我的書籤免費註冊

พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2568

子法規・公布 2025-12-30・全 68 條

附則

อารัมภบท附則

หน้า ๑๑ เล่ม ๑๕๒ ตอนที ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕ ย ณส พระราชกฤษฎีกา จัดตังสํานักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถ การแข่งขันและการพัฒนาพื้นที (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๒๐๕ ๕ =% ซ ซ= = พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดศรสนทรมหาวชราลงกรณ ณี 9๑7 9๑7 1 ๓ พระวชรเกลาเจาอยูหว ให้ไว้ ณ วันที ๓๑ จันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ เป็นปีที ๑๐ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยทีเป็นการสมควรจัดตังสํานักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิมความสามารถ การแข่งขันและการพัฒนาพื้นทิขึ้นเป็นองค์การมหาชนตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชน อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๓๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติองค์การมหาชน พ.ศ. ๒๕๕๒ ซึ่งแก้ไขเพิมเติมโดยพระราชบัญญัติองค์การมหาชน (ฉบับที ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี่

มาตรา ๑附則

มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานีเรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาจัดตังสํานักงานเร่งรัดการวิจัย และนวัตกรรมเพื่อเพิมความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นทิ (องค์การมหาชน) พ.ศ. ๒๕๒๐๕”

มาตรา ๒附則

มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานิให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป หน้า ๑๒ เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕

มาตรา ๓附則

มาตรา ๓ ในพระราชกฤษฎีกานี้ “การวิจัย” หมายความว่า การศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์ หรือทดลองอย่างเป็นระบบ อันจะทําให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริง ความรู้ใหม่ หรือหลักการไปใช้ในการตั้งกฎ ทฤษฎี แนวทางในการปฏิบัติ เพื่อเป็นพื้นฐานของการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปวิทยาการแขนงต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อสร้างนวัตกรรม อันจะสามารถนํามาใช้ประโยชน์ได้ “นวัตกรรม” หมายความว่า ผลิตภัณฑ์ สิ่งประดิษฐ์ บริการ กรรมวิธีที่เกี่ยวกับการผลิต การจัดโครงสร้างองค์กร ระบบบริหารจัดการ การบริหารการเงิน ธุรกิจ การตลาด หรือในการอื่นใด ทั้งนี้ ซึ่งเป็นสิ่งใหม่หรือพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างมีนัยสําคัญและนําไปใช้ประโยชน์ได้ในวงกว้างทั้งในเชิงพาณิชย์ และสังคม “เทคโนโลยีที่เหมาะสม” หมายความว่า เทคโนโลยีที่ใช้ในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นหรือพื้นที่ ซึ่งเหมาะสมกับสังคมและวัฒนธรรม และมีราคาพอสมควรที่ประชาชนเข้าถึงได้ “สภานโยบาย” หมายความว่า สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ตามกฎหมายว่าด้วยสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ “กสว.” หมายความว่า คณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ “สํานักงาน” หมายความว่า สํานักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถ การแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) “หน่วยบริหารจัดการทุน” หมายความว่า หน่วยบริหารจัดการทุนด้านต่าง ๆ ในสํานักงาน เร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการสํานักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาทพื้นที่ “ผู้อํานวยการ” หมายความว่า ผู้อํานวยการสํานักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาทพื้นที่ “ผู้อํานวยการหน่วย” หมายความว่า ผู้อํานวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านต่าง ๆ ในสํานักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ หน้า ๑๓ เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕ “เจ้าหน้าที่” หมายความว่า เจ้าหน้าที่ของสํานักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ “ลูกจ้าง” หมายความว่า ลูกจ้างของสํานักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาทพื้นที่ “ผู้ปฏิบัติงาน” หมายความว่า ผู้ปฏิบัติงานของสํานักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ “รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

มาตรา ๕附則

มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ การจัดตั้ง วัตถุประสงค์ หน้าที่และอํานาจ

หมวด ๑

มาตรา ๕附則

มาตรา ๕ ให้จัดตั้งองค์การมหาชนขึ้น เรียกว่า “สํานักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน)” เรียกโดยย่อว่า “รวพ.”

มาตรา ๒附則

มาตรา ๒ ให้สํานักงานมีที่ตั้งสํานักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานครหรือในจังหวัดอื่นตามที่รัฐมนตรี ประกาศกําหนดในราชกิจจานุเบกษา และอาจตั้งสํานักงานสาขาได้ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร มาตรา ซ สํานักงานมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้ (๑) จัดให้มี บริหารจัดการ และให้ทุนสําหรับการวิจัยและการสร้างนวัตกรรม การพัฒนา ปรับปรุงเทคโนโลยีขั้นสูงและเทคโนโลยีที่เหมาะสม รวมถึงการพัฒนากําลังคนทักษะสูง ผู้ประกอบการใหม่ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จําเป็นสําหรับระบบวิจัยและนวัตกรรม ทั้งนี้ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่ม ความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตและบริการของประเทศ การพัฒนาพื้นที่ และการยกระดับ คุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจฐานราก รวมถึงการสนับสนุนการวิจัยและการสร้างนวัตกรรมเพื่อสร้างรากฐาน ไปสู่อุตสาหกรรมและกิจการแห่งอนาคต (๒) ขับเคลื่อนและเร่งรัดการวิจัย การสร้างนวัตกรรม และการพัฒนาปรับปรุงเทคโนโลยี ตาม (๑) เพื่อนําผลงานไปใช้ประโยชน์และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม หน้า ๑๕ เล่ม ๑๕๒ ตอนที ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕ (๓) บริหารจัดการเพื่อให้เกิดการลงทุนวิจัยและนวัตกรรมร่วมกับภาคเอกชนหรือภาคประชาสังคม รวมถึงการจัดหาเงินทุนเพื่อการวิจัยและการสร้างนวัตกรรม หรือการนําผลงานดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ =-ี ณี เล - =ี ๑7 เชิงพาณิชย์หรือเชิงสังคม (๑ สร้างเครือข่ายเพื่อสนับสนุนวัตถุประสงค์ตาม (๑) (๒) และ (๓) ทังในประเทศ และระหว่างประเทศ (@) ดําเนินการอื่นทิจําเป็นและเกียวเนื่องกับวัตถุประสงค์ตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๕) ฆ่ ม ๑7 ด ย ๐ ง๓ ฆ ย” งจ่ ๐

มาตรา ๕附則

มาตรา ๕ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามมาตรา ซ ให้สํานักงานมีหน้าทีและอํานาจ ดังต่อไปนี (๑) ถือกรรมสิทธิ มีสิทธิครอบครอง มีทรัพยสิทธิต่าง ๆ และเป็นเจ้าของและบริหารจัดการทรัพย์สิน ทางปัญญา (๒) ก่อตังสิทธิหรือทํานิติกรรมทุกประเภท เพื่อประโยชน์ในการดําเนินกิจการของสํานักงาน (๓) ทําความตกลงและร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐและเอกชน ทังในประเทศและต่างประเทศ ฆ 6 1 ณี จ่ จ่ ๑7 ๐ ณี ๑7 6 ๐ ๑7 หรือองค์การระหว่างประเทศ ในกิจการทิเกียวกับการดําเนินการตามวัตถุประสงค์ของสํานักงาน (@) จัดให้มี บริหารจัดการ และให้ทุนแก่บุคคล คณะบุคคล หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานเอกชน และหน่วยงานภาคประชาสังคมตามวัตถุประสงค์ของสํานักงาน (@) จัดตังหรือร่วมกับบุคคลอืนในการจัดตังนิติบุคคล ถือหุ้นหรือเข้าเป็นหุ้นส่วนในกิจการ ของนิติบุคคลอิน ทังนี่ เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมและสนับสนุนการนําผลงานวิจัยและนวัตกรรม เกียวกับเทคโนโลยีทีเหมาะสมไปใช้ประโยชน์ในวงกว้าง โดยต้องไม่มีวัตถุประสงค์หลักในการมุ่งแสวงหากําไร (๒9) ลงทุนหรือร่วมลงทุนกับบุคคลหรือนิติบุคคลอืนเพื่อก่อให้เกิดการนําผลงานวิจัย และนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ (๓) ให้บริการทิเกียวข้องกับการวิจัย การสร้างนวัตกรรม และการนําผลงานวิจัย และนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ โดยอาจริเริมให้เกิดการประกอบการ การผลิต การเข้าถึงตลาด ณี ๑7 ฆ่ 1 1 จฆ่ 1 ๑7 | ณส ๑ ของธุรกิจนวัตกรรม การเชือมโยงไปสู่การลงทุน ในส่วนทีหน่วยงานภาคเอกชนยังไม่มีศักยภาพ ในการดําเนินการ หน้า ๑๕ เล่ม ๑๕๒ ตอนที ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕ (@) การจัดหาเงินทุนเพื่อการวิจัยและการสร้างนวัตกรรม หรือการนําผลงานดังกล่าว ไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือเชิงสังคม (๑) เรียกเก็บค่าบํารุง ค่าตอบแทน หรือค่าบริการในการดําเนินกิจการต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ ของสํานักงาน ทังนี ตามหลักเกณฑ์และอัตราทีคณะกรรมการกําหนด (๑๐) จัดทําระบบข้อมูลเพื่อสนับสนุนการทํางานตามวัตถุประสงค์ของสํานักงาน และเชซือมโยง ระบบข้อมูลดังกล่าวกับระบบข้อมูลการวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ (๑๑) รวบรวม สังเคราะห์ และเผยแพร่ความรู้ ประสบการณ์ และภูมิปัญญาอันเกิดจาก การดําเนินงานของสํานักงานแก่หน่วยงานของรัฐทีเกียวข้อง ทังนี่ ต้องเป็นข้อมูลทีไม่กระทบต่อ ความลับทางการค้า ความมันคงของประเทศ หรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (๑๒) ปฏิบัติงานหรือดําเนินการอินใดตามทีคณะรัฐมนตรีหรือสภานโยบายมอบหมาย ๐ =- 9๑7 ๕| ฆ จ่ ๑7 =ฆ จ่ ๐ การดําเนินการตาม (๕@) และ (9) ให้เป็นไปตามระเบียบทีคณะรัฐมนตรีและทีสภานโยบายกําหนด ฆ่ ณี ๑7 ๐ ณี ๐ ณ-= ๑7 ๑7 เซ 9/ ด 9/ เมือภาคเอกชนมีศักยภาพในการดําเนินการนําผลงานวิจัยและนวัตกรรมนันไปใช้ประโยชน์แล้ว ให้พิจารณายกเลิกการลงทุนหรือการร่วมลงทุนดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ที กสว. กําหนดโดยความเห็นชอบ ของสภานโยบาย 9/ ๑7 6= ทุน รายได้ และทรัพย์สิน มาตรา « ทุนและทรัพย์สินในการดําเนินกิจการของสํานักงาน ประกอบด้วย (๑) เงินหรือทรัพย์สินทีได้รับโอนมาตามมาตรา ๕๕ และเงินกองทุนสํารองเลียงชีพทิได้รับโอนมา ตามมาตรา ๕๕ (๒) เงินอุดหนุนทัวไปทีรัฐบาลจัดสรรให้ตามความเหมาะสมเป็นรายปี (๓) เงินอุดหนุนทัวไปทีได้รับจัดสรรจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (๑ เงินอุดหนุนหรือเงินสมทบทุนจากภาคเอกชน หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิน ฆ 6 มฆ่ % ฆ 6 = ฆ ฆ ๕๑ จ่ฆจฆข = เว หรือองค์กรอิน รวมทังจากต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ และเงินหรือทรัพย์สินทีมีผู้อุทิศให้ หน้า ๑๒๐ เล่ม ๑๕๒ ตอนที ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕ (@) ฉิินทีได้รับจากการจัดหาเงินทุนเพื่อการวิจัยและการสร้างนวัตกรรม หรือการนําผลงานดังกล่าว ไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือเชิงสังคม (9) ค่าบํารุง ค่าตอบแทน ค่าบริการ หรือรายได้จากการดําเนินกิจการต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ของสํานักงาน (ณ) ดอกผลของเงินหรือรายได้จากทรัพย์สินของสํานักงาน ๑7 =' = ๑7 6ศศ= 9/ 1 ๐ ๑7 จ่ ๐ 9๑7 ๐ ๑7 การรับเงินหรือทรัพย์สินตาม (๕) และ (๕@) จะต้องไม่กระทําในลักษณะทิทําให้สํานักงาน ๕ = ฆ ๕ 9 9/ ๑7 ด 9๑7 = = ขาดความเป็นอิสระหรือความเป็นกลาง และต้องใช้ตามวัตถุประสงค์ของผู้ให้เงินอุดหนุน เงินสมทบทุน ฆ ณี 9/ หรืออุทิศให้ จ 20. 1 ๕ มลฆ่ขย ๐ 1 ๑7 ๕ จ 1 =

