法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. 2503

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
71
มาตรา อารัมภบท

ตราพระบรมราชโองการ

ตราพระบรมราชโองการ

พระราชบัญญัติ

ระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ

พ.ศ. 2503

ในพระปรมาภิไธย

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

สังวาลย์

ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

ให้ไว้ ณ วันที่

21 ธันวาคม พ.ศ. 2503

เป็นปีที่ 15

ในรัชกาลปัจจุบัน

โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ

พระมหากษัตริย์โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อความเบื้องต้น

มาตรา 1

มาตรา 1

พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า `พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. 2503'

มาตรา 2

มาตรา 2

พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา 3

มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้

`ข้าราชการฝ่ายอัยการ' หมายความว่า ข้าราชการซึ่งรับราชการในกรมอัยการ โดยได้รับ

เงินเดือนจากเงินงบประมาณประเภทเงินเดือนในกระทรวงมหาดไทย

`รัฐมนตรี' หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

`อธิบดี' หมายความว่า อธิบดีกรมอัยการ

`รองอธิบดี' หมายความว่า รองอธิบดีกรมอัยการ

มาตรา 4

มาตรา 4 ข้าราชการฝ่ายอัยการมี

2 ประเภท

(1) ข้าราชการอัยการ คือ

ข้าราชการผู้มีอำนาจและหน้าที่ในการดำเนินคดีตามกฎหมายซึ่ง

บัญญัติว่าเป็นอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการ

(2) ข้าราชการธุรการซึ่งแบ่งออกเป็น

(ก)

ข้าราชการธุรการสามัญ

คือ ข้าราชการผู้มีหน้าที่ในทางธุรการโดยได้รับเงินเดือน

ในอัตราสามัญ

(ข)

ข้าราชการธุรการวิสามัญ

คือ

ข้าราชการผู้มีหน้าที่ในทางธุรการโดยได้รับเงิน

เดือนในอัตราวิสามัญ

มาตรา 5

มาตรา 5

ข้าราชการอัยการจะได้รับเงินเดือนตามตำแหน่งที่บัญญัติไว้ในมาตรา 13 และตาม

อัตราในบัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้

ในปีหนึ่ง

ให้สำนักงบประมาณกำหนดเงินในงบประมาณไว้สำหรับเลื่อนเงินเดือนข้าราชการอัยการตามที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติ

เพื่อประโยชน์ในการออมทรัพย์ของข้าราชการอัยการคณะรัฐมนตรีจะวางระเบียบและวิธีการให้

กระทรวงการคลังหักเงินเดือนของข้าราชการอัยการไว้เป็นเงินสะสมและคิดดอกเบี้ยจากเงินสะสมนั้นให้ด้วยก็ได้

เงินสะสมและดอกเบี้ยนี้ให้จ่ายคืนเมื่อออกจากราชการ

มาตรา 6

มาตรา 6

เครื่องแบบของข้าราชการอัยการ

และระเบียบการแต่งให้เป็นไปตามที่กำหนดโดย

พระราชกฤษฎีกา

มาตรา 7

มาตรา 7 ข้าราชการอัยการผู้ไปรับราชการตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร เมื่อออก

จากราชการที่ไปรับนั้นโดยไม่มีความเสียหายแล้ว

ประสงค์จะเข้ารับราชการโดยรับเงินเดือนเท่าที่ได้รับอยู่ในขณะที่ไปรับราชการตามกฎหมายนั้นก็ให้ยื่นคำขอภายในกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันพ้นการรับราชการทหาร ให้รัฐมนตรีรับบรรจุทีเดียว

แต่ถ้าจะบรรจุให้ได้รับเงินเดือนสูงกว่าขณะที่ไปรับราชการทหาร ให้บรรจุได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการซึ่ง

ก.อ. จะได้กำหนด

มาตรา 8

มาตรา 8

การบังคับบัญชาข้าราชการอัยการ

ให้นำกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการ

แผ่นดินและกฎหมายว่าด้วยพนักงานอัยการมาใช้บังคับเพียงเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อบทแห่งพระราชบัญญัตินี้เว้นแต่การบังคับบัญชาข้าราชการอัยการในกองอัยการ กองคดีและกองวิชาการ ให้อัยการพิเศษฝ่ายปรึกษา

