法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี พ.ศ. 2554 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
12
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

เรื่อง การแบ่งส่วนราชการและหน้าที่และอำนาจของส่วนราชการ

ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

พ.ศ. ๒๕๖๑

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการและหน้าที่และอำนาจของส่วนราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเพื่อรองรับภารกิจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติให้มีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

อันเป็นการสอดคล้องกับบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๑๔๓ (๑) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

พ.ศ. ๒๕๖๑ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

เรื่อง การแบ่งส่วนราชการและหน้าที่และอำนาจของส่วนราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

พ.ศ. ๒๕๖๑”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก

(๑) ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

เรื่อง การแบ่งส่วนราชการภายในและอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

พ.ศ. ๒๕๕๔

(๒) ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

เรื่อง การแบ่งส่วนราชการภายในและอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔

(๓) ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

เรื่อง การแบ่งส่วนราชการภายในและอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๕

(๔) ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

เรื่อง การแบ่งส่วนราชการภายในและอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๖

(๕) ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

เรื่อง การแบ่งส่วนราชการภายในและอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๖

(๖) ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

เรื่อง การแบ่งส่วนราชการภายในและอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

(ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๕๖

(๗) ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

เรื่อง การแบ่งส่วนราชการภายในและอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

(ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๗

(๘) ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

เรื่อง การแบ่งส่วนราชการภายในและอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

(ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๕๘

(๙) ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

เรื่อง การแบ่งส่วนราชการภายในและอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

(ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๖๐

(๑๐) ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

เรื่อง การแบ่งส่วนราชการภายในและอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

(ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๐

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติมีการแบ่งกลุ่มภารกิจออกเป็น

๗ กลุ่ม และมีส่วนราชการภายในกลุ่มภารกิจดังนี้

ก)

หน่วยงานขึ้นตรงเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ประกอบด้วย

(๑) สำนักกิจการคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(๒) สำนักการประชุม

(๓) สำนักบริหารงานกลาง

(๔) สำนักตรวจสอบภายใน

(๕) กลุ่มตรวจราชการสำนักงาน ป.ป.ช.

(๖) กลุ่มที่ปรึกษาสำนักงาน ป.ป.ช.

ข)

กลุ่มภารกิจป้องกันการทุจริต ประกอบด้วย

(๑) สำนักเฝ้าระวังและประเมินสภาวการณ์ทุจริต

(๒) สำนักประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส

(๓) สำนักต้านทุจริตศึกษา

(๔) สำนักมาตรการเชิงรุกและนวัตกรรม

(๕) สำนักส่งเสริมและบูรณาการการมีส่วนร่วมต้านทุจริต

(๖) สำนักพัฒนาและส่งเสริมธรรมาภิบาล

ค)

กลุ่มภารกิจตรวจสอบทรัพย์สิน ประกอบด้วย

(๑) สำนักพัฒนาระบบตรวจสอบทรัพย์สิน

(๒) สำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาคการเมือง

(๓) สำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ๑

(๔) สำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ๒

(๕) สำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ๓

ง)

กลุ่มภารกิจไต่สวนการทุจริต ประกอบด้วย

(๑) สำนักไต่สวนการทุจริตภาคการเมืองและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ

(๒) สำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ ๑

(๓) สำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ ๒

(๔) สำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ ๓

(๕) สำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐวิสาหกิจ ๑

(๖) สำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐวิสาหกิจ ๒

(๗) สำนักไต่สวนคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

จ)

กลุ่มภารกิจอำนวยการยุติธรรม ประกอบด้วย

(๑) สำนักกฎหมาย

(๒) สำนักกิจการและคดีทุจริตระหว่างประเทศ

(๓) สำนักการขัดกันแห่งผลประโยชน์

(๔) สำนักคดี

(๕) สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ

ฉ)

กลุ่มภารกิจสนับสนุน ประกอบด้วย

(๑) สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ

(๒) สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์

(๓) สำนักบริหารงานคลัง

(๔) สำนักบริหารทรัพย์สิน

(๕) สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล

(๖) สำนักวิจัยและบริการวิชาการด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(๗) สำนักสื่อสารองค์กร

(๘) สถาบันการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สัญญา ธรรมศักดิ์

ช) กลุ่มภารกิจปฏิบัติการพื้นที่ ประกอบด้วย สำนักงาน

ป.ป.ช. ภาค จำนวน

แห่ง และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด จำนวน ๗๖ แห่งดังนี้

(๑) สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค ๑ จังหวัดนนทบุรี มีสำนักงาน ป.ป.ช.

ประจำจังหวัดที่อยู่ในความรับผิดชอบ

จำนวน ๙ แห่ง ได้แก่

๑.๑ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดชัยนาท

๑.๒ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนนทบุรี

๑.๓ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดปทุมธานี

๑.๔ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

๑.๕ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดลพบุรี

๑.๖ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสมุทรปราการ

๑.๗ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสระบุรี

๑.๘ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสิงห์บุรี

๑.๙ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดอ่างทอง

(๒) สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค ๒ จังหวัดชลบุรี มีสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดที่อยู่ในความรับผิดชอบ จำนวน ๘ แห่ง

ได้แก่

๒.๑ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดจันทบุรี

๒.๒ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดฉะเชิงเทรา

๒.๓ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดชลบุรี

๒.๔ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตราด

๒.๕ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครนายก

๒.๖ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดปราจีนบุรี

๒.๗ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดระยอง

๒.๘ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสระแก้ว

(๓) สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค ๓ จังหวัดนครราชสีมา มีสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดที่อยู่ในความรับผิดชอบ จำนวน ๘ แห่ง

ได้แก่

๓.๑ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดชัยภูมิ

๓.๒ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครราชสีมา

๓.๓ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดบุรีรัมย์

๓.๔ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดยโสธร

๓.๕ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดศรีสะเกษ

๓.๖ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสุรินทร์

๓.๗ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดอำนาจเจริญ

๓.๘ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดอุบลราชธานี

(๔) สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค ๔ จังหวัดขอนแก่น มีสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดที่อยู่ในความรับผิดชอบ

จำนวน ๑๒ แห่ง ได้แก่

๔.๑ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์

๔.๒ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดขอนแก่น

๔.๓ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครพนม

๔.๔ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดบึงกาฬ

๔.๕ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดมหาสารคาม

๔.๖ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดมุกดาหาร

๔.๗ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดร้อยเอ็ด

๔.๘ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเลย

๔.๙ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสกลนคร

๔.๑๐ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดหนองคาย

๔.๑๑ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดหนองบัวลำภู

๔.๑๒ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดอุดรธานี

(๕) สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค ๕ จังหวัดเชียงใหม่ มีสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดที่อยู่ในความรับผิดชอบ จำนวน ๘ แห่ง ได้แก่

๕.๑ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเชียงราย

๕.๒ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเชียงใหม่

๕.๓ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดน่าน

๕.๔ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพะเยา

๕.๕ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดแพร่

๕.๖ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน

๕.๗ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดลำปาง

๕.๘ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดลำพูน

(๖) สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค ๖ จังหวัดพิษณุโลก มีสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดที่อยู่ในความรับผิดชอบ

จำนวน ๙ แห่ง ได้แก่

๖.๑ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดกำแพงเพชร

๖.๒ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตาก

๖.๓ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครสวรรค์

๖.๔ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร

๖.๕ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิษณุโลก

๖.๖ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเพชรบูรณ์

๖.๗ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสุโขทัย

๖.๘ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดอุตรดิตถ์

๖.๙ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดอุทัยธานี

(๗) สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค ๗ จังหวัดนครปฐม มีสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดที่อยู่ในความรับผิดชอบ

จำนวน ๘ แห่ง ได้แก่

๗.๑ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดกาญจนบุรี

๗.๒ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครปฐม

๗.๓ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

๗.๔ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเพชรบุรี

๗.๕ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดราชบุรี

๗.๖ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสมุทรสงคราม

๗.๗ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสมุทรสาคร

๗.๘ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสุพรรณบุรี

(๘) สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค ๘ จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดที่อยู่ในความรับผิดชอบ

จำนวน ๗ แห่ง ได้แก่

๘.๑ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดกระบี่

๘.๒ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดชุมพร

๘.๓ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช

๘.๔ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพังงา

๘.๕ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดภูเก็ต

๘.๖ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดระนอง

๘.๗ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี

(๙) สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค ๙ จังหวัดสงขลา มีสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดที่อยู่ในความรับผิดชอบ จำนวน ๗ แห่ง ได้แก่

๙.๑ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง

๙.๒ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนราธิวาส

๙.๓ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดปัตตานี

๙.๔ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพัทลุง

๙.๕ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดยะลา

๙.๖ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสงขลา

๙.๗ สำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสตูล

การแบ่งงานภายในส่วนราชการตามที่กำหนดไว้ในประกาศฉบับนี้ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการ

ป.ป.ช. มีมติกำหนด

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ส่วนราชการภายในหน่วยงานขึ้นตรงเลขาธิการคณะกรรมการ

ป.ป.ช. มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

๑)

สำนักกิจการคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑) ดำเนินการเกี่ยวกับงานช่วยอำนวยการและงานเลขานุการของประธานกรรมการ ป.ป.ช. และกรรมการ ป.ป.ช.

(๒) ตรวจสอบ กลั่นกรองเรื่อง ประสานงาน รวบรวมข้อมูล และเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของประธานกรรมการ

ป.ป.ช. และกรรมการ

ป.ป.ช.

(๓) ศึกษา วิเคราะห์ ประสานงาน รวบรวมข้อมูล และเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของประธานกรรมการ

ป.ป.ช. และกรรมการ

ป.ป.ช. ในการกำหนดและประสานนโยบาย

รวมทั้งติดตามและรายงานผลการดำเนินงานตามนโยบายดังกล่าว

(๔) ศึกษา วิเคราะห์ ประสานงาน รวบรวมข้อมูล และเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาในเรื่องปัญหาเกี่ยวกับกฎหมาย

ระเบียบ ประกาศ หรือวิธีปฏิบัติในการปฏิบัติราชการที่อยู่ภายใต้หน้าที่ความรับผิดชอบของประธานกรรมการ

ป.ป.ช. และกรรมการ

ป.ป.ช.

(๕) ติดตามและรายงานผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่ดำเนินการตามที่ประธานกรรมการ

ป.ป.ช. และกรรมการ

ป.ป.ช. มอบหมาย

(๖) งานประชุม งานอบรม/สัมมนา ตามที่ประธานกรรมการ ป.ป.ช. หรือกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมาย

(๗) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

๒)

สำนักการประชุม มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑) งานประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ประสานและรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. จัดทำรายงานการประชุมและมติคณะกรรมการ

ป.ป.ช. รวมทั้งประสานและติดตามการดำเนินการตามมติคณะกรรมการ

ป.ป.ช.

(๒) เก็บรวบรวมมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนด

(๓) รวบรวมและจัดทำบทคัดย่อการพิจารณาและมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อใช้ในการสืบค้นและเผยแพร่เป็นแนวทางในการพิจารณาและใช้ในการศึกษา

รวมทั้งนำไปเป็นหลักการแนวคิด หรือแนวทางปฏิบัติต่อไป

(๔) กำหนดมาตรฐาน หลักเกณฑ์ ระบบ รูปแบบ และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการนำเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการ

ป.ป.ช.

(๕) กำหนดเลขคดีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. รับไว้ไต่สวน และดำเนินการเกี่ยวกับงานสารบบคดีดังกล่าว

(๖) ศึกษา ค้นคว้า และวิเคราะห์ข้อมูลตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ

ป.ป.ช.

