我的書籤免費註冊

กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาตและการอนุญาตผลิต ครอบครอง จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านซึ่งเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ พ.ศ. 2552 หมวด ๒

ข้อ ๑๐–ข้อ ๑๖共 7 條

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้ใดประสงค์จะขออนุญาตครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ ให้ยื่นคำขออนุญาตต่ออธิบดีพร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานประกอบการขออนุญาต ดังต่อไปนี้ (๑) แผนที่แสดงที่ตั้งของสถานที่ครอบครองหรือสถานที่เก็บเชื้อโรคและพิษจากสัตว์และสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง (๒) แบบแปลนแผนผังสิ่งปลูกสร้างภายในบริเวณสถานที่ครอบครองหรือสถานที่เก็บเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ที่ถูกต้องตามมาตราส่วน โดยแสดงรายการ ดังต่อไปนี้ (ก) รูปด้านหน้า ด้านข้าง แปลนพื้น และรูปตัดของอาคารที่ใช้ในการครอบครองหรือเก็บเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ (ข) การแบ่งกั้นห้อง เนื้อที่หรือบริเวณที่ใช้ในการเก็บเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ (ค) ตำแหน่งที่เก็บเชื้อโรคและพิษจากสัตว์

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้นำความในข้อ ๓ และข้อ ๔ มาใช้บังคับกับการรับคำขออนุญาตตามหมวดนี้ไว้พิจารณาโดยอนุโลม

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เมื่อมีคำสั่งรับคำขออนุญาตแล้ว อธิบดีจะมีคำสั่งออกใบอนุญาตครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ให้แก่ผู้ขออนุญาตได้ต่อเมื่อปรากฏว่าผู้ขออนุญาตมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๖ (๑) (๒) (๓) และ (๔) และมีสถานที่ครอบครองหรือสถานที่เก็บเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ตามข้อ ๑๓ โดยต้องแจ้งผลการพิจารณาเป็นหนังสือให้ผู้ขออนุญาตทราบภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่มีคำสั่งรับคำขออนุญาตไว้พิจารณา ในกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งไม่ออกใบอนุญาต ให้แจ้งสิทธิอุทธรณ์ไว้ในหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขออนุญาตทราบด้วย ในกรณีที่อธิบดีมีคำสั่งออกใบอนุญาต ให้ผู้ได้รับอนุญาตมารับใบอนุญาตภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งออกใบอนุญาต หากไม่มารับใบอนุญาตภายในกำหนดเวลาดังกล่าวถือว่าสละสิทธิการเป็นผู้ได้รับอนุญาตเป็นผู้ครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ และให้อธิบดีจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ

ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ผู้ขออนุญาตครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ต้องจัดให้มีสถานที่ครอบครองหรือสถานที่เก็บเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ที่ปลอดภัยจากการแพร่กระจายของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์โดยมีเครื่องควบคุมอุณหภูมิให้สม่ำเสมอไม่เกิน ๕ องศาเซลเซียส

ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ผู้รับใบอนุญาตครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ (๑) จัดให้มีสถานที่ครอบครองหรือสถานที่เก็บเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ตามที่กำหนดในข้อ ๑๓ ตลอดระยะเวลาที่ได้รับใบอนุญาต (๒) จัดให้มีบุคคลผู้ทำหน้าที่ควบคุมการครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ ซึ่งมีคุณวุฒิ ดังต่อไปนี้ ตลอดระยะเวลาที่ได้รับใบอนุญาต (ก) ได้รับปริญญาในสาขาหนึ่งสาขาใดดังต่อไปนี้ คือ แพทยศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ วิทยาศาสตร์สาขาวิชาจุลชีววิทยา หรือสาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ หรือ (ข) ได้รับปริญญาในสาขาอื่น ๆ นอกจาก (ก) ที่มีการศึกษาด้านจุลชีววิทยาไม่น้อยกว่า ๑๒ หน่วยกิต (๓) จัดให้มีการเก็บเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ที่ครอบครองในหลอดหรือขวดที่ทำด้วยแก้วพลาสติก หรือโลหะ ปากหลอดเชื่อมปิดสนิทหรือมีฝาปิดสนิท ด้านนอกของหลอดหรือขวดให้ปิดฉลากแสดงชื่อ และชื่อทางวิทยาศาสตร์ของเชื้อโรคหรือพิษจากสัตว์ที่ใช้ในภาษาอังกฤษ พันหลอดหรือขวดด้วยกระดาษที่ดูดซึมนํ้าได้โดยรอบก่อนนำมาบรรจุในภาชนะชั้นที่สองซึ่งต้องมีความคงทนไม่แตกง่ายและกันน้ำซึมผ่านได้ (๔) จัดทำบัญชีรายเดือนแสดงการครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ตามแบบที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา และเก็บบัญชีดังกล่าวไว้ ณ สถานที่ครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์เพื่อการตรวจสอบ ให้ผู้รับใบอนุญาตดำเนินการตาม (๒) ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกำหนดภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต

ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ภายใต้บังคับข้อ ๑๔ (๒) ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตประสงค์จะเปลี่ยนแปลงบุคคลผู้ทำหน้าที่ควบคุมการครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ หรือประสงค์จะจัดให้มีบุคคลผู้ทำหน้าที่ควบคุมการครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์เพิ่มขึ้นจากที่ได้ดำเนินการไว้ตามข้อ ๑๔ วรรคสอง ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมเป็นหนังสือพร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับบุคคลผู้ทำหน้าที่ควบคุมการครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ตามที่ระบุในคำขอเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมต่ออธิบดีเพื่อพิจารณา ให้นำความในข้อ ๓ ข้อ ๔ และข้อ ๑๒ มาใช้บังคับกับการรับคำขอ การพิจารณาคำขอและการมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอตามความในข้อนี้ด้วยโดยอนุโลม

ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ แบบคำขออนุญาต เอกสารหรือหลักฐานอื่นนอกจากที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๐ ที่ต้องยื่นพร้อมคำขออนุญาต และแบบใบอนุญาตครอบครองเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ ให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา การจำหน่าย การนำเข้า หรือการส่งออกซึ่งเชื้อโรคและพิษจากสัตว์

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).