法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยการมอบอำนาจ พ.ศ. 2550

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
32
มาตรา อารัมภบท

พระราชกฤษฎีกา

ว่าด้วยการมอบอํานาจ

พ.ศ. ๒๕๕๐

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๐

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ

โดยที่เป็นการสมควรกําหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการมอบอํานาจ

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และ มาตรา ๓๘ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๐ จึงทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการมอบอํานาจ พ.ศ. ๒๕๕๑

มาตรา ๒

มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ในพระราชกฤษฎีกานี้

“มอบอํานาจ” หมายความว่า การที่ผู้ดํารงตําแหน่งที่มีอํานาจหน้าที่ที่จะพึงปฏิบัติ หรือดําเนินการตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ หรือคําสั่งใด หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องใด เมื่อเวลา เว้นแต่การอนุญาตตามมาตรา ๓๘ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้มอบอํานาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ การปฏิบัติราชการหรือการดําเนินการอื่นใดตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ หรือคําสั่งนั้น หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องนั้น ให้แก่ผู้ดํารง ตําแหน่งอื่นปฏิบัติราชการแทน

“ผู้มอบอํานาจ” หมายความว่า ผู้ดํารงตําแหน่งที่มีอํานาจหน้าที่ที่จะพึงปฏิบัติหรือ ดําเนินการตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ คําสั่ง หรือมติของคณะรัฐมนตรี ในการสั่งการอนุญาต การอนุมัติ การปฏิบัติราชการ หรือการดําเนินการอื่นใด

“ผู้รับมอบอํานาจ” หมายความว่า ผู้ดํารงตําแหน่งอื่นที่ได้รับมอบอํานาจจากผู้ดํารง ตําแหน่งที่มีอํานาจหน้าที่ดังกล่าว

“ศูนย์บริการร่วม” หมายความว่า หน่วยงานที่รวมงานบริการของส่วนราชการเดียวกันหรือต่างส่วนราชการมาปฏิบัติราชการร่วมกันในการให้บริการและอํานวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการและประชาชน

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

มาตรา ๕

มาตรา ๕ การมอบอํานาจต้องเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

(๑) การอํานวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชน

(๒) ความคุ้มค่า ความรวดเร็ว และประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ

(๓) การกระจายอํานาจการตัดสินใจและความรับผิดชอบที่เหมาะสม

(๔) ไม่เป็นการเพิ่มขั้นตอนหรือระยะเวลาในการใช้อํานาจ และไม่ต้องผ่านการพิจารณาของผู้ดํารงตําแหน่งต่างๆ มากเกินความจําเป็น

เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการมอบอํานาจตามวรรคหนึ่ง ผู้มอบอํานาจอาจวางแนวทางหรือกําหนดรายละเอียดวิธีปฏิบัติราชการเพิ่มเติมในเรื่องการมอบอํานาจโดยไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชกฤษฎีกานี้ เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจหรือลักษณะของงานที่ต้องมีการใช้อํานาจที่มอบอํานาจไปนั่นก็ได้

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ในการมอบอํานาจ ผู้มอบอํานาจอาจมอบอํานาจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่อยู่ในอํานาจหน้าที่การปฏิบัติราชการของผู้มอบอํานาจ เพื่อให้ผู้รับมอบอํานาจปฏิบัติราชการแทนในเรื่องนั้นทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้ โดยต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการมอบอํานาจตามมาตรา ๕ และคํานึงถึงขีดความสามารถ ความรับผิดชอบ และความเหมาะสมตามสภาพของตําแหน่ง อํานาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้รับมอบอํานาจและผู้มอบอํานาจ เว้นแต่เป็นเรื่องใดตามกรณี ดังต่อไปนี้ ผู้มอบอํานาจอาจไม่มอบอํานาจในเรื่องดังกล่าวก็ได้

(๑) เป็นเรื่องที่มีกฎหมายบัญญัติให้เป็นอํานาจเฉพาะหรือเป็นเรื่องที่โดยสภาพไม่อาจมอบอํานาจได้

(๒) เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับนโยบายสําคัญ

(๓) เป็นเรื่องที่มีความจําเป็นต้องมีการดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

(๔) เป็นเรื่องที่อาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนหรือเกิดความไม่เป็นธรรมแก่ประชาชนได้