(๗) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดเก็บและรักษาข้อมูลทะเบียนประวัติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. การเข้าปฏิบัติหน้าที่ การลาประชุม

และการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(๘) ตรวจพิจารณาและกลั่นกรองงาน และงานอำนวยการทั่วไปเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ

ป.ป.ช.

(๙) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

๓)

สำนักบริหารงานกลาง มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑) งานเลขานุการของผู้บริหารสำนักงาน ป.ป.ช. และงานอำนวยการทั่วไปเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริหารสำนักงาน

ป.ป.ช.

(๒) งานประชุมผู้บริหารของสำนักงาน ป.ป.ช. งานพิธีและรัฐพิธี รวมทั้งงานราชการทั่วไปของสำนักงาน

ป.ป.ช. และงานราชการที่มิได้กำหนดเป็นหน้าที่ของส่วนราชการใดโดยเฉพาะ

(๓) งานสารบรรณของสำนักงาน ป.ป.ช.

(๔) ดำเนินการเกี่ยวกับการรับเรื่องกล่าวหา จัดทำสารบบและกำหนดเลขรับเรื่องกล่าวหาร้องเรียน

รวมทั้งตรวจสอบและกำกับดูแลการลงทะเบียนข้อมูลเรื่องกล่าวหาร้องเรียนและการออกเลขรับเรื่องกล่าวหาของหน่วยงานในสังกัดสำนักงาน

ป.ป.ช.

(๕) ดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารคดีของสำนักงาน ป.ป.ช.

(๖) ตรวจสอบพิจารณาเรื่องกล่าวหาในเบื้องต้น และนำเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณามอบหมายเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

หรือส่วนราชการ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐดำเนินการ รวมทั้งติดตามและเร่งรัดการดำเนินการของหน่วยงานดังกล่าว

(๗) รับเรื่องกล่าวหาร้องเรียนที่เป็นบัตรสนเท่ห์ที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของส่วนกลางและส่งเรื่องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการต่อไป

(๘) ตรวจสอบประวัติของบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดตามที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ

ป.ป.ช.

(๙) รับเรื่องจากหน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจหรือราชการส่วนท้องถิ่น

หรือเจ้าพนักงานของรัฐ หรือภาคเอกชน ที่ขอคำเสนอแนะหรือคำปรึกษาเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและส่งต่อไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อดำเนินการตามที่มีการร้องขอ

รวมทั้งรวบรวมคำร้องขอและผลการดำเนินการเพื่อเป็นหลักฐานต่อไป

(๑๐) เป็นศูนย์กลางข้อมูลของสำนักงาน ป.ป.ช. โดยเฉพาะข้อมูลด้านการบริหารคดีรวบรวมและจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ

รวมทั้งประมวลและบูรณาการข้อมูลในภาพรวม ศึกษาวิเคราะห์และจัดทำเป็นรายงานข้อมูลเชิงสถิติสถานการณ์การทุจริตในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคตซึ่งจะใช้ประกอบการตัดสินใจทางการบริหารและรองรับต่อการประสานข้อมูลจากหน่วยงานภายนอก

(๑๑) งานเลขานุการคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของคณะกรรมการ ป.ป.ช.และสำนักงาน ป.ป.ช.

(๑๒) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

๔)

สำนักตรวจสอบภายใน มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑) ตรวจสอบและประเมินผลการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณ การบริหารการเงิน

การบริหารพัสดุและทรัพย์สินให้เป็นไปตามนโยบาย กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่งและมติคณะรัฐมนตรี

รวมทั้งตรวจสอบการดูแลรักษาทรัพย์สิน และการใช้ทรัพยากรทุกประเภทให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

(๒) ตรวจสอบการเงินการบัญชีของกองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

(๓) ให้ข้อสังเกต ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการบริหารงานการปฏิบัติงาน

และการปรับปรุงแก้ไขเกี่ยวกับการดำเนินงานตามแผนงาน/โครงการของสำนักงาน

ป.ป.ช.

(๔) ติดตามและเร่งรัดการดำเนินงานของส่วนราชการในสังกัดสำนักงาน ป.ป.ช. ให้บรรลุผลสำเร็จและเป็นไปตามแผนที่กำหนด

(๕) งานเลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลสำนักงาน

ป.ป.ช. (ค.ต.ป.)

(๖) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

๕)

กลุ่มตรวจราชการสำนักงาน ป.ป.ช. มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑) ดำเนินการเกี่ยวกับงานตรวจราชการและติดตามประเมินผลการตรวจราชการของสำนักงาน ป.ป.ช. รวมทั้งจัดทำรายงานการตรวจราชการเสนอต่อเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(๒) ศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำแผนการตรวจราชการ แบบการตรวจราชการและคู่มือการตรวจราชการของสำนักงาน

ป.ป.ช.

(๓) ประสาน ตรวจสอบ ติดตาม ประเมินผลการปฏิบัติราชการของส่วนราชการในสังกัดสำนักงาน

ป.ป.ช. ให้เป็นไปตามนโยบาย

แผนงาน โครงการ และสอดคล้องตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ และแนวทางที่กำหนด

(๔) ศึกษา พัฒนา แก้ไข ปรับปรุงระบบการตรวจราชการเพื่อยกระดับขีดความสามารถและมาตรฐานการทำงานให้บรรลุผลสำเร็จ

(๕) ดำเนินการเกี่ยวกับงานตรวจราชการของประธานกรรมการ ป.ป.ช. และกรรมการ ป.ป.ช.

(๖) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

๖)

กลุ่มที่ปรึกษาสำนักงาน ป.ป.ช. มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑) ศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ ให้คำปรึกษาแนะนำทางวิชาการเกี่ยวกับนโยบายแผนงาน

หรืองานใด ๆ ที่สำคัญของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ช.

(๒) ให้ข้อคิดเห็น และคำแนะนำ ตลอดจนให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการปฏิบัติงานภายในสำนักงาน

ป.ป.ช.

(๓) ดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องกล่าวหาร้องเรียนหรือเรื่องใด ๆ ที่สำคัญ เร่งด่วน

หรือเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชน

(๔) จัดทำสื่อใด ๆ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ในการปฏิบัติงานตามภารกิจของสำนักงาน

ป.ป.ช.

(๕) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ส่วนราชการภายในกลุ่มภารกิจป้องกันการทุจริต

มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

๑)

สำนักเฝ้าระวังและประเมินสภาวการณ์ทุจริต มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑) ติดตาม เฝ้าระวัง ประเมินสภาวการณ์อย่างรวดเร็ว

(rapid appraisal) เพื่อเตือนภัยเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่บ่งชี้ว่าจะมีการทุจริตเกิดขึ้นในสังคมไทย

เพื่อเสนอโดยเร็วต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปขยายผล

เช่น สร้างการตื่นรู้ (realise) การจัดกิจกรรมการป้องกันและการนำไปสร้างมาตรการป้องกันเชิงรุก

(๒) ตรวจสอบกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการดำเนินการอย่างใดในหน่วยงานของรัฐอันอาจนำไปสู่การทุจริตหรือส่อว่าอาจมีการทุจริต

และรายงานผลการตรวจสอบพร้อมทั้งข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไขต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณามีหนังสือแจ้งให้หน่วยงานของรัฐ

และคณะรัฐมนตรีทราบ รวมทั้งติดตามผลการดำเนินการตามมติคณะกรรมการป.ป.ช. ดังกล่าว

(๓) ดำเนินการสำรวจการรับรู้การทุจริตปีละหนึ่งครั้ง และจัดทำรายงานเสนอต่อคณะกรรมการ

ป.ป.ช. รวมทั้งเผยแพร่ต่อสาธารณะในวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล

(International Anti - Corruption Day)

(๔) ผสานพลังกับสำนักงาน ป.ป.ช. ภาคและสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเป็นเครือข่าย เพื่อร่วมกันสำรวจ ตรวจสอบ ติดตาม เฝ้าระวัง ประเมินสภาวการณ์การทุจริตอย่างรวดเร็ว

(rapid appraisal) เพื่อให้เกิดการป้องกันโดยเร็ว

(๕) ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เพื่อเป็นเครือข่าย

(๖) จัดทำรายงานผลการดำเนินการสำรวจ ติดตาม และประเมินสถานการณ์การทุจริตของประเทศ

ทุกไตรมาส และเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(๗) ติดตามและประเมินผลความสำเร็จและความคุ้มค่าในการดำเนินงาน และจัดทำรายงานเสนอต่อคณะกรรมการ

ป.ป.ช. รวมทั้งประสานสำนักมาตรการเชิงรุกและนวัตกรรมเพื่อนำไปประกอบการพิจารณากำหนดมาตรการ

ความเห็น และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(๘) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช.มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

๒)

สำนักประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑) ดำเนินการเกี่ยวกับการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน

หรือเครื่องมือการประเมินอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้เป็นไปตามมาตรฐานและได้รับการยอมรับในระดับสากล

เพื่อยกระดับธรรมาภิบาลในหน่วยงานและสามารถยกระดับดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

(๒) บริหารจัดการสารสนเทศเพื่อการประมวลผลการประเมินและการตัดสินใจเพื่อการบริหาร

(ITA Data Management) ให้มีความถูกต้องและน่าเชื่อถือ ทันต่อสถานการณ์เพื่อนำไปใช้ในการกำหนดมาตรการ

นโยบาย หรือแนวทางในการยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใสการป้องกันการทุจริต รวมทั้งแนวทางในการยกระดับธรรมาภิบาลเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาองค์กร

(๓) ศึกษา วิเคราะห์ผลการประเมิน ปัจจัยและผลกระทบต่าง ๆ ที่มีต่อการเสริมสร้างคุณธรรมและความโปร่งใส

การป้องกันการทุจริตทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อส่งสัญญาณเสนอแนะทิศทางในการยกระดับธรรมาภิบาลและยกระดับดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติ

และเพื่อเป็นแหล่งอ้างอิงในเรื่องที่เกี่ยวข้อง

(๔) ศึกษา และประสานร่วมงานกับหน่วยงานวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศในการทำวิจัยและพัฒนานวัตกรรม

ระบบ เทคนิค วิธีการ และเครื่องมือในการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน

(๕) ให้คำปรึกษา เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

(๖) ประสาน และติดตามประเมินผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน

เพื่อปรับปรุง พัฒนาด้านคุณธรรมและความโปร่งใส หรือด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

(๗) เผยแพร่ประชาสัมพันธ์และสร้างเสริมการรับรู้และบทบาทของภาคประชาชนที่มีต่อการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน

(๘) จัดทำรายงานการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนประจำปี

รวมทั้งประเมินผลความสำเร็จและความคุ้มค่าในการดำเนินงานเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. และประสานสำนักมาตรการเชิงรุกและนวัตกรรมเพื่อนำไปประกอบการพิจารณากำหนดมาตรการ

ความเห็น และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(๙) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

๓)

สำนักต้านทุจริตศึกษา มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑) ส่งเสริมและประสานความร่วมมือในการสร้างและพัฒนาหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง

รวมทั้งกำหนดแนวทางในการนำไปใช้ การติดตามและการประเมินผล โดยบูรณาการการเรียนรู้จากพิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุของสำนักงาน

ป.ป.ช.

