มาตรา ๑๓ ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบการบำบัดโรคสัตว์ เพื่อสินจ้าง บำเหน็จหรือรางวัล เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์จากคณะกรรมการ
การขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาตและการกำหนดเงื่อนไขในใบอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๑๔ ใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ให้ใช้ได้ห้าปีนับแต่วันออกใบอนุญาต
มาตรา ๑๕ การบำบัดโรคสัตว์มีสามสาขา ดังต่อไปนี้
(๑) สาขาอายุรกรรม คือการบำบัดโรคสัตว์ด้วยยา รวมตลอดถึงการป้องกันโรคหรือการกำจัดโรคด้วย
(๒) สาขาศัลยกรรม คือ การบำบัดโรคสัตว์ด้วยการผ่าตัดหรือการใช้รังสีรวมตลอดถึงการตบแต่งทางศัลยกรรมหรือการตอนด้วย
(๓) สาขาสูติกรรม คือการทำคลอด รวมตลอดถึงการผสมเทียมด้วย
มาตรา ๑๖ ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์มีสองชั้น คือ
(๑) ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ ชั้นหนึ่ง
(๒) ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ ชั้นสอง
มาตรา ๑๗ ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ ชั้นหนึ่ง มีสิทธิประกอบการบำบัดโรคสัตว์สาขาอายุรกรรม สาขาศัลยกรรมและสาขาสูติกรรม ได้ทั้งสามสาขา
มาตรา ๑๘ ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ ชั้นสอง มีสิทธิประกอบการบำบัดโรคสัตว์ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงในสาขาอายุรกรรม สาขาศัลยกรรม และสาขาสูติกรรม ได้ทั้งสามสาขา หรือเฉพาะสาขาใดสาขาหนึ่ง
มาตรา ๑๙ ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา ๒๐ และต้องมีความรู้หรือความชำนาญตามมาตรา ๒๑
มาตรา ๒๐ คุณสมบัติของผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ คือ
(๑) มีอายุยี่สิบปีบริบูรณ์แล้ว
(๒) ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี
(๓) ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่คดีความผิดที่เป็นลหุโทษหรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท
(๔) ไม่เป็นผู้มีกายทุพพลภาพ วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบหรือเป็นโรคที่คณะกรรมการพิจารณาเห็นว่าไม่สมควรให้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์
เฉพาะผู้ที่ขาดคุณสมบัติตาม (๒) หรือ (๓) ถ้าคณะกรรมการพิจารณาเห็นสมควร อาจผ่อนผันให้เป็นรายบุคคลได้
มาตรา ๒๑ ความรู้หรือความชำนาญของผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ คือ
(๑) สำหรับผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ ชั้นหนึ่ง
(ก) ได้รับปริญญาสัตวแพทยศาสตร์บัณฑิตจากสถานศึกษาในประเทศไทย
(ข) ได้รับประกาศนียบัตรวิชาสัตวแพทยศาสตร์จากสถานศึกษาในประเทศไทยก่อน พ.ศ. ๒๔๘๕ และคณะกรรมการได้สอบความรู้เป็นที่พอใจแล้ว หรือ
(ค) ได้รับปริญญาสัตวแพทยศาสตร์บัณฑิตหรือประกาศนียบัตรวิชาสัตวแพทยศาสตร์จากสถานศึกษาในต่างประเทศ และคณะกรรมการได้สอบความรู้เป็นที่พอใจแล้ว ถ้าเป็นคนต่างด้าวต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ในต่างประเทศมาแล้วด้วย
(๒) สำหรับผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ ชั้นสอง
(ก) ได้รับประกาศนียบัตรวิชาสัตวแพทยศาสตร์ หรือใบรับรองการศึกษาอบรมในวิชาการบำบัดโรคสัตว์จากสถานศึกษาในประเทศไทยที่คณะกรรมการรับรอง และคณะกรรมการได้สอบความรู้เป็นที่พอใจแล้ว หรือ
(ข) มีความรู้หรือความชำนาญในการประกอบการบำบัดโรคสัตว์และคณะกรรมการได้ทดสอบความรู้หรือความชำนาญเป็นที่พอใจแล้ว
มาตรา ๒๒ ผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ต้องรักษามรรยาทแห่งวิชาชีพตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
พนักงานเจ้าหน้าที่
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).