อัยการพิเศษฝ่ายคดีและอัยการพิเศษฝ่ายวิชาการ

เป็นผู้บังคับบัญชารองจากรองอธิบดีตามลำดับส่วนการบังคับบัญชาข้าราชการอัยการในเขต ให้อัยการพิเศษประจำเขตนั้น ๆ

เป็นผู้บังคับบัญชารองจากรองอธิบดี

มาตรา 9

มาตรา 9

ให้ข้าราชการธุรการเป็นข้าราชการพลเรือนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการ

พลเรือน

และให้ใช้กฎหมายนั้นบังคับแก่ข้าราชการธุรการทุกประการ

ตำแหน่งข้าราชการอัยการใดเป็นตำแหน่งผู้บังคับบัญชาข้าราชการธุรการ โดยเทียบกับตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งใด ให้กำหนดโดยกฎ ก.พ.

มาตรา 10

มาตรา 10

ให้ถือว่าข้าราชการอัยการเป็นข้าราชการพลเรือนตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จ

บำนาญข้าราชการ

มาตรา 11

มาตรา 11 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจกำหนดค่าธรรมเนียมการสอบครั้งหนึ่งไม่เกินหนึ่งร้อยบาท และออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

กฎกระทรวงนั้น

เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

ข้าราชการอัยการ

การบรรจุ

การแต่งตั้ง และการเลื่อน

มาตรา 12

มาตรา 12

ตำแหน่งข้าราชการอัยการมีดังนี้

อธิบดี รองอธิบดี อัยการพิเศษฝ่ายปรึกษา

อัยการพิเศษฝ่ายคดี

อัยการพิเศษฝ่ายวิชาการ

อัยการพิเศษประจำเขต

อัยการประจำกรม อัยการประจำกอง อัยการจังหวัดและอัยการผู้ช่วย

นอกจากตำแหน่งดังกล่าวแล้ว

อาจให้มีตำแหน่งข้าราชการอัยการที่เรียกชื่ออย่างอื่น ซึ่งจะได้มีกฎกระทรวงกำหนดเทียบกับตำแหน่งดังกล่าวแล้ว

กฎกระทรวงเช่นว่านี้ให้ได้รับความเห็นชอบของ ก.อ. ก่อน

มาตรา 13

มาตรา 13 ข้าราชการอัยการให้ได้รับเงินเดือนตามตำแหน่งดังต่อไปนี้

(1) อธิบดี ให้ได้รับเงินเดือนชั้น 6

(2) รองอธิบดี ให้ได้รับเงินเดือนชั้น 5

(3) อัยการพิเศษฝ่ายปรึกษา

อัยการพิเศษฝ่ายคดีอัยการพิเศษฝ่ายวิชาการ อัยการพิเศษ

ประจำเขต

ให้ได้รับเงินเดือนชั้น 4

(4) อัยการประจำกรม ให้ได้รับเงินเดือนชั้น 3

(5) อัยการประจำกอง อัยการจังหวัด ให้ได้รับเงินเดือนชั้น 2

(6) อัยการผู้ช่วย ให้ได้รับเงินเดือนชั้น 1

ในกรณีที่ข้าราชการอัยการได้เลื่อนตำแหน่งให้ได้รับเงินเดือนในอัตราขั้นต่ำของชั้นที่กำหนดไว้

สำหรับตำแหน่งที่เลื่อนขึ้น

แต่ถ้าผู้นั้นได้รับเงินเดือนสูงกว่าขั้นต่ำของชั้นที่กำหนดไว้สำหรับตำแหน่งดังกล่าว

ก็ให้รับเงินเดือนในขั้นของชั้นที่กำหนดไว้สำหรับตำแหน่งนั้น ซึ่งมีจำนวนเท่ากับเงินเดือนที่ได้รับอยู่

มาตรา 14

มาตรา 14 การบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการอัยการในตำแหน่งอัยการผู้ช่วย ให้รัฐมนตรีบรรจุ