(๒) กำกับ ดูแล ประสาน และติดตามกระบวนการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่ได้นำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปใช้เพื่อพัฒนา

ปรับปรุง และเสนอแนวทางในการนำไปใช้เพื่อให้เกิดผลตามยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(๓) ประสานและดำเนินการร่วมกับหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศในการสร้างและพัฒนาหลักสูตรต้านทุจริตหลากหลายรูปแบบบนฐานความจำเป็นและความสำคัญ

(๔) ส่งเสริม สนับสนุน ผลักดันสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ เอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ให้จัดการศึกษาและฝึกอบรมการป้องกันการทุจริตหลากหลายรูปแบบรวมทั้งส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา

ส่งเสริมการศึกษา วิจัย เพื่อปรับวิธีคิดให้สามารถแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตัวและส่วนรวม

จิตพอเพียงต้านทุจริต ความอายและไม่ทนต่อการทุจริตในทุกช่วงวัย ทุกกลุ่มอาชีพ เพื่อสร้างวัฒนธรรมต่อต้านการทุจริตอย่างยั่งยืน

(๕) ประสานการปฏิบัติงานการป้องกันการทุจริตกับสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ

เอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในฐานะผู้กำกับทิศทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

ในประเด็นยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง

(๖) เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจและถ่ายทอดงานเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติแก่สำนักงาน

ป.ป.ช. ภาค และสำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัด

เพื่อการดำเนินงานในพื้นที่

(๗) รับผิดชอบการดำเนินการเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุของสำนักงาน ป.ป.ช.

(๘) ประสานการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานภายในองค์กรที่เกี่ยวข้อง

อาทิ การวิจัยประเมินผลความคุ้มค่า

การพัฒนาวิทยากร ป.ป.ช. และวิทยากรตัวคูณ เป็นต้น

(๙) ติดตามและประเมินผลความสำเร็จและความคุ้มค่าในการดำเนินงาน และจัดทำรายงานเสนอต่อคณะกรรมการ

ป.ป.ช. รวมทั้งประสานสำนักมาตรการเชิงรุก

และนวัตกรรมเพื่อนำไปประกอบการพิจารณากำหนดมาตรการ ความเห็น และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(๑๐) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

๔)

สำนักมาตรการเชิงรุกและนวัตกรรม มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑) ศึกษา วิเคราะห์ พร้อมทั้งเสนอจัดทำมาตรการและนวัตกรรม ความเห็นข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการ

ป.ป.ช. ในเรื่องการปรับปรุงการปฏิบัติราชการ

หรือวางแผนงานโครงการของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐเพื่อป้องกันหรือปราบปรามการทุจริตการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ

หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม

(๒) ศึกษา วิเคราะห์ พร้อมทั้งเสนอมาตรการและนวัตกรรม

ความเห็น

ข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการจัดให้มีมาตรการและกลไกที่มีประสิทธิภาพ

เพื่อป้องกันและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน

(๓) ศึกษา วิเคราะห์ พร้อมทั้งเสนอมาตรการ ความเห็น ข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อเสนอแนะต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปรับปรุงกฎหมาย

กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือมาตรการใดที่เป็นช่องทางให้มีการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ หรือเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดผลดีต่อราชการได้

(๔) เสนอผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตาม (๑), (๒) และ (๓) ต่อคณะรัฐมนตรี รัฐสภา ศาล องค์กรอิสระ หรือองค์กรอัยการ

(๕) ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการนำมาตรการ ความเห็น และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตไปสู่การปฏิบัติ

รวมทั้งติดตามผลและปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการเพื่อรายงานให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบต่อไป

(๖) ดำเนินการเพื่อจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อการจัดทำมาตรการความเห็น

หรือข้อเสนอแนะ ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทบต่อประโยชน์สาธารณะตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการ

ป.ป.ช. กำหนด

(๗) วิเคราะห์ ศึกษา รูปแบบพฤติกรรมการทุจริตลักษณะต่าง ๆ จากเรื่องกล่าวหาที่ร้องเรียนมายังสำนักงาน

ป.ป.ช. หรือจากแหล่งข้อมูลอื่น

ๆ เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการจัดทำมาตรการป้องกันการทุจริต รวมทั้งเป็นฐานข้อมูลเพื่อทำการศึกษา

วิเคราะห์ วิจัยถึงแนวโน้มที่อาจก่อให้เกิดการทุจริตในอนาคต พร้อมทั้งเสนอแนวทางเพื่อป้องกันมิให้เกิดการทุจริต

(๘) ประสานหน่วยงานวิจัยของสำนักงาน ป.ป.ช. รวมทั้งหน่วยงานอื่นทั้งในประเทศและต่างประเทศในการสร้างองค์ความรู้จากการศึกษา

วิเคราะห์ วิจัยรูปแบบพฤติกรรมการทุจริตลักษณะต่าง ๆ เพื่อภารกิจมาตรการด้านการป้องกันการทุจริต

(๙) รวบรวม ติดตาม และประเมินผลการดำเนินการตามมาตรการ ความเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

และจัดทำรายงานเพื่อเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(๑๐) งานเลขานุการคณะอนุกรรมการบูรณาการการป้องกันการทุจริต

(๑๑) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช.มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

๕)

สำนักส่งเสริมและบูรณาการการมีส่วนร่วมต้านทุจริต มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑) จัดทำมาตรการและกลไกที่มีประสิทธิภาพเพื่อส่งเสริมให้ประชาชน หน่วยงานของรัฐ

ภาคเอกชน และภาคส่วนอื่น มีส่วนร่วมและให้ความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(๒) ส่งเสริมสนับสนุนให้ภาคประชาชน ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องรวมตัวกันเพื่อมีส่วนร่วมและให้ความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(๓) ส่งเสริมสนับสนุนให้ภาคประชาชน ภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงภาคส่วนอื่นได้รับทราบช่องทางการมีส่วนร่วมในการต่อต้าน

เฝ้าระวัง และชี้เบาะแสการทุจริต รวมถึงช่องทางในการให้ข้อเสนอแนะเพื่อนำไปปรับปรุงการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ

ป.ป.ช. และสำนักงาน

ป.ป.ช. ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

(๔) เสริมสร้างวิธีคิดแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตัวและส่วนรวม ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้ประชาชนและชุมชนเกี่ยวกับอันตรายของการทุจริต

ค่านิยมที่เน้นการพึ่งพาระบบอุปถัมภ์ในสังคม รวมทั้งเสริมสร้างทัศนคติและค่านิยมเกี่ยวกับความซื่อสัตย์สุจริตให้แก่ประชาชนและชุมชน

(๕) งานเลขานุการคณะกรรมการเพื่อให้คำเสนอแนะ ช่วยเหลือ และร่วมมือดำเนินการเพื่อให้ประชาชนและหน่วยงานของรัฐมีส่วนร่วมและให้ความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตตามมาตรา

๓๓ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑

(๖) ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ผู้แจ้งเบาะแสหรือให้ข้อมูลได้รับความคุ้มครอง

(๗) ประสานความร่วมมือกับสำนักงาน ป.ป.ช. ภาคและสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด รวมทั้งหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เพื่อส่งเสริมและบูรณาการการมีส่วนร่วมต้านทุจริต

(๘) ติดตามและประเมินผลความสำเร็จและความคุ้มค่าในการดำเนินงาน และจัดทำรายงานเสนอต่อคณะกรรมการ

ป.ป.ช. รวมทั้งประสานสำนักมาตรการเชิงรุกและนวัตกรรมเพื่อนำไปประกอบการพิจารณากำหนดมาตรการ

ความเห็น และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(๙) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

๖)

สำนักพัฒนาและส่งเสริมธรรมาภิบาล มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑) พัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมเรื่องธรรมาภิบาลที่เท่าทันต่อสถานการณ์สำหรับใช้ในการส่งเสริมและยกระดับธรรมาภิบาลให้แก่หน่วยงานภาครัฐ

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และนิติบุคคลอื่น

ๆ เพื่อเป็นการยกระดับดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perception Indexs : CPI)

(๒) ให้คำปรึกษา เสนอแนะแนวทางการปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาล

และจริยธรรมตามแนวทางสากลให้แก่หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ภาคเอกชน และนิติบุคคลอื่น ๆ

(๓) เป็นหน่วยเคลื่อนที่ในการให้คำปรึกษาให้แก่หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ภาคเอกชนและนิติบุคคลอื่น ๆ ที่มีผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส (ITA) ต่ำกว่าเกณฑ์การประเมินที่กำหนด

(๔) ส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมในการยกระดับธรรมาภิบาลในหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ภาคเอกชน และนิติบุคคลอื่น ๆ

(๕) เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจและถ่ายทอดนโยบายแก่สำนักงาน

ป.ป.ช. ภาค และสำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดในการดำเนินงานในพื้นที่เพื่อยกระดับธรรมาภิบาลในหน่วยงานภาครัฐ

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และนิติบุคคลอื่น ๆ

(๖) ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกประเทศเพื่อยกระดับธรรมาภิบาลในหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ภาคเอกชน และนิติบุคคลอื่น ๆ

(๗) ติดตามและประเมินผลความสำเร็จและความคุ้มค่าในการดำเนินงาน และจัดทำรายงานเสนอต่อคณะกรรมการ

ป.ป.ช. รวมทั้งประสานสำนักมาตรการเชิงรุกและนวัตกรรมเพื่อนำไปประกอบการพิจารณากำหนดมาตรการ

ความเห็น และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(๘) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ส่วนราชการภายในกลุ่มภารกิจตรวจสอบทรัพย์สิน

มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

๑)

สำนักพัฒนาระบบตรวจสอบทรัพย์สิน มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑) ดำเนินการเกี่ยวกับการกำหนดตำแหน่งผู้ที่มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ

ป.ป.ช.

(๒) ดำเนินการเกี่ยวกับการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ที่มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน

และการติดตามข้อมูลและเอกสารเพิ่มเติมในกรณีที่ข้อมูลไม่ครบถ้วนตามแบบบัญชีที่ยื่น

รวมทั้งกำหนดมาตรการป้องกันมิให้มีการเปลี่ยนแปลงข้อความหรือเอกสารของบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่มีผู้ยื่นต่อคณะกรรมการ

ป.ป.ช.

(๓) ศึกษา วิเคราะห์ ประเมินผลและพัฒนาระบบงานด้านตรวจสอบทรัพย์สิน รวมทั้งการพัฒนาปรับปรุงแบบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน

และการจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานเผยแพร่และนิเทศงานให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

(๔) รับและตรวจสอบความครบถ้วนของข้อมูลตามแบบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินในกลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักตรวจสอบทรัพย์สินในส่วนกลางสำนักงาน

ป.ป.ช.

