานและบุคลากรฐานะความมั่นคงทางการเงินของบริษัท นายทะเบียนอาจสั่งให้บริษัทชี้แจงเหตุผลและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องและในกรณีที่เห็นสมควร นายทะเบียนอาจกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ให้บริษัทปฏิบัติ หรือสั่งให้ระงับการลงทุนดังกล่าว จนกว่าจะสามารถดําเนินการให้เป็นไปตามที่กําหนดได้

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ บริษัทสามารถลงทุนหรือมีไว้ซึ่งสินทรัพย์หรือเข้าเป็นคู่สัญญาได้ ดังต่อไปนี้

(1) ฝากเงินไว้กับสถาบันการเงิน ตามหมวด 4 ส่วนที่ 1

(2) ตราสารหนี้ ตามหมวด 4 ส่วนที่ 2

(3) ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตามหมวด 4 ส่วนที่ 3

(4) ตราสารทุน ตามหมวด 4 ส่วนที่ 4

(5) หน่วยลงทุน ตามหมวด 4 ส่วนที่ 5

(6) สัญญาซื้อขายล่วงหน้า ตามหมวด 4 ส่วนที่ 6

(7) ตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง ตามหมวด 4 ส่วนที่ 7

(8) การให้กู้ยืม การให้เช่าซื้อรถ และการออกหนังสือค้ําประกันเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาของโครงการต่าง ๆ ตามหมวด 4 ส่วนที่ 8

(9) การทําธุรกรรมยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ ตามหมวด 4 ส่วนที่ 9

(10) การทําธุรกรรมซื้อหรือขายหลักทรัพย์โดยมีสัญญาขายหรือซื้อคืน ตามหมวด 4 ส่วนที่ 10

ส่วน ๑ เงื่อนไขทั่วไป

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การคํานวณสัดส่วนการลงทุนของบริษัท ให้ใช้ราคาประเมิน

ส่วน ๒ สัดส่วนการลงทุนตามผู้ออกสินทรัพย์หรือคู่สัญญา

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การคํานวณสัดส่วนการลงทุนตามผู้ออกสินทรัพย์หรือคู่สัญญา ให้นับรวมมูลค่าของเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่คู่สัญญาแต่ละรายเป็นผู้ออก รับรอง รับอาวัล สลักหลัง ค้ําประกันเงินฝากส่วนที่เกินจากที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเงินฝาก เงินให้กู้ยืม เงินให้เช่าซื้อรถ ภาระผูกพันที่เกิดจากการออกหนังสือค้ําประกัน สิทธิเรียกร้องที่เกิดจากการทําสัญญาซื้อขายล่วงหน้าส่วนที่เกินกว่ามูลค่าหลักประกันที่ได้รับจากคู่สัญญา ตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง และสิทธิเรียกร้องและภาระผูกพันอื่นที่เกิดขึ้นจากการลงทุน ที่บริษัทมีต่อคู่สัญญารายหนึ่งรายใด ไม่เกินมูลค่าที่กําหนดตามประเภทผู้ออกสินทรัพย์หรือคู่สัญญา ดังต่อไปนี้

(1) รัฐบาลไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ไม่จํากัดสัดส่วน

(2) สถาบันการเงิน แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละสามสิบของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

(3) องค์การหรือรัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น บริษัทจํากัดภายใต้โครงการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ที่นํารายได้ทั้งจํานวนไปใช้ในโครงการของราชการ บริษัทจํากัดที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ บริษัทจํากัดที่อยู่ระหว่างการดําเนินการกระจายการถือหุ้นรายย่อยตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ํากว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

(4) บริษัทจํากัดที่ออกตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ํากว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท ทั้งนี้ กรณีการลงทุนอื่นนอกจากตราสารหนี้ แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

(5) องค์กรระหว่างประเทศ แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

(6) กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ กองทรัสต์อื่นที่นายทะเบียนประกาศกําหนดกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน แต่ละกองทรัสต์หรือกองทุนรวม ได้ไม่เกินร้อยละสิบของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