โดยวิธีการสอบคัดเลือกตามความในหมวด 2 แห่งลักษณะนี้

แต่ถ้าผู้ใด

(1) สอบไล่ได้ปริญญาหรือประกาศนียบัตรทางกฎหมายจากต่างประเทศ ซึ่ง ก.อ. เทียบว่าไม่

ต่ำกว่าปริญญาตรี

และสอบไล่ได้เป็นธรรมศาสตร์บัณฑิตหรือนิติศาสตร์บัณฑิตหรือสอบไล่ได้ทางสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา

(2) เป็นธรรมศาสตร์บัณฑิตหรือนิติศาสตร์บัณฑิตหรือสอบไล่ได้วิชากฎหมายชั้นเนติบัณฑิตจากโรงเรียนกฎหมายกระทรวงยุติธรรม

หรือสอบไล่สำเร็จวิชากฎหมายจากคณะนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ใน พ.ศ. 2476

และสองไล่ได้ชั้นเกียรตินิยมทางสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา หรือสอบไล่ได้ปริญญาโททางกฎหมายไทย แล้วได้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายตามที่ ก.อ.

กำหนด เป็นเวลาไม่ต่ำกว่าสองปี หรือ

(3) สอบไล่ได้ปริญญาเอกทางกฎหมายไทย

เมื่อ ก.อ.

ได้พิจารณาและสอบสวนเห็นว่า

เป็นผู้มีคุณสมบัติและพื้นความรู้ตามมาตรา 23 และสมควรที่จะรับก็ให้รัฐมนตรีบรรจุเป็นข้าราชการอัยการในตำแหน่งอัยการผู้ช่วยได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์วิธีการ

และอัตราส่วนของจำนวนผู้สอบคัดเลือกได้ ซึ่ง ก.อ. จะได้กำหนด

มาตรา 15

มาตรา 15 การบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการอัยการในตำแหน่งอัยการผู้ช่วย ให้บรรจุให้ได้รับเงิน

เดือนในอัตราขั้นต่ำของชั้น

เว้นแต่ผู้ได้รับการคัดเลือกหรือสอบคัดเลือกผู้ใดเป็นผู้ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรทางกฎหมายจากต่างประเทศด้วย และปริญญาหรือประกาศนียบัตรนั้น ก.อ. เทียบว่าสูงกว่าปริญญาตรี

ก็ให้บรรจุให้ได้รับเงินเดือนในอัตราสูงกว่าขั้นต่ำได้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการซึ่งก.อ.

จะได้กำหนด

มาตรา 16

มาตรา 16

การแต่งตั้งข้าราชการอัยการให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วย อัยการจังหวัด อัยการ

ประจำกองและตำแหน่งที่เทียบกับตำแหน่งดังกล่าว

ให้รัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้งโดยความเห็นชอบของ ก.อ.

อัยการผู้ช่วยผู้ได้รับแต่งตั้งโดยการคัดเลือกหรือสอบคัดเลือก จะคงดำรงตำแหน่งอยู่ได้ต่อเมื่อได้รับการอบรมจากรมอัยการมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี และผลของการอบรมเป็นที่พอใจของ ก.อ.ว่าอัยการผู้ช่วยดังกล่าวมีความรู้ความสามารถและความประพฤติเหมาะสมที่จะเป็นอัยการผู้ช่วย

อัยการผู้ช่วยผู้ใดเป็นอัยการผู้ช่วยมาแล้วเป็นเวลาสองปีและผลของการอบรมยังไม่เป็นที่พอใจของก.อ. ดังกล่าวในวรรคก่อน หรือปรากฏว่าผู้ได้รับแต่งตั้งไม่เหมาะสมที่จะเป็นอัยการผู้ช่วย ให้

รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้ออกจากราชการได้

มาตรา 17

มาตรา 17

การแต่งตั้งข้าราชการอัยการให้ดำรงตำแหน่งอัยการประจำกรม อัยการพิเศษ

ประจำเขต

อัยการพิเศษฝ่ายวิชาการ

อัยการพิเศษฝ่ายคดี

อัยการพิเศษฝ่ายปรึกษา รองอธิบดี

อธิบดีและตำแหน่งที่เทียบกับตำแหน่งดังกล่าว ให้รัฐมนตรีเสนอ ก.อ. เพื่อให้ความเห็นชอบก่อน เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้ว จึงนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้ง