(๕) ตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริง ความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินและหนี้สิน

รวมทั้งการเปิดเผยผลการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของพนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน

ป.ป.ช. ซึ่งมีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตามที่กฎหมายกำหนด

ยกเว้นพนักงานเจ้าหน้าที่ในสังกัดสำนักพัฒนาระบบตรวจสอบทรัพย์สิน และติดตามข้อมูลและเอกสารเพิ่มเติมในกรณีที่ข้อมูลไม่ครบถ้วนตามแบบบัญชีที่ยื่น

(๖) ตรวจสอบการโอน ยักย้าย แปรสภาพ หรือซุกซ่อนทรัพย์สินหรือปรากฏพฤติการณ์ว่ามีการถือครองทรัพย์สินแทน

อันมีลักษณะเป็นการมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ และการตรวจสอบเรื่องตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินซึ่งต้องส่งเรื่องมาให้คณะกรรมการ

ป.ป.ช. ตรวจสอบ

(๗) ตรวจสอบเบื้องต้น ไต่สวนเบื้องต้นและไต่สวน รวมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยกรณีมีการกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยหรือตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินแล้ว

พบว่าผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตาม (๕) ร่ำรวยผิดปกติ หรือมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ

หรือมีพฤติการณ์ซุกซ่อนทรัพย์สิน พร้อมทั้งรายงานความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานในเรื่องดังกล่าวตามที่คณะกรรมการ

ป.ป.ช. หรือสำนักงาน

ป.ป.ช. กำหนด

(๘) ดำเนินการในกรณีเมื่อปรากฏว่าผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ

ป.ป.ช. ตาม (๕) ผู้ใดจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบภายในระยะเวลาที่กำหนด

หรือจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ

หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน

รวมถึงการดำเนินคดีในศาลกับบุคคลดังกล่าวตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมาย

(๙) ตรวจสอบหรือสอบสวนกรณีที่ได้รับบัตรสนเท่ห์ การแจ้งข้อมูล เบาะแสหรือพยานหลักฐาน

หรือกรณีมีเหตุอันควรสงสัยสำหรับการกระทำผิดเกี่ยวกับการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตาม

(๕)

(๑๐) ดำเนินการหรือประสานงานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเกี่ยวกับการจับการควบคุมตัว

การคุมขัง และการปล่อยชั่วคราวผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งการค้น ยึด หรืออายัดเอกสารทรัพย์สิน

หรือพยานหลักฐาน และการริบทรัพย์สิน

(๑๑) ดำเนินการและประสานงานทางคดีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามผลคดีรวมทั้งสรุปความเห็นเสนอคณะกรรมการ

ป.ป.ช.

(๑๒) เป็นผู้แทนฝ่ายคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในคณะกรรมการร่วมกับผู้แทนฝ่ายอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาหาข้อยุติเกี่ยวกับการฟ้องคดี

(๑๓) รายงานความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานในเรื่องกล่าวหาที่รับผิดชอบตามที่คณะกรรมการ

ป.ป.ช. หรือสำนักงาน

ป.ป.ช. กำหนด

(๑๔) งานเลขานุการของคณะอนุกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินในส่วนกลางสำนักงาน

ป.ป.ช.

(๑๕) จัดทำระบบข้อมูลสารสนเทศด้านการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน รวมทั้งตรวจสอบ

ติดตาม รวบรวม ประมวลผล และจัดทำรายงานผลการดำเนินการเพื่อเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(๑๖) ประชาสัมพันธ์และบริการให้คำปรึกษาแนะนำในเรื่องการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน

และอำนวยความสะดวกแก่ผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน

(๑๗) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

๒)

สำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาคการเมือง มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑) ตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริง รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ซึ่งมีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตามที่กฎหมายกำหนด และติดตามข้อมูลและเอกสารเพิ่มเติมในกรณีที่ข้อมูลไม่ครบถ้วนตามแบบบัญชีที่ยื่น

(๒) ตรวจติดตามผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตาม (๑) ที่เสี่ยงต่อการกระทำการทุจริตหรือร่ำรวยผิดปกติ หรือกรณีจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบ

หรือจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ

หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ

(๓) ดำเนินการและตรวจสอบกรณีผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตาม

(๑) มีพฤติการณ์ปรากฏหรือมีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับการได้มาซึ่งทรัพย์สินและหนี้สินโดยมิชอบ

หรือมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีการโอน ยักย้าย แปรสภาพ หรือซุกซ่อนทรัพย์สินหรือปรากฏพฤติการณ์ถือครองทรัพย์สินแทน

อันเป็นการมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ

(๔) เปิดเผยผลการตรวจสอบและบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์

และเอกสารประกอบของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามที่กฎหมายกำหนด

(๕) ศึกษา วิเคราะห์เกี่ยวกับการจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรีตามกฎหมายว่าด้วยการจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี

การจัดทำแบบสัญญาจัดการหุ้นส่วนหรือหุ้นของรัฐมนตรีการรับแจ้งกรณีรัฐมนตรีประสงค์โอนหุ้นส่วนหรือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทให้นิติบุคคล

การวิเคราะห์ความเหมาะสมของนิติบุคคลที่รับโอน รวมทั้งการเปิดเผยสำเนาสัญญานั้นให้ประชาชนทราบ

(๖) ตรวจสอบเบื้องต้น ไต่สวนเบื้องต้นและไต่สวน รวมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยกรณีมีการกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัย

หรือกรณีตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินแล้วพบว่าผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตาม

(๑) ร่ำรวยผิดปกติ หรือมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ

หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติหรือมีพฤติการณ์ซุกซ่อนทรัพย์สิน

(๗) ดำเนินการในกรณีเมื่อปรากฏว่าผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ

ป.ป.ช. ตาม (๑) ผู้ใดจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบภายในระยะเวลาที่กำหนด

หรือจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ

หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน

รวมถึงการดำเนินคดีในศาลตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมาย

(๘) ตรวจสอบหรือสอบสวนกรณีที่ได้รับบัตรสนเท่ห์ การแจ้งข้อมูล เบาะแสหรือพยานหลักฐาน

หรือกรณีมีเหตุอันควรสงสัยสำหรับการกระทำผิดเกี่ยวกับการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตาม

(๑)

(๙) ดำเนินการหรือประสานงานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเกี่ยวกับการจับการควบคุมตัว

การคุมขัง และการปล่อยชั่วคราวผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งการค้น ยึด หรืออายัดเอกสาร ทรัพย์สิน

หรือพยานหลักฐาน และการริบทรัพย์สิน

(๑๐) ดำเนินการและประสานงานทางคดีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามผลคดีรวมทั้งสรุปความเห็นเสนอคณะกรรมการ

ป.ป.ช.

(๑๑) เป็นผู้แทนฝ่ายคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในคณะกรรมการร่วมกับผู้แทนฝ่ายอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาหาข้อยุติเกี่ยวกับการฟ้องคดี

(๑๒) รายงานความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานในเรื่องกล่าวหาที่รับผิดชอบตามที่คณะกรรมการ

ป.ป.ช. หรือสำนักงาน

ป.ป.ช. กำหนด

(๑๓) เสนอแนะเพื่อพัฒนาระบบงาน รูปแบบ และวิธีการดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินรวมทั้งการไต่สวนและงานคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบ

(๑๔) รวบรวม จัดเก็บ และประมวลผลข้อมูลด้านการตรวจสอบทรัพย์สิน

การไต่สวนและงานคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบ และประสานสำนักพัฒนาระบบตรวจสอบทรัพย์สินและสำนักบริหารงานกลาง

เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณากำหนดนโยบาย หลักเกณฑ์ วิธีการและแนวทางปฏิบัติต่อไป

(๑๕) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

๓)

สำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ๑ มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑) ตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริง รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินและหนี้สินของผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตามที่กฎหมายกำหนดในภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ

ได้แก่ สำนักงานอัยการสูงสุด ศาล องค์กรอิสระ องค์การมหาชน หน่วยงานอื่น ๆ ของรัฐ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

ข้าราชการตุลาการตั้งแต่อธิบดีผู้พิพากษาขึ้นไป ข้าราชการตุลาการศาลปกครองตั้งแต่อธิบดีศาลปกครองขึ้นไป

ข้าราชการอัยการตั้งแต่อธิบดีอัยการขึ้นไป ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ผู้บริหารและสมาชิกสภากรุงเทพมหานครและข้าราชการกรุงเทพมหานคร และติดตามข้อมูลและเอกสารเพิ่มเติมในกรณีที่ข้อมูลไม่ครบถ้วนตามแบบบัญชีที่ยื่น

(๒) ตรวจติดตามผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตาม (๑) ที่เสี่ยงต่อการกระทำทุจริตหรือร่ำรวยผิดปกติ หรือกรณีจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบหรือจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน

และเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ หรือดำเนินการร่วมกับสำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัด

แล้วแต่กรณี

(๓) ดำเนินการและตรวจสอบกรณีผู้ที่มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินในภาครัฐและรัฐวิสาหกิจตาม

(๑) มีพฤติการณ์ปรากฏหรือมีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับการได้มาซึ่งทรัพย์สินและหนี้สินโดยมิชอบหรือมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีการโอน

ยักย้าย แปรสภาพ หรือซุกซ่อนทรัพย์สิน หรือปรากฏพฤติการณ์ถือครองทรัพย์สินแทนอันเป็นการมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ

(๔) เปิดเผยผลการตรวจสอบและบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์

และเอกสารประกอบของผู้ที่มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินในภาครัฐและรัฐวิสาหกิจตาม

(๑) ตามที่กฎหมายกำหนด

(๕) ตรวจสอบเบื้องต้น ไต่สวนเบื้องต้นและไต่สวน รวมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยกรณีมีการกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัย

หรือกรณีตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินแล้วพบว่าผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตาม

(๑) ร่ำรวยผิดปกติ หรือมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ

หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติหรือมีพฤติการณ์ซุกซ่อนทรัพย์สิน

(๖) ดำเนินการในกรณีเมื่อปรากฏว่าผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ

ป.ป.ช. ตาม (๑) ผู้ใดจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบภายในระยะเวลาที่กำหนด

หรือจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ

หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน

รวมถึงการดำเนินคดีในศาลกับบุคคลดังกล่าวตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมาย

(๗) ตรวจสอบหรือสอบสวนกรณีที่ได้รับบัตรสนเท่ห์ การแจ้งข้อมูล เบาะแสหรือพยานหลักฐาน

หรือกรณีมีเหตุอันควรสงสัยสำหรับการกระทำผิดเกี่ยวกับการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตาม

(๑)

(๘) ดำเนินการหรือประสานงานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเกี่ยวกับการจับการควบคุมตัว

การคุมขัง และการปล่อยชั่วคราวผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งการค้น ยึด หรืออายัดเอกสาร ทรัพย์สิน

หรือพยานหลักฐาน และการริบทรัพย์สิน

(๙) ดำเนินการและประสานงานทางคดีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามผลคดีรวมทั้งสรุปความเห็นเสนอคณะกรรมการ

ป.ป.ช.