(7) คู่สัญญาอื่น แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

ทั้งนี้ บริษัทอาจมีสัดส่วนการลงทุนตามผู้ออกสินทรัพย์หรือคู่สัญญาเกินกว่าสัดส่วนที่กําหนดในวรรคหนึ่งได้เฉพาะกรณีการซื้อหุ้นเพิ่มทุนหรือซื้อตราสารทุนอื่นใดเพื่อวัตถุประสงค์ในการเพิ่มทุนของบริษัทจํากัดตามสัดส่วนจํานวนหุ้นที่บริษัทถืออยู่ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(1) นับแต่วันที่บริษัทได้รับหนังสือบอกกล่าวให้ซื้อหุ้นเพิ่มทุน ห้ามมิให้บริษัทลงทุนใด ๆ ที่มีผลทําให้สัดส่วนการลงทุนไม่เป็นไปตามประกาศนี้ เมื่อมีการซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัทจํากัด

(2) เมื่อบริษัทลงทุนซื้อหุ้นเพิ่มทุนแล้ว ให้นําส่วนของการลงทุนซื้อหุ้นเพิ่มทุน นับรวมกับส่วนการลงทุนอื่น หากเป็นผลให้สัดส่วนการลงทุนไม่เป็นไปตามประกาศนี้ ห้ามมิให้บริษัทลงทุนเพิ่มในกลุ่มการลงทุนที่เกินสัดส่วนนั้นอีก

การคํานวณสัดส่วนการลงทุนตามผู้ออกสินทรัพย์หรือคู่สัญญาตามวรรคหนึ่ง ไม่รวมกรณี ดังต่อไปนี้

(1) การลงทุนในหน่วยลงทุนอื่น นอกจากหน่วยลงทุนตามวรรคหนึ่ง (6)

(2) การให้กู้ยืมแก่พนักงานของบริษัท

ส่วน ๓ สัดส่วนการลงทุนตามประเภทสินทรัพย์

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ การคํานวณสัดส่วนการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม ให้นับรวมมูลค่าของสินทรัพย์หรือดัชนีที่กองทุนรวมนั้นถือครอง ณ วันที่คํานวณ ตามสัดส่วนมูลค่าหน่วยลงทุนที่บริษัทลงทุนในกองทุนรวมนั้น ตามที่กําหนดในรายงานประจําปีล่าสุดของกองทุนรวม หรือ fund fact sheet รวมกับสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์หรือดัชนีประเภทเดียวกันที่บริษัทได้ลงทุนหรือมีไว้ตามสัดส่วนที่กําหนดไว้ในหมวดนี้ (look - through approach)

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ บริษัทสามารถลงทุนในตราสารหนี้ในประเทศที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัลหรือค้ําประกันโดยสถาบันการเงิน ตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทจํากัด องค์การหรือรัฐวิสาหกิจที่ไม่มีกระทรวงการคลังค้ําประกัน ตราสารหนี้ที่ออกโดยกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์หรือกองทรัสต์อื่นที่นายทะเบียนประกาศกําหนด ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนที่ออกโดยบริษัทจํากัด และตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง รวมทั้งหมดได้ไม่เกินร้อยละหกสิบของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ บริษัทสามารถลงทุนในตราสารทุนในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งหมดได้ไม่เกินร้อยละสามสิบของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท เว้นแต่ การลงทุนในตราสารทุนของบริษัทจํากัดที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศ โดยได้รับความเห็นชอบจากนายทะเบียน ตามเงื่อนไขที่นายทะเบียนกําหนด ทั้งนี้ บริษัทต้องดํารงเงินกองทุนเพิ่มเติมจากจํานวนที่ต้องดํารงตามประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ว่าด้วยการกําหนดประเภทและชนิดของเงินกองทุน รวมทั้งหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการคํานวณเงินกองทุนของบริษัทประกันวินาศภัย โดยคํานวณจากผลรวมของเงินกองทุนสําหรับความเสี่ยงด้านตลาด บวกด้วยผลรวมของเงินกองทุนสําหรับความเสี่ยงด้านการกระจุกตัวหรือมูลค่าตราสารทุนที่ลงทุนเกินเงื่อนไขที่กําหนด แล้วแต่มูลค่าใดจะสูงกว่า ทั้งนี้ การดํารงเงินกองทุนสําหรับการลงทุนในตราสารทุนของบริษัทต้องไม่เกินมูลค่าของตราสารทุนที่บริษัทลงทุนโดยตรงและลงทุนผ่านการลงทุนในหน่วยลงทุน

ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้กับกรณีการซื้อหุ้นเพิ่มทุนหรือซื้อตราสารทุนอื่นใดเพื่อวัตถุประสงค์ในการเพิ่มทุนของบริษัทจํากัดตามสัดส่วนจํานวนหุ้นที่บริษัทถืออยู่ และให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในข้อ 27 วรรคสอง

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ บริษัทสามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ใบทรัสต์ของกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และหน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานที่จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศไทย รวมทั้งหมดได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ บริษัทสามารถเข้าเป็นคู่สัญญาซื้อขายล่วงหน้า ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการรับประกันภัยหรือจากสินทรัพย์ที่บริษัทลงทุน โดยมีผลรวมของสถานะถือครองสัญญาสุทธิ รวมทั้งหมดได้ไม่เกินมูลค่าความเสี่ยงที่บริษัทมีอยู่

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ บริษัทสามารถลงทุนโดยการให้กู้ยืมและให้เช่าซื้อรถ รวมทั้งหมดได้ไม่เกินร้อยละยี่สิบของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท ทั้งนี้ ไม่นับรวมการให้กู้ยืมแก่พนักงานของบริษัท

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ บริษัทสามารถออกหนังสือค้ําประกันเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาของโครงการต่าง ๆ รวมทั้งหมดได้ไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ บริษัทสามารถลงทุนโดยการให้กู้ยืมแก่พนักงานของบริษัท รวมทั้งหมดได้ไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ บริษัทสามารถลงทุนในเงินฝากธนาคารต่างประเทศ ตราสารหนี้ต่างประเทศ ตราสารทุนต่างประเทศ หน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่จดทะเบียนจัดตั้งในต่างประเทศ และใบทรัสต์ของกองทรัสต์ที่จดทะเบียนจัดตั้งในต่างประเทศ รวมทั้งหมดได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท ทั้งนี้ หน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ใบทรัสต์ของกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนจัดตั้งในต่างประเทศ รวมกันทั้งหมดไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ บริษัทสามารถลงทุนในสินทรัพย์ดังต่อไปนี้ รวมทั้งหมดได้ไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

(1) ตราสารหนี้ที่กําหนดให้ผู้ทรงตราสารหนี้มีสิทธิในการรับชําระหนี้ด้อยกว่าเจ้าหนี้สามัญทั่วไป

(2) ตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง เว้นแต่ ตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงประเภทคุ้มครองเงินต้น ตามข้อ 44 (3)

(3) ตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศ หรือไม่ได้อยู่ระหว่างการดําเนินการกระจายการถือหุ้นรายย่อยตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือไม่ได้จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ

(4) หน่วยลงทุนของกองทุนรวมสินค้าโภคภัณฑ์ และสินทรัพย์หรือดัชนีที่บริษัทถือครองผ่านการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม ที่กําหนดนโยบายลงทุนในสินทรัพย์หรือดัชนีที่บริษัทลงทุนได้โดยตรง แต่มีการจัดสรรลงทุนบางส่วนในสินทรัพย์หรือดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทองคํา

