ข้อ ๓ ค่าจ้างขั้นตําและขั้นสูงที่ใช้เป็นฐานในการคํานวณเงินสมทบของผู้ประกันตน
ตามมาตรา ๓๓ แต่ละคน ให้กําหนดเป็นจํานวน ดังต่อไปนี้
(๑) ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๕ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๑ จํานวน
ไม่ตํากว่าเดือนละหนึ่งพันหกร้อยห้าสิบบาท และไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นเจ็ดพันห้าร้อยบาท
(๒) ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๒ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ จํานวน
ไม่ตํากว่าเดือนละหนึ่งพันหกร้อยห้าสิบบาท และไม่เกินเดือนละสองหมื่นบาท
(๓) ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นต้นไป จํานวนไม่ตํากว่าเดือนละหนึ่งพันหกร้อย
ห้าสิบบาท และไม่เกินเดือนละสองหมื่นสามพันบาท
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๕
ตรีนุช เทียนทอง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
หน้า ๒
เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๕๑ ก ราชกิจจานุเบกษา ๑๒ จันวาคม ๒๕๐๕
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงค่าจ้างขั้นตํา
และขั้นสูงที่ใช้เป็นฐานในการคํานวณเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมของผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๓
แต่ละคน ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับประโยชน์ทดแทน
เพิ่มขึ้นตามฐานในการคํานวณเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม จึงจําเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้