มาตรา 23
ผู้สมัครสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการในตำแหน่งอัยการผู้ช่วย ต้อง
(1) มีสัญชาติไทย
(2) อายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบสามปี
(3) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองในระบอบรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ
(4) (ก)
เป็นธรรมศาสตร์บัณฑิตหรือนิติศาสตร์บัณฑิต
หรือสอบไล่ได้วิชากฎหมายชั้นเนติบัณฑิตจากโรงเรียนกฎหมายกระทรวงยุติธรรม
หรือสอบไล่สำเร็จวิชากฎหมายจากคณะนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยใน
พ.ศ. 2476
หรือสอบไล่ได้ปริญญาหรือประกาศนียบัตรทางกฎหมายจากต่างประเทศ ซึ่ง ก.อ.
เทียบว่าไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี และ
(ข) สอบไล่ได้วิชากฎหมายจากสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา
(5) เป็นสามัญสมาชิกแห่งเนติบัณฑิตยสภา
(6) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกพักราชการ
(7) ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี
(8) ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว
(9) ไม่เป็นผู้เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ เพราะกระทำผิดวินัย
(10) ไม่เป็นผู้เคยรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
(11) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบหรือมีกายทุพพลภาพ หรือเป็นโรคที่ระบุไว้ในกฎกระทรวง
(12) เป็นผู้ที่คณะกรรมการแพทย์มีจำนวนไม่น้อยกว่า
3 คน ซึ่ง ก.อ. จะได้กำหนดตัว ได้
ตรวจร่างการและจิตใจแล้ว และ ก.อ.
ได้พิจารณารายงานของแพทย์เห็นว่าสมควรรับสมัครได้
ให้ ก.อ. มีอำนาจวางระเบียบเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครสอบคัดเลือกก่อนที่จะรับสมัครได้
มาตรา 24 ให้ ก.อ.
มีอำนาจกำหนดหลักสูตรและวิธีการสอบคัดเลือกตลอดจนวางเงื่อนไขใน
การรับสมัคร
เมื่อสมควรจะมีการสอบคัดเลือกเมื่อใด
ให้อธิบดีเสนอต่อ ก.อ. และให้ ก.อ.
จัดให้มีการ
สอบคัดเลือก
เมื่อได้มีการสอบใหม่และได้ประกาศผลของการสอบแล้ว บัญชีสอบคัดเลือกคราวก่อนเป็นอันล้มเลิก
มาตรา 25
ตำแหน่งข้าราชการอัยการใดที่โดยลักษณะปริมาณ หรือคุณภาพของงานไม่เหมาะสมแก่การแต่งตั้งสตรีเข้ารับราชการ ให้กำหนดโดยกฎกระทรวง ซึ่งออกโดยความเห็นชอบของ ก.อมิให้สตรีเข้ารับราชการในตำแหน่งนั้น
มาตรา 26
ผู้ที่สอบได้คะแนนสูงให้ได้รับบรรจุก่อนผู้ที่ได้คะแนนต่ำลงมาตามลำดับแห่งบัญชีสอบคัดเลือก
ผู้สอบคัดเลือกได้คนใด
หากขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งตามมาตรา 23 หรือเป็นบุคคลซึ่ง ก.อ.เห็นว่ามีชื่อเสียงหรือความประพฤติหรือเหตุอื่น
ๆ ที่ไม่เหมาะสมจะเป็นข้าราชการอัยการ
เป็นอันหมดสิทธิเข้ารับราชการตามการสอบคัดเลือกนั้น
ผู้สอบคัดเลือกได้คนใดได้รับบรรจุเข้ารับราชการแล้วหากภายหลังปรากฏต่อ ก.อ.
ว่าผู้นั้นขาด
คุณสมบัติหรือพื้นความรู้ตามมาตรา 23
ตั้งแต่ก่อนได้รับการบรรจุก็ดี
หรือมีกรณีต้องหาอยู่ก่อนและภายหลังเป็นผู้ขาดคุณสมบัติเนื่องจากกรณีต้องหานั้นก็ดี
ถ้าเป็นข้าราชการอัยการนอกจากตำแหน่งอัยการผู้ช่วยอัยการจังหวัด และอัยการประจำกอง
ก็ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงถอดถอน สำหรับตำแหน่งอัยการผู้ช่วย อัยการจังหวัด และอัยการประจำกอง ให้รัฐมนตรีสั่งถอดถอน แต่ทั้งนี้ต้องไม่เป็นการกระทบกระทั่งถึงการใดที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติไปตามอำนาจและหน้าที่ และการได้รับเงินเดือนก่อนถอดถอน
การพ้นจากตำแหน่ง