มาตรา 18

มาตรา 18

การเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการอัยการในชั้นหนึ่ง ๆ

ให้รัฐมนตรีเป็นผู้สั่งเลื่อน

ในเมื่อได้รับความเห็นชอบของ ก.อ. แล้ว โดยปกติปีละหนึ่งขั้น โดยคำนึงถึงความอุตสาหะ ความสามารถ และการปฏิบัติตามวินัย

ตลอดจนคุณภาพและปริมาณแห่งราชการตำแหน่งนั้น ๆ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

กฎกระทรวงเช่นว่านี้ให้ได้รับความเห็นชอบของก.อ. ก่อน

มาตรา 19

มาตรา 19

ข้าราชการอัยการผู้ใดถึงแก่ความตายเนื่องจากปฏิบัติหน้าที่ราชการ คณะรัฐมนตรี

จะพิจารณาเลื่อนขั้นหรือชั้นเงินเดือนเพื่อประโยชน์ในการคำนวณบำเหน็จบำนาญก็ได้

มาตรา 20

มาตรา 20

การโอนข้าราชการอัยการเป็นข้าราชการธุรการหรือการโอนข้าราชการอัยการไป

เป็นข้าราชการในกระทรวงทบวงกรมอื่น ให้รัฐมนตรีสั่งได้ เมื่อข้าราชการอัยการผู้นั้นยินยอมและ

ก.อ. เห็นชอบด้วยแล้ว

มาตรา 21

มาตรา 21

การแต่งตั้งข้าราชการธุรการไปเป็นข้าราชการอัยการ โดยได้รับเงินเดือนซึ่งไม่

สูงกว่าเดิมอาจทำได้เมื่อ ก.อ. เห็นชอบด้วย แต่ข้าราชการธุรการผู้นั้นต้องเคยดำรงตำแหน่งข้าราช

การอัยการมาแล้ว

มาตรา 22

มาตรา 22

ข้าราชการอัยการผู้ใดพ้นจากตำแหน่งข้าราชการอัยการไปโดยมิได้มีความผิดหรือ

มลทินในราชการ

หรือไปรับราชการในกระทรวงทบวงกรมอื่น

เมื่อจะกลับเข้ารับตำแหน่งข้าราชการอัยการโดยได้รับเงินเดือนซึ่งไม่สูงกว่าขณะพ้นจากตำแหน่งข้าราชการอัยการ ถ้ามีคุณสมบัติและพื้นความรู้ตามมาตรา 23

รัฐมนตรีจะสั่งรับเพื่อบรรจุเมื่อได้รับความเห็นชอบของ ก.อ. แล้วก็ได้

การสอบคัดเลือก

มาตรา 23

มาตรา 23

ผู้สมัครสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการในตำแหน่งอัยการผู้ช่วย ต้อง

(1) มีสัญชาติไทย

(2) อายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบสามปี

(3) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองในระบอบรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ

(4) (ก)

เป็นธรรมศาสตร์บัณฑิตหรือนิติศาสตร์บัณฑิต

หรือสอบไล่ได้วิชากฎหมายชั้นเนติบัณฑิตจากโรงเรียนกฎหมายกระทรวงยุติธรรม

หรือสอบไล่สำเร็จวิชากฎหมายจากคณะนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยใน

พ.ศ. 2476

หรือสอบไล่ได้ปริญญาหรือประกาศนียบัตรทางกฎหมายจากต่างประเทศ ซึ่ง ก.อ.

เทียบว่าไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี และ

(ข) สอบไล่ได้วิชากฎหมายจากสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา

(5) เป็นสามัญสมาชิกแห่งเนติบัณฑิตยสภา

(6) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกพักราชการ

(7) ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี

(8) ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว

(9) ไม่เป็นผู้เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ เพราะกระทำผิดวินัย

(10) ไม่เป็นผู้เคยรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

(11) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบหรือมีกายทุพพลภาพ หรือเป็นโรคที่ระบุไว้ในกฎกระทรวง

(12) เป็นผู้ที่คณะกรรมการแพทย์มีจำนวนไม่น้อยกว่า

3 คน ซึ่ง ก.อ. จะได้กำหนดตัว ได้

ตรวจร่างการและจิตใจแล้ว และ ก.อ.

