法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติควบคุมการบำบัดโรคสัตว์ พ.ศ. 2505

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
31
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

ควบคุมการบำบัดโรคสัตว์

พ.ศ. ๒๕๐๕

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๕

เป็นปีที่ ๑๗ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการบำบัดโรคสัตว์

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติควบคุมการบำบัดโรคสัตว์ พ.ศ. ๒๕๐๕”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้

“สัตว์” หมายความว่า ช้าง ม้า โค กระบือ ลา ล่อ แพะ แกะ สุกร สุนัข แมว กระต่าย ชะนี ลิง ค่าง สัตว์ปีกจำพวก นก ไก่ เป็ด ห่าน และสัตว์ชนิดอื่น ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

“การบำบัดโรคสัตว์” หมายความว่า การกระทำใด ๆ อันกระทำโดยตรงต่อร่างกายสัตว์ เพื่อตรวจหรือรักษาโรคและหมายความรวมตลอดถึงการป้องกันโรค การกำจัดโรค การตบแต่งทางศัลยกรรม การตอนหรือการผสมเทียมด้วย

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการควบคุมการบำบัดโรคสัตว์

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๔

มาตรา ๔ พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่

(๑) ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ในหน้าที่ราชการ หรือในกิจการของสภากาชาดไทย สถานศึกษาวิชาสัตวแพทยศาสตร์ของรัฐบาลหรือสถานศึกษาวิชาสัตวแพทยศาสตร์ที่รัฐบาลรับรอง

(๒) คนต่างด้าวซึ่งเป็นผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ในกิจการที่รัฐบาลตกลงกับองค์การระหว่างประเทศหรือรัฐบาลต่างประเทศ หรือในกิจการอื่นใดที่จะได้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งนายทะเบียนพนักงานเจ้าหน้าที่ และออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ ตลอดจนยกเว้นค่าธรรมเนียม และกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

คณะกรรมการควบคุมการบำบัดโรคสัตว์

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ให้มีกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการควบคุมการบำบัดโรคสัตว์” ประกอบด้วยอธิบดีกรมปศุสัตว์เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกระทรวงกลาโหมหนึ่งคน ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขหนึ่งคน ผู้แทนกรมปศุสัตว์สองคน ผู้แทนคณะสัตวแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์หนึ่งคน ผู้แทนมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์หนึ่งคน ผู้แทนสภากาชาดไทยหนึ่งคน ผู้แทนสัตวแพทย์สมาคมแห่งประเทศไทยหนึ่งคน และผู้ทรงคุณวุฒิในวิชาสัตวแพทยศาสตร์ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งอีกสองคนเป็นกรรมการ

มาตรา ๗

มาตรา ๗ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี และเมื่อพ้นจากตำแหน่ง รัฐมนตรีอาจแต่งตั้งเป็นกรรมการอีกได้

มาตรา ๘

มาตรา ๘ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๗ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) เป็นบุคคลล้มละลาย

(๔) เป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ

(๕) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่คดีความผิดที่เป็นลหุโทษหรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท

เมื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ รัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการแทน

กรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งตามวรรคก่อนอยู่ในตำแหน่งตามวาระของกรรมการซึ่งตนแทน

มาตรา ๙

มาตรา ๙ การประชุมทุกคราวต้องมีกรรมการมาประชุมไม่ต่ำกว่ากึ่งจำนวนของกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อทำกิจการหรือพิจารณาเรื่องใด ๆ อันอยู่ในขอบเขตแห่งอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการได้

การประชุมคณะอนุกรรมการ ให้นำความในมาตรา ๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ ให้คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) ออกใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์และกำหนดเงื่อนไขไว้ในใบอนุญาต

(๒) สั่งพักใช้หรือสั่งเพิกถอนใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์

(๓) ให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่มหาวิทยาลัยและสถานศึกษาอื่นในวิชาสัตวแพทยศาสตร์

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ให้จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการขึ้นในกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตร มีนายทะเบียนคนหนึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการรักษาทะเบียนผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ และในกิจการอื่นทั่วไป และให้มีเจ้าหน้าที่ตามสมควร

ให้นายทะเบียนเป็นเลขานุการคณะกรรมการด้วย

การบำบัดโรคสัตว์

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบการบำบัดโรคสัตว์ เพื่อสินจ้าง บำเหน็จหรือรางวัล เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์จากคณะกรรมการ

การขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาตและการกำหนดเงื่อนไขในใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ ใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ให้ใช้ได้ห้าปีนับแต่วันออกใบอนุญาต

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ การบำบัดโรคสัตว์มีสามสาขา ดังต่อไปนี้

(๑) สาขาอายุรกรรม คือการบำบัดโรคสัตว์ด้วยยา รวมตลอดถึงการป้องกันโรคหรือการกำจัดโรคด้วย

(๒) สาขาศัลยกรรม คือ การบำบัดโรคสัตว์ด้วยการผ่าตัดหรือการใช้รังสีรวมตลอดถึงการตบแต่งทางศัลยกรรมหรือการตอนด้วย

(๓) สาขาสูติกรรม คือการทำคลอด รวมตลอดถึงการผสมเทียมด้วย

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖ ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์มีสองชั้น คือ

(๑) ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ ชั้นหนึ่ง

(๒) ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ ชั้นสอง

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ ชั้นหนึ่ง มีสิทธิประกอบการบำบัดโรคสัตว์สาขาอายุรกรรม สาขาศัลยกรรมและสาขาสูติกรรม ได้ทั้งสามสาขา

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ ชั้นสอง มีสิทธิประกอบการบำบัดโรคสัตว์ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงในสาขาอายุรกรรม สาขาศัลยกรรม และสาขาสูติกรรม ได้ทั้งสามสาขา หรือเฉพาะสาขาใดสาขาหนึ่ง

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๐ และต้องมีความรู้หรือความชำนาญตามมาตรา ๒๑

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ คุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ คือ

(๑) มีอายุยี่สิบปีบริบูรณ์แล้ว

(๒) ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี

(๓) ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่คดีความผิดที่เป็นลหุโทษหรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท

(๔) ไม่เป็นผู้มีกายทุพพลภาพ วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบหรือเป็นโรคที่คณะกรรมการพิจารณาเห็นว่าไม่สมควรให้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์

เฉพาะผู้ที่ขาดคุณสมบัติตาม (๒) หรือ (๓) ถ้าคณะกรรมการพิจารณาเห็นสมควร อาจผ่อนผันให้เป็นรายบุคคลได้

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ ความรู้หรือความชำนาญของผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ คือ

(๑) สำหรับผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ ชั้นหนึ่ง

(ก) ได้รับปริญญาสัตวแพทยศาสตร์บัณฑิตจากสถานศึกษาในประเทศไทย

(ข) ได้รับประกาศนียบัตรวิชาสัตวแพทยศาสตร์จากสถานศึกษาในประเทศไทยก่อน พ.ศ. ๒๔๘๕ และคณะกรรมการได้สอบความรู้เป็นที่พอใจแล้ว หรือ

(ค) ได้รับปริญญาสัตวแพทยศาสตร์บัณฑิตหรือประกาศนียบัตรวิชาสัตวแพทยศาสตร์จากสถานศึกษาในต่างประเทศ และคณะกรรมการได้สอบความรู้เป็นที่พอใจแล้ว ถ้าเป็นคนต่างด้าวต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ในต่างประเทศมาแล้วด้วย

(๒) สำหรับผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ ชั้นสอง

(ก) ได้รับประกาศนียบัตรวิชาสัตวแพทยศาสตร์ หรือใบรับรองการศึกษาอบรมในวิชาการบำบัดโรคสัตว์จากสถานศึกษาในประเทศไทยที่คณะกรรมการรับรอง และคณะกรรมการได้สอบความรู้เป็นที่พอใจแล้ว หรือ

(ข) มีความรู้หรือความชำนาญในการประกอบการบำบัดโรคสัตว์และคณะกรรมการได้ทดสอบความรู้หรือความชำนาญเป็นที่พอใจแล้ว

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ต้องรักษามรรยาทแห่งวิชาชีพตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

พนักงานเจ้าหน้าที่

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ที่มีหรือสงสัยว่ามีการประกอบการบำบัดโรคสัตว์ได้ในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้หรือกฎกระทรวงออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจยึดสัตว์ เอกสารหรือวัตถุที่อาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดีได้

การสั่งพักใช้และสั่งเพิกถอนใบอนุญาต

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ การสั่งพักใช้หรือสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา ๑๑ ให้คณะกรรมการกระทำได้ เมื่อปรากฏว่า

(๑) ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๒๐ หรือไม่มีความรู้หรือความชำนาญตามมาตรา ๒๑

(๒) ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์กระทำการฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้หรือกฎกระทรวงออกตามความในพระราชบัญญัตินี้

