มาตรา ๑๒๐ ในกรณีที่การกระทําความผิดใดมีบทกําหนดโทษทางอาญาตามพระราชบัญญัตินี้
หากเป็นการกระทําความผิดของบุคคลตามมาตรา ๑๒๑ ให้การกระทําความผิดนั้น อาจถูกดําเนิน
มาตรการลงโทษปรับทางปกครองได้ตามบทบัญญัติในส่วนนี้
การดําเนินมาตรการลงโทษปรับทางปกครองตามวรรคหนึ่ง ไม่เป็นเหตุให้ระงับการใช้อํานาจ
ของอธิบดี ผู้ตรวจการขนส่งทางราง นายทะเบียน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ ในการกําหนดมาตรการอื่น
ทางปกครอง
มาตรา ๑๒๑ บุคคลดังต่อไปนี้ อาจถูกดําเนินมาตรการลงโทษปรับทางปกครองตามมาตรา ๑๒๐ ได้
(๑) ผู้ประจําหน้าที่
(๒) ผู้ได้รับใบอนุญาต
(๓) กรรมการหรือผู้มีอํานาจจัดการแทนผู้ได้รับใบอนุญาต
มาตรา ๑๒๒ โทษปรับทางปกครองมี ๒ ชั้น ดังต่อไปนี้
(๑) โทษปรับทางปกครองชั้น ๑ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท
(๒) โทษปรับทางปกครองชั้น ๒ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สี่หมื่นบาทแต่ไม่เกินสี่แสนบาท
หน้า ๕๒
เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ จันวาคม ๒๕๒๐๕
ในกรณีที่การกระทําความผิดที่มีโทษปรับทางปกครองและเป็นการกระทําความผิดที่มีลักษณะต่อเนื่อง
ให้ต้องระวางโทษปรับรายวันได้ในอัตรา ดังต่อไปนี้
(๑) กรณีโทษปรับทางปกครองชั้น ๑ ให้ปรับวันละไม่เกินสองหมื่นบาท
(๒) กรณีโทษปรับทางปกครองชั้น ๒ ให้ปรับวันละไม่เกินสี่หมื่นบาท
ในกรณีที่สภาพเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไป จํานวนสูงสุดของค่าปรับทางปกครองตามวรรคหนึ่ง
และโทษปรับรายวันตามวรรคสอง อาจแก้ไขเพิ่มเติมได้โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา
มาตรา ๑๒๓ การกระทําความผิดใดของบุคคลตามมาตรา ๑๒๑ จะมีโทษปรับทางปกครอง
ชั้น ๑ หรือชั้น ๒ และจะมีอัตราโทษปรับทางปกครองขั้นตําหรือขั้นสูง ให้เป็นไปตามข้อบังคับ
ของกระทรวงคมนาคมโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
ในการกําหนดอัตราโทษปรับทางปกครองตามวรรคหนึ่ง ให้คํานึงถึงลักษณะของความร้ายแรง
ของการกระทําความผิดและความเสียหายที่เกิดขึ้น
มาตรา ๑๒๕ ในการวินิจฉัยโทษปรับทางปกครอง ให้เป็นอํานาจของบุคคล ดังต่อไปนี้
(๑) อธิบดี สําหรับการกระทําความผิดที่ต้องระวางโทษปรับทางปกครองชั้น ๑
(๒) คณะกรรมการพิจารณาโทษปรับทางปกครอง สําหรับการกระทําความผิดที่ต้องระวางโทษปรับ
ทางปกครองชั้น ๒ และความผิดที่ต้องระวางโทษปรับทางปกครองชั้น ๑ ที่เกี่ยวเนื่องกัน
ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาโทษปรับทางปกครองตามวรรคหนึ่ง ประกอบด้วย
ผู้แทนกระทรวงคมนาคม ผู้แทนกรมการขนส่งทางราง และผู้แทนสํานักงานอัยการสูงสุด
มาตรา ๑๒๕ เมื่อปรากฏว่ามีการกระทําความผิดของบุคคลตามมาตรา ๑๒๑ ให้อธิบดี
พิจารณาใช้มาตรการลงโทษปรับทางปกครองแก่ผู้ถูกกล่าวหาตามสมควร
หากมีการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนในคดีเกี่ยวกับการกระทําความผิด
ของบุคคลตามมาตรา ๑๒๑ ให้พนักงานสอบสวนส่งเรื่องดังกล่าวให้อธิบดีภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มี
การร้องทุกข์หรือกล่าวโทษเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไปตามบทบัญญัติในส่วนนี้
มาตรา ๑๒๒๐ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๒๕ ให้อธิบดีพิจารณาใช้มาตรการลงโทษปรับทางปกครอง
กับผู้ซึ่งถูกกล่าวหาตามสมควร โดยให้คํานึงถึงความร้ายแรงแห่งพฤติกรรม การพยายามบรรเทาผลร้าย
ที่เกิดขึ้น และความเสียหายที่เกิดจากการกระทําความผิด
ในกรณีที่อธิบดีพิจารณาแล้วเห็นว่า ควรใช้มาตรการลงโทษปรับทางปกครองกับผู้ซึ่งถูกกล่าวหาว่า
กระทําความผิด ให้อธิบดีดําเนินการตามมาตรา ๑๒๓ และแจ้งพนักงานสอบสวนทราบ
หน้า ๕๓
เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๕ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒๓ จันวาคม ๒๕๒๐๕
ในกรณีที่อธิบดีพิจารณาแล้วเห็นว่า ไม่ควรใช้มาตรการลงโทษปรับทางปกครองกับผู้ซึ่งถูกกล่าวหาว่า
กระทําความผิด ให้อธิบดีแจ้งพนักงานสอบสวนเพื่อดําเนินคดีอาญาแก่ผู้กระทําความผิดนั้นต่อไป
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).