(๑๐) เป็นผู้แทนฝ่ายคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในคณะกรรมการร่วมกับผู้แทนฝ่ายอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาหาข้อยุติเกี่ยวกับการฟ้องคดี

(๑๑) รายงานความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานในเรื่องกล่าวหาที่รับผิดชอบตามที่คณะกรรมการ

ป.ป.ช. หรือสำนักงาน

ป.ป.ช. กำหนด

(๑๒) เสนอแนะเพื่อพัฒนาระบบงาน รูปแบบ และวิธีการดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินรวมทั้งการไต่สวนและงานคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบ

(๑๓) รวบรวม จัดเก็บ และประมวลผลข้อมูลด้านการตรวจสอบทรัพย์สิน

การไต่สวนและงานคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบ

และประสานสำนักพัฒนาระบบตรวจสอบทรัพย์สินและสำนักบริหารงานกลาง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณากำหนดนโยบาย หลักเกณฑ์ วิธีการและแนวทางปฏิบัติต่อไป

(๑๔) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช.มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

๔)

สำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ๒ มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑)[๒] ตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริง

รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินและหนี้สินของผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตามที่กฎหมายกำหนดในภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ

ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม

กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพลังงาน กระทรวงการอุดมศึกษา

วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักนายกรัฐมนตรี

และติดตามข้อมูลและเอกสารเพิ่มเติมในกรณีที่ข้อมูลไม่ครบถ้วนตามแบบบัญชีที่ยื่น

(๒) ตรวจติดตามผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตาม (๑) ที่เสี่ยงต่อการกระทำทุจริตหรือร่ำรวยผิดปกติ หรือกรณีจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบหรือจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ

หรือดำเนินการร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด แล้วแต่กรณี

(๓) ดำเนินการและตรวจสอบกรณีผู้ที่มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินในภาครัฐและรัฐวิสาหกิจตาม

(๑) มีพฤติการณ์ปรากฏหรือมีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับการได้มาซึ่งทรัพย์สินและหนี้สินโดยมิชอบหรือมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีการโอน

ยักย้าย แปรสภาพ หรือซุกซ่อนทรัพย์สิน หรือปรากฏพฤติการณ์ถือครองทรัพย์สินแทนอันเป็นการมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ

(๔) เปิดเผยผลการตรวจสอบและบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์

และเอกสารประกอบของผู้ที่มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินในภาครัฐและรัฐวิสาหกิจตาม

(๑) ตามที่กฎหมายกำหนด

(๕) ตรวจสอบเบื้องต้น ไต่สวนเบื้องต้นและไต่สวน รวมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยกรณีมีการกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัย

หรือกรณีตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินแล้วพบว่าผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตาม

(๑) ร่ำรวยผิดปกติ หรือมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ

หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ หรือมีพฤติการณ์ซุกซ่อนทรัพย์สิน

(๖) ดำเนินการในกรณีเมื่อปรากฏว่าผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ

ป.ป.ช. ตาม (๑) ผู้ใดจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบภายในระยะเวลาที่กำหนด

หรือจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ

หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน

รวมถึงการดำเนินคดีในศาลกับบุคคลดังกล่าวตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมาย

(๗) ตรวจสอบหรือสอบสวนกรณีที่ได้รับบัตรสนเท่ห์ การแจ้งข้อมูล เบาะแสหรือพยานหลักฐาน

หรือกรณีมีเหตุอันควรสงสัยสำหรับการกระทำผิดเกี่ยวกับการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตาม

(๑)

(๘) ดำเนินการหรือประสานงานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเกี่ยวกับการจับการควบคุมตัว

การคุมขัง และการปล่อยชั่วคราวผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งการค้น ยึด หรืออายัดเอกสาร ทรัพย์สิน

หรือพยานหลักฐาน และการริบทรัพย์สิน

(๙) ดำเนินการและประสานงานทางคดีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามผลคดีรวมทั้งสรุปความเห็นเสนอคณะกรรมการ

ป.ป.ช.

(๑๐) เป็นผู้แทนฝ่ายคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในคณะกรรมการร่วมกับผู้แทนฝ่ายอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาหาข้อยุติเกี่ยวกับการฟ้องคดี

(๑๑) รายงานความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานในเรื่องกล่าวหาที่รับผิดชอบตามที่คณะกรรมการ

ป.ป.ช. หรือสำนักงาน

ป.ป.ช. กำหนด

(๑๒) เสนอแนะเพื่อพัฒนาระบบงาน รูปแบบ และวิธีการดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินรวมทั้งการไต่สวนและงานคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบ

(๑๓) รวบรวม จัดเก็บ และประมวลผลข้อมูลด้านการตรวจสอบทรัพย์สิน การไต่สวนและงานคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบ

และประสานสำนักพัฒนาระบบตรวจสอบทรัพย์สินและสำนักบริหารงานกลาง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณากำหนดนโยบาย

หลักเกณฑ์ วิธีการและแนวทางปฏิบัติต่อไป

(๑๔) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช.มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

๕)

สำนักตรวจสอบทรัพย์สินภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ๓ มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑) ตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริง รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินและหนี้สินของผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตามที่กฎหมายกำหนดในภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ

ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหม

กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และติดตามข้อมูล และเอกสารเพิ่มเติมในกรณีที่ข้อมูลไม่ครบถ้วนตามแบบบัญชีที่ยื่น

(๒) ตรวจติดตามผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตาม (๑) ที่เสี่ยงต่อการกระทำทุจริตหรือร่ำรวยผิดปกติ หรือกรณีจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบหรือจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน

และเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ หรือดำเนินการร่วมกับสำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัด

แล้วแต่กรณี

(๓) ดำเนินการและตรวจสอบกรณีผู้ที่มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินในภาครัฐและรัฐวิสาหกิจตาม

(๑) มีพฤติการณ์ปรากฏหรือมีเหตุอันควรสงสัยเกี่ยวกับการได้มาซึ่งทรัพย์สินและหนี้สินโดยมิชอบหรือมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีการโอน

ยักย้าย แปรสภาพ หรือซุกซ่อนทรัพย์สิน หรือปรากฏพฤติการณ์ถือครองทรัพย์สินแทนอันเป็นการมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ

(๔) เปิดเผยผลการตรวจสอบและบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์

และเอกสารประกอบของผู้ที่มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินในภาครัฐและรัฐวิสาหกิจตาม

(๑) ตามที่กฎหมายกำหนด

(๕) ตรวจสอบเบื้องต้น ไต่สวนเบื้องต้นและไต่สวน รวมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยกรณีมีการกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัย

หรือกรณีตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินแล้วพบว่าผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตาม

(๑) ร่ำรวยผิดปกติ

หรือมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ หรือมีพฤติการณ์ซุกซ่อนทรัพย์สิน

(๖) ดำเนินการในกรณีเมื่อปรากฏว่าผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ

ป.ป.ช. ตาม (๑) ผู้ใดจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบภายในระยะเวลาที่กำหนด

หรือจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ

หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน

รวมถึงการดำเนินคดีในศาลกับบุคคลดังกล่าวตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมาย

(๗) ตรวจสอบหรือสอบสวนกรณีที่ได้รับบัตรสนเท่ห์ การแจ้งข้อมูล เบาะแสหรือพยานหลักฐาน

หรือกรณีมีเหตุอันควรสงสัยสำหรับการกระทำผิดเกี่ยวกับการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตาม

(๑)

(๘) ดำเนินการหรือประสานงานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเกี่ยวกับการจับการควบคุมตัว

การคุมขัง และการปล่อยชั่วคราวผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งการค้น ยึด หรืออายัดเอกสาร ทรัพย์สิน

หรือพยานหลักฐาน และการริบทรัพย์สิน

(๙) ดำเนินการและประสานงานทางคดีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามผลคดีรวมทั้งสรุปความเห็นเสนอคณะกรรมการ

ป.ป.ช.

(๑๐) เป็นผู้แทนฝ่ายคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในคณะกรรมการร่วมกับผู้แทนฝ่ายอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาหาข้อยุติเกี่ยวกับการฟ้องคดี

(๑๑) รายงานความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานในเรื่องกล่าวหาที่รับผิดชอบตามที่คณะกรรมการ

ป.ป.ช. หรือสำนักงาน

ป.ป.ช. กำหนด

(๑๒) เสนอแนะเพื่อพัฒนาระบบงาน รูปแบบ และวิธีการดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินรวมทั้งการไต่สวนและงานคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบ

(๑๓) รวบรวม จัดเก็บ และประมวลผลข้อมูลด้านการตรวจสอบทรัพย์สิน

การไต่สวนและงานคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบ

และประสานสำนักพัฒนาระบบตรวจสอบทรัพย์สินและสำนักบริหารงานกลาง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณากำหนดนโยบาย

หลักเกณฑ์ วิธีการและแนวทางปฏิบัติต่อไป

(๑๔) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช.มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้ส่วนราชการภายในกลุ่มภารกิจไต่สวนการทุจริต

มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

๑)

สำนักไต่สวนการทุจริตภาคการเมืองและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑) ตรวจสอบเบื้องต้น ไต่สวนเบื้องต้นและไต่สวน รวมทั้งเสนอความเห็นกรณีมีการกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน

ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย

หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง หรือฐานความผิดอื่นที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตกำหนดหรือที่มีกฎหมายกำหนดให้อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ

ป.ป.ช.

(๒) ดำเนินการสอบสวนเป็นทางลับ กรณีที่มีความปรากฏต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือเมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ของรัฐตามมาตรา

๑๔๔ วรรคสี่ แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช

๒๕๖๐ และมาตรา ๘๘ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

พ.ศ. ๒๕๖๑

(๓) ตรวจสอบหรือสอบสวนกรณีที่ได้รับบัตรสนเท่ห์ การแจ้งข้อมูล เบาะแสหรือพยานหลักฐาน

หรือกรณีมีเหตุอันควรสงสัยสำหรับการกระทำผิดของผู้ดำรงตำแหน่งตาม (๑) ที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(๔) ดำเนินการหรือประสานงานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเกี่ยวกับการจับการควบคุมตัว

การคุมขัง และการปล่อยชั่วคราวผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งการค้น ยึด หรืออายัดเอกสาร ทรัพย์สิน

หรือพยานหลักฐาน และการริบทรัพย์สิน

(๕) ดำเนินการและประสานงานทางคดีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามผลคดีรวมทั้งสรุปความเห็นเสนอคณะกรรมการ

ป.ป.ช.

(๖) เป็นผู้แทนฝ่ายคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในคณะกรรมการร่วมกับผู้แทนฝ่ายอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาหาข้อยุติเกี่ยวกับการฟ้องคดี

(๗) เสนอแนะเพื่อพัฒนาระบบงาน รูปแบบ และวิธีการดำเนินการไต่สวน

(๘) รายงานความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานในเรื่องกล่าวหาที่รับผิดชอบตามที่คณะกรรมการ

ป.ป.ช. หรือสำนักงาน

ป.ป.ช. กำหนด

(๙) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช.มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

๒)

สำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ ๑ มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑) ตรวจสอบเบื้องต้น ไต่สวนเบื้องต้นและไต่สวน รวมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยกรณีมีการกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานของรัฐ

ได้แก่ กระทรวงกลาโหม กระทรวงยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการสูงสุด

ศาล องค์กรอิสระ องค์การมหาชน และหน่วยงานอื่นของรัฐ และเจ้าพนักงานอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติที่ไม่ได้อยู่ในหน้าที่และอำนาจของสำนักอื่น

ผู้ใดกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม

หรือฐานความผิดอื่นที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตกำหนด

หรือที่มีกฎหมายกำหนดให้อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(๒) ตรวจสอบหรือสอบสวนกรณีที่ได้รับบัตรสนเท่ห์ การแจ้งข้อมูล เบาะแสหรือพยานหลักฐาน

หรือกรณีมีเหตุอันควรสงสัยสำหรับการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐตาม (๑) ที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(๓) ตรวจสอบและพิจารณารายงานผลการดำเนินการและสำนวนเรื่องกล่าวหาการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐตาม

(๑) ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐหรือส่วนราชการ

หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ได้ดำเนินการตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. พร้อมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยของคณะกรรมการ

ป.ป.ช.

(๔) ดำเนินการหรือประสานงานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเกี่ยวกับการจับ

การควบคุมตัว การคุมขัง และการปล่อยชั่วคราวผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งการค้น ยึด หรืออายัดเอกสาร

ทรัพย์สินหรือพยานหลักฐาน และการริบทรัพย์สิน

(๕) ดำเนินการและประสานงานทางคดีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามผลคดีรวมทั้งสรุปความเห็นเสนอคณะกรรมการ

ป.ป.ช.