ได้พิจารณารายงานของแพทย์เห็นว่าสมควรรับสมัครได้

ให้ ก.อ. มีอำนาจวางระเบียบเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครสอบคัดเลือกก่อนที่จะรับสมัครได้

มาตรา 24

มาตรา 24 ให้ ก.อ.

มีอำนาจกำหนดหลักสูตรและวิธีการสอบคัดเลือกตลอดจนวางเงื่อนไขใน

การรับสมัคร

เมื่อสมควรจะมีการสอบคัดเลือกเมื่อใด

ให้อธิบดีเสนอต่อ ก.อ. และให้ ก.อ.

จัดให้มีการ

สอบคัดเลือก

เมื่อได้มีการสอบใหม่และได้ประกาศผลของการสอบแล้ว บัญชีสอบคัดเลือกคราวก่อนเป็นอันล้มเลิก

มาตรา 25

มาตรา 25

ตำแหน่งข้าราชการอัยการใดที่โดยลักษณะปริมาณ หรือคุณภาพของงานไม่เหมาะสมแก่การแต่งตั้งสตรีเข้ารับราชการ ให้กำหนดโดยกฎกระทรวง ซึ่งออกโดยความเห็นชอบของ ก.อมิให้สตรีเข้ารับราชการในตำแหน่งนั้น

มาตรา 26

มาตรา 26

ผู้ที่สอบได้คะแนนสูงให้ได้รับบรรจุก่อนผู้ที่ได้คะแนนต่ำลงมาตามลำดับแห่งบัญชีสอบคัดเลือก

ผู้สอบคัดเลือกได้คนใด

หากขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งตามมาตรา 23 หรือเป็นบุคคลซึ่ง ก.อ.เห็นว่ามีชื่อเสียงหรือความประพฤติหรือเหตุอื่น

ๆ ที่ไม่เหมาะสมจะเป็นข้าราชการอัยการ

เป็นอันหมดสิทธิเข้ารับราชการตามการสอบคัดเลือกนั้น

ผู้สอบคัดเลือกได้คนใดได้รับบรรจุเข้ารับราชการแล้วหากภายหลังปรากฏต่อ ก.อ.

ว่าผู้นั้นขาด

คุณสมบัติหรือพื้นความรู้ตามมาตรา 23

ตั้งแต่ก่อนได้รับการบรรจุก็ดี

หรือมีกรณีต้องหาอยู่ก่อนและภายหลังเป็นผู้ขาดคุณสมบัติเนื่องจากกรณีต้องหานั้นก็ดี

ถ้าเป็นข้าราชการอัยการนอกจากตำแหน่งอัยการผู้ช่วยอัยการจังหวัด และอัยการประจำกอง

ก็ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงถอดถอน สำหรับตำแหน่งอัยการผู้ช่วย อัยการจังหวัด และอัยการประจำกอง ให้รัฐมนตรีสั่งถอดถอน แต่ทั้งนี้ต้องไม่เป็นการกระทบกระทั่งถึงการใดที่ผู้นั้นได้ปฏิบัติไปตามอำนาจและหน้าที่ และการได้รับเงินเดือนก่อนถอดถอน

การพ้นจากตำแหน่ง

มาตรา 27

มาตรา 27 ข้าราชการอัยการพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ

(1) โอนไปรับราชการทางอื่น

(2)

ตาย

(3) ลาออก

(4) ให้ออก

(5) ปลดออก

(6) ไล่ออก

การพ้นจากตำแหน่งข้าราชการอัยการตาม (1) (2) หรือ (3) ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อ

