มาตรา 29
เมื่อรัฐมนตรีเห็นสมควรให้ข้าราชการอัยการผู้ใดพ้นจากตำแหน่งโดยให้ออกจาก
ราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญ
จะกราบบังคมทูลเพื่อให้ผู้นั้นออกจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการก็ได้
แต่
(1) การให้ออกเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเพราะเหตุทดแทน ให้ทำได้เฉพาะเหตุดังนี้
(ก)
เมื่อข้าราชการอัยการผู้ใดต้องหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงและได้ดำเนินการ
สอบสวนพิจารณาตามวิธีการที่ได้บัญญัติไว้ในลักษณะ 4 หมวด 3
แล้ว ไม่ได้ความเป็นสัตย์ว่ากระทำผิดที่จะต้องถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออก แต่ ก.อ.
เห็นว่าผู้นั้นมีมลทินหรือมัวหมอง จะให้รับราชการต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ และเห็นสมควรให้ออกจากราชการ
(ข)
เมื่อข้าราชการอัยการผู้ใดต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดสำหรับความผิด
ลหุโทษ
หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท
และ ก.อ. ได้พิจารณาเห็นสมควรให้ออกจากราชการ
(ค)
เมื่อข้าราชการอัยการผู้ใดบกพร่องต่อหน้าที่หรือหย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติ
หน้าที่ราชการ
หรือประพฤติตนไม่สมควรที่จะให้คงเป็นข้าราชการต่อไป และ ก.อ.
ได้พิจารณาเห็น
สมควรให้ออกจากราชการ
(ง)
เมื่อข้าราชการอัยการผู้ใดเจ็บป่วยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ราชการสม่ำเสมอแต่ไม่ถึง
ทุพพลภาพ และ
ก.อ. ได้พิจารณาเห็นสมควรให้ออกจากราชการ
(จ)
เมื่อข้าราชการอัยการผู้ใด ก.อ.
ได้สอบสวนพิจารณาเห็นว่าขาดคุณสมบัติตามมาตรา
23 (1) หรือ (11)
หรือขาดจากสมาชิกภาพแห่งเนติบัณฑิตยสภา หรือไปดำรงตำแหน่งการเมือง
(2) การให้ออกเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเพราะเหตุทุพพลภาพ หรือเพราะเหตุรับราชการนาน
ให้ทำได้เมื่อ ก.อ. ได้พิจารณาเห็นสมควรให้ออกจากราชการ
ทั้งนี้
สำหรับตำแหน่งอัยการผู้ช่วย
อัยการจังหวัดและอัยการประจำกองไม่ต้องนำความกราบ
บังคมทูลในการให้ออกจากราชการ