หมวด ๒

มาตรา ๑๐附則

มาตรา ๑๐ บรรดารายได้ของสํานักงานไม่เป็นรายได้ทีต้องนําส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน ในกรณีทีมีเหตุจําเป็นหรือสมควร สํานักงานโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการอาจนํารายได้ ๐ ๐/ ๐ จ่ ๕ 1 ๑7/ ๕ 9จ/ 1 = ของสํานักงานในจํานวนทีเห็นสมควรส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

มาตรา ๑๑附則

มาตรา ๑๑ ลอสังหาริมทรัพย์ซึ่งสํานักงานได้มาจากการให้หรือซือด้วยเงินรายได้ของสํานักงาน ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของสํานักงาน ๐ ๑7 ณี ๐ ๐ ๑7 97 ๐ 1 ๑7 ด สํานักงานมีอํานาจในการปกครอง ดูแล บํารุงรักษา ใช้ จําหน่าย และจัดหาประโยชน์จาก ทรัพย์สินของสํานักงาน 9/ 1 =ี ๐ ๑7 9๑/ 1 ฆ่ ณี ๑7 6

มาตรา ๑๒附則

มาตรา ๑๒ การใช้จ่ายเงินของสํานักงาน ให้ใช้จ่ายไปเพื่อกิจการตามวัตถุประสงค์ และหน้าทีและอํานาจของสํานักงาน การเก็บรักษาและเบิกจ่ายเงินของสํานักงาน ให้เป็นไปตามข้อบังคับทีคณะกรรมการกําหนด การบริหารและการดําเนินกิจการ

หมวด ๓

มาตรา ๑๓附則

มาตรา ๑๓ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึง เรียกว่า “คณะกรรมการสํานักงานเร่งรัดการวิจัย และนวัตกรรมเพื่อเพิมความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที” ประกอบด้วย (๑) ประธานกรรมการ ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตังจากผู้มีความรู้ ความเชียวชาญ 6 ๕ จ่ ๑7 6 จ่ ๑7 =' = ๑ ๑7 = = และประสบการณ์เป็นทีประจักษ์เกียวกับการบริหารงานวิจัยและนวัตกรรมในภาคการผลิตและบริการ หน้า ๑ เล่ม ๑๕๒ ตอนที ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕ ๑7 = ๑7 ๑7 ๑ ซ๊ ย่ ฆ 9/ จ่ ส่ง 9๑7 ๕ 6 การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในระดับประเทศและเชิงพื้นที หรือด้านอินทิเกียวข้องและเป็นประโยชน์ ต่อกิจการของสํานักงาน (๒) กรรมการโดยตําแหน่ง จํานวนสามคน ได้แก่ ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผู้อํานวยการสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และผู้อํานวยการสํานักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (๓) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จํานวนไม่เกินหกคน ซึงคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ จ่ 6 ฆ่ ๓ ๕ ย ๑/ = < ฆส ความเชียวชาญ และประสบการณ์เป็นทีประจักษ์ในด้านการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ๑7 6 6 = ๑7 0 ๑7 ๐ ฆฐ่ 9๑7 6 สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ การวิจัย การสร้างนวัตกรรม การนําเทคโนโลยีทิเหมาะสมไปใช้ประโยชน์ ฆ 9/ ฆ่ จฆ่ จ่ 9๑7 ซ่ 6 | = ๐ ๐/ 1 9 จ่ 9/ หรือด้านอืนทีเกียวข้องและเป็นประโยชน์ต่อกิจการของสํานักงาน โดยอย่างน้อยสีคนต้องมาจาก ผู้มีความเชียวชาญการบริหารงานในสาขาทีเป็นขอบเขตรับผิดชอบของหน่วยบริหารจัดการทุน ให้ผู้อํานวยการเป็นกรรมการและเลขานุการโดยตําแหน่ง และให้ผู้อํานวยการหน่วย ๕ ๑ 1 เปนผู้ชวยเลขานุการ ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องไม่เป็นข้าราชการซึงมีตําแหน่งหรือเงินเดือนประจํา พนักงานหรือลูกจ้างของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิน เว้นแต่เป็นผู้สอนในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตังเป็นประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้เป็นไปตามระเบียบทีรัฐมนตรีกําหนดโดยการเสนอแนะของคณะกรรมการ ซึงต้องสอดคล้องกับ ๑7 6 ส่ ๑7 ณฆซ ๐ หลักเกณฑ์กลางทีคณะรัฐมนตรีกําหนด

มาตรา ๑๕附則

มาตรา ๑๕ หน่วยงานซึงประธานกรรมการ กรรมการโดยตําแหน่ง หรือกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิสังกัดอยู่ ไม่มีสิทธิได้รับการจัดสรรทุนจากสํานักงาน เว้นแต่คณะรัฐมนตรีโดยข้อเสนอ ของสภานโยบายมีมติให้หน่วยงานตามทีระบุสามารถรับทุนได้ในปีงบประมาณใดปีงบประมาณหนึ่งเป็นปี ๆ ไป

มาตรา ๑๕附則

มาตรา ๑๕ ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชน และต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนีด้วย (๑) มีอายุไม่ตํากว่าสามสิบปี และไม่เกินเจ็ดสิบปี หน้า ๑๕ เล่ม ๑๕๒ ตอนที ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕ (๒) ไม่เป็นเจ้าหน้าทีหรือผู้ปฏิบัติงานของสํานักงาน (๓) ไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในกิจการทีกระทํากับสํานักงาน หรือในกิจการทีเป็นการแข่งขันกับกิจการของสํานักงาน เว้นแต่เป็นผู้ดํารงตําแหน่งในนิติบุคคล = ๐ ๑๓๑/ ๕ ขฆ= 9 '= 9๑ - 9 1 '= =ฆ 1 ซึ่งสํานักงานเป็นผู้ถือหุ้นหรือเข้าเป็นหุ้นส่วนตามมาตรา ๕ (@) หรือลงทุนหรือร่วมลงทุนตามมาตรา ๕ (๐) ทังนี ตามทีคณะกรรมการมอบหมาย

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละสีปี เมือครบกําหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตังประธานกรรมการหรือกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิขึนใหม่ ให้ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึงพ้นจากตําแหน่งตามวาระนัน อยู่ในตําแหน่งเพื่อดําเนินงานต่อไปจนกว่าประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึงได้รับแต่งตังใหม่ ข ๐ ย” จ่ เข้ารับหน้าทิ ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึงพันจากตําแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตังอีกได้ แต่จะดํารงตําแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ในกรณีทีประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะพันจากตําแหน่ง ตามวาระ ให้ดําเนินการสรรหาประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใหม่ภายในเก้าสิบวัน ก่อนวันทีประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิดํารงตําแหน่งครบกําหนดตามวาระ

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ นอกจากการพันจากตําแหน่งตามวาระ ประธานกรรมการและกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตําแหน่งเมือ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) คณะรัฐมนตรีให้ออก เพราะบกพร่องต่อหน้าที มีความประพฤติเสือมเสีย หรือหย่อน ความสามารถ (๑ ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา ๑๓ หรือมาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ ในกรณีทีประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตําแหน่งก่อนวาระ ฆ ฆงจ่ ๑7 =. 1 ซ์ 9/ ณี =่ ๕=% 1 จ่ 9/ ณี หรือในกรณีทีคณะรัฐมนตรีแต่งตังกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขืนในระหว่างที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ = เขขี็ทุข ข ๓มจฯฆ ' ๐ ' ย ยง๐» |, ๐ | จ่เ ฆ ซ่ ซึ่งแต่งตังไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตําแหน่ง ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งแทนตําแหน่งทีว่างหรือเป็นกรรมการ หน้า ๑๕ เล่ม ๑๕๒ ตอนที ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕ ผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึื้นอยู่ในตําแหน่งเท่ากับวาระทีเหลืออยู่ของผู้ซึงตนแทนหรือผู้ซึ่งแต่งตังไว้แล้ว เว้นแต่ จฆ่ ฆ เท !เ=% 97 = 0๐7 1 | ฆ 97 = ๕ท ข” วาระทีเหลืออยู่ไม่ถึงเก้าสิบวันจะไม่แต่งตังประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนก็ได้ ในกรณีที ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพันจากตําแหน่งก่อนวาระและยังมีกรรมการ เหลืออยู่เกินกึงหนึ่งของจํานวนกรรมการทังหมด ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการทั้งหมดเท่าทีมีอยู่ จนกว่าจะมีการแต่งตังประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง และในกรณีที่ประธานกรรมการ พ้นจากตําแหน่งก่อนวาระ ให้กรรมการทิเหลือเลือกกรรมการคนหนึงทําหน้าทีประธานกรรมการ ๕ ๑ เปนการชัวคราว