การมอบอํานาจตามวรรคหนึ่งให้รวมถึงการมอบอํานาจในการทํานิติกรรมสัญญาฟ้องคดีและดําเนินคดีด้วย

ในกรณีที่การดําเนินการในเรื่องใดที่พระราชกฤษฎีกานี้กําหนดให้ต้องมีการมอบอํานาจให้ดําเนินการมอบอํานาจตามนั้น โดยจะยกความในมาตรานี้ขึ้นอ้างเพื่อไม่มอบอํานาจไม่ได้

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ในการมอบอํานาจ ให้ผู้มอบอํานาจดําเนินการดังต่อไปนี้

(๑) วางหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการใช้อํานาจของผู้รับมอบอํานาจ

(๒) จัดให้มีระบบการตรวจสอบและการรายงานผลการใช้อํานาจของผู้รับมอบอํานาจ

(๓) กํากับดูแล และแนะนําการใช้อํานาจของผู้รับมอบอํานาจ

(๔) จัดทําบัญชีการมอบอํานาจเสนอผู้บังคับบัญชา

เมื่อมีการมอบอํานาจแล้ว หากผู้มอบอํานาจเห็นว่าผู้รับมอบอํานาจใช้อํานาจที่รับมอบโดยไม่ถูกต้องหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหาย ผู้มอบอํานาจอาจมีคําสั่งแก้ไขการปฏิบัติราชการของผู้รับมอบอํานาจหรือให้ผู้รับมอบอํานาจหยุดการปฏิบัติราชการไว้ก่อน และผู้มอบอํานาจเป็นผู้ใช้อํานาจนั้นโดยตรงก็ได้

มาตรา ๘

มาตรา ๘ การมอบอํานาจให้ทําเป็นหนังสือ โดยระบุรายละเอียดเกี่ยวกับการมอบอํานาจให้ชัดเจนเพียงพอที่จะเข้าใจในเรื่อง ดังต่อไปนี้

(๑) ชื่อหรือตําแหน่งของผู้มอบอํานาจ

(๒) ชื่อหรือตําแหน่งของผู้รับมอบอํานาจ

(๓) อํานาจหมอบ รวมทั้งอาจกําหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการใช้อํานาจด้วยก็ได้

มาตรา ๙

มาตรา ๙ การมอบอํานาจย่อมมีผลตราบเท่าที่ยังไม่มีการเพิกถอนหรือสิ้นผลลงโดยเงื่อนเวลาหรือโดยเหตุอื่น

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ในการปฏิบัติราชการแทน ผู้รับมอบอํานาจอาจดําเนินการใดๆ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการมอบอํานาจนั้นตามที่เห็นสมควร แต่ต้องใช้อํานาจที่รับมอบให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่มีการมอบอํานาจหรือตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการใช้อํานาจในเรื่องนั้น รวมทั้งต้องจัดทํารายงานผลการใช้อํานาจดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ที่ผู้มอบอํานาจกําหนด

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ ๑๑ ให้ ก.พ.ร. มีอํานาจหน้าที่กํากับดูแลและติดตามตรวจสอบการมอบอํานาจของผู้ดํารงตําแหน่งใดๆ เพื่อให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกานี้ อํานาจหน้าที่เช่นว่านี้ให้รวมถึง

(๑) แนะนําให้ผู้มอบอํานาจดําเนินการปรับปรุงหรือแก้ไขการมอบอํานาจให้ถูกต้อง

(๒) กําหนดให้ส่วนราชการรายงานข้อมูลเกี่ยวกับการมอบอํานาจให้ทราบตามที่เห็นสมควร

ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกานี้ ให้ ก.พ.ร. เป็นผู้มีอํานาจวินิจฉัยคําวินิจฉัยของ ก.พ.ร. ให้เป็นที่สุด

ในกรณีที่เห็นสมควรเพื่อประโยชน์แก่การปฏิบัติราชการเรื่องใดที่ไม่อาจใช้หลักเกณฑ์การมอบอํานาจตามพระราชกฤษฎีกานี้ได้ ให้ ก.พ.ร. เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อกําหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการมอบอํานาจการปฏิบัติราชการในเรื่องนั้นไว้เป็นการเฉพาะ

