มาตรา ๕๗附則
มาตรา ๕๗ ทวิ* เมื่อปรากฏหลักฐานต่อธนาคารแห่งประเทศไทยว่าบริษัท ใดมีฐานะหรือการดำเนินงานอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ ของประชาชน หรือกรรมการ ผู้จัดการหรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทใด ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของธนาคารแห่งประเทศไทยตามมาตรา ๕๗ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๕๗ ตรี ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจสั่งให้บริษัทนั้นถอดถอนกรรมการผู้จัดการหรือบุคคลซึ่ง รับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทผู้เป็นต้นเหตุดังกล่าวออกจากตำแหน่งได้ในกรณีที่ ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่งให้ถอดถอนบุคคลใด ให้บริษัทนั้นแต่งตั้งบุคคลอื่นโดยความเห็น ชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยเข้าดำรงตำแหน่งแทนภายในเวลาสามสิบวันนับแต่วันถอด ถอน บริษัทใดไม่ถอดถอนบุคคลหรือถอดถอนแล้วไม่แต่งตั้งบุคคลอื่นเข้าดำรงตำแหน่งแทน ธนาคารแห่งประเทศไทยด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งดังต่อไปนี้ (๑) ถอดถอนกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำเนิน งานของบริษัท ซึ่งบริษัทนั้นไม่ถอดถอน (๒) แต่งตั้งบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือหลายคนไปดำรงตำแหน่งแทนผู้ซึ่ง ถูกถอดถอนเป็นเวลาไม่เกินสามปี และให้บุคคลนั้นได้รับค่าตอบแทนตามที่รัฐมนตรีกำหนด โดยให้จ่ายจากทรัพย์สินของบริษัทนั้น และในระหว่างเวลาที่บุคคลดังกล่าวดำรงตำแหน่งอยู่ ผู้ถือหุ้นของบริษัทจะมีมติเพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งของธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ได้ บุคคลซึ่งถูกถอดถอนจะเข้าไปเกี่ยวข้องหรือดำเนินการใด ๆ ในบริษัทนั้นไม่ ได้ไม่ว่าโดยทางตรงและทางอ้อม และต้องอำนวยความสะดวกและให้ข้อเท็จจริงแก่บุคคลตาม (๒) หรือตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ให้ถือว่าคำสั่งของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามมาตรานี้เป็นมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือตาม กฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด แล้วแต่กรณี *[มาตรา ๕๗ ทวิ แก้ไขโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๘]