มาตรา ๑๕
มาตรา ๑๕ เมื่อพนักงานอัยการได้รับสำนวนความและสำนวนการสอบสวนดั่งกล่าวในมาตรา ๑๔ ให้พนักงานอัยการปฏิบัติดั่งต่อไปนี้ (๑) ถ้าพนักงานอัยการเห็นควรสั่งฟ้อง ให้สั่งฟ้องและยื่นฟ้องผู้ต้องหาต่อศาลที่มีอำนาจภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับสำนวนความจากศาลแขวง (๒) ถ้าพนักงานอัยการเห็นว่า มีความจำเป็นจะต้องทำการสอบสวนเพิ่มเติม ก่อนสั่งฟ้อง หรือสั่งไม่ฟ้อง จะสั่งให้พนักงานสอบสวนทำการสอบสวนเพิ่มเติมหรือจะเรียกพยานมาซักถามเสียเองก็ได้ แต่ต้องสั่งการไปโดยด่วน ในกรณีเช่นว่านี้ เมื่อสอบสวนเพิ่มเติมหรือเรียกพยานมาซักถามแล้ว ถ้าพนักงานอัยการเห็นควรสั่งฟ้อง ให้สั่งฟ้องและยื่นฟ้องผู้ต้องหาต่อศาลที่มีอำนาจภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับสำนวนการสอบสวนเพิ่มเติม หรือซักถามพยานเสร็จ แล้วแต่กรณี แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่พนักงานอัยการได้รับสำนวนความจากศาลแขวง เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมอัยการ หรือผู้ที่อธิบดีกรมอัยการมอบหมาย (๓) ถ้าพนักงานอัยการเห็นควรสั่งไม่ฟ้องในคดีที่ศาลแขวงสั่งว่ามีมูล ไม่ว่ากรณีใด ให้ส่งสำนวนความและสำนวนการสอบสวนพร้อมด้วยความเห็นไปขอรับความเห็นชอบจากอธิบดีกรมอัยการ หรือผู้ที่อธิบดีกรมอัยการมอบหมายก่อน จึงจะสั่งไม่ฟ้องได้ ถ้าอธิบดีกรมอัยการหรือผู้ที่อธิบดีกรมอัยการมอบหมาย เห็นควรสั่งฟ้อง ก็ให้สั่งฟ้องและส่งสำนวนกับคำสั่งไปยังพนักงานอัยการ ให้พนักงานอัยการยื่นฟ้องผู้ต้องหาต่อศาลที่มีอำนาจภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งให้ฟ้อง