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐ คณะกรรมการมีหน้าที่และอํานาจควบคุมดูแลโดยทัวไปซึงกิจการและการดําเนินงาน ๐ ๑ ฆ่ ข ๕ , 6ณ่๐ ข ขย จ่ ๐ เ ! ซจัด ข = ของสํานักงานเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ทีกําหนดไว้ หน้าทิและอํานาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง (๑) กําหนดนโยบายการบริหารและจัดการทุน การบริหารงาน การบริหารจัดการ ของหน่วยบริหารจัดการทุน และการจัดหาทุน และให้ความเห็นชอบแผนการดําเนินงานของสํานักงาน (๒) อนุมัติงบประมาณประจําปี รายงานการเงิน แผนการลงทุน และการดําเนินโครงการ ตามทีคณะกรรมการกําหนด (๓) ออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือข้อกําหนดเกียวกับสํานักงานในเรืองดังต่อไปนี่ (ก) การบริหารงานทัวไป การจัดแบ่งส่วนงานภายใน และขอบเขตหน้าทีของส่วนงานดังกล่าว (ข) การให้ทุน การลงทุนหรือร่วมลงทุน และการให้บริการ โดยคณะกรรมการ ๐ ฆ ฆ่ ๑7 1 ซ่ ๑7 ฆ 1 = ๑7 อาจกําหนดระเบียบในเรืองดังกล่าวเป็นการทัวไปและอาจมอบหมายให้หน่วยบริหารจัดการทุน ๕ 9/ ฆ ๕ ๐ ๑7 1 ม = = ๕ ฆ่ ๕ท ” เป็นผู้ออกระเบียบโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสําหรับหน่วยนันเพิมเติมเป็นเรือง ๆ ไปก็ได้ (ค) การจัดหาเงินทุน (ง) การสรรหา การแต่งตั้ง และการถอดถอนผู้อํานวยการและผู้อํานวยการหน่วย การปฏิบัติงานและการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้อํานวยการ รองผู้อํานวยการ และผู้อํานวยการหน่วย การรักษาการแทนและการมอบใชห้ผู้อื่นปฏิบัติงานแทน (จ) การกําหนดตําแหน่ง คุณสมบัติเฉพาะตําแหน่ง อัตราเงินเดือน ค่าจ้าง และเงินอื่น ของเจ้าหน้าทีและผู้ปฏิบัติงาน หน้า ๒๐ เล่ม ๑๕๒ ตอนที ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕ (ฉ) การกําหนดประมวลจริยธรรมในการปฏิบัติงานของกรรมการ ผู้อํานวยการ รองผู้อํานวยการ ผู้อํานวยการหน่วย และเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงาน (ช) การคัดเลือก การบรรจุ การแต่งตัง การพัฒนา การประเมินผลงาน การถอดถอน วินัยและการลงโทษทางวินัย การออกจากตําแหน่ง การร้องทุกข์และการอุทธรณ์ การลงโทษ ข ขย จ่ ข เฉ๑๑ 2 0 6 ๑=๑ซ ฆ่ % จๆจฆ่ ข จ่ ของเจ้าหน้าทีและผู้ปฏิบัติงาน รวมทังหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจ้างทีปรึกษา ผู้เชียวชาญ และลูกจ้าง (ซ) การบริหารและจัดการการเงิน การพัสดุ และทรัพย์สินของสํานักงาน รวมทัง ๑ ซฆ ๐ 1 ๑ 6๑ ๑ ส ๕ การบัญชีและการจําหน่ายทรัพย์สินจากบัญชีเป็นสูญ (ญ) การจัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่นแก่เจ้าหน้าทีและผู้ปฏิบัติงาน (ญ)การแต่งตัง หน้าที่และอํานาจของคณะกรรมการตรวจสอบ (ฏ) การกําหนดขอบเขตเกียวกับการปฏิบัติหน้าทีของคณะกรรมการตรวจสอบ และผู้ตรวจสอบภายใน (ฏ) การกําหนดเครื่องแบบผู้อํานวยการ รองผู้อํานวยการ ผู้อํานวยการหน่วย เจ้าหน้าที และผู้ปฏิบัติงาน และเครื่องหมายสํานักงาน (ฐ) การกําหนดเบียประชุมและประโยชน์ตอบแทนอินของทิปรึกษาของคณะอนุกรรมการ ประจําหน่วย และคณะทํางาน (๑ ประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะอนุกรรมการประจําหน่วย และให้ความเห็นชอบต่อ การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้อํานวยการหน่วยโดยผู้อํานวยการและคณะอนุกรรมการประจําหน่วย (@) ให้ความเห็นชอบในการกําหนดค่าบํารุง ค่าตอบแทน และค่าบริการในการดําเนินกิจการ ของสํานักงาน (๒) ให้ความเห็นชอบรายงานประจําปีเพื่อเสนอต่อรัฐมนตรี (๓) กระทําการอื่นใดทีจําเป็นหรือต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของสํานักงาน (๕) ปฏิบัติหน้าทีอืนตามทีคณะรัฐมนตรีหรือสภานโยบายมอบหมาย ฆ จ่ ๑7 ๐ 1 ๑ ๕6๑ ๑ ส ๕ 9/ ๕ ระเบียบเกียวกับการจําหน่ายทรัพย์สินจากบัญชีเป็นสูญตาม (๓) (ซ) ต้องเป็นไปตามกฎหมาย ๑7 ๕จ่ ๑7 ณฆซ ๐ และหลักเกณฑ์ทีคณะรัฐมนตรีกําหนด หน้า ๒๑ เล่ม ๑๕๒ ตอนที ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ การประชุมของคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึงหนึ่ง ๐ ย | สจ่ฆ 1 ๕ 6 ของจํานวนกรรมการทั้งหมดเท่าทีมีอยู่ จึงจะเป็นองค์ประชุม ให้นําบทบัญญัติว่าด้วยคณะกรรมการทีมีอํานาจดําเนินการพิจารณาทางปกครองตามกฎหมาย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะกรรมการด้วยโดยอนุโลม

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ ในการควบคุมดูแลการดําเนินงานของสํานักงาน ให้คณะกรรมการพิจารณา ๐ = ๐ ๐๑/ ข ๕ ๑7 6 ๊= - = = ฆ ฆ ฆจ่จ กําหนดแนวทางการปฏิบัติงานของสํานักงานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองทีดี = ข ซ่ ฆ่ 6 = ๑7 ร=์ ! = ฆ = =๑ ซึงต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน เกิดผลสัมฤทธิต่อภารกิจ ความมีประสิทธิภาพ ความคุ้มค่าในเชิงภารกิจ ความซือสัตย์สุจริต การลดขันตอนการปฏิบัติงาน การกระจายอํานาจ การตัดสินใจ การอํานวยความสะดวก และการตอบสนองความต้องการของประชาชน ฆ ๐ | ๑ ข =3๕ จ่ ฒซ่ ฆ่

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓ คณะกรรมการมีอํานาจแต่งตังผู้ทรงคุณวุฒิซึงมีความเชียวชาญเป็นทีปรึกษา ของคณะกรรมการ และมีอํานาจแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบตามมาตรา ๒๐ (๓) (ญ) และคณะอนุกรรมการ เพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งตามทีคณะกรรมการมอบหมายได้ ทิปรึกษาของคณะกรรมการ ประธานกรรมการตรวจสอบ กรรมการตรวจสอบ ประธานอนุกรรมการ ข เซฒู่ขญู1 ” จๆ 1 ฆ ข = จ่ ๐ ๑ และอนุกรรมการ จะต้องไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในกิจการทิกระทํากับ สํานักงานหรือในกิจการทีเป็นการแข่งขันกับกิจการของสํานักงาน เว้นแต่เป็นผู้ดํารงตําแหน่งในนิติบุคคล ซ% ๐ ๓ ไร ขฆณ๓ ข% ฆ ข ๕ ขฆ 1 ฆ ฆ 1 ซึ่งสํานักงานเป็นผู้ถือหุ้นหรือเข้าเป็นหุ้นส่วนตามมาตรา ๕ (@) หรือลงทุนหรือร่วมลงทุนตามมาตรา ๕ (๐) ทังนี ตามทีคณะกรรมการมอบหมาย ให้นําความในมาตรา ๒๑ มาใช้บังคับแก่การประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ และคณะอนุกรรมการด้วยโดยอนุโลม

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ ให้ประธานกรรมการ กรรมการ ทีปรึกษาของคณะกรรมการ ประธานกรรมการตรวจสอบ กรรมการตรวจสอบ ประธานอนุกรรมการ และอนุกรรมการ ได้รับเบียประชุมและประโยชน์ตอบแทนอิน ๑7 ๕จ่ ๑7 ณฆซ ๐ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกําหนด

มาตรา ๒๕

มาตรา ๒๕ ให้สํานักงานมีผู้อํานวยการคนหนึง เป็นผู้บริหารกิจการของสํานักงาน ภายใต้การควบคุมดูแลของคณะกรรมการ และให้มีรองผู้อํานวยการคนหนึ่ง เพื่อเป็นผู้ช่วยปฏิบัติงาน ด้านบริหารของผู้อํานวยการตามทีผู้อํานวยการมอบหมาย หน้า ๒๒ เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕ คณะกรรมการเป็นผู้มีอํานาจสรรหา แต่งตั้ง และถอดถอนผู้อํานวยการ การสรรหาผู้อํานวยการ ให้เป็นไปตามระเบียบของคณะกรรมการซึ่งต้องสอดคล้องกับ หลักเกณฑ์กลางที่คณะรัฐมนตรีกําหนด

มาตรา ๒๒附則

มาตรา ๒๒ ในการแต่งตั้งผู้อํานวยการต้องดําเนินการให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันที่มีเหตุต้องแต่งตั้งผู้อํานวยการ และหากมีเหตุผลจําเป็น คณะกรรมการอาจขยายระยะเวลา ได้อีกไม่เกินหกสิบวัน หากดําเนินการไม่แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้คณะกรรมการพัฒนา และส่งเสริมองค์การมหาชนรายงานคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาแต่งตั้งผู้อํานวยการ

มาตรา ๒附則

มาตรา ๒ ผู้อํานวยการต้องมีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์เหมาะสมกับกิจการ ของสํานักงานตามที่กําหนดไว้ในวัตถุประสงค์และหน้าที่และอํานาจของสํานักงาน สามารถทํางาน ให้แก่สํานักงานได้เต็มเวลา รวมทั้งต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วย องค์การมหาชนด้วย

