มาตรา 32
ให้มีคณะกรรมการอัยการคณะหนึ่ง
เรียกโดยย่อว่า ก.อ. ประกอบด้วยรัฐมนตรี
เป็นประธาน
อธิบดีเป็นรองประธาน
รองอธิบดี
อัยการพิเศษฝ่ายปรึกษา
อัยการพิเศษฝ่ายคดี
และอัยการพิเศษฝ่ายวิชาการ เป็นกรรมการอัยการโดยตำแหน่ง และกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิอีกสามคน ซึ่งจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้ง
ให้ ก.อ. แต่งตั้งข้าราชการฝ่ายอัยการคนหนึ่งเป็นเลขานุการ และให้มีเจ้าหน้าที่ตามสมควร
มาตรา 33
กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิให้อยู่ในตำแหน่งได้คราวละสองปี และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่ หากตำแหน่งกรรมการดังกล่าวว่างลงก่อนถึงกำหนด
รัฐมนตรีอาจดำเนินการให้มีการแต่งตั้งเพื่อซ่อม
กรรมการซึ่งได้รับเลือกซ่อมอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระของกรรมการที่ตนแทน
กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิต้องเป็นผู้มีคุณวุฒิตามมาตรา 23 (4) (ก)
เป็นสามัญสมาชิกแห่งเนติบัณฑิตยสภาไม่น้อยกว่ายี่สิบห้าปี
และเป็นข้าราชการบำนาญซึ่งเคยทำงานในหน้าที่พนักงานอัยการ
มาแล้ว
มาตรา 34
กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(1) ครบกำหนดวาระ
(2) ตาย
(3) ลาออก
(4) กลับเข้ารับราชการ
(5) ขาดจากสมาชิกภาพแห่งเนติบัณฑิตยสภา
มาตรา 35 การประชุมของ ก.อ.
ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง
จึงเป็นองค์
ประชุม
ถ้าประธานไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานทำหน้าที่แทน ถ้า
ประธานและรองประธานไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกันเองเป็นประธานสำหรับในการประชุมคราวนั้น
การวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียงข้างมาก
ถ้ามีคะแนนเสียงเท่ากัน
ให้ประธานแห่งที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
มาตรา 36 ภายใต้บังคับมาตรา
17 ในกรณีที่ ก.อ.
มีหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ให้อธิบดีเป็นผู้เสนอเรื่องต่อ ก.อ.
มาตรา 37 ก.อ.
มีอำนาจแต่งตั้งอนุกรรมการให้ทำการใด ๆ ซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ก.อ.
เพื่อเสนอ ก.อ. ได้
วินัยและการลงโทษข้าราชการอัยการ
วินัย
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).