(๖) เป็นผู้แทนฝ่ายคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในคณะกรรมการร่วมกับผู้แทนฝ่ายอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาหาข้อยุติเกี่ยวกับการฟ้องคดี

(๗) รายงานความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานในเรื่องกล่าวหาที่รับผิดชอบตามที่คณะกรรมการ

ป.ป.ช. หรือสำนักงาน

ป.ป.ช. กำหนด

(๘) เสนอแนะเพื่อพัฒนาระบบงาน รูปแบบ และวิธีการดำเนินการไต่สวน

(๙) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

๓)

สำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ ๒ มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑)[๓]

ตรวจสอบเบื้องต้น ไต่สวนเบื้องต้นและไต่สวน รวมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยกรณีมีการกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานของรัฐ

ได้แก่กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

กระทรวงพลังงาน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ใดกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่

หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม

หรือฐานความผิดอื่นที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตกำหนดหรือที่มีกฎหมายกำหนดให้อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ

ป.ป.ช.

(๒) ตรวจสอบหรือสอบสวนกรณีที่ได้รับบัตรสนเท่ห์ การแจ้งข้อมูล เบาะแสหรือพยานหลักฐาน

หรือกรณีมีเหตุอันควรสงสัยสำหรับการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐตาม (๑) ที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(๓) ตรวจสอบและพิจารณารายงานผลการดำเนินการและสำนวนเรื่องกล่าวหาการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐตาม

(๑) ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

หรือส่วนราชการ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ได้ดำเนินการตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ

ป.ป.ช. พร้อมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยของคณะกรรมการ

ป.ป.ช.

(๔) ดำเนินการหรือประสานงานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเกี่ยวกับการจับ

การควบคุมตัว การคุมขัง และการปล่อยชั่วคราวผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งการค้น ยึด หรืออายัดเอกสาร

ทรัพย์สินหรือพยานหลักฐาน และการริบทรัพย์สิน

(๕) ดำเนินการและประสานงานทางคดีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ติดตามผลคดี

รวมทั้งสรุปความเห็นเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(๖) เป็นผู้แทนฝ่ายคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในคณะกรรมการร่วมกับผู้แทนฝ่ายอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาหาข้อยุติเกี่ยวกับการฟ้องคดี

(๗) รายงานความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานในเรื่องกล่าวหาที่รับผิดชอบตามที่คณะกรรมการ

ป.ป.ช. หรือสำนักงาน

ป.ป.ช. กำหนด

(๘) เสนอแนะเพื่อพัฒนาระบบงาน รูปแบบ และวิธีการดำเนินการไต่สวน

(๙) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

๔)

สำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐ ๓ มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑) ตรวจสอบเบื้องต้น ไต่สวนเบื้องต้นและไต่สวน รวมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยกรณีมีการกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานของรัฐ

ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และข้าราชการกรุงเทพมหานคร

ผู้ใดกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม

หรือฐานความผิดอื่นที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตกำหนดหรือที่มีกฎหมายกำหนดให้อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ

ป.ป.ช.

(๒) ตรวจสอบหรือสอบสวนกรณีที่ได้รับบัตรสนเท่ห์ การแจ้งข้อมูล เบาะแสหรือพยานหลักฐาน

หรือกรณีมีเหตุอันควรสงสัยสำหรับการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐตาม (๑) ที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(๓) ตรวจสอบและพิจารณารายงานผลการดำเนินการและสำนวนเรื่องกล่าวหาการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐ

ตาม (๑) ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

หรือส่วนราชการ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ได้ดำเนินการตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ

ป.ป.ช. พร้อมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยของคณะกรรมการ

ป.ป.ช.

(๔) ดำเนินการหรือประสานงานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเกี่ยวกับการจับการควบคุมตัว

การคุมขัง และการปล่อยชั่วคราวผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งการค้น ยึด หรืออายัดเอกสาร ทรัพย์สินหรือพยานหลักฐาน

และการริบทรัพย์สิน

(๕) ดำเนินการและประสานงานทางคดีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ติดตามผลคดี

รวมทั้งสรุปความเห็นเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(๖) เป็นผู้แทนฝ่ายคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในคณะกรรมการร่วมกับผู้แทนฝ่ายอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาหาข้อยุติเกี่ยวกับการฟ้องคดี

(๗) รายงานความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานในเรื่องกล่าวหาที่รับผิดชอบตามที่คณะกรรมการ

ป.ป.ช. หรือสำนักงาน

ป.ป.ช. กำหนด

(๘) เสนอแนะเพื่อพัฒนาระบบงาน รูปแบบ และวิธีการดำเนินการไต่สวน

(๙) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

๕)

สำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐวิสาหกิจ ๑ มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑) ตรวจสอบเบื้องต้น ไต่สวนเบื้องต้นและไต่สวน รวมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยกรณีมีการกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐในรัฐวิสาหกิจตามการจัดกลุ่มรัฐวิสาหกิจของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ

กระทรวงการคลัง ได้แก่ สาขาขนส่ง สาขาพลังงาน สาขาเกษตร และสาขาทรัพยากรธรรมชาติ ผู้ใดกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่

หรือฐานความผิดอื่นที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตกำหนดหรือที่มีกฎหมายกำหนดให้อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ

ป.ป.ช.

(๒) ตรวจสอบหรือสอบสวนกรณีที่ได้รับบัตรสนเท่ห์ การแจ้งข้อมูล เบาะแสหรือพยานหลักฐาน

หรือกรณีมีเหตุอันควรสงสัยสำหรับการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐตาม (๑) ที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(๓) ตรวจสอบและพิจารณารายงานผลการดำเนินการและสำนวนเรื่องกล่าวหาการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐตาม

(๑) ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

หรือส่วนราชการ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ได้ดำเนินการตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ

ป.ป.ช. พร้อมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยของคณะกรรมการ

ป.ป.ช.

(๔) ดำเนินการหรือประสานงานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเกี่ยวกับการจับ

การควบคุมตัว การคุมขัง และการปล่อยชั่วคราวผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งการค้น ยึด หรืออายัดเอกสาร

ทรัพย์สินหรือพยานหลักฐาน และการริบทรัพย์สิน

(๕) ดำเนินการและประสานงานทางคดีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามผลคดีรวมทั้งสรุปความเห็นเสนอคณะกรรมการ

ป.ป.ช.

(๖) เป็นผู้แทนฝ่ายคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในคณะกรรมการร่วมกับผู้แทนฝ่ายอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาหาข้อยุติเกี่ยวกับการฟ้องคดี

(๗) รายงานความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานในเรื่องกล่าวหาที่รับผิดชอบตามที่คณะกรรมการ

ป.ป.ช. หรือสำนักงาน

ป.ป.ช. กำหนด

(๘) เสนอแนะเพื่อพัฒนาระบบงาน รูปแบบ และวิธีการดำเนินการไต่สวน

(๙) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

๖)

สำนักไต่สวนการทุจริตภาครัฐวิสาหกิจ ๒ มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑) ตรวจสอบเบื้องต้น ไต่สวนเบื้องต้นและไต่สวน รวมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยกรณีมีการกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐในรัฐวิสาหกิจตามการจัดกลุ่มรัฐวิสาหกิจของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ

กระทรวงการคลัง ได้แก่ สาขาสาธารณูปการ สาขาอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม สาขาสื่อสาร สาขาสังคมและเทคโนโลยี

และสาขาสถาบันการเงิน ผู้ใดกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือฐานความผิดอื่นที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตกำหนดหรือที่มีกฎหมายกำหนดให้อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ

ป.ป.ช.

(๒) ตรวจสอบหรือสอบสวนกรณีที่ได้รับบัตรสนเท่ห์ การแจ้งข้อมูล เบาะแสหรือพยานหลักฐาน

หรือกรณีมีเหตุอันควรสงสัยสำหรับการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐตาม (๑) ที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(๓) ตรวจสอบและพิจารณารายงานผลการดำเนินการและสำนวนเรื่องกล่าวหาการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐตาม

(๑) ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

หรือส่วนราชการ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ได้ดำเนินการตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ

ป.ป.ช. พร้อมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยของคณะกรรมการ

ป.ป.ช.

(๔) ดำเนินการหรือประสานงานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเกี่ยวกับการจับ

การควบคุมตัว การคุมขัง และการปล่อยชั่วคราวผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งการค้น ยึด หรืออายัดเอกสาร

ทรัพย์สินหรือพยานหลักฐาน และการริบทรัพย์สิน

(๕) ดำเนินการและประสานงานทางคดีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ติดตามผลคดี

รวมทั้งสรุปความเห็นเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(๖) เป็นผู้แทนฝ่ายคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในคณะกรรมการร่วมกับผู้แทนฝ่ายอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาหาข้อยุติเกี่ยวกับการฟ้องคดี

(๗) รายงานความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานในเรื่องกล่าวหาที่รับผิดชอบตามที่คณะกรรมการ

ป.ป.ช. หรือสำนักงาน

ป.ป.ช. กำหนด

(๘) เสนอแนะเพื่อพัฒนาระบบงาน รูปแบบ และวิธีการดำเนินการไต่สวน

(๙) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

๗)

สำนักไต่สวนคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑) ตรวจสอบเบื้องต้น ไต่สวนเบื้องต้นและไต่สวน รวมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยกรณีมีการกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน

ผู้ใดทุจริตต่อหน้าที่หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย

หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง หรือฐานความผิดอื่นที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้กำหนด

หรือที่มีกฎหมายกำหนดให้อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งเกี่ยวข้องกับการบุกรุกป่าและที่ดินของรัฐ

คดีทุจริตเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้ ทรัพยากรน้ำ ทรัพยากรแร่ ทรัพยากรดิน ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

คดีทุจริตเกี่ยวกับการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าและพันธุ์พืช คดีทุจริตเกี่ยวกับคุณภาพสิ่งแวดล้อม

หรือคดีอื่นใดที่มีผลต่อการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

(๒) ตรวจสอบเบื้องต้น ไต่สวนเบื้องต้นและไต่สวน รวมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยกรณีมีการกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่

หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม

หรือฐานความผิดอื่นที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตกำหนดหรือที่มีกฎหมายกำหนดให้อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ

ป.ป.ช.ซึ่งเกี่ยวข้องกับการบุกรุกป่าและที่ดินของรัฐ คดีทุจริตเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้

ทรัพยากรน้ำ ทรัพยากรแร่ ทรัพยากรดิน ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง คดีทุจริตเกี่ยวกับการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าและพันธุ์พืช

คดีทุจริตเกี่ยวกับคุณภาพสิ่งแวดล้อม หรือคดีอื่นใดที่มีผลต่อการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

(๓) ตรวจสอบหรือสอบสวนกรณีที่ได้รับบัตรสนเท่ห์ การแจ้งข้อมูล เบาะแสหรือพยานหลักฐาน

หรือกรณีมีเหตุอันควรสงสัยสำหรับการกระทำผิดตาม (๑) และ (๒) ที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ

ป.ป.ช.

(๔) ดำเนินการสอบสวนเป็นทางลับ กรณีการกระทำผิดตาม (๑) และ (๒) ที่มีความปรากฏต่อคณะกรรมการ

ป.ป.ช. หรือเมื่อคณะกรรมการ

ป.ป.ช. ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ของรัฐตามมาตรา

๑๔๔ วรรคสี่ แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และมาตรา ๘๘ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

พ.ศ. ๒๕๖๑

(๕) ตรวจสอบและพิจารณารายงานผลการดำเนินการและสำนวนเรื่องกล่าวหาการกระทำผิดตาม

(๑) และ (๒) ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือส่วนราชการ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ

ได้ดำเนินการตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. พร้อมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยของคณะกรรมการ

ป.ป.ช.

(๖) ดำเนินการหรือประสานงานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเกี่ยวกับการจับ

การควบคุมตัว การคุมขัง และการปล่อยชั่วคราวผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งการค้น ยึด หรืออายัดเอกสาร

ทรัพย์สินหรือพยานหลักฐาน และการริบทรัพย์สิน

(๗) ดำเนินการและประสานงานทางคดีร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ติดตามผลคดี

รวมทั้งสรุปความเห็นเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(๘) เป็นผู้แทนฝ่ายคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในคณะกรรมการร่วมกับผู้แทนฝ่ายอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาหาข้อยุติเกี่ยวกับการฟ้องคดี

(๙) รายงานความก้าวหน้าในการปฏิบัติงานในเรื่องกล่าวหาที่รับผิดชอบตามที่คณะกรรมการ

ป.ป.ช. หรือสำนักงาน

ป.ป.ช. กำหนด

(๑๐) เสนอแนะเพื่อพัฒนาระบบงาน รูปแบบ และวิธีการดำเนินการไต่สวน

(๑๑) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้ส่วนราชการภายในกลุ่มภารกิจอำนวยการยุติธรรม

มีหน้าที่และอำนาจ ดังนี้

๑)

สำนักกฎหมาย มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑) ศึกษา วิเคราะห์ พัฒนา ปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ

ป.ป.ช. ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย

(๒) ศึกษา ค้นคว้า ปรับปรุง แก้ไข ยกร่างกฎหมาย

กฎระเบียบของคณะกรรมการป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ช.

(๓) ให้คำปรึกษา ข้อเสนอแนะ และให้ความเห็นทางกฎหมายตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

การตอบข้อหารือทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ช.

(๔) ศึกษา วิเคราะห์ กฎหมายต่างประเทศและเอกสารทางกฎหมายของต่างประเทศ รวมทั้งศึกษาเปรียบเทียบงานด้านกฎหมายของต่างประเทศ

เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานของสำนักงาน ป.ป.ช.

(๕) ประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อดำเนินการยกร่างหรือปรับปรุงแก้ไขกฎหมายระเบียบ

ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการ ป.ป.ช.

(๖) ตรวจสอบนิติกรรมสัญญาซึ่งสำนักงาน ป.ป.ช. เป็นคู่สัญญา รวมทั้งบันทึกข้อตกลงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

(๗) จัดทำเอกสารทางวิชาการกฎหมายของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และการให้ความรู้ทางด้านกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานของรัฐหรือสถาบันการศึกษาและประชาชน

(๘) จัดวางระบบ สารบัญกฎหมาย ประกาศ คำสั่ง ระเบียบ ข้อบังคับ และปรับปรุงแก้ไขให้ทันสมัย

(๙) ประสานงานกับรัฐสภาและติดตามการตรากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ

ป.ป.ช. หรือกฎหมายอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย

และประสานความร่วมมือทางด้านกฎหมายกับนักกฎหมายภาครัฐของหน่วยงานของรัฐ

(๑๐) สนับสนุนงานฝ่ายเลขานุการของคณะอนุกรรมการกฎหมายและระเบียบ

(๑๑) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

๒)

สำนักกิจการและคดีทุจริตระหว่างประเทศ มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑) ดำเนินการเป็นหน่วยงานกลางในการดำเนินการเพื่อให้ความร่วมมือระหว่างประเทศตามพันธกรณีและข้อตกลงระหว่างประเทศในการต่อต้านการทุจริต

(๒) ตรวจสอบเบื้องต้น ไต่สวนเบื้องต้นและไต่สวน รวมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยหรือดำเนินการใด

ๆ ที่เกี่ยวข้องกรณีมีเรื่องกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศหรือเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ

กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับการรับสินบน และกรณีบุคคลใดกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับการเป็นตัวกลางเรียกรับสินบนหรือให้สินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศหรือเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ

(๓) ตรวจสอบเบื้องต้น ไต่สวนเบื้องต้นและไต่สวน รวมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยหรือดำเนินการใด

ๆ ที่เกี่ยวข้องกรณีมีเรื่องกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่

หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม

หรือฐานความผิดอื่นที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตกำหนดหรือที่มีกฎหมายกำหนดให้อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ

ป.ป.ช. ซึ่งเป็นคดีทุจริตระหว่างประเทศ

(๔) ดำเนินการและประสานงานคดีเพื่อขอความร่วมมือระหว่างประเทศ

(๕) ดำเนินการตามคำร้องขอความช่วยเหลือจากต่างประเทศในคดีทุจริต

ในกรณีที่ผู้ประสานงานกลางตามกฎหมายว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญาส่งให้คณะกรรมการ

ป.ป.ช. ดำเนินการหรือพิจารณาให้ความช่วยเหลือกับต่างประเทศในคดีทุจริต

ซึ่งมิใช่คำร้องขอความช่วยเหลือตามกฎหมายว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา

(๖) ตอบข้อหารือ และให้ความเห็นทางกฎหมายเกี่ยวกับกฎหมายต่างประเทศ กฎหมายระหว่างประเทศ

และการดำเนินการตามพันธกรณีระหว่างประเทศ

(๗) ศึกษา วิเคราะห์ พัฒนาระบบรูปแบบ รวมถึงการดำเนินการกิจการงานการต่างประเทศของสำนักงาน

ป.ป.ช.

(๘) ติดต่อ ประสานงานโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศ ทั้งทางวิชาการและกฎหมาย

รวมถึงการสร้างเครือข่ายด้านการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตระหว่างประเทศ

(๙) ศึกษา วิเคราะห์ กฎหมายต่างประเทศ กฎหมายระหว่างประเทศ ตลอดจนการจัดทำเอกสารวิชาการและรายงานประจำปี

การจัดแปลกฎหมาย บทความวิชาการ และเอกสาร รวมถึงการจัดพิมพ์เผยแพร่งานแปล

(๑๐) ดำเนินการงานเจรจา การจัดทำข้อตกลงการส่งเสริมความร่วมมือตามกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ

(๑๑) ดำเนินการเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เช่น การอำนวยความสะดวก ต้อนรับและจัดงานเลี้ยงรับรองคณะบุคคลสำคัญของคณะกรรมการ

ป.ป.ช. และผู้บริหารระดับสูง

รวมทั้งดำเนินการเกี่ยวกับการไปเยือนต่างประเทศ

(๑๒) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

๓)

สำนักการขัดกันแห่งผลประโยชน์ มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑) รณรงค์เสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรมในทุกภาคส่วนเพื่อป้องกันการกระทำความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม

(๒) จัดทำข้อกำหนดและคู่มือการปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมทั้งเอกชนเกี่ยวกับการป้องกันการกระทำความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม

(๓) กำกับดูแลและติดตามผลในการดำเนินการเพื่อป้องกันการกระทำความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม

(๔) เผยแพร่ให้ความรู้ ให้คำปรึกษาและให้ความเห็นทางกฎหมาย รวมทั้งตอบข้อหารือเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม

(๕) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

๔)

สำนักคดี มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑) ดำเนินการและประสานงานทางคดี การยื่นคำร้องต่อศาล การฟ้องคดีหรือการดำเนินกระบวนพิจารณาใด

ๆ ในชั้นศาลตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ติดตามผลการดำเนินคดี และการบังคับคดี โดยประสานงานกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ

(๒) ดำเนินการเกี่ยวกับงานเลขานุการของคณะกรรมการร่วม ซึ่งตั้งขึ้นระหว่างคณะกรรมการ

ป.ป.ช. และอัยการสูงสุด

โดยมีหน้าที่พิจารณาพยานหลักฐาน และรวบรวมพยานหลักฐานให้สมบูรณ์ รวมทั้งดำเนินการอื่นใดให้สำนวนการไต่สวนครบถ้วนสมบูรณ์

แล้วส่งให้อัยการสูงสุดเพื่อฟ้องคดีต่อไป

(๓) ดำเนินการและติดตามผลการดำเนินการทางวินัยซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ส่งไปยังผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน

และเร่งรัดให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนดำเนินการตามกฎหมาย

(๔) ตรวจพิจารณาสำนวนการไต่สวนตามที่ได้รับมอบหมาย และสนับสนุนงานฝ่ายเลขานุการของคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาสำนวนคดีอาญา

(๕) พิจารณาสำนวนการสอบสวน กรณีพนักงานสอบสวน หรือพนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ถูกกล่าวหาในเรื่องที่พนักงานสอบสวนดำเนินคดีไปตามอำนาจหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

และพิจารณาสำนวนคดีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการในการพิจารณาสั่งคดี และตรวจสอบรายงานผลการดำเนินการทางวินัยของผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน

(๖) ดำเนินการให้ความช่วยเหลือหรือแก้ต่างในการต่อสู้คดีกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรรมการ ป.ป.ช. กรรมการไต่สวน หัวหน้าพนักงานไต่สวน

พนักงานไต่สวน และพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ใดถูกดำเนินคดี ไม่ว่าเป็นคดีแพ่ง คดีอาญา หรือคดีปกครอง

และไม่ว่าจะถูกฟ้องในขณะดำรงตำแหน่ง หรือเมื่อพ้นจากตำแหน่งแล้ว ถ้าการถูกดำเนินคดีดังกล่าวเป็นเพราะเหตุที่ได้มีมติ

คำสั่ง หรือปฏิบัติหน้าที่

(๗) ดำเนินการให้ความช่วยเหลือหรือแก้ต่างในการต่อสู้คดีกรณีบุคลากรของสำนักงาน

ป.ป.ช. นอกเหนือจากบุคคลตาม

(๖) ผู้ใดถูกดำเนินคดี ไม่ว่าเป็นคดีแพ่ง

คดีอาญา หรือคดีปกครองและไม่ว่าจะถูกฟ้องในขณะดำรงตำแหน่งหรือเมื่อพ้นจากตำแหน่งแล้ว

ถ้าการถูกดำเนินคดีดังกล่าวเป็นเพราะเหตุที่ได้มีมติ คำสั่ง หรือปฏิบัติหน้าที่

(๘) ดำเนินการเกี่ยวกับการยกเลิกหรือเพิกถอนสิทธิหรือเอกสารสิทธิที่ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือระเบียบของทางราชการ

(๙) ดำเนินการหรือประสานงานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเกี่ยวกับการจับ

การควบคุมตัว การคุมขัง และการปล่อยชั่วคราวผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งการค้น ยึด หรืออายัดเอกสาร

ทรัพย์สิน หรือพยานหลักฐาน และการริบทรัพย์สิน

(๑๐) เก็บรวบรวมและจัดทำสารบบคดีไต่สวน เพื่อรายงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ช. รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะแนวทางเพื่อพัฒนาระบบงาน

รูปแบบ และวิธีการดำเนินงานเพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพ

(๑๑) ดำเนินการเกี่ยวกับการยื่นคำร้องต่อศาลขอให้มีคำสั่งให้สืบพยานหลักฐานตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ

หรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

(๑๒) ตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริง ความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินและหนี้สิน

รวมทั้งการเปิดเผยผลการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของพนักงานเจ้าหน้าที่ในสังกัดสำนักพัฒนาระบบตรวจสอบทรัพย์สิน

ซึ่งมีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตามที่กฎหมายกำหนด และติดตามข้อมูลและเอกสารเพิ่มเติมในกรณีที่ข้อมูลไม่ครบถ้วนตามแบบบัญชีที่ยื่น

(๑๓) ดำเนินการในกรณีเมื่อปรากฏว่าพนักงานเจ้าหน้าที่ในสังกัดสำนักพัฒนาระบบตรวจสอบทรัพย์สิน

ซึ่งมีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตามที่กฎหมายกำหนด ผู้ใดจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบภายในระยะเวลาที่กำหนดหรือจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ

และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน รวมถึงการดำเนินคดีในศาลกับบุคคลดังกล่าวตามที่คณะกรรมการ

ป.ป.ช. มอบหมาย

(๑๔) ตรวจสอบเบื้องต้น ไต่สวนเบื้องต้นและไต่สวน รวมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยกรณีมีการกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัย

หรือกรณีตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินแล้วพบว่าพนักงานเจ้าหน้าที่ในสังกัดสำนักพัฒนาระบบตรวจสอบทรัพย์สินผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินร่ำรวยผิดปกติ

หรือมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ หรือมีพฤติการณ์ซุกซ่อนทรัพย์สิน

(๑๕) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

๕)

สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑) ดำเนินการเกี่ยวกับการสืบสวนในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ

ป.ป.ช. และสำนักงาน

ป.ป.ช.