(๓) ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ฝ่าฝืนเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต

การสั่งพักใช้ใบอนุญาตให้สั่งได้ครั้งละไม่เกินหนึ่งปี

ก่อนพิจารณาสั่งพักใช้หรือสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ให้คณะกรรมการดำเนินการไต่สวนโดยให้โอกาสแก่ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ผู้นั้นได้ทราบข้อกล่าวหาและยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ซึ่งถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตอาจขอรับใบอนุญาตอีกได้เมื่อพ้นกำหนดสามปีนับแต่วันถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต เมื่อคณะกรรมการได้พิจารณาคำขอรับใบอนุญาตและปฏิเสธการออกใบอนุญาตให้ ผู้นั้นจะยื่นคำขอรับใบอนุญาตได้อีกเมื่อสิ้นระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่คณะกรรมการปฏิเสธการออกใบอนุญาต ถ้าคณะกรรมการปฏิเสธการออกใบอนุญาตในครั้งที่สองนี้แล้ว ผู้นั้นหมดสิทธิขอรับใบอนุญาตอีกต่อไป

การอุทธรณ์

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗ ผู้ขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๓ หรือผู้ถูกสั่งพักใช้หรือถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตตามมาตรา ๒๕ มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการ ซึ่งสั่งไม่ออกใบอนุญาต สั่งพักใช้หรือสั่งเพิกถอนใบอนุญาต แล้วแต่กรณี โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อรัฐมนตรีได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง

คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด

บทกำหนดโทษ

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๓ วรรคหนึ่ง หรือประกอบการบำบัดโรคสัตว์ในระหว่างเวลาที่ถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙ ผู้ใดฝ่าฝืนกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๑๘ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐ ผู้ใดขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติการตามมาตรา ๒๓ หรือมาตรา ๒๔ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๑ ผู้ใดประกอบการบำบัดโรคสัตว์อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ภายในกำหนดเวลาดังกล่าวนี้ ให้ผู้นั้นประกอบการบำบัดโรคสัตว์ไปพลางก่อนได้ แต่ถ้าคณะกรรมการมีคำสั่งไม่อนุญาต ให้ถือว่าผู้นั้นไม่มีสิทธิประกอบการบำบัดโรคสัตว์ตั้งแต่วันที่ทราบคำสั่ง

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

จอมพล ส.ธนะรัชต์

นายกรัฐมนตรี

อัตราค่าธรรมเนียม

(๑) คำขอ ฉบับละ ๕ บาท

(๒) ใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการ

บำบัดโรคสัตว์ ชั้นหนึ่ง ฉบับละ ๒๐๐ บาท

(๓) ใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการ

บำบัดโรคสัตว์ ชั้นสอง

(ก) สาขาอายุรกรรม ฉบับละ ๔๐ บาท

(ข) สาขาศัลยกรรม ฉบับละ ๔๐ บาท

(ค) สาขาสูติกรรม ฉบับละ ๔๐ บาท

(๔) ใบแทนใบอนุญาต ฉบับละ ๒๐ บาท

หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากมีบุคคลรับทำการบำบัดโรคสัตว์เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว แต่ทำการบำบัดโรคสัตว์ไม่ถูกต้องตามหลักวิชา เพราะตนเองไม่มีคุณวุฒิ ทำให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของสัตว์และเป็นการเสื่อมเสียแก่สถาบันการสัตวแพทย์แห่งประเทศไทย นอกจากนี้โรคสัตว์บางชนิดยังเป็นอันตรายแก่ผู้ทำการบำบัดโรคและเจ้าของสัตว์อีกด้วย เช่น โรคแอนแทรกซ์ โรคมงคล่อพิษ โรคพิษสุนัขบ้า โรคสาระติก ฯลฯ เป็นต้น ฉะนั้น จึงสมควรตราพระราชบัญญัติควบคุมการบัดโรคสัตว์เพื่อสวัสดิภาพของประชาชนและเจ้าของสัตว์

สุนันทา/แก้ไข

๒๑/๐๙/๔๔

A+B (C)

สุนันทา/นวพร/พัลลภ จัดทำ

๒ มิถุนายน ๒๕๔๖

[๑]รก.๒๕๐๕/๑๐๕/๑๒๒๙/๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๐๕

31 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติควบคุมการบำบัดโรคสัตว์ พ.ศ. 2505 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e201732e754ab98f

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com