มาตรา ๒๕附則

มาตรา ๒๕ ผู้อํานวยการมีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน

มาตรา ๒๕附則

มาตรา ๒๕ นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระ ผู้อํานวยการพันจากตําแหน่งเมื่อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ออกตามกรณีที่กําหนดไว้ในสัญญาจ้างหรือข้อตกลงระหว่างคณะกรรมการกับผู้อํานวยการ (๓@ คณะกรรมการให้ออก เพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อน ความสามารถ (@) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา ๒ มติของคณะกรรมการให้ผู้อํานวยการออกจากตําแหน่งตาม (๕) ต้องประกอบด้วยคะแนนเสียง ไม่น้อยกว่าสองในสามของจํานวนกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ โดยไม่นับรวมผู้อํานวยการ การขาดคุณสมบัติเพราะมีอายุเกินหกสิบห้าปี ให้ถือว่าเป็นการพันจากตําแหน่ง ตามกําหนดเวลาในสัญญาจ้าง หน้า ๒๓ เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕

มาตรา ๓๐附則

มาตรา ๓๐ ภายใต้บังคับมาตรา ๕๓ วรรคสองและวรรคสาม ให้ผู้อํานวยการมีหน้าที่ บริหารกิจการของสํานักงานให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ของสํานักงาน มติคณะรัฐมนตรี ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ข้อกําหนด นโยบาย และมติของคณะกรรมการ และเป็นผู้บังคับบัญชา รองผู้อํานวยการ ผู้อํานวยการหน่วย เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานทุกตําแหน่ง รวมทั้งให้มีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) เสนอนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนของสํานักงานต่อคณะกรรมการ (๒) เสนอเป้าหมาย แผนงาน โครงการ และงบประมาณประจําปีต่อคณะกรรมการ เพื่อให้การดําเนินงานของสํานักงานบรรลุวัตถุประสงค์ (๓) บริหารจัดการ กํากับ และติดตามให้หน่วยบริหารจัดการทุนดําเนินงานให้เป็นไปตามนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนของสํานักงาน รวมทั้งดําเนินการให้เกิดการเชื่อมโยงการทํางานระหว่าง หน่วยบริหารจัดการทุนเพื่อให้เกิดผลสูงสุดต่อการพัฒนาความสามารถการแข่งขันของภาคการผลิต และบริการ การสร้างรากฐานไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต การพัฒนาพื้นที่ และการยกระดับคุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจฐานราก (๑) เสนอรายงานประจําปีเกี่ยวกับผลการดําเนินงานด้านต่าง ๆ ของสํานักงาน รวมทั้ง รายงานการเงินต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา (@ เสนอความเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงกิจการและการดําเนินงานของสํานักงาน ให้มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสํานักงานต่อคณะกรรมการ ผู้อํานวยการต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการในการบริหารกิจการของสํานักงาน

มาตรา ๓๑附則

มาตรา ๓๑ ผู้อํานวยการมีอํานาจ (๑) แต่งตั้งและถอดถอนรองผู้อํานวยการและผู้อํานวยการหน่วยโดยความเห็นชอบ ของคณะกรรมการ (๒) บรรจุ แต่งตั้ง เลื่อน ลด ตัดเงินเดือนหรือค่าจ้าง ดําเนินการทางวินัย และลงโทษ ทางวินัยเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานตามมาตรา ๕๕ (๑) และ (๓) ตลอดจนให้บุคคลดังกล่าวออกจากตําแหน่ง ทั้งนี้ ตามระเบียบหรือข้อบังคับที่คณะกรรมการกําหนด หน้า ๒๕ เล่ม ๑๕๒ ตอนที ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕ (๓) วางระเบียบเกียวกับการดําเนินงานของสํานักงานโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย มติคณะรัฐมนตรี ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ข้อกําหนด นโยบาย หรือมติของคณะกรรมการ (๕@) กําหนดแนวปฏิบัติในการดําเนินงานของหน่วยบริหารจัดการทุน (@) ดําเนินการอืนตามทีสภานโยบายหรือคณะกรรมการมอบหมาย

มาตรา ๓๒附則

มาตรา ๓๒ รองผู้อํานวยการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเช่นเดียวกับ ผู้อํานวยการ และมีวาระการดํารงตําแหน่งเท่ากับวาระของผู้อํานวยการ เมือผู้อํานวยการพันจากตําแหน่ง ให้รองผู้อํานวยการพันจากตําแหน่งด้วย แต่อาจได้รับแต่งตังอีกได้แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน และให้นําความในมาตรา ๒๕ มาใช้บังคับแก่การพันจากตําแหน่งก่อนวาระของรองผู้อํานวยการด้วย โดยอนุโลม โดยมิให้ถือว่ามีสถานะเป็นเจ้าหน้าที่ ในกรณีทีแต่งตังรองผู้อํานวยการจากเจ้าหน้าทิ ให้ผู้นั้นพันจากตําแหน่งเดิมทีดํารงอยู่ เมื่อพันจากตําแหน่งรองผู้อํานวยการ ให้แต่งตังผู้นั้นกลับไปดํารงตําแหน่งทีไม่ตํากว่าตําแหน่ง และเงินเดือนเดิม ฆจ่ เฒญ่ ขต๐ ๐ | ข๓๐ ฆ 9๑7 ๐ 1 =- ๑/๕๕ ขย จ่ทๆ ”

มาตรา ๓๓附則

มาตรา ๓๓ ในกรณีทิไม่มีผู้ดํารงตําแหน่งผู้อํานวยการหรือผู้อํานวยการไม่อาจปฏิบัติหน้าทีได้ ให้รองผู้อํานวยการรักษาการแทน ถ้าไม่มีรองผู้อํานวยการหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าทีได้ ให้ผู้อํานวยการหน่วยตามลําดับทีคณะกรรมการกําหนด รักษาการแทน ถ้าไม่มีผู้อํานวยการหน่วย ฆ ฯฆ 1 1 =-= ๑/- ย ฆ่ทๆ ” ฆ 1 ซ่ ฆ 9/ ข จ่ เซ - หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าทีได้ ให้คณะกรรมการแต่งตังกรรมการ หรือเจ้าหน้าทีและผู้ปฏิบัติงาน ฆ ๕% ซ ปข ตามมาตรา ๕๕ (๑) หรือ (๓) คนหนังเป็นผู้รกษาการแทน ให้ผู้รักษาการแทนตามวรรคหนึ่งมีหน้าทีและอํานาจเช่นเดียวกับผู้อํานวยการ ในกรณีทีมีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคําสังอืนแต่งตังให้ผู้อํานวยการเป็นกรรมการ ฆ บมบฆ= จ่ ๐ 1 ข 9๑/ ๕ ฆ ฆ ขจฯจ่ ๐ | จ ๑ หรือให้มีหน้าทีและอํานาจอย่างใด ให้ผู้รักษาการแทนเป็นกรรมการหรือมีหน้าทีและอํานาจเช่นเดียวกับ ผู้อํานวยการด้วย แล้วแต่กรณี

มาตรา ๓๕附則

มาตรา ๓๕ ในกิจการทีเกียวกับบุคคลภายนอก ให้ผู้อํานวยการเป็นผู้แทนของสํานักงาน ฆ่ จ ข% ๐ ๐ 9/ = ๑๕ 1 ๕ท ข” | ซ่ เพื่อการนี ผู้อํานวยการจะมอบอํานาจให้บุคคลใดปฏิบัติงานเฉพาะอย่างแทนก็ได้แต่ต้องเป็นไป ตามข้อบังคับทีคณะกรรมการกําหนด หน้า ๒๕ เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕ ให้ผู้อํานวยการมอบอํานาจทั่วไป อํานาจในการทํานิติกรรม การฟ้องและการดําเนินคดี หรือการอื่นใดในส่วนที่เกี่ยวกับการบริหารงานของหน่วยบริหารจัดการทุนให้แก่ผู้อํานวยการหน่วย รวมทั้งมอบอํานาจให้ผู้อํานวยการหน่วยมอบอํานาจต่อได้ เพื่อให้การบริหารงานของหน่วยบริหารจัดการ ทุนคล่องตัวและเป็นอิสระ ทั้งนี้ ตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกําหนด

มาตรา ๓๕附則

มาตรา ๓๕ ให้คณะกรรมการเป็นผู้กําหนดเงินเดือนและประโยชน์ตอบแทนอื่น ของผู้อํานวยการตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกําหนด คณะกรรมการอาจกําหนดให้รองผู้อํานวยการและผู้อํานวยการหน่วย ได้รับเงินเดือน และประโยชน์ตอบแทนอื่นโดยนําหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกําหนดตามวรรคหนึ่งมาใช้เป็นแนวทางด้วย โดยอนุโลม หรือได้รับเงินเดือน สวัสดิการ และสิทธิประโยชน์อื่นเช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงาน หน่วยบริหารจัดการทุน