(5) หน่วยลงทุนของกองทุนรวม ตามข้อ 49 หรือข้อ 50 ที่บริษัทไม่สามารถแยกองค์ประกอบได้หรือไม่มีข้อมูลสัดส่วนประเภทการลงทุนของกองทุนรวมที่เพียงพอ

ส่วน ๔ สัดส่วนการลงทุนตามผู้ออกสินทรัพย์

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ บริษัทสามารถลงทุนในตราสารหนี้แต่ละประเภท ได้ไม่เกินสัดส่วน ดังต่อไปนี้

(1) ตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัล หรือค้ําประกันโดยสถาบันการเงินหรือตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทจํากัด หรือองค์การหรือรัฐวิสาหกิจที่ไม่มีกระทรวงการคลังค้ําประกันหรือตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง รวมถึงตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนที่ออกโดยบริษัทจํากัดรายเดียวกัน แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

(2) ตราสารหนี้ที่ออกโดยกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทรัสต์อื่นที่นายทะเบียนประกาศกําหนด แต่ละกองทรัสต์ ได้ไม่เกินร้อยละสิบของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

(3) ตราสารหนี้ที่ผู้ออกหรือผู้ค้ําประกันเป็นนิติบุคคลต่างประเทศ แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ บริษัทสามารถลงทุนในตราสารทุนของผู้ออกแต่ละรายได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(1) ตราสารทุนของบริษัทจํากัดที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศหรือต่างประเทศหรือของบริษัทจํากัดที่อยู่ระหว่างการเสนอขายต่อประชาชนเป็นการทั่วไปเป็นครั้งแรก (initial public offering: IPO) แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

(2) ตราสารทุนอื่นนอกจาก (1) แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้กับกรณีการซื้อหุ้นเพิ่มทุนหรือซื้อตราสารทุนอื่นใดเพื่อวัตถุประสงค์ในการเพิ่มทุนของบริษัทจํากัดตามสัดส่วนจํานวนหุ้นที่บริษัทถืออยู่ และให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในข้อ 27 วรรคสอง

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ บริษัทสามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมแต่ละกองทุนรวม ได้ไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท เว้นแต่หน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ใบทรัสต์ของกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และหน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานที่จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศไทย แต่ละกองทุนรวมหรือกองทรัสต์ ได้ไม่เกินร้อยละสิบของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ บริษัทสามารถลงทุนโดยการให้กู้ยืม ให้เช่าซื้อรถ และออกหนังสือค้ําประกันเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาของโครงการต่าง ๆ อย่างหนึ่งอย่างใดแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเมื่อรวมกันแล้วให้บริษัทลงทุนแก่บุคคลนั้นได้ไม่เกินร้อยละห้าของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท เว้นแต่การให้กู้ยืมในกรณี ดังต่อไปนี้

(1) การให้กู้ยืมแก่พนักงานของบริษัท

(2) การให้กู้ยืมแก่กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานแต่ละกองทรัสต์หรือกองทุนรวม ให้กู้ยืมได้ไม่เกินร้อยละสิบของสินทรัพย์ลงทุนของบริษัท

ส่วน ๑ ฝากเงินไว้กับสถาบันการเงิน

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ การฝากเงินในประเทศ บริษัทต้องฝากไว้กับธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นหรือสถาบันการเงินที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ํากว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ การฝากเงินในต่างประเทศ บริษัทต้องฝากไว้กับธนาคารต่างประเทศตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(1) เป็นธนาคารต่างประเทศที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ํากว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้

(2) เป็นการฝากเงินระยะสั้นในธนาคารต่างประเทศ โดยธนาคารดังกล่าวตั้งอยู่ในประเทศที่บริษัทได้ลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินต่างประเทศ ทั้งนี้ การฝากเงินดังกล่าวต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อการชําระราคา อํานวยความสะดวก หรือป้องกันปัญหาในการดําเนินงานในต่างประเทศของบริษัท