ทรงทราบ

แต่ถ้าเป็นการพ้นจากตำแหน่งตาม (4) (5) หรือ (6) ต้องนำความกราบบังคมทูลเพื่อ

ทรงถอดถอน

ทั้งนี้

เว้นแต่ตำแหน่งอัยการผู้ช่วยอัยการจังหวัดและอัยการประจำกอง

มาตรา 28

มาตรา 28

ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ข้าราชการอัยการผู้ใด

ประสงค์จะลาออกจากราชการก็ย่อมทำได้

เมื่อรัฐมนตรีได้สอบสวนพิจารณาและอนุญาตแล้ว ให้ถือว่าพ้นจากตำแหน่ง

ถ้ารัฐมนตรีเห็นว่าจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ราชการ จะยับยั้งการอนุญาตให้ลาออกไว้เป็นเวลา

ไม่เกินหนึ่งปี

นับแต่วันยื่นหนังสือขอลาออกก็ได้

ในกรณีผู้ขอลาออกมีเรื่องถูกกล่าวหาว่าทำผิดวินัย และอยู่ในระหว่างการสอบสวนหรือการพิจารณาทางวินัย รัฐมนตรีจะยับยั้งการอนุญาตให้ลาออกไว้เพื่อรอฟังผลของเรื่องที่ถูกกล่าวหาว่าทำผิดวินัยก็ได้แต่ในกรณีที่ผู้ขอลาออกมีกรณีถูกกล่าวหาว่าทำผิดคดีอาญาซึ่งมิใช่ความผิดลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท

หรือมีกรณีต้องหาว่าทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ห้ามมิให้รัฐมนตรีอนุญาตการลาออก แต่เมื่อเรื่องถึงที่สุดแล้ว ผู้ขอลาออกไม่ถูกลงโทษไล่ออก ปลดออกหรือถูกสั่งให้ออก จะยับยั้งการอนุญาตให้ลาออกเพราะเหตุนั้นอีกต่อไปไม่ได้

มาตรา 29

มาตรา 29

เมื่อรัฐมนตรีเห็นสมควรให้ข้าราชการอัยการผู้ใดพ้นจากตำแหน่งโดยให้ออกจาก

ราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญ

จะกราบบังคมทูลเพื่อให้ผู้นั้นออกจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการก็ได้

แต่

(1) การให้ออกเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเพราะเหตุทดแทน ให้ทำได้เฉพาะเหตุดังนี้

(ก)

เมื่อข้าราชการอัยการผู้ใดต้องหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงและได้ดำเนินการ

สอบสวนพิจารณาตามวิธีการที่ได้บัญญัติไว้ในลักษณะ 4 หมวด 3

แล้ว ไม่ได้ความเป็นสัตย์ว่ากระทำผิดที่จะต้องถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก แต่ ก.อ.

เห็นว่าผู้นั้นมีมลทินหรือมัวหมอง จะให้รับราชการต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ และเห็นสมควรให้ออกจากราชการ

(ข)

เมื่อข้าราชการอัยการผู้ใดต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดสำหรับความผิด

ลหุโทษ

หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท

และ ก.อ. ได้พิจารณาเห็นสมควรให้ออกจากราชการ

(ค)

เมื่อข้าราชการอัยการผู้ใดบกพร่องต่อหน้าที่หรือหย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติ

หน้าที่ราชการ

หรือประพฤติตนไม่สมควรที่จะให้คงเป็นข้าราชการต่อไป และ ก.อ.

ได้พิจารณาเห็น

สมควรให้ออกจากราชการ

(ง)

เมื่อข้าราชการอัยการผู้ใดเจ็บป่วยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ราชการสม่ำเสมอแต่ไม่ถึง

ทุพพลภาพ และ

ก.อ. ได้พิจารณาเห็นสมควรให้ออกจากราชการ

(จ)

เมื่อข้าราชการอัยการผู้ใด ก.อ.