หมวด ๕

มาตรา ๓๒๐附則

มาตรา ๓๒๐ ให้มีหน่วยบริหารจัดการทุนด้านต่าง ๆ ขึ้นในสํานักงาน รับผิดชอบในการส่งเสริม และสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรม ให้ทุนและบริหารจัดการทุน รวมทั้งมีภารกิจ ดังต่อไปนี้ (๑) หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน มีภารกิจในการให้ทุน และบริหารจัดการทุนโดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้านอุตสาหกรรม และบริการ ขับเคลื่อนและเร่งรัดการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อนําไปสู่การใช้ประโยชน์ และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม รวมทั้งการสร้างความร่วมมือและการร่วมลงทุนในการวิจัย และนวัตกรรม โดยเน้นการพัฒนา ถ่ายทอด และการบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนการนําเข้าสู่ตลาด และส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาศิลปะ สุนทรียะ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ให้เกิดเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศ รวมทั้งการพัฒนากําลังคนที่มีทักษะสูง เฉพาะด้านที่ขาดแคลน ผู้ประกอบการใหม่ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จําเป็นสําหรับระบบวิจัย และนวัตกรรมตามภารกิจดังกล่าว (๒) หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ มีภารกิจในการให้ทุนและบริหารจัดการทุน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้าในสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจฐานราก หน้า ๒๐ เล่ม ๑๕๒ ตอนที ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕ กระจายความเจริญ และสร้างการเปลี่ยนแปลงในพื้นที โดยเน้นการตอบสนองความต้องการแก้ปัญหา และพัฒนาชุมชนท้องถิน การพัฒนาพื้นที่ต้นแบบ การศึกษาวิจัยเพื่อรักษาและสร้างมูลค่าเพิมจาก ฐานทุนทรัพยากรธรรมชาติและทุนวัฒนธรรมของท้องถิน การพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีให้เหมาะกับพื้นที ขย ๑ ๑ % =๑๓ ๕ = 2ฝ00 ฆ่ ข ๑ | ฆ การสร้างนวัตกรรมทางสังคม ตลอดจนการใช้กระบวนการวิจัยเป็นเครื่องมือขับเคลือนให้เกิดความร่วมมือ ระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ การพัฒนาระบบบริหารจัดการการวิจัยของสถาบันอุดมศึกษาให้สามารถตอบโจทย์ ของพื้นที่ การพัฒนาระบบการจัดการความรู้และบุคลากรในชุมชนท้องถิน ซึงรวมถึงนักจัดการความรู้ ๑7 ๑7 6 9๑7 9๑7 ซั จ่ เ๑ ๑ข = ๐ = ๑7 9๑7 นวัตกรสังคม ปราชญ์ชาวบ้าน และผู้ประกอบการในพื้นที การเผยแพร่ให้เกิดการนําผลงานวิจัยไปใช้ เซ จ่ 1 ๑ และการขยายผลการวิจัยไปสู่พืนทีต่าง ๆ ทัวประเทศ (๓) หน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต ฆฯ = % =๑ , =ฆ ฆ่ ย” เ มีภารกิจในการให้ทุนและบริหารจัดการทุนโดยมีเป้าหมายเพื่อการสร้างโอกาสและรากฐานไปสู่ การพัฒนาอุตสาหกรรมและกิจการแห่งอนาคต เช่น กิจการอวกาศ ปัญญาประดิษฐ์ พลังงานสะอาด ฆ =%=% ม ฆ่ ฆ ๑ ๑7 จ่ ฆขจ่! ชีวโมเลกุลและเมแทบอลิซึม รวมทังเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีทีส่งผล ต่อเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต โดยเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีและวิทยาการขันแนวหน้า และการใช้ การสร้างสรรค์ทางดิจิทัลเพิ่มมูลค่าให้กิจการต่าง ๆ การพัฒนาบุคลากรทิมีสมรรถนะสูงตามภารกิจ และความต้องการของประเทศ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในสาขา ทีกําหนดให้เป็นอุตสาหกรรมและกิจการแห่งอนาคต และการสร้างความร่วมมือและการร่วมลงทุน ทังในประเทศและต่างประเทศในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมขันสูง (๕@) หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการนําศิลปกรรม วิทยาการ และเทคโนโลยีทีเหมาะสมไปใช้ประโยชน์ ฆ= = ฆ = ๑7 ฆ= ข่ = = = มีภารกิจในการให้ทุนและบริหารจัดการทุนโดยมีเป้าหมายเพื่อเพิมสมรรถนะในการผลิตและผลิตภาพ สร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตและสิงแวดล้อมทีดี ให้แก่เกษตรกรและกลุ่มอาชีพในพื้นที ๑7 = ฆณฆ 97 ๕ = 1 ๑ ฆ 9 ๐ 9/ 9๑ และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็งเติบโตอย่างยังยืน โดยเน้นการสํารวจความต้องการใช้ เทคโนโลยีในพืนทีต่าง ๆ แสวงหาศิลปกรรม วิทยาการ และเทคโนโลยีทีเหมาะสมทีมีอยู่แล้วทั้งทีเป็นสาธารณะ ฆ ข” เซ ฆญ่ ๐ ข 6 0ว และมีเจ้าของทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อนํามาใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที พัฒนาระบบ กลไก และผู้ให้บริการเพื่อให้เกิดการนําศิลปกรรม วิทยาการ และเทคโนโลยีทีเหมาะสมไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ปรับแต่งและประยุกต์เทคโนโลยีให้เกิดการนําไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในวงกว้าง ส่งเสริมและให้ค่าตอบแทน หน้า ๒๓ เล่ม ๑๕๒ ตอนที ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕ นักวิจัยและบุคลากรซึงก่อให้เกิดการนําเทคโนโลยีทีเหมาะสมไปใช้ประโยชน์ พัฒนาคลังข้อมูล 6 ๕= =ี ฆจ่ และแพลตฟอร์มศิลปกรรม วิทยาการ และเทคโนโลยีทิเหมาะสม (๕) หน่วยบริหารจัดการทุนอินทิจัดตังขึ้นตามความต้องการของประเทศ

มาตรา ๓附則

มาตรา ๓ ภายใต้บังคับมาตรา ๓ การจัดตั้งหน่วยบริหารจัดการทุนขึ้นใหม่ตามมาตรา ๓๒๐ (@) การรวม การโอน หรือการยุบหน่วยบริหารจัดการทุน การแก้ไขเพิมเติมภารกิจของหน่วยบริหารจัดการทุน หรือการเปลี่ยนชื่อหน่วยบริหารจัดการทุน ให้คณะกรรมการขอความเห็นของ กสว. มาประกอบการพิจารณา และให้ทําเป็นข้อบังคับของคณะกรรมการและประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฆจ่จฆ จ่ ๑7 ณี 1 ณี ๑7

มาตรา ๓๕附則

มาตรา ๓๕ ในกรณีทิมีปัญหาเกียวกับภารกิจของหน่วยบริหารจัดการทุนตามมาตรา ๓๒๐ ให้ผู้อํานวยการเสนอให้คณะกรรมการเป็นผู้พิจารณาวินิจฉัย เมือคณะกรรมการวินิจฉัยแล้ว ให้ผู้เกียวข้องปฏิบัติตามคําวินิจฉัยนัน จข่ เณ =' 6 1 ณี ง 9/ 1 =

มาตรา ๓๕附則

มาตรา ๓๕ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ คณะกรรมการอาจมีมติให้หน่วยบริหาร จัดการทุนร่วมกันดําเนินการตามวัตถุประสงค์ทีกําหนดในมาตรา ๓ โดยมีการร่วมกันหรือแบ่งงานกันทํา ในกิจการหรือเรืองใดเรืองหนึ่งทิคณะกรรมการกําหนดได้ คณะกรรมการอาจดําเนินการตามวรรคหนึงได้เองหรือมีมติให้ดําเนินการตามข้อเสนอ 9/ ๐ ๕ท ของผู้อํานวยการก็ได้ 1 = ๑7 ฆ บฮ่ ๐ ๑๓ 1! จ

มาตรา ๕๐附則

มาตรา ๕๐ หน่วยบริหารจัดการทุนมีหน้าทิและอํานาจ ดังต่อไปนี่ (๑) เสนอแผนปฏิบัติการประจําปีต่อคณะอนุกรรมการประจําหน่วยเพื่อขอความเห็นชอบ ซี จ 9/ 9/ ๑7 6 ๐ ๑7 ทั้งนี โดยให้สอดคล้องกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนของสํานักงาน (๒) จัดให้มี บริหารจัดการ และให้ทุนแก่บุคคล คณะบุคคล หน่วยงานของรัฐ หน่วยงานเอกชน และหน่วยงานภาคประชาสังคมตามภารกิจของหน่วยบริหารจัดการทุน (๓) ติดตาม ประเมินผล และเร่งรัดการนําผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม รวมทังประเมินผลลัพธ์ และผลกระทบทีเกิดขึนต่อเศรษฐกิจ สังคม หรือพื้นที โดยให้รายงานผลต่อผู้อํานวยการตามระยะเวลา ทีคณะกรรมการกําหนด และเสนอแนะมาตรการดําเนินการเกียวกับผลงานวิจัยและนวัตกรรม ทิมิได้นําไปใช้ประโยชน์ทุกปีด้วย หน้า ๒๕ เล่ม ๑๕๒ ตอนที ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕ (@) วิเคราะห์ สังเคราะห์ผลทีได้จากการให้ทุนสนับสนุนโครงการต่าง ๆ ในภาพรวมว่า สัมฤทธิผลตามแผนด้านการอุดมศึกษาและแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมหรือไม่ ทังนี ให้สอดคล้องกับแนวทางทีคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการสนับสนุนวิทยาศาสตร์ การวิจัย และนวัตกรรมตามกฎหมายว่าด้วยสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แห่งชาติกําหนด รวมทังทําข้อเสนอเพื่อประโยชน์ในการกําหนดแผนงานใหม่ (๕@) รวบรวมและสังเคราะห์ความรู้ ประสบการณ์ และภูมิปัญญาทิได้จากการดําเนินงาน ฆ่ 6 1 ๐ '= เพื่อประโยชน์แก่การดําเนินการตามมาตรา ๕ (๑๑) (๐๒) เสนอแนวทางและหลักเกณฑ์เกียวกับการดําเนินการตามหน้าทีและอํานาจของสํานักงาน หรือตามทีคณะกรรมการกําหนด ต่อผู้อํานวยการ (๓) ทําความตกลงหรือร่วมลงทุนกับหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานเอกชนและหน่วยงาน ภาคประชาสังคมทังในประเทศและต่างประเทศในการดําเนินงานตามทิได้รับมอบอํานาจจาก ผู้อํานวยการ (๕@) ประสานงาน ร่วมมือ และสร้างเครือข่ายกับหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานเอกชน และหน่วยงานภาคประชาสังคมทังในประเทศและต่างประเทศในการดําเนินงานตามภารกิจ (๑) ปฏิบัติหน้าทีอืนตามทีคณะกรรมการหรือผู้อํานวยการมอบหมาย

มาตรา ๕๑附則

มาตรา ๕๑ ให้สํานักงานจัดให้มีระบบธุรการร่วมทางการเงิน การงบประมาณ การพัสดุ การบริหารงานบุคคล ระบบข้อมูลและสารสนเทศ และการบริหารด้านอินให้เพียงพอต่อการสนับสนุน การดําเนินงานของหน่วยบริหารจัดการทุน ในการดําเนินงานตามภารกิจและหน้าทีและอํานาจ หน่วยบริหารจัดการทุนต้องประสานงาน และร่วมมือซึงกันและกันเพื่อมิให้เกิดความซําซ้อนหรือขัดแย้งกัน รวมทังต้องใช้ระบบธุรการร่วม สฆ่๐ ๑7 ๑7 9/ 1 ณี ณี ณี ทิสํานักงานจัดให้อย่างมีประสิทธิภาพ ฆ่ 6 ณ=-= ๑/=- จ 9๑7 ๐ ๐ 9๑7 1 =ฆ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามมาตรานี ผู้อํานวยการอาจกําหนดให้มีการประชุมร่วมหรือ ๐ =- ฆ่ ฆ่๐ ๕ จ การดําเนินการอินทิจําเป็นได้

มาตรา ๕๒附則

มาตรา ๕๒ ในหน่วยบริหารจัดการทุนแต่ละหน่วย ให้คณะกรรมการแต่งตัง คณะอนุกรรมการประจําหน่วย ประกอบด้วย หน้า ๒๕ เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕ (๑) ประธานอนุกรรมการประจําหน่วย ซึ่งแต่งตั้งจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ที่มีความรู้และประสบการณ์ตามภารกิจของหน่วยบริหารจัดการทุน (๒) ผู้อํานวยการ เป็นอนุกรรมการโดยตําแหน่ง (๓) อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จํานวนสองคน ซึ่งแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในด้านที่เกี่ยวข้องกับหน่วยบริหารจัดการทุนนั้น และเป็นผู้ซึ่งอาจใช้ประโยชน์ ผลงานวิจัยและนวัตกรรมของหน่วยบริหารจัดการทุน ให้ผู้อํานวยการหน่วยเป็นอนุกรรมการและเลขานุการโดยตําแหน่ง คณะอนุกรรมการประจําหน่วยอาจแต่งตั้งที่ปรึกษาของคณะอนุกรรมการประจําหน่วยได้ จํานวนไม่เกินสามคน ประธานอนุกรรมการประจําหน่วย อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิประจําหน่วย และที่ปรึกษา ของคณะอนุกรรมการประจําหน่วยให้มีวาระการดํารงตําแหน่งตามวาระของคณะกรรมการ ให้นําความในมาตรา ๑๒ วรรคสอง และมาตรา ๑๕ มาใช้บังคับแก่การพันจากตําแหน่ง ของประธานอนุกรรมการประจําหน่วยและอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิประจําหน่วยด้วยโดยอนุโลม