(๒) ดำเนินการด้านการข่าว และการต่อต้านข่าวกรองที่เกี่ยวกับการทุจริต รวมถึงการจัดทำระบบกระบวนการข่าวกรองของสำนักงาน

ป.ป.ช.

(๓) ติดตาม ตรวจสอบสถานการณ์และข้อมูลข่าวสารการทุจริตจากสื่อต่าง ๆ รวมทั้งวิเคราะห์

และประมวลผลสรุปข้อมูลข่าวสารการทุจริต

(๔) ดำเนินการเกี่ยวกับการสนับสนุนการไต่สวน การเก็บรวบรวมและตรวจสอบพิสูจน์หลักฐาน

รวมทั้งวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องทางอิเล็กทรอนิกส์

(๕) ติดตามบุคคลตามหนังสือเรียกตัวเป็นพยานและบุคคลที่ถูกหมายของศาล พัฒนาระบบการคุ้มครองพยาน

และการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการคุ้มครองพยานและการกันบุคคลเป็นพยานตามที่ได้รับมอบหมาย

(๖) ดำเนินการหรือประสานงานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเกี่ยวกับการจับ

การควบคุมตัว การคุมขัง และการปล่อยชั่วคราวผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งการค้น ยึด หรืออายัดเอกสาร

ทรัพย์สิน หรือพยานหลักฐาน และการริบทรัพย์สิน

(๗) ดำเนินการและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบหน่วยงานของรัฐที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการทุจริตตามที่ได้รับมอบหมายและส่งผลการตรวจสอบให้หน่วยงานที่รับผิดชอบในการเสนอแนวทางการแก้ไขเพื่อจัดทำรายงานเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป

(๘) ดำเนินการเกี่ยวกับงานการรักษาความปลอดภัยของบุคคลสำคัญ อาคารสถานที่ และทรัพย์สินของสำนักงาน

ป.ป.ช.

(๙) ประสานเครือข่ายการปฏิบัติงานข่าวกับแหล่งข่าวบุคคล หน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง

(๑๐) ดำเนินการเกี่ยวกับวิทยุสื่อสารการกำหนดรหัสนามเรียกขาน

(๑๑) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้ส่วนราชการภายในกลุ่มภารกิจสนับสนุน มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

๑)

สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑) ศึกษา วิเคราะห์ จัดทำและพัฒนาแผนกลยุทธ์ขององค์กรและความต้องการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของหน่วยงานต่าง

ๆ รวมทั้งแผนแม่บทและแผนปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงาน ป.ป.ช. ให้รองรับตามแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและนโยบายรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง

พร้อมทั้งติดตามและประเมินผล และจัดทำรายงานผลการดำเนินการ

(๒) พัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล

ระบบคลังข้อมูล ระบบฐานข้อมูล และระบบการเรียกคืน รวมทั้งกำหนดแนวทางและระเบียบปฏิบัติสำหรับการใช้และการรักษาความปลอดภัยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของสำนักงาน

ป.ป.ช.

(๓) บริหารจัดการอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครือข่ายสารสนเทศ บำรุงรักษาและแก้ไขปัญหาในการใช้งาน

(๔) พัฒนาหรือจัดให้มีระบบสารสนเทศและเครือข่ายเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของคณะกรรมการ

ป.ป.ช. และผู้บริหาร

การบริหารจัดการ และการดำเนินงานตามภารกิจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ช.

(๕) พัฒนาและประยุกต์ใช้ข้อมูลในระบบภูมิสารสนเทศ ระบบเทคโนโลยีสำรวจข้อมูลระยะไกล

และกำหนดตำแหน่งพื้นโลกด้วยดาวเทียม

(๖) บริหารจัดการเว็บไซต์ของสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อเป็นสื่อในการบริการข้อมูลข่าวสาร

(๗) ประสานความร่วมมือในการจัดทำแผนพัฒนาบุคลากรของสำนักงาน ป.ป.ช. และเสริมสร้างความรู้ความสามารถและทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้กับบุคลากรของสำนักงาน

ป.ป.ช.

(๘) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

๒)

สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑) ศึกษาและวิเคราะห์นโยบายด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและนโยบายต่าง

ๆ ที่เกี่ยวข้อง

(๒) ประสานและส่งเสริมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(๓) พัฒนานโยบายและจัดทำยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

แผนยุทธศาสตร์ของสำนักงาน ป.ป.ช. แผนปฏิบัติการของสำนักงาน ป.ป.ช. แผนอื่นที่เกี่ยวข้อง ประสานและนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ

รวมทั้งเร่งรัด ติดตาม ประเมินผลการปฏิบัติงานตามแผนดังกล่าว

(๔) เสนอแนะนโยบายและกำหนดแนวทางในการตั้งและจัดสรรงบประมาณประจำปีของหน่วยงานในสังกัดสำนักงาน

ป.ป.ช. ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ

แผนการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แผนยุทธศาสตร์

และแผนปฏิบัติการของสำนักงาน ป.ป.ช.

(๕) วิเคราะห์และจัดทำคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี การบริหารงบประมาณ การประสานการดำเนินการเกี่ยวกับการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณ

(๖) วิเคราะห์ ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงานและความคุ้มค่าของการดำเนินการโครงการ/กิจกรรมของหน่วยงานในสังกัดสำนักงาน ป.ป.ช.

(๗) จัดทำและพัฒนาตัวชี้วัดการดำเนินงานของสำนักงาน ป.ป.ช. รวมถึงการจัดทำมาตรฐานการปฏิบัติงาน

(๘) พัฒนาการบริหารจัดการในการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติให้บรรลุผลตามวัตถุประสงค์

รวมทั้งวิธีการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานในสังกัดสำนักงาน ป.ป.ช.

(๙) ศึกษา วิเคราะห์ ให้คำปรึกษา และเสนอแนะแนวทางในการกำหนดนโยบายการพัฒนาระบบบริหารจัดการ

การพัฒนาองค์กรของสำนักงาน ป.ป.ช. ตลอดจนแนวทางการแก้ไขปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงานของสำนักงาน ป.ป.ช.

(๑๐) ดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในของสำนักงาน ป.ป.ช.

(๑๑) เสนอแนะนโยบายและกำหนดหลักเกณฑ์ในการจัดทำแผนงาน และงบประมาณในลักษณะบูรณาการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

รวมทั้งการพิจารณา กลั่นกรอง ตรวจสอบการใช้งบประมาณ และติดตามประเมินผล

(๑๒) เป็นหน่วยงานบริหารกองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติตามระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยกองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

(๑๓) จัดทำรายงานผลการตรวจสอบและผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช.พร้อมข้อสังเกตต่อรัฐสภา การประกาศและเปิดเผยรายงานดังกล่าว

(๑๔) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช.มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

๓)

สำนักบริหารงานคลัง มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑) ดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณของสำนักงาน ป.ป.ช.

(๒) ศึกษา วิเคราะห์ พัฒนาระบบ เพื่อวางระเบียบ มาตรฐาน หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดหาพัสดุ

การเงินและการบัญชีของสำนักงาน ป.ป.ช.

(๓) ดำเนินการเกี่ยวกับงานการเงินและการบัญชีทั้งเงินในและนอกงบประมาณและเงินกองทุนต่าง

(๔) ดำเนินการเกี่ยวกับงานการจัดหาพัสดุ การจัดซื้อจัดจ้าง

(๕) ดำเนินการเกี่ยวกับการรับเงิน การจ่ายเงิน และการเก็บรักษาเงินของกองทุนป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

(๖) ให้คำปรึกษา ข้อเสนอแนะและนิเทศงานด้านการบริหารงบประมาณ การเงินการเบิกจ่าย

การบัญชี การจัดซื้อจัดจ้าง การจัดหาพัสดุแก่หน่วยงานภายในสำนักงาน ป.ป.ช.

(๗) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช.มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

๔)

สำนักบริหารทรัพย์สิน มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑) ดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารพัสดุและครุภัณฑ์ของสำนักงาน ป.ป.ช.

(๒) ตรวจและประเมินความเหมาะสมของที่ดิน การขออนุญาตและการใช้ประโยชน์ของที่ดิน

เพื่อใช้ในราชการของสำนักงาน ป.ป.ช.

(๓) ดำเนินการเกี่ยวกับการออกแบบ การตรวจสอบ การควบคุมการก่อสร้าง การปรับปรุง

การซ่อมแซม การต่อเติม และการบำรุงรักษาอาคารสถานที่

(๔) จัดวางระบบ การกำกับดูแล การบำรุงรักษาและการใช้ยานพาหนะ รวมถึงงานสาธารณูปโภค

(๕) จัดทำระบบทะเบียน การเก็บรักษาและการจัดการทรัพย์สินจากการที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้สั่งยึดหรืออายัด

และทรัพย์สินของกลางในคดี รวมทั้งการควบคุมดูแล การใช้ประโยชน์และการนำทรัพย์สินออกขายทอดตลาด

(๖) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช.มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

๕)

สำนักบริหารทรัพยากรบุคคล มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑) ดำเนินการเกี่ยวกับงานบริหารทรัพยากรบุคคลของสำนักงาน ป.ป.ช. สำหรับเลขาธิการคณะกรรมการ

ป.ป.ช. ข้าราชการ

พนักงานราชการ และลูกจ้างของสำนักงาน ป.ป.ช.

(๒) ดำเนินการเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของสำนักงาน

ป.ป.ช. และคณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการ

ป.ป.ช. ในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของสำนักงาน

ป.ป.ช. แต่งตั้ง

(๓) ศึกษา วิเคราะห์ และพัฒนานโยบาย ยุทธศาสตร์ ระบบ หลักเกณฑ์ วิธีการและมาตรฐานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลของสำนักงาน

ป.ป.ช.

(๔) ดำเนินการเกี่ยวกับการกำหนดตำแหน่งและกรอบอัตรากำลังข้าราชการ พนักงานราชการ

และลูกจ้างของสำนักงาน ป.ป.ช. รวมถึงการวางแผนกำลังคนของสำนักงาน ป.ป.ช.

(๕) จัดทำโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการภายในสำนักงาน ป.ป.ช. และการกำหนดหน้าที่และอำนาจของส่วนราชการดังกล่าว

(๖) ดำเนินการเกี่ยวกับการกำหนดอัตราเงินเดือน เงินเพิ่มพิเศษสำหรับตำแหน่ง และค่าตอบแทนของเลขาธิการคณะกรