我的書籤免費註冊

พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี พ.ศ. 2554 ข้อ 6

ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ส่วนราชการภายในกลุ่มภารกิจป้องกันการทุจริต มีหน้าที่และอำนาจดังนี้ ๑) สำนักเฝ้าระวังและประเมินสภาวการณ์ทุจริต มีหน้าที่และอำนาจดังนี้ (๑) ติดตาม เฝ้าระวัง ประเมินสภาวการณ์อย่างรวดเร็ว (rapid appraisal) เพื่อเตือนภัยเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่บ่งชี้ว่าจะมีการทุจริตเกิดขึ้นในสังคมไทย เพื่อเสนอโดยเร็วต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปขยายผล เช่น สร้างการตื่นรู้ (realise) การจัดกิจกรรมการป้องกันและการนำไปสร้างมาตรการป้องกันเชิงรุก (๒) ตรวจสอบกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการดำเนินการอย่างใดในหน่วยงานของรัฐอันอาจนำไปสู่การทุจริตหรือส่อว่าอาจมีการทุจริต และรายงานผลการตรวจสอบพร้อมทั้งข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไขต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณามีหนังสือแจ้งให้หน่วยงานของรัฐ และคณะรัฐมนตรีทราบ รวมทั้งติดตามผลการดำเนินการตามมติคณะกรรมการป.ป.ช. ดังกล่าว (๓) ดำเนินการสำรวจการรับรู้การทุจริตปีละหนึ่งครั้ง และจัดทำรายงานเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. รวมทั้งเผยแพร่ต่อสาธารณะในวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (International Anti - Corruption Day) (๔) ผสานพลังกับสำนักงาน ป.ป.ช. ภาคและสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเป็นเครือข่าย เพื่อร่วมกันสำรวจ ตรวจสอบ ติดตาม เฝ้าระวัง ประเมินสภาวการณ์การทุจริตอย่างรวดเร็ว (rapid appraisal) เพื่อให้เกิดการป้องกันโดยเร็ว (๕) ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเป็นเครือข่าย (๖) จัดทำรายงานผลการดำเนินการสำรวจ ติดตาม และประเมินสถานการณ์การทุจริตของประเทศ ทุกไตรมาส และเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. (๗) ติดตามและประเมินผลความสำเร็จและความคุ้มค่าในการดำเนินงาน และจัดทำรายงานเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. รวมทั้งประสานสำนักมาตรการเชิงรุกและนวัตกรรมเพื่อนำไปประกอบการพิจารณากำหนดมาตรการ ความเห็น และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (๘) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช.มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ๒) สำนักประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส มีหน้าที่และอำนาจดังนี้ (๑) ดำเนินการเกี่ยวกับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน หรือเครื่องมือการประเมินอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปตามมาตรฐานและได้รับการยอมรับในระดับสากล เพื่อยกระดับธรรมาภิบาลในหน่วยงานและสามารถยกระดับดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ (๒) บริหารจัดการสารสนเทศเพื่อการประมวลผลการประเมินและการตัดสินใจเพื่อการบริหาร (ITA Data Management) ให้มีความถูกต้องและน่าเชื่อถือ ทันต่อสถานการณ์เพื่อนำไปใช้ในการกำหนดมาตรการ นโยบาย หรือแนวทางในการยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใสการป้องกันการทุจริต รวมทั้งแนวทางในการยกระดับธรรมาภิบาลเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาองค์กร (๓) ศึกษา วิเคราะห์ผลการประเมิน ปัจจัยและผลกระทบต่าง ๆ ที่มีต่อการเสริมสร้างคุณธรรมและความโปร่งใส การป้องกันการทุจริตทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อส่งสัญญาณเสนอแนะทิศทางในการยกระดับธรรมาภิบาลและยกระดับดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติ และเพื่อเป็นแหล่งอ้างอิงในเรื่องที่เกี่ยวข้อง (๔) ศึกษา และประสานร่วมงานกับหน่วยงานวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศในการทำวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ระบบ เทคนิค วิธีการ และเครื่องมือในการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน (๕) ให้คำปรึกษา เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง (๖) ประสาน และติดตามประเมินผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อปรับปรุง พัฒนาด้านคุณธรรมและความโปร่งใส หรือด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (๗) เผยแพร่ประชาสัมพันธ์และสร้างเสริมการรับรู้และบทบาทของภาคประชาชนที่มีต่อการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน (๘) จัดทำรายงานการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนประจำปี รวมทั้งประเมินผลความสำเร็จและความคุ้มค่าในการดำเนินงานเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. และประสานสำนักมาตรการเชิงรุกและนวัตกรรมเพื่อนำไปประกอบการพิจารณากำหนดมาตรการ ความเห็น และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (๙) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ๓) สำนักต้านทุจริตศึกษา มีหน้าที่และอำนาจดังนี้ (๑) ส่งเสริมและประสานความร่วมมือในการสร้างและพัฒนาหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งกำหนดแนวทางในการนำไปใช้ การติดตามและการประเมินผล โดยบูรณาการการเรียนรู้จากพิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุของสำนักงาน ป.