มาตรา ๕๓附則

มาตรา ๕๓ ให้นําความในมาตรา ๑๕ (๓) มาใช้บังคับแก่ลักษณะต้องห้ามของ ประธานอนุกรรมการประจําหน่วยและอนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิประจําหน่วยด้วยโดยอนุโลม

มาตรา ๕๕附則

มาตรา ๕๕ ให้นําความในมาตรา ๒๑ มาใช้บังคับแก่การประชุมคณะอนุกรรมการประจําหน่วยด้วย โดยอนุโลม

มาตรา ๕๕附則

มาตรา ๕๕ คณะอบนุกรรมการประจําหน่วยมีหน้าที่อํานวยการและกํากับดูแลการดําเนินงาน ของหน่วยบริหารจัดการทุนให้เป็นไปตามมาตรา ๓๒ และให้มีหน้าที่และอํานาจ ดังต่อไปนี้ (๑) กําหนดแนวทางการดําเนินงานของหน่วยบริหารจัดการทุนให้สอดคล้องกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนของสํานักงาน (๒) ให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติการประจําปีและงบประมาณของหน่วยบริหารจัดการทุน (๓) ออกระเบียบหรือประกาศของหน่วยบริหารจัดการทุนโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ข้อกําหนด นโยบาย หรือมติของคณะกรรมการหรือระเบียบของผู้อํานวยการ หน้า ๓๐ เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕ (๓) ให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งคณะทํางานโดยผู้อํานวยการหน่วยเพื่อพิจารณากลั่นกรอง การให้ทุนหรือเพื่อสนับสนุนงานวิชาการอื่น (@) เสนอการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้อํานวยการหน่วยต่อผู้อํานวยการ และคณะกรรมการ (๒) เสนอความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่และการถอดถอนผู้อํานวยการหน่วยต่อ ผู้อํานวยการเพื่อขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการ (๓) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

มาตรา ๕๐附則

มาตรา ๕๐ ให้หน่วยบริหารจัดการทุนมีผู้อํานวยการหน่วยเป็นผู้บริหารกิจการของ หน่วยบริหารจัดการทุน มีอํานาจอนุมัติการให้ทุนตามระเบียบที่คณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการ ประจําหน่วยกําหนด และไม่มีสถานะเป็นเจ้าหน้าที่ ผู้อํานวยการหน่วยต้องมีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์เหมาะสมกับกิจการ ของหน่วยบริหารจัดการทุน และสามารถทํางานให้แก่สํานักงานได้เต็มเวลา รวมทั้งต้องมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามเช่นเดียวกับผู้อํานวยการตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชนด้วย การสรรหาผู้อํานวยการหน่วยให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด

มาตรา ๕附則

มาตรา ๕ ผู้อํานวยการหน่วยมีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน ให้นําความในมาตรา ๒๕ มาใช้บังคับแก่การพ้นจากตําแหน่งก่อนวาระของผู้อํานวยการหน่วยด้วย โดยอนุโลม เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานของสํานักงาน

หมวด ๕

มาตรา ๕๕附則

มาตรา ๕๕ เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานของสํานักงานมีสามประเภท คือ (๑) เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้าง ได้แก่ ผู้ซึ่งปฏิบัติงานโดยรับเงินเดือนหรือค่าจ้างจากงบประมาณ ของสํานักงาน หน้า ๓๑ เล่ม ๑๕๒ ตอนที ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕ (๒) ทีปรึกษาหรือผู้เชียวชาญ ได้แก่ ผู้ซึงสํานักงานจ้างให้ปฏิบัติหน้าทีเป็นทีปรึกษา ฆ ขบขจ่ ฆ ” หรือผู้เขียวชาญโดยมีสัญญาจ้าง (๓) เจ้าหน้าทีของรัฐซึ่งมาปฏิบัติงานของสํานักงานเป็นการชัวคราวตามมาตรา ๕๒ ” ย ณซ่ข ๑..ซ 6 ๑ ๑/ 6 ย จส่

มาตรา ๕๕附則

มาตรา ๕๕ เจ้าหน้าที่ต้องมีคุณวุฒิหรือประสบการณ์เหมาะสมกับวัตถุประสงค์และหน้าที และอํานาจของสํานักงาน สามารถทํางานให้แก่สํานักงานได้เต็มเวลา รวมทังต้องมีคุณสมบัติและ ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชนด้วย

มาตรา ๕๐附則

มาตรา ๕๐ เจ้าหน้าทีพ้นจากตําแหน่งเมือ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา ๕« (@) ครบกําหนดเวลาจ้างตามสัญญา (๕) ถูกให้ออก เพราะไม่ผ่านการประเมินผลงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการทิคณะกรรมการ กําหนดไว้ในข้อบังคับ (๒) ถูกไล่ออกหรือปลดออก เพราะผิดวินัยตามหลักเกณฑ์และวิธีการทีคณะกรรมการกําหนดไว้ ในข้อบังคับ การขาดคุณสมบัติเพราะมีอายุเกินหกสิบปี ให้ถือว่าเป็นการพันจากตําแหน่งตามกําหนดเวลา ในสัญญาจ้าง

มาตรา ๕๑附則

มาตรา ๕๑ สํานักงานอาจทําสัญญาจ้างทีปรึกษา ผู้เชียวชาญ หรือลูกจ้างตามระยะเวลา =ฆ่๐ ๑7 97 ทีกําหนดในสัญญาได้

มาตรา ๕๒附則

มาตรา ๕๒ เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานของสํานักงาน รัฐมนตรีอาจขอให้ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที หรือผู้ปฏิบัติงานอืนในกระทรวง กรม องค์กรปกครองส่วนท้องถิน รัฐวิสาหกิจ 6 ฆ่ ฆ 1 ฆ่ ๑7 = ๑ ไร ข 0 3ื1 ๐ ๑7 องค์การมหาชนอืน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ มาปฏิบัติงานเป็นเจ้าหน้าทีหรือผู้ปฏิบัติงานในสํานักงาน ๕ ฆ ย % ซ๊ งมุ่ ๑๑ ฆ๕= ๑ ๐7 ๑7 0 ฆ ข ๓ ๕ ฆข =ฆ่๐ท๓ เป็นการชัวคราวได้ ทังนี้ เมือได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาหรือนายจ้างของผู้นั้น และมีข้อตกลงทีทําไว้ ในการอนุมัติ หน้า ๓๒ เล่ม ๑๕๒ ตอนที ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕ ในกรณีทีเจ้าหน้าทีของรัฐได้รับอนุมัติให้มาปฏิบัติงานเป็นเจ้าหน้าทีหรือผู้ปฏิบัติงานเป็นการชัวคราว : ขฆณ=ฒฆ 1 ๕ 9๑7๑๐7 ข ฆ = ๑/๕๕ ตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าเป็นการได้รับอนุญาตให้ออกจากราชการหรือออกจากงานไปปฏิบัติงานใด ๆ และให้นับระยะเวลาระหว่างทีมาปฏิบัติงานในสํานักงานสําหรับการคํานวณบําเหน็จบํานาญ ฆ 6 ฆ่ ๐ ฆ ๑7 ฆ 1 = ๑๕ ฆ = ๑ ๕ ๑7 1 หรือประโยชน์ตอบแทนอินทํานองเดียวกันเสมือนอยู่ปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานเต็มเวลาดังกล่าว 9๑/ 1 ฆ= แล้วแต่กรณี เมือสินสุดระยะเวลาทิได้รับอนุมัติให้มาปฏิบัติงานในสํานักงาน ให้เจ้าหน้าทีของรัฐตามวรรคหนึ่ง มีสิทธิได้รับการบรรจุและแต่งตังให้ดํารงตําแหน่งและรับเงินเดือนในส่วนราชการหรือหน่วยงานเดิม 16 1 ๐ 1 =% ฆ =% 9๑7 =ฆ่ ๐ @๑7๕ ไม่ตํากว่าตําแหน่งและเงินเดือนเดิมตามข้อตกลงทีทําไว้ในการอนุมัติ การบัญชี การตรวจสอบ และการประเมินผลงานของสํานักงาน

หมวด ๒๐

มาตรา ๕๓附則

มาตรา ๕๓ การบัญชีของสํานักงาน ให้จัดทําตามหลักเกณฑ์ทิคณะกรรมการกําหนด = ๕ ฆ ๕ส ฆ ฆ ซฆ ฆ ๑% ๓ๆ๑ซขฆ ซึงต้องเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชีภาครัฐ และต้องจัดให้มีการตรวจสอบ ภายในเกียวกับการเงิน การบัญชี และการพัสดุของสํานักงาน ตลอดจนรายงานผลการตรวจสอบ ให้คณะกรรมการทราบอย่างน้อยปีละครั้ง ในการตรวจสอบภายใน ให้มีเจ้าหน้าทิหรือผู้ปฏิบัติงานของสํานักงานทําหน้าทีเป็นผู้ตรวจสอบภายใน โดยเฉพาะและให้รับผิดชอบขืนตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการตามระเบียบ ทิคณะกรรมการกําหนด ในการแต่งตั้ง โยกย้าย เลือนเงินเดือน เลือนตําแหน่ง และลงโทษทางวินัยของผู้ตรวจสอบภายใน ให้ผู้อํานวยการและคณะกรรมการตรวจสอบพิจารณาร่วมกันแล้วเสนอให้คณะกรรมการให้ความเห็นชอบก่อน จึงดําเนินการได้

