我的書籤免費註冊

พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยการมอบอำนาจ พ.ศ. 2550 หมวด ๑ บททั่วไป

มาตรา ๕–มาตรา ๑๑共 7 條

มาตรา ๕

มาตรา ๕ การมอบอํานาจต้องเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้ (๑) การอํานวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการของประชาชน (๒) ความคุ้มค่า ความรวดเร็ว และประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ (๓) การกระจายอํานาจการตัดสินใจและความรับผิดชอบที่เหมาะสม (๔) ไม่เป็นการเพิ่มขั้นตอนหรือระยะเวลาในการใช้อํานาจ และไม่ต้องผ่านการพิจารณาของผู้ดํารงตําแหน่งต่างๆ มากเกินความจําเป็น เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการมอบอํานาจตามวรรคหนึ่ง ผู้มอบอํานาจอาจวางแนวทางหรือกําหนดรายละเอียดวิธีปฏิบัติราชการเพิ่มเติมในเรื่องการมอบอํานาจโดยไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชกฤษฎีกานี้ เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจหรือลักษณะของงานที่ต้องมีการใช้อํานาจที่มอบอํานาจไปนั่นก็ได้

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ในการมอบอํานาจ ผู้มอบอํานาจอาจมอบอํานาจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่อยู่ในอํานาจหน้าที่การปฏิบัติราชการของผู้มอบอํานาจ เพื่อให้ผู้รับมอบอํานาจปฏิบัติราชการแทนในเรื่องนั้นทั้งหมดหรือบางส่วนก็ได้ โดยต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการมอบอํานาจตามมาตรา ๕ และคํานึงถึงขีดความสามารถ ความรับผิดชอบ และความเหมาะสมตามสภาพของตําแหน่ง อํานาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้รับมอบอํานาจและผู้มอบอํานาจ เว้นแต่เป็นเรื่องใดตามกรณี ดังต่อไปนี้ ผู้มอบอํานาจอาจไม่มอบอํานาจในเรื่องดังกล่าวก็ได้ (๑) เป็นเรื่องที่มีกฎหมายบัญญัติให้เป็นอํานาจเฉพาะหรือเป็นเรื่องที่โดยสภาพไม่อาจมอบอํานาจได้ (๒) เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับนโยบายสําคัญ (๓) เป็นเรื่องที่มีความจําเป็นต้องมีการดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน (๔) เป็นเรื่องที่อาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนหรือเกิดความไม่เป็นธรรมแก่ประชาชนได้ การมอบอํานาจตามวรรคหนึ่งให้รวมถึงการมอบอํานาจในการทํานิติกรรมสัญญาฟ้องคดีและดําเนินคดีด้วย ในกรณีที่การดําเนินการในเรื่องใดที่พระราชกฤษฎีกานี้กําหนดให้ต้องมีการมอบอํานาจให้ดําเนินการมอบอํานาจตามนั้น โดยจะยกความในมาตรานี้ขึ้นอ้างเพื่อไม่มอบอํานาจไม่ได้

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ในการมอบอํานาจ ให้ผู้มอบอํานาจดําเนินการดังต่อไปนี้ (๑) วางหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการใช้อํานาจของผู้รับมอบอํานาจ (๒) จัดให้มีระบบการตรวจสอบและการรายงานผลการใช้อํานาจของผู้รับมอบอํานาจ (๓) กํากับดูแล และแนะนําการใช้อํานาจของผู้รับมอบอํานาจ (๔) จัดทําบัญชีการมอบอํานาจเสนอผู้บังคับบัญชา เมื่อมีการมอบอํานาจแล้ว หากผู้มอบอํานาจเห็นว่าผู้รับมอบอํานาจใช้อํานาจที่รับมอบโดยไม่ถูกต้องหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหาย ผู้มอบอํานาจอาจมีคําสั่งแก้ไขการปฏิบัติราชการของผู้รับมอบอํานาจหรือให้ผู้รับมอบอํานาจหยุดการปฏิบัติราชการไว้ก่อน และผู้มอบอํานาจเป็นผู้ใช้อํานาจนั้นโดยตรงก็ได้

มาตรา ๘

มาตรา ๘ การมอบอํานาจให้ทําเป็นหนังสือ โดยระบุรายละเอียดเกี่ยวกับการมอบอํานาจให้ชัดเจนเพียงพอที่จะเข้าใจในเรื่อง ดังต่อไปนี้ (๑) ชื่อหรือตําแหน่งของผู้มอบอํานาจ (๒) ชื่อหรือตําแหน่งของผู้รับมอบอํานาจ (๓) อํานาจหมอบ รวมทั้งอาจกําหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการใช้อํานาจด้วยก็ได้

มาตรา ๙

มาตรา ๙ การมอบอํานาจย่อมมีผลตราบเท่าที่ยังไม่มีการเพิกถอนหรือสิ้นผลลงโดยเงื่อนเวลาหรือโดยเหตุอื่น

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ในการปฏิบัติราชการแทน ผู้รับมอบอํานาจอาจดําเนินการใดๆ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการมอบอํานาจนั้นตามที่เห็นสมควร แต่ต้องใช้อํานาจที่รับมอบให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่มีการมอบอํานาจหรือตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการใช้อํานาจในเรื่องนั้น รวมทั้งต้องจัดทํารายงานผลการใช้อํานาจดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ที่ผู้มอบอํานาจกําหนด

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ ๑๑ ให้ ก.พ.ร. มีอํานาจหน้าที่กํากับดูแลและติดตามตรวจสอบการมอบอํานาจของผู้ดํารงตําแหน่งใดๆ เพื่อให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกานี้ อํานาจหน้าที่เช่นว่านี้ให้รวมถึง (๑) แนะนําให้ผู้มอบอํานาจดําเนินการปรับปรุงหรือแก้ไขการมอบอํานาจให้ถูกต้อง (๒) กําหนดให้ส่วนราชการรายงานข้อมูลเกี่ยวกับการมอบอํานาจให้ทราบตามที่เห็นสมควร ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชกฤษฎีกานี้ ให้ ก.พ.ร. เป็นผู้มีอํานาจวินิจฉัยคําวินิจฉัยของ ก.พ.ร. ให้เป็นที่สุด ในกรณีที่เห็นสมควรเพื่อประโยชน์แก่การปฏิบัติราชการเรื่องใดที่ไม่อาจใช้หลักเกณฑ์การมอบอํานาจตามพระราชกฤษฎีกานี้ได้ ให้ ก.พ.ร. เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อกําหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการมอบอํานาจการปฏิบัติราชการในเรื่องนั้นไว้เป็นการเฉพาะ

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).