ป.ช. (๒) กำกับ ดูแล ประสาน และติดตามกระบวนการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่ได้นำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้เพื่อพัฒนา ปรับปรุง และเสนอแนวทางในการนำไปใช้เพื่อให้เกิดผลตามยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (๓) ประสานและดำเนินการร่วมกับหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศในการสร้างและพัฒนาหลักสูตรต้านทุจริตหลากหลายรูปแบบบนฐานความจำเป็นและความสำคัญ (๔) ส่งเสริม สนับสนุน ผลักดันสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ เอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้จัดการศึกษาและฝึกอบรมการป้องกันการทุจริตหลากหลายรูปแบบรวมทั้งส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา ส่งเสริมการศึกษา วิจัย เพื่อปรับวิธีคิดให้สามารถแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตัวและส่วนรวม จิตพอเพียงต้านทุจริต ความอายและไม่ทนต่อการทุจริตในทุกช่วงวัย ทุกกลุ่มอาชีพ เพื่อสร้างวัฒนธรรมต่อต้านการทุจริตอย่างยั่งยืน (๕) ประสานการปฏิบัติงานการป้องกันการทุจริตกับสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในฐานะผู้กำกับทิศทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ในประเด็นยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง (๖) เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจและถ่ายทอดงานเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติแก่สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด เพื่อการดำเนินงานในพื้นที่ (๗) รับผิดชอบการดำเนินการเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุของสำนักงาน ป.ป.ช. (๘) ประสานการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานภายในองค์กรที่เกี่ยวข้อง อาทิ การวิจัยประเมินผลความคุ้มค่า การพัฒนาวิทยากร ป.ป.ช. และวิทยากรตัวคูณ เป็นต้น (๙) ติดตามและประเมินผลความสำเร็จและความคุ้มค่าในการดำเนินงาน และจัดทำรายงานเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. รวมทั้งประสานสำนักมาตรการเชิงรุก และนวัตกรรมเพื่อนำไปประกอบการพิจารณากำหนดมาตรการ ความเห็น และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (๑๐) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ๔) สำนักมาตรการเชิงรุกและนวัตกรรม มีหน้าที่และอำนาจดังนี้ (๑) ศึกษา วิเคราะห์ พร้อมทั้งเสนอจัดทำมาตรการและนวัตกรรม ความเห็นข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในเรื่องการปรับปรุงการปฏิบัติราชการ หรือวางแผนงานโครงการของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐเพื่อป้องกันหรือปราบปรามการทุจริตการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม (๒) ศึกษา วิเคราะห์ พร้อมทั้งเสนอมาตรการและนวัตกรรม ความเห็น ข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการจัดให้มีมาตรการและกลไกที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน (๓) ศึกษา วิเคราะห์ พร้อมทั้งเสนอมาตรการ ความเห็น ข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อเสนอแนะต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือมาตรการใดที่เป็นช่องทางให้มีการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ หรือเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดผลดีต่อราชการได้ (๔) เสนอผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตาม (๑), (๒) และ (๓) ต่อคณะรัฐมนตรี รัฐสภา ศาล องค์กรอิสระ หรือองค์กรอัยการ (๕) ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการนำมาตรการ ความเห็น และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตไปสู่การปฏิบัติ รวมทั้งติดตามผลและปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการเพื่อรายงานให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบต่อไป (๖) ดำเนินการเพื่อจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อการจัดทำมาตรการความเห็น หรือข้อเสนอแนะ ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทบต่อประโยชน์สาธารณะตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนด (๗) วิเคราะห์ ศึกษา รูปแบบพฤติกรรมการทุจริตลักษณะต่าง ๆ จากเรื่องกล่าวหาที่ร้องเรียนมายังสำนักงาน ป.ป.ช. หรือจากแหล่งข้อมูลอื่น ๆ เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการจัดทำมาตรการป้องกันการทุจริต รวมทั้งเป็นฐานข้อมูลเพื่อทำการศึกษา วิเคราะห์ วิจัยถึงแนวโน้มที่อาจก่อให้เกิดการทุจริตในอนาคต พร้อมทั้งเสนอแนวทางเพื่อป้องกันมิให้เกิดการทุจริต (๘) ประสานหน่วยงานวิจัยของสำนักงาน ป.ป.