มาตรา ๕๕附則

มาตรา ๕๕ ให้สํานักงานจัดทํารายงานการเงินประจําปีส่งผู้สอบบัญชีภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันสินปิบัญชีทุกป หน้า ๓๓ เล่ม ๑๕๒ ตอนที ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕ ในทุกรอบปี ให้สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือบุคคลภายนอกตามทีคณะกรรมการแต่งตัง ด้วยความเห็นชอบของสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีและประเมินผลการใช้จ่ายเงิน ๑7 6๑ ๐ 0๐๑/ ข = ๕ ๕ ๑7 = 6!เ ข เ! ๑7 1 ๕ และทรัพย์สินของสํานักงาน โดยให้แสดงความคิดเห็นเป็นข้อวิเคราะห์ว่าการใช้จ่ายดังกล่าวเป็นไป ๑7 6 ๑7 9๑/ ฆ= 9/ ๐ ๓๑ =% ๑/ ตามวัตถุประสงค์ ประหยัด และได้ผลตามเป้าหมายเพียงใด แล้วทําบันทึกรายงานผลการสอบบัญชี เสนอต่อคณะกรรมการ ผู้สอบบัญชีมีอํานาจตรวจสอบสรรพสมุดบัญชีและเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของสํานักงาน สอบถามผู้อํานวยการ รองผู้อํานวยการ ผู้อํานวยการหน่วย ผู้ตรวจสอบภายใน เจ้าหน้าที และผู้ปฏิบัติงาน หรือบุคคลอืน และเรียกให้ส่งสรรพสมุดบัญชีและเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ๐ 0๐7 ๕ = =% ๑ ๐ ๕ ของสํานักงานเป็นการเพิมเติมได้ตามความจําเป็น

มาตรา ๕๕附則

มาตรา ๕๕ ให้สํานักงานทํารายงานประจําปีเสนอรัฐมนตรีทุกสินปีงบประมาณ รายงานนี ให้กล่าวถึงผลงานของสํานักงานในปีทีล่วงมาแล้ว รายงานการเงิน พร้อมทังรายงานของผู้สอบบัญชี ๐ จ จ่ ๑7 จ่ ๑7 ๐ 9๑7 รวมทั้งคําชีแจงเกียวกับนโยบายของคณะกรรมการ แผนงาน และโครงการทีจะจัดทําในภายหน้า

มาตรา ๕๐附則

มาตรา ๕๐ การประเมินผลงานของสํานักงานให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชน และกฎหมายว่าด้วยสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ หมวด การกํากับดูแล

มาตรา ๕๓附則

มาตรา ๕๓ ให้รัฐมนตรีมีหน้าทีและอํานาจกํากับดูแลการดําเนินกิจการของสํานักงาน ให้เป็นไปตามกฎหมายและให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการจัดตังสํานักงาน นโยบายของรัฐบาล = ๑7 ฆ= = 1 ฆ่ จ่ ๑ ๑7 ๐ ๑๐๑/ ฆ่ จ ๑7๑7 ฆฐ มติคณะรัฐมนตรี มติสภานโยบาย และแผนต่าง ๆ ทิเกียวข้องกับสํานักงาน เพื่อการนี ให้รัฐมนตรี มีอํานาจสังให้สํานักงานชีแจง แสดงความคิดเห็น ทํารายงาน หรือยับยังการกระทําของสํานักงาน ทิขัดต่อกฎหมาย วัตถุประสงค์ของการจัดตังสํานักงาน นโยบายของรัฐบาล มติคณะรัฐมนตรี มติสภานโยบาย หรือแผนต่าง ๆ ทีเกียวข้องกับสํานักงาน ตลอดจนสังสอบสวนข้อเท็จจริงเกียวกับ การดําเนินการของสํานักงานได้ หน้า ๓๕ เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕ บทเฉพาะกาล

มาตรา ๕๕附則

มาตรา ๕๕ ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน งบประมาณ และรายได้ของสํานักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๒ เฉพาะในส่วนของหน่วยบริหารและจัดการทุนที่จัดตั้งขึ้นตามข้อบังคับคณะกรรมการ อํานวยการสํานักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ว่าด้วย หน่วยบริหารและจัดการทุน พ.ศ. ๒๕๒๒ ที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับไปเป็น ของสํานักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) ตามพระราชกฤษฎีกานี้ และให้ถือว่าหน่วยบริหารและจัดการทุนดังกล่าว เป็นหน่วยบริหารจัดการทุนตามพระราชกฤษฎีกานี้ไปจนกว่าคณะกรรมการสํานักงานเร่งรัดการวิจัย และนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่จะมีมติเป็นอย่างอื่น ให้หน่วยบริหารจัดการทุนตามวรรคหนึ่งซึ่งรับโอนมา ยังคงดําเนินโครงการวิจัยและนวัตกรรม และกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการวิจัยและนวัตกรรมต่อไปจนกว่าจะสิ้นสุดโครงการหรือกิจกรรมดังกล่าว หรือจนกว่าคณะกรรมการสํานักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขัน และการพัฒนาทพื้นที่จะมีมติเป็นอย่างอื่น นิติกรรม สัญญา หรือข้อตกลงใดที่รับโอนมาตามวรรคหนึ่ง อ้างถึง “สํานักงานสภานโยบาย การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ” และ “หน่วยบริหารและจัดการทุน” ให้ถือว่าอ้างถึง “สํานักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน)” และ “หน่วยบริหารจัดการทุน” ตามพระราชกฤษฎีกานี้ แล้วแต่กรณี

มาตรา ๕๓附則

มาตรา ๕๓ ให้โอนเงินจากกองทุนสํารองเลี้ยงชีพของสํานักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติตามพระราชบัญญัติสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๒ เฉพาะในส่วนของหน่วยบริหารและจัดการทุนที่จัดตั้งขึ้น ตามข้อบังคับคณะกรรมการอํานวยการสํานักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ว่าด้วยหน่วยบริหารและจัดการทุน พ.ศ. ๒๕๒๒ ที่มีอยู่ในวันก่อนวันที่ หน้า ๓๕ เล่ม ๑๕๒ ตอนที ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕ ฆ จ 9๑/ ๑๐/ ฉ๓๑» - = ๐ จ '=. ๐ ๑7 1 ๑7 = ๑7 พระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ ไปเป็นเงินของกองทุนสํารองเลียงชีพของสํานักงานเร่งรัดการวิจัย และนวัตกรรมเพื่อเพิมความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพืนที (องค์การมหาชน) ตามพระราชกฤษฎีกานี และให้ถือว่าสมาชิกภาพของสมาชิกในกองทุนสํารองเลียงชีพของผู้อํานวยการหน่วยบริหารและจัดการทุน ตามมาตรา ๒๒ และพนักงานของสํานักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 1 = จ่ ๑7 1 ฆ่ ไล“ = = ๐ จ '= แห่งชาติทิโอนไปตามมาตรา ๒๕ นับต่อเนื่องเป็นสมาชิกภาพของสมาชิกในกองทุนสํารองเลียงชิพ ของสํานักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิมความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที (องค์การมหาชน) ตามพระราชกฤษฎีกานี

มาตรา ๒๐附則

มาตรา ๒๐ ในวาระเริมแรก ให้คณะกรรมการอํานวยการสํานักงานสภานโยบาย การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ซึงดํารงตําแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที พระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ ปฏิบัติหน้าทีคณะกรรมการสํานักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรม ฆ่ = 1 ๑7 ๑7 ว จ่ ฆ จ 1 1 =. เพื่อเพิมความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นทิตามพระราชกฤษฎีกานิไปพลางก่อนจนกว่าจะมี การแต่งตังคณะกรรมการตามพระราชกฤษฎีกานี ทั้งนี้ ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที ณฆ =๊6 9/7 ๑7/ ฉ๑๐» พระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ

มาตรา ๒๑附則

มาตรา ๒๑ ในวาระเริมแรก ให้ผู้อํานวยการสํานักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ซึ่งดํารงตําแหน่งอยู่ในวันก่อนวันทีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ ปฏิบัติหน้าทีผู้อํานวยการสํานักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิมความสามารถการแข่งขัน ๑7 ญี จ่ ฆ =ั 1 1 '- 1 ซ่ 9๑๐ ฆ จ และการพัฒนาพินที่ตามพระราชกฤษฎีกานีไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตังผู้อํานวยการตามพระราชกฤษฎีกานี ซึงต้องไม่เกินสองร้อยสีสิบวันนับแต่วันทีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ

มาตรา ๒๒附則

มาตรา ๒๒ ในวาระเริมแรก ให้คณะกรรมการบริหารหน่วยบริหารและจัดการทุน และผู้อํานวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนตามข้อบังคับคณะกรรมการอํานวยการสํานักงาน สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ว่าด้วยหน่วยบริหารและจัดการทุน พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งดํารงตําแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ ปฏิบัติหน้าทิ ตามพระราชกฤษฎีกานีไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตังคณะอนุกรรมการประจําหน่วยบริหารจัดการทุน และผู้อํานวยการหน่วยบริหารจัดการทุนตามพระราชกฤษฎีกานี ซึ่งต้องไม่เกินสองร้อยสีสิบวัน ๑7 1๑» จฆ่ '= =๊6 9๑7 ๑7 ๑7 9๑7 นับแต่วันทีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ โดยให้ หน้า ๓๒๐ เล่ม ๑๕๒ ตอนที ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕ (๑) คณะกรรมการบริหารหน่วยบริหารและจัดการทุนและผู้อํานวยการหน่วยบริหาร และจัดการทุนด้านการเพิมความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ปฏิบัติหน้าทีคณะอนุกรรมการ ประจําหน่วยบริหารจัดการทุนและผู้อํานวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถ การแข่งขันตามมาตรา ๓๒๐ (๑) (๒) คณะกรรมการบริหารหน่วยบริหารและจัดการทุนและผู้อํานวยการหน่วยบริหาร และจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที ปฏิบัติหน้าที่คณะอนุกรรมการประจําหน่วยบริหารจัดการทุน และผู้อํานวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ตามมาตรา ๓๒๐ (๒) (๓) คณะกรรมการบริหารหน่วยบริหารและจัดการทุนและผู้อํานวยการหน่วยบริหาร และจัดการทุนด้านการพัฒนากําลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม ปฏิบัติหน้าทิคณะอนุกรรมการประจําหน่วยบริหารจัดการทุนและผู้อํานวยการหน่วยบริหารจัดการทุน ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคตตามมาตรา ๓๒๐ (๓)

มาตรา ๒๓附則

มาตรา ๒๓ ให้คณะกรรมการตามมาตรา ๒๐ ปฏิบัติหน้าทีคณะอนุกรรมการประจําหน่วย บริหารจัดการทุนด้านการนําศิลปกรรม วิทยาการ และเทคโนโลยีทีเหมาะสมไปใช้ประโยชน์ตามมาตรา ๓๒๐ (@) ไปพลางก่อน จนกว่าจะมีการแต่งตังคณะอนุกรรมการประจําหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการนําศิลปกรรม วิทยาการ และเทคโนโลยีทีเหมาะสมไปใช้ประโยชน์ตามพระราชกฤษฎีกานี ซึงต้องไม่เกินสองร้อยสีสิบวัน ๑7 1๑7 จ่ ฆ =๊6 9๑7 ๐7/ 0๐7 นับแต่วันทีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ ให้คณะกรรมการตามมาตรา ๒๐ แต่งตังรักษาการผู้อํานวยการหน่วยบริหารจัดการทุน ด้านการนําศิลปกรรม วิทยาการ และเทคโนโลยีทีเหมาะสมไปใช้ประโยชน์ตามมาตรา ๓๒๐ (๕) เพื่อปฏิบัติหน้าทีผู้อํานวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการนําศิลปกรรม วิทยาการ และเทคโนโลยี จ่ 9๑7 6 ฆ = 1 1 ฆ 1 2 9๑7 ๐ ทิเหมาะสมไปใช้ประโยชน์ตามพระราชกฤษฎีกานีไปพลางก่อน จนกว่าจะมีการแต่งตังผู้อํานวยการ 1 = ๑7 9/ ๐ = = ฆซข่ ซ่ 6 หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการนําศิลปกรรม วิทยาการ และเทคโนโลยีทีเหมาะสมไปใช้ประโยชน์ ๊ง จ ซะ ข | = ๑ จ่๑> ๑/ ๐7 เฉ/ จ่ ฆ =๊6 9๑7 ๐7/ 0๐7 ตามพระราชกฤษฎีกานี ซึ่งต้องไม่เกินสองร้อยสีสิบวันนับแต่วันทิพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ

มาตรา ๒๕附則

มาตรา ๒๕ ให้โอนบรรดาพนักงาน ทีปรึกษา และผู้เชียวชาญของสํานักงานสภานโยบาย การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ เฉพาะทิปฏิบัติหน้าทีในหน่วยบริหาร และจัดการทุนทีจัดตังขืนตามข้อบังคับคณะกรรมการอํานวยการสํานักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา หน้า ๓๓ เล่ม ๑๕๒ ตอนที ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕ วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ว่าด้วยหน่วยบริหารและจัดการทุน พ.ศ. ๒๕๒๐๒ บ บ จ่ ๑ = ๑=% จ่ 1 = ๑/ ซ่ ๑ ๕ เว บ” จ่ และเจ้าหน้าทีของรัฐซึงมาปฏิบัติงานทีหน่วยบริหารและจัดการทุนเป็นการชัวคราว ไปเป็นเจ้าหน้าทิ และผู้ปฏิบัติงานของสํานักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิมความสามารถการแข่งขัน ๑7 ฆฐ๊ งอ่ ด ฆ จ =๑ >%ฆ 1 ๕ และการพัฒนาพิ้นที (องค์การมหาชน) ตามพระราชกฤษฎีกานี โดยมิให้ถือว่าเป็นการออกจากงาน เพราะสังกัดเดิมเลิกจ้าง และให้ได้รับเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทน สวัสดิการและสิทธิประโยชน์อิน จฆ่ 97๑๐7 97 1 1 '= 1 ซ่ 9 ๐ ๐ 1 1 ทิเคยได้รับมาแล้วไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการบรรจุและแต่งตังให้ดํารงตําแหน่งใหม่ การบรรจุและแต่งตังบุคคลตามวรรคหนึ่งให้ดํารงตําแหน่งใด ให้เป็นไปตามกรอบอัตรากําลัง คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม และอัตราเงินเดือนหรือค่าจ้างตามทีคณะกรรมการตามมาตรา ๒๐ กําหนด ซึ่งจะต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับโครงสร้างและกรอบอัตรากําลังของสํานักงานเร่งรัดการวิจัย และนวัตกรรมเพื่อเพิมความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพืนที (องค์การมหาชน) และจะต้อง ได้รับเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทน หรือสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อินซึ่งรวมกันแล้วต้องไม่น็อยกว่า จ่ขะ 97๑๐๑» 1 = 1 2 ๑7 1 9๑7 ๑7 จ่ = จ 9๑7 ๐/ ๑๐7 ทิผู้นั่นเคยได้รับอยู่เดิม โดยการบรรจุและแต่งตังดังกล่าวให้มีผลในวันทีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ และให้นับอายุการปฏิบัติงานต่อเนื่องจากการปฏิบัติงานในหน่วยบริหารและจัดการทุนทีจัดตังขึ้น ตามข้อบังคับคณะกรรมการอํานวยการสํานักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ว่าด้วยหน่วยบริหารและจัดการทุน พ.ศ. ๒๕๒๐๒

มาตรา ๒๕附則

มาตรา ๒๕ พนักงานของสํานักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ และสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตามพระราชบัญญัติสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๒ และพนักงานหรือลูกจ้างของสถาบันอุดมศึกษาหรือหน่วยงานอินของรัฐซึงอยู่ในกํากับ ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผู้ใดสมัครใจ ๕ 9จ 9/ จ่ =ฆ 9๑ = ๑ ๐ ๑7 1 ๓๑ = ๑7 ๑7 ฆ่ = จะไปเป็นเจ้าหน้าทีหรือผู้ปฏิบัติงานของสํานักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถ การแข่งขันและการพัฒนาพื้นที (องค์การมหาชน) ให้แสดงความจํานงเป็นหนังสือต่อผู้อํานวยการ ตามมาตรา ๒๑ ตามแบบทิคณะกรรมการตามมาตรา ๒๐ กําหนด ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที =. =๊6 9๑7 ๐7/ 0๐๑» ฆ่ 1 ๑7 =' = ณี ๑7 ๕จ่ พระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ และเมือผ่านการคัดเลือกหรือการประเมินตามหลักเกณฑ์ทีคณะกรรมการ ตามมาตรา ๒๐ กําหนดแล้ว ให้สํานักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิมความสามารถ หน้า ๓๕ เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕ การแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) ดําเนินการบรรจุและแต่งตั้งเป็นเจ้าหน้าที่ ของสํานักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) ให้นําความในมาตรา ๒๕ วรรคสอง มาใช้บังคับแก่การบรรจุ แต่งตั้ง และการนับอายุ การปฏิบัติงานต่อเนื่องของบุคคลดังกล่าวในวรรคหนึ่งด้วยโดยอนุโลม

มาตรา ๒๒附則

มาตรา ๒๒ บทบัญญัติแห่งกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คําสั่ง มติคณะรัฐมนตรี มติสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ หรือมติคณะกรรมการส่งเสริม วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมใด ที่ใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ อ้างถึง “หน่วยบริหารและจัดการทุน” “คณะกรรมการบริหารหน่วยบริหารและจัดการทุน” “ผู้อํานวยการ หน่วยบริหารและจัดการทุน” และ “พนักงานสํานักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ” เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับหน่วยบริหารและจัดการทุนที่จัดตั้งขึ้น ตามข้อบังคับคณะกรรมการอํานวยการสํานักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ว่าด้วยหน่วยบริหารและจัดการทุน พ.ศ. ๒๕๒๒ ให้ถือว่าอ้างถึง “หน่วยบริหารจัดการทุน” “คณะอนุกรรมการประจําหน่วยบริหารจัดการทุน” “ผู้อํานวยการ หน่วยบริหารจัดการทุน” และ “เจ้าหน้าที่สํานักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถ การแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน)” ในสํานักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) ตามพระราชกฤษฎีกานี้ แล้วแต่กรณี

มาตรา ๒附則

มาตรา ๒ ในวาระเริ่มแรก ให้สํานักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติตามพระราชบัญญัติสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๒ สนับสนุนการดําเนินงานของสํานักงานเร่งรัดการวิจัย และนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) ไปพลางก่อน ซึ่งต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ

มาตรา ๒๕附則

มาตรา ๒๕ ในระหว่างที่ยังไม่มีระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ข้อกําหนด หรือคําสั่ง ของสํานักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ หน้า ๓๕ เล่ม ๑๕๒ ตอนที ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จั้นวาคม ๒๕๒๐๕ (องค์การมหาชน) ให้นําระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ข้อกําหนด หรือคําสังของสํานักงานสภานโยบาย การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติตามพระราชบัญญัติสภานโยบายการอุดมศึกษา =ี 6 = ๑7 ๑7 1 ณี จ่จ | ๑7 1 ๑7 จ่ ฆ =๊: 9๑7 ๑๐/ 0๑๐» วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๐๒ ทิมีอยู่ในวันก่อนวันทีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ มาบังคับใช้เท่าทิไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชกฤษฎีกานี จนกว่าจะได้มีการออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ ข้อกําหนด หรือคําสังตามพระราชกฤษฎีกานี ทังนี้ ต้องไม่เกินสองปีนับแต่วันทิ ณฆ =๊6 9๑7 ๐7/ 0๑๐» พระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ

มาตรา ๒๑附則

มาตรา ๒๑ เมือสํานักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิมความสามารถการแข่งขัน ๑7 ง จ่ 6 ๐ ณี 9/ =ฆ| ๑7 1๑9๑» จ่ = =๊: 9๑7/ ๑๐7/ 0๐7 และการพัฒนาพื้นที (องค์การมหาชน) ดําเนินการครบห้าปีนับแต่วันทีพระราชกฤษฎีกานีใช้บังคับ ให้สํานักงาน ก.พ.ร. จัดให้มีการประเมินความคุ้มค่าตามตัวชีวัดและค่าเป้าหมายทิได้รับความเห็นชอบ จากคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน หากพิจารณาเห็นว่าไม่คุ้มค่าในการจัดตัง ให้สํานักงาน ก.พ.ร. เสนอรัฐมนตรีผู้รักษาการเพื่อยุบเลิกและโอนถ่ายภารกิจไปให้หน่วยงานอืนต่อไป ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ อนุทิน ชาญวิรกูล ๑7 ฆ นายกรัฐมนตรี หน้า ๕๐ เล่ม ๑๕๒ ตอนที่ ๓๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๓๑ จันวาคม ๒๕๐๕ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่การสร้างความเจริญเติบโต ทางเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืนของประเทศ การเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตและบริการ การสร้างรากฐานไปสู่อุตสาหกรรมและกิจการแห่งอนาคต การพัฒนาพื้นที่ และการยกระดับคุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจฐานราก จําเป็นต้องใช้การวิจัยและการสร้างนวัตกรรมเป็นรากฐานซึ่งต้องอาศัยความเข้มแข็ง ของระบบบริหารจัดการและให้ทุนสําหรับการวิจัยและนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนาปรับปรุง เทคโนโลยีขั้นสูงและเทคโนโลยีที่เหมาะสม และพัฒนากําลังคนทักษะสูง สร้างผู้ประกอบการใหม่ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จําเป็นสําหรับระบบวิจัยและนวัตกรรม รวมทั้งขับเคลื่อนและเร่งรัดการพัฒนา เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อนําไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือเชิงสังคมและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ที่เป็นรูปธรรม ในการดําเนินการดังกล่าวนี้ ภาครัฐจําเป็นต้องดําเนินการร่วมกับภาคเอกชนหรือภาคประชาสังคม เพื่อให้เกิดความสําเร็จ สมควรจัดตั้งสํานักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขัน และการพัฒนาพื้นที่ขึ้นเป็นองค์การมหาชนเพื่อดําเนินการในเรื่องดังกล่าว จึงจําเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查