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติราชการในกระทรวงให้ปลัดกระทรวงมี อํานาจกําหนดแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการมอบอํานาจของส่วนราชการในสังกัด ทั้งในกรณีการมอบอํานาจในส่วนราชการเดียวกันหรือการมอบอํานาจให้กับส่วนราชการอื่นที่อยู่ในสังกัดของกระทรวงเดียวกันได้

ในกรณีที่เห็นสมควร ก.พ.ร. อาจเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อมีมติกําหนดหลักเกณฑ์ ทั่วไปเกี่ยวกับการมอบอํานาจของกระทรวง เพื่อให้ทุกกระทรวงปฏิบัติก็ได้

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ในกระทรวงที่มีการแบ่งกลุ่มภารกิจซึ่งหัวหน้ากลุ่มภารกิจมีอํานาจ เช่นเดียวกับปลัดกระทรวงตามมาตรา ๒๑ วรรคหก แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ ให้หัวหน้ากลุ่มภารกิจดําเนินการมอบอํานาจตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกานี้ โดยให้ถือเสมือนหนึ่งเป็นปลัดกระทรวงของส่วนราชการในกลุ่มภารกิจนั้น

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ ให้อธิบดีจัดให้มีการมอบอํานาจภายในกรมของตน เพื่อให้การปฏิบัติราชการมีการกระจายความรับผิดชอบได้อย่างเหมาะสมกับภารกิจของรัฐแต่ละด้านหรือเพื่อประโยชน์ ในการให้บริการและอํานวยความสะดวกแก่ประชาชน

ในการกําหนดเรื่องการมอบอํานาจภายในกรมตามวรรคหนึ่ง ให้มีการกําหนดให้หัวหน้าส่วนราชการต้องมอบอํานาจให้แก่ผู้ดํารงตําแหน่งที่มีหน้าที่รับผิดชอบดําเนินการเรื่องนั้นโดยตรง เว้นแต่ในกรณีมีความจําเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติราชการ หรือมีเหตุเร่งด่วนอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ หัวหน้าส่วนราชการอาจจัดให้มีการมอบอํานาจให้แก่ผู้ดํารงตําแหน่งอื่นที่เห็นสมควรเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทนก็ได้

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ ในกรณีที่มีความจําเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติราชการและผู้มอบอํานาจเห็นสมควรมอบอํานาจการปฏิบัติราชการในเรื่องใดเรื่องหนึ่งให้แก่ผู้ดํารงตําแหน่งและปฏิบัติราชการอยู่ในส่วนราชการอื่น ให้ผู้มอบอํานาจดําเนินการดังต่อไปนี้

(๑) กรณีที่เป็นส่วนราชการในกรมเดียวกัน ให้ทําความตกลงระหว่างหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องแล้วแจ้งการมอบอํานาจนั้นให้อธิบดีทราบพร้อมด้วยเหตุผล

(๒) กรณีที่เป็นส่วนราชการที่มิได้สังกัดกรมเดียวกัน ให้ทําความตกลงระหว่างอธิบดีของกรมที่ผู้มอบอํานาจสังกัดกับอธิบดีของกรมที่ผู้รับมอบอํานาจสังกัด แล้วแจ้งให้ปลัดกระทรวงทราบพร้อมด้วยเหตุผล

หมวด ๑๖ ให้นําความในหมวดนี้มาใช้บังคับกันส่วนราชการและหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือกรมที่เรียกชื่ออย่างอื่น ส่วนราชการตามมาตรา ๑๘ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ หรือส่วนราชการที่มีหัวหน้าส่วนราชการเป็นผู้บังคับบัญชาขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรีด้วยโดยอนุโลม

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ ในการมอบอํานาจให้แก่ผู้ดํารงตําแหน่งอื่นในส่วนราชการต่างกระทรวง เว้นแต่กรณีการมอบอํานาจให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดตามหมวด ๕ ให้กระทําได้เมื่อมีการทําบันทึกความตกลงระหว่างส่วนราชการที่มอบอํานาจและ รับมอบอํานาจแล้ว และการมอบอํานาจนั้นต้องทําเป็นหนังสือ

บันทึกความตกลงตามวรรคหนึ่งต้องระบุรายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการใช้อํานาจซึ่งอย่างน้อยต้องมีรายการดังนี้

(๑) ขอบเขตอํานาจที่ได้มอบ

(๒) แนวทาง นโยบาย และข้อสงวนของการใช้อํานาจ

(๓) ชื่อและตําแหน่งของเจ้าหน้าที่ที่ติดต่อได้ในกรณีมีข้อสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการใช้อํานาจ

ให้ปลัดกระทรวงของแต่ละกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการมอบอํานาจเป็นผู้ลงนามในบันทึกข้อตกลง ในกรณีที่เป็นการมอบอํานาจระหว่างกรมของแต่ละกระทรวง ให้อธิบดีของกรมที่เกี่ยวข้องกับการมอบอํานาจเป็นผู้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงด้วย

การมอบอํานาจตามวรรคหนึ่ง ให้ส่งสําเนาบันทึกความตกลงและหนังสือมอบอํานาจดังกล่าวให้แก่ ก.พ.ร. ด้วย

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘ ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีหรือ ก.พ.ร. มีมติให้มีการมอบอํานาจในเรื่องใดระหว่างส่วนราชการต่างกระทรวง ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่มอบอํานาจให้เป็นไปตามนั้น โดยมิให้นําความในมาตรา ๑๗ มาใช้บังคับ แต่ทั้งนี้ถ้าคณะรัฐมนตรีหรือ ก.พ.ร. กําหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการมอบอํานาจและการปฏิบัติราชการไว้อย่างใด ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่ปฏิบัติ ตามหลักเกณฑ์นั้นด้วย

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ ให้นําความในหมวดนี้มาใช้บังคับกับส่วนราชการและหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือกรมที่เรียกชื่ออย่างอื่น ส่วนราชการตามมาตรา ๑๘ วรรคสี่ แห่ง พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ หรือส่วนราชการที่มีหัวหน้าส่วนราชการเป็นผู้บังคับบัญชาขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรีด้วยโดยอนุโลม

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ ๒๐ เมื่อมีการจัดตั้งศูนย์บริการร่วม ให้หัวหน้าส่วนราชการหรือผู้ดํารงตําแหน่งที่เกี่ยวข้องมอบอํานาจทั้งปวงในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของศูนย์บริการร่วมนั้น ให้แก่ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติในศูนย์บริการร่วม

อํานาจที่จะมอบและระยะเวลาในการมอบอํานาจตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีหรือ ก.พ.ร. กําหนด โดยไม่ต้องปฏิบัติตามหมวด ๒ และหมวด ๓

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ ให้ศูนย์บริการร่วมจัดทํารายงานแสดงการมอบอํานาจตามมาตรา ๒๐ และปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบอํานาจให้ ก.พ.ร. ทราบ ภายในเวลาที่ ก.พ.ร. กําหนด

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ ๒๒ อํานาจในการสั่งการอนุญาต การอนุมัติ การปฏิบัติราชการ หรือการดําเนินการอื่นที่ส่วนราชการใดจะพึงปฏิบัติหรือดําเนินการตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ หรือ คําสั่งใดหรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องใดในเขตพื้นที่จังหวัด ถ้ากฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ หรือคําสั่งนั้นหรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องนั้นมิได้กําหนดเรื่องการมอบอํานาจไว้เป็นอย่างอื่นหรือ มิได้ห้ามเรื่องการมอบอํานาจไว้ให้หัวหน้าส่วนราชการดําเนินการมอบอํานาจการปฏิบัติราชการในเขตพื้นที่จังหวัดให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ ในกรณีที่มีการมอบอํานาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทน ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดําเนินการดังต่อไปนี้

(๑) ในกรณีที่อํานาจนั้นเกี่ยวกับราชการของส่วนราชการใด และส่วนราชการนั้นปฏิบัติหน้าที่อยู่ในจังหวัด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดขอบอํานาจให้แก่หัวหน้าส่วนราชการนั้น

(๒) นอกจากกรณีตาม (๑) ผู้ว่าราชการจังหวัดอาจมอบอํานาจให้รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด หรือหัวหน้าส่วนราชการหรือผู้ดํารงตําแหน่งอื่นที่เกี่ยวข้องในจังหวัด เป็นผู้ปฏิบัติราชการแทนก็ได้