ส่วน ๒ ตราสารหนี้

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ บริษัทสามารถลงทุนในตราสารหนี้ในประเทศได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(1) ตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัล หรือค้ําประกัน โดยรัฐบาลไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง หรือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน บริษัทสามารถลงทุนได้โดยไม่จํากัดจํานวน

(2) ตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัล หรือค้ําประกัน โดยสถาบันการเงิน หรือตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทจํากัด องค์การหรือรัฐวิสาหกิจ ตราสารหนี้ที่ออกโดยกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทรัสต์อื่นที่นายทะเบียนประกาศกําหนด ซึ่งมีลักษณะ ดังต่อไปนี้

(ก) มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ หรือของผู้ออกตราสารหนี้ หรือของผู้ค้ําประกันไม่ต่ํากว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ เว้นแต่ เป็นตราสารหนี้ที่ออก สั่งจ่าย รับรอง รับอาวัลหรือค้ําประกัน โดยธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น หรือตราสารหนี้ที่ออกโดยองค์การหรือรัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น

(ข) กรณีตราสารหนี้เป็นตั๋วสัญญาใช้เงินหรือตั๋วแลกเงิน ต้องไม่มีข้อจํากัดความรับผิด

(ค) กรณีตราสารหนี้ที่ออกโดยกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทรัสต์อื่นที่นายทะเบียนประกาศกําหนด กองทรัสต์นั้นต้องจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศและมีมูลค่าไม่ต่ํากว่าหนึ่งพันห้าร้อยล้านบาท

(3) ตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงตามหมวด 4 ส่วนที่ 7 ข้อ 52 ประเภทคุ้มครองเงินต้น

กรณีตราสารหนี้ตาม (1) และ (2) ที่เสนอขายในต่างประเทศ ให้ถือว่าเป็นตราสารหนี้ในประเทศที่บริษัทสามารถลงทุนได้ โดยให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กําหนดใน (1) และ (2)

การรับรอง รับอาวัล หรือค้ําประกัน ตาม (1) และ (2) ต้องเป็นการรับรองตลอดไป รับอาวัลทั้งจํานวน สลักหลังโอนประเภทมีสิทธิไล่เบี้ยโดยไม่มีข้อกําหนดลบล้างหรือจํากัดความรับผิดของผู้สลักหลังหรือค้ําประกันต้นเงินและดอกเบี้ยเต็มจํานวนแบบไม่มีเงื่อนไข

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ บริษัทสามารถลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(1) ตราสารหนี้ไม่ด้อยสิทธิที่ออกหรือค้ําประกันโดยรัฐบาลต่างประเทศ องค์การหรือหน่วยงานของรัฐบาลต่างประเทศ หรือองค์กรระหว่างประเทศ และต้องเป็นตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสาร หรือของผู้ออกตราสาร หรือของผู้ค้ําประกัน ไม่ต่ํากว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้

(2) ตราสารหนี้ไม่ด้อยสิทธิที่ออกโดยนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายต่างประเทศ และต้องเป็นตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ํากว่าอันดับความน่าเชื่อถือ ที่สามารถลงทุนได้

(3) ตราสารหนี้ตาม (1) และ (2) ต้องเป็นตราสารหนี้ที่บริษัทสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับตราสารหนี้ดังกล่าวเป็นภาษาอังกฤษผ่านระบบอินเตอร์เน็ต

ส่วน ๓ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ บริษัทสามารถลงทุนในตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุนได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(1) เป็นตราสารที่ออกโดยบริษัทจํากัด ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารไม่ต่ํากว่าอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้

(2) เป็นตราสารที่ขึ้นทะเบียนในสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย

(3) เป็นตราสารที่มีราคาเหมาะสมตามที่สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยกําหนด หรือมีผู้แสดงตนต่อบุคคลทั่วไปว่าพร้อมจะเสนอราคาซื้อและรับซื้อตราสารนั้นในราคาดังกล่าว ตามจํานวนและวิธีการที่สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยกําหนดอยู่เสมอ โดยได้ส่งสําเนาราคาแก่สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยตลอดอายุของตราสารนั้น หรือในกรณีที่เป็นตราสารที่มีการเสนอขายครั้งแรกต้องเป็นตราสารที่มีนักลงทุนสถาบันไม่น้อยกว่าสามรายเป็นผู้ซื้อตราสารดังกล่าว

ส่วน ๔ ตราสารทุน

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ บริษัทสามารถลงทุนในตราสารทุนในประเทศที่ออกโดยบริษัทจํากัดได้ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(1) ไม่เกินร้อยละสิบของจํานวนตราสารทุนที่ออกจําหน่ายทั้งหมดของบริษัทจํากัดนั้น เว้นแต่ การถือตราสารทุนเพื่อการประกอบธุรกิจอื่น และตราสารทุนที่ออกโดยบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จํากัด

(2) กรณีตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศหรือไม่มีตลาดรองซื้อขายเป็นการทั่วไป หรือไม่ได้เป็นตราสารทุนที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์สั่งรับเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศ ซึ่งผู้ออกตราสารทุนดังกล่าวอยู่ระหว่างการดําเนินการกระจายการถือหุ้นรายย่อยตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ต้องได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ทั้งนี้ นายทะเบียนอาจกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ บริษัทสามารถลงทุนในตราสารทุนต่างประเทศที่ออกโดยนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(1) แต่ละรายได้ไม่เกินร้อยละสิบของจํานวนตราสารทุนที่ออกจําหน่ายทั้งหมดของผู้ออกนั้น

(2) กรณีตราสารทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ ต้องเป็นตราสารทุนที่ซื้อขายในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การกํากับดูแลของหน่วยงานกํากับดูแลด้านหลักทรัพย์และตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกสามัญของ International Organizations of Securities Commission (IOSCO) หรือที่มีการซื้อขายในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของ World Federations of Exchange (WFE) หรือที่อยู่ระหว่างการเสนอขายต่อประชาชนเป็นการทั่วไปเป็นครั้งแรก โดยได้รับอนุญาตจากหน่วยงานกํากับดูแลในประเทศนั้น และบริษัทสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับตราสารทุนดังกล่าวเป็นภาษาอังกฤษผ่านอินเตอร์เน็ต

(3) กรณีตราสารทุนอื่นนอกจาก (2) บริษัทสามารถลงทุนได้เฉพาะตราสารทุนที่ออกโดยนิติบุคคล ดังต่อไปนี้ และต้องได้รับความเห็นชอบเป็นหนังสือจากนายทะเบียน ทั้งนี้ นายทะเบียนอาจกําหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้

(ก) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัยจากหน่วยงานกํากับดูแลในประเทศนั้น หรือที่ประกอบธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นในบริษัทประกันภัยที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันภัยดังกล่าว

(ข) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจสนับสนุนธุรกิจประกันภัย

(ค) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามความตกลงของประเทศในสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of South East Asian Nations : ASEAN) หรือของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิค (Economic And Social Commission For Asia And The Pacific : ESCAP) เพื่อประกอบธุรกิจเฉพาะการประกันต่อ

ส่วน ๕ หน่วยลงทุน

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ บริษัทสามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นในประเทศได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(1) เป็นหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่ลงทุนในสินทรัพย์หรือดัชนีประเภทและชนิดเดียวกับสินทรัพย์ที่บริษัทอาจลงทุนหรือมีไว้ได้ หน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ใบทรัสต์ของกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน หรือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมสินค้าโภคภัณฑ์

(2) กรณีกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ต้องจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศ และมีมูลค่ากองทุนไม่ต่ํากว่าหนึ่งพันห้าร้อยล้านบาท

82 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรื่อง การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ. 2556 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e1cdb112e50fd277

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com