ช. รวมทั้งหน่วยงานอื่นทั้งในประเทศและต่างประเทศในการสร้างองค์ความรู้จากการศึกษา วิเคราะห์ วิจัยรูปแบบพฤติกรรมการทุจริตลักษณะต่าง ๆ เพื่อภารกิจมาตรการด้านการป้องกันการทุจริต (๙) รวบรวม ติดตาม และประเมินผลการดำเนินการตามมาตรการ ความเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และจัดทำรายงานเพื่อเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. (๑๐) งานเลขานุการคณะอนุกรรมการบูรณาการการป้องกันการทุจริต (๑๑) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช.มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ๕) สำนักส่งเสริมและบูรณาการการมีส่วนร่วมต้านทุจริต มีหน้าที่และอำนาจดังนี้ (๑) จัดทำมาตรการและกลไกที่มีประสิทธิภาพเพื่อส่งเสริมให้ประชาชน หน่วยงานของรัฐ ภาคเอกชน และภาคส่วนอื่น มีส่วนร่วมและให้ความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (๒) ส่งเสริมสนับสนุนให้ภาคประชาชน ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องรวมตัวกันเพื่อมีส่วนร่วมและให้ความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (๓) ส่งเสริมสนับสนุนให้ภาคประชาชน ภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงภาคส่วนอื่นได้รับทราบช่องทางการมีส่วนร่วมในการต่อต้าน เฝ้าระวัง และชี้เบาะแสการทุจริต รวมถึงช่องทางในการให้ข้อเสนอแนะเพื่อนำไปปรับปรุงการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ช. ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น (๔) เสริมสร้างวิธีคิดแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตัวและส่วนรวม ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้ประชาชนและชุมชนเกี่ยวกับอันตรายของการทุจริต ค่านิยมที่เน้นการพึ่งพาระบบอุปถัมภ์ในสังคม รวมทั้งเสริมสร้างทัศนคติและค่านิยมเกี่ยวกับความซื่อสัตย์สุจริตให้แก่ประชาชนและชุมชน (๕) งานเลขานุการคณะกรรมการเพื่อให้คำเสนอแนะ ช่วยเหลือ และร่วมมือดำเนินการเพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานของรัฐมีส่วนร่วมและให้ความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตตามมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ (๖) ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ผู้แจ้งเบาะแสหรือให้ข้อมูลได้รับความคุ้มครอง (๗) ประสานความร่วมมือกับสำนักงาน ป.ป.ช. ภาคและสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด รวมทั้งหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมและบูรณาการการมีส่วนร่วมต้านทุจริต (๘) ติดตามและประเมินผลความสำเร็จและความคุ้มค่าในการดำเนินงาน และจัดทำรายงานเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. รวมทั้งประสานสำนักมาตรการเชิงรุกและนวัตกรรมเพื่อนำไปประกอบการพิจารณากำหนดมาตรการ ความเห็น และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (๙) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ๖) สำนักพัฒนาและส่งเสริมธรรมาภิบาล มีหน้าที่และอำนาจดังนี้ (๑) พัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมเรื่องธรรมาภิบาลที่เท่าทันต่อสถานการณ์สำหรับใช้ในการส่งเสริมและยกระดับธรรมาภิบาลให้แก่หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และนิติบุคคลอื่น ๆ เพื่อเป็นการยกระดับดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perception Indexs : CPI) (๒) ให้คำปรึกษา เสนอแนะแนวทางการปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาล และจริยธรรมตามแนวทางสากลให้แก่หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และนิติบุคคลอื่น ๆ (๓) เป็นหน่วยเคลื่อนที่ในการให้คำปรึกษาให้แก่หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชนและนิติบุคคลอื่น ๆ ที่มีผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส (ITA) ต่ำกว่าเกณฑ์การประเมินที่กำหนด (๔) ส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมในการยกระดับธรรมาภิบาลในหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และนิติบุคคลอื่น ๆ (๕) เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจและถ่ายทอดนโยบายแก่สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดในการดำเนินงานในพื้นที่เพื่อยกระดับธรรมาภิบาลในหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และนิติบุคคลอื่น ๆ (๖) ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกประเทศเพื่อยกระดับธรรมาภิบาลในหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และนิติบุคคลอื่น ๆ (๗) ติดตามและประเมินผลความสำเร็จและความคุ้มค่าในการดำเนินงาน และจัดทำรายงานเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. รวมทั้งประสานสำนักมาตรการเชิงรุกและนวัตกรรมเพื่อนำไปประกอบการพิจารณากำหนดมาตรการ ความเห็น และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (๘) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

查看整部法規全文 →

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

接下來可以查