ในกรณีที่การปฏิบัติราชการในเรื่องใดภายในจังหวัดมีความจําเป็นต้องมีการมอบอํานาจเป็นอย่างอื่นเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการปฏิบัติราชการของจังหวัด ให้ ก.พ.ร. มีอํานาจกําหนดการมอบอํานาจสําหรับการปฏิบัติราชการที่แตกต่างจากวรรคหนึ่ง (๑) หรือ (๒) ได้

ในกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบอํานาจให้แก่ผู้ดํารงตําแหน่งตามวรรคหนึ่งและ วรรคสอง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรายงานผู้มอบอํานาจเพื่อทราบด้วย

มาตรา ๒๓/๑

มาตรา ๒๓/๑ อํานาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ การปฏิบัติราชการ หรือ การดําเนินการอื่นที่ผู้ว่าราชการจังหวัดจะพึงปฏิบัติ หรือดําเนินการตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ หรือคําสั่งใด หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องใด ถ้ากฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ หรือ คําสั่งนั้น หรือมติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องนั้น มิได้กําหนดเรื่องการมอบอํานาจไว้เป็นอย่างอื่น หรือ มิได้ห้ามเรื่องการมอบอํานาจไว้ ผู้ว่าราชการจังหวัดอาจมอบอํานาจภายในจังหวัดได้

ในการมอบอํานาจตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบอํานาจให้แก่ผู้ดํารง ตําแหน่งที่มีหน้าที่รับผิดชอบดําเนินการเรื่องนั้นโดยตรง เว้นแต่ในกรณีมีความจําเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติราชการ หรือมีเหตุเร่งด่วนอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ผู้ว่าราชการจังหวัดอาจมอบอํานาจให้แก่ผู้ดํารงตําแหน่งอื่นที่เห็นสมควรเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทนก็ได้

มาตรา ๒๓/๒

มาตรา ๒๓/๒ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยภายในเขตพื้นที่จังหวัด และเป็นกรณีมีความจําเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติราชการ หรือมีเหตุเร่งด่วนอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ผู้ว่าราชการจังหวัดอาจมอบอํานาจให้แก่ผู้ซึ่งได้รับคําสั่งให้มาปฏิบัติราชการในจังหวัดแต่มิได้ดํารงตําแหน่งอยู่ในจังหวัดนั้นเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทนเป็นการชั่วคราวก็ได้

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ ให้นายอําเภอ ปลัดอําเภอผู้เป็นหัวหน้าประจํากิ่งอําเภอ และหัวหน้าส่วนราชการประจําจังหวัดดําเนินการมอบอํานาจให้เป็นไปตามแนวทางที่กําหนดในพระราชกฤษฎีกา

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ การใช้อํานาจของผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้รับมอบอํานาจจากผู้ว่าราชการจังหวัดและของผู้ดํารงตําแหน่งใดในจังหวัด ต้องสอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัดและแผนพัฒนากลุ่มจังหวัด

มาตรา ๒๖

มาตรา ๒๖ ในกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นว่าเรื่องใดเป็นเรื่องที่ไม่อาจมอบอํานาจตามมาตรา ๒๓ ได้ เนื่องจากเป็นกรณีตามมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดอาจไม่มอบอํานาจนั้นก็ได้

เมื่อมีการมอบอํานาจตามมาตรา ๒๓ หรือมาตรา ๒๓/๒ แล้ว ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอํานาจหน้าที่กํากับดูแลการปฏิบัติงานของผู้รับมอบอํานาจให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการมอบอํานาจนั้น ในกรณีที่เห็นว่าผู้รับมอบอํานาจได้ใช้อํานาจปฏิบัติราชการแทนโดยไม่ถูกต้อง หรืออาจก่อให้เกิดความเสียหาย หรือปรากฏเหตุขึ้นภายหลังว่าเป็นกรณีตามมาตรา ๖ (๒) (๓) และ (๔) ผู้ว่าราชการจังหวัดอาจมีคําสั่งให้ผู้รับมอบอํานาจแก้ไขการปฏิบัติราชการหรือหยุดการปฏิบัติราชการดังกล่าวไว้ก่อน และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ใช้อํานาจในเรื่องนั้นก็ได้