ได้สอบสวนพิจารณาเห็นว่าขาดคุณสมบัติตามมาตรา

23 (1) หรือ (11)

หรือขาดจากสมาชิกภาพแห่งเนติบัณฑิตยสภา หรือไปดำรงตำแหน่งการเมือง

(2) การให้ออกเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเพราะเหตุทุพพลภาพ หรือเพราะเหตุรับราชการนาน

ให้ทำได้เมื่อ ก.อ. ได้พิจารณาเห็นสมควรให้ออกจากราชการ

ทั้งนี้

สำหรับตำแหน่งอัยการผู้ช่วย

อัยการจังหวัดและอัยการประจำกองไม่ต้องนำความกราบ

บังคมทูลในการให้ออกจากราชการ

มาตรา 30

มาตรา 30

เมื่อเจ้าหน้าที่ควบคุมเกษียณอายุข้าราชการได้ยื่นบัญชีรายชื่อข้าราชการอัยการผู้มี

สิทธิจะได้รับบำเหน็จบำนาญ ซึ่งมีอายุจะครบกำหนดพ้นจากราชการ เพราะเหตุสูงอายุในปีถัดไปต่อเจ้ากระทรวงตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการแล้ว ให้เจ้ากระทรวงเสนอเรื่องไปให้ก.อ.

พิจารณา ถ้า ก.อ.

เห็นว่าข้าราชการผู้ใดสมควรได้รับการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเพื่อต่อเวลาราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ก็ให้เจ้ากระทรวงดำเนินการต่อไป

มาตรา 31

มาตรา 31 การไล่ออก การปลดออก และการให้ออกจากราชการ ให้เป็นไปตามที่บัญญัติไว้

ในลักษณะ 5

คณะกรรมการอัยการ

มาตรา 32

มาตรา 32

ให้มีคณะกรรมการอัยการคณะหนึ่ง

เรียกโดยย่อว่า ก.อ. ประกอบด้วยรัฐมนตรี

เป็นประธาน

อธิบดีเป็นรองประธาน

รองอธิบดี

อัยการพิเศษฝ่ายปรึกษา

อัยการพิเศษฝ่ายคดี

และอัยการพิเศษฝ่ายวิชาการ เป็นกรรมการอัยการโดยตำแหน่ง และกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิอีกสามคน ซึ่งจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง

ให้ ก.อ. แต่งตั้งข้าราชการฝ่ายอัยการคนหนึ่งเป็นเลขานุการ และให้มีเจ้าหน้าที่ตามสมควร

มาตรา 33

มาตรา 33

กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิให้อยู่ในตำแหน่งได้คราวละสองปี และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่ หากตำแหน่งกรรมการดังกล่าวว่างลงก่อนถึงกำหนด

รัฐมนตรีอาจดำเนินการให้มีการแต่งตั้งเพื่อซ่อม

กรรมการซึ่งได้รับเลือกซ่อมอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระของกรรมการที่ตนแทน

กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิต้องเป็นผู้มีคุณวุฒิตามมาตรา 23 (4) (ก)

เป็นสามัญสมาชิกแห่งเนติบัณฑิตยสภาไม่น้อยกว่ายี่สิบห้าปี

และเป็นข้าราชการบำนาญซึ่งเคยทำงานในหน้าที่พนักงานอัยการ

มาแล้ว

มาตรา 34

มาตรา 34

กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(1) ครบกำหนดวาระ

(2) ตาย

(3) ลาออก

(4) กลับเข้ารับราชการ

(5) ขาดจากสมาชิกภาพแห่งเนติบัณฑิตยสภา

มาตรา 35

มาตรา 35 การประชุมของ ก.อ.

ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง

จึงเป็นองค์

ประชุม

ถ้าประธานไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานทำหน้าที่แทน ถ้า

ประธานและรองประธานไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกันเองเป็นประธานสำหรับในการประชุมคราวนั้น

การวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียงข้างมาก

ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากัน

ให้ประธานแห่งที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา 36

มาตรา 36 ภายใต้บังคับมาตรา

17 ในกรณีที่ ก.อ.

มีหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ให้อธิบดีเป็นผู้เสนอเรื่องต่อ ก.อ.

มาตรา 37

มาตรา 37 ก.อ.

มีอำนาจแต่งตั้งอนุกรรมการให้ทำการใด ๆ ซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ก.อ.

เพื่อเสนอ ก.อ. ได้

วินัยและการลงโทษข้าราชการอัยการ

วินัย

มาตรา 38

มาตรา 38

ข้าราชการอัยการจักต้องรักษาวินัยตามที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้โดยเคร่งครัด ผู้ใดฝ่าฝืนจักต้องได้รับโทษตามที่บัญญัติไว้ในหมวด

2 แห่งลักษณะนี้

มาตรา 39

มาตรา 39

ข้าราชการอัยการต้องสนับสนุนการปกครองตามรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ

มาตรา 40

มาตรา 40

ข้าราชการอัยการต้องดำรงตนอยู่ในมารยาทอันดีงาม เหมาะสมแก่ตำแหน่งหน้าที่

ทนายแผ่นดิน

และต้องอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนตามอำนาจหน้าที่ ต้องไม่ปฏิบัติการอันใดซึ่งเป็นปฏิปักษ์แก่อำนาจหน้าที่นั้น

มาตรา 41

มาตรา 41 ข้าราชการอัยการจะเป็นสมาชิกในพรรคการเมืองไม่ได้

มาตรา 42

มาตรา 42

ข้าราชการอัยการต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งสั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วยกฎหมายห้ามมิให้ขัดขืนหลักเลี่ยง ถ้าไม่เห็นพ้องด้วยคำสั่งนั้น จะเสนอความเห็นทัดทานเป็นหนังสือก็ได้ แต่ต้องเสนอโดยด่วนและเมื่อได้ทัดทานดังกล่าวมานั้นแล้ว ผู้บังคับบัญชามิได้สั่งถอนหรือแก้คำสั่งที่สั่งไป

ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาต้องปฏิบัติตามแต่ให้ผู้บังคับบัญชารีบรายงานตามลำดับจนถึงรัฐมนตรี

ในการปฏิบัติราชการ

ห้ามมิให้กระทำการข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน เว้นแต่จะได้รับอนุญาต

มาตรา 43

มาตรา 43

ข้าราชการอัยการต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความระมัดระวังมิให้เสียหายแก่ราช

การและด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

ห้ามมิให้อาศัยหรือยอมให้คนอื่นอาศัยอำนาจหน้าที่ราชการของตน ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อมหาประโยชน์ให้แก่ตนเองหรือแก่ผู้อื่น

ห้ามมิให้รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา

มาตรา 44

มาตรา 44

ข้าราชการอัยการต้องอุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ จะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่

ราชการไม่ได้

ห้ามมิให้เป็นตัวกระทำการในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนอกจากทางราชการเป็นผู้สั่ง หรือได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรี

มาตรา 45

มาตรา 45

ข้าราชการอัยการต้องรักษาชื่อเสียงมิให้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว

ห้ามมิให้ประพฤติเป็นคนเสเพล

มีหนี้สินรุงรัง

เสพสุรายาเมา

หรือเล่นการพนันเป็นอาจิณ

กระทำความผิดอาญาหรือกระทำการอื่นใดซึ่งความประพฤติหรือการกระทำดังกล่าวแล้วอาจทำให้เสียเกียรติศักดิ์แห่งตำแหน่งหน้าที่ราชการ

มาตรา 46

มาตรา 46

ข้าราชการอัยการต้องต้อนรับ

ให้ความสะดวกและให้ความสงเคราะห์ต่อประชาชน

ผู้มาติดต่อในกิจการอันเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของตนโดยไม่ชักช้า

ห้ามมิให้ดูหมิ่นเหยียดหยามบุคคลใด ๆ และต้องสุภาพเรียบร้อยต่อประชาชน

มาตรา 47

มาตรา 47

ข้าราชการอัยการต้องถือและปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ และต้องสุภาพเรียบร้อยต่อผู้บังคับบัญชา

มาตรา 48

มาตรา 48

ข้าราชการอัยการต้องไม่กระทำการอันเป็นเหตุให้แตกความสามัคคีระหว่างข้าราช

การ

และต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกันในหน้าที่ราชการ

มาตรา 49

มาตรา 49

ข้าราชการอัยการต้องอุตสาหะและอำนวยความสะดวกในหน้าที่ราชการ

71 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. 2503 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e54f025909ac950d

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com