การใช้อํานาจของผู้ว่าราชการจังหวัดตามวรรคสอง ผู้ว่าราชการจังหวัดอาจมอบอํานาจให้แก่รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ หรือผู้ดํารงตําแหน่งอื่นที่เกี่ยวข้องในจังหวัดเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทนก็ได้

การดําเนินการของผู้ว่าราชการจังหวัดตามวรรคหนึ่งและวรรคสาม ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งการดําเนินการพร้อมทั้งเหตุผลให้ส่วนราชการหรือผู้มอบอํานาจทราบด้วย ทั้งนี้ หากส่วนราชการหรือผู้มอบอํานาจมีความเห็นเป็นอย่างอื่น ให้นําข้อขัดแย้งนั้นเสนอ ก.พ.ร. เป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด

ให้นําความในมาตรา มาใช้บังคับกับการมอบอํานาจตามมาตรา ๒๔ ด้วยโดยอนุโลม

มาตรา ๒๖/๑

มาตรา ๒๖/๑ ในกรณีที่หัวหน้าส่วนราชการมอบอํานาจให้แก่ข้าราชการส่วนกลางที่อยู่ในจังหวัด และมิใช่กรณีที่ต้องดําเนินการตามมาตรา ๒๒ ให้ผู้รับมอบอํานาจดังกล่าวรายงานการใช้อํานาจในการปฏิบัติราชการแทนในเขตพื้นที่จังหวัดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบด้วย และในกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นว่าผู้รับมอบอํานาจปฏิบัติราชการโดยไม่ถูกต้องหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอํานาจในการแนะนําหรือยับยั้งการกระทําใด ๆ ของ ผู้รับมอบอํานาจไว้ชั่วคราว แล้วรายงานส่วนราชการหรือผู้มอบอํานาจเพื่อพิจารณาดําเนินการ รวมทั้งอาจสายงานเรื่องดังกล่าวต่อ ก.พ.ร. ด้วยก็ได้

มาตรา ๒๗

มาตรา ๒๗ ส่วนราชการใดมีภารกิจที่ต้องดําเนินการในต่างประเทศ ให้หัวหน้าส่วนราชการนั้นมอบอํานาจทั้งปวงที่จะต้องดําเนินการในต่างประเทศนั้นให้แก่หัวหน้าคณะผู้แทนและให้หัวหน้าคณะผู้แทนมอบอํานาจให้รองหัวหน้าคณะผู้แทนหรือบุคคลในคณะผู้แทน

มาตรา ๒๘

มาตรา ๒๘ เพื่อประโยชน์ในการอํานวยความสะดวกในการบริการประชาชน ให้ ส่วนราชการซึ่งกํากับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดําเนินการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วางระเบียบการมอบอํานาจให้เหมาะสมกับภารกิจการบริการประชาชน ทั้งนี้ โดยคํานึงถึงความสะดวกรวดเร็วประสิทธิภาพ และประหยัด ในการบริการประชาชน ตามแนวทางตามพระราชกฤษฎีกานี้

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙ เพื่อประโยชน์ในการอํานวยความสะดวกในการบริการประชาชนคณะรัฐมนตรีจะมีมติให้คณะกรรมการของรัฐวิสาหกิจและองค์การมหาชนดําเนินการให้มีระเบียบว่าด้วยการมอบอํานาจให้สอดคล้องกับแนวทางตามพระราชกฤษฎีกานี้ โดยจะกําหนดให้ระเบียบดังกล่าว อย่างน้อยต้องกําหนดให้การใช้อํานาจของผู้รับมอบอํานาจในเขตจังหวัดใดต้องสอดคล้องกับนโยบายและแผนพัฒนาจังหวัดนั้นด้วยก็ได้

บทเฉพาะกาล - -------------------------

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐ การใดที่เกี่ยวกับการมอบอํานาจที่เคยดําเนินการตามหลักเกณฑ์ของระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการมอบอํานาจ พ.ศ. ๒๕๔๖ ก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นการมอบอํานาจที่ชอบตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้มีอํานาจลงนาม - ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์

นายกรัฐมนตรี

32 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยการมอบอำนาจ พ.ศ. 2550 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_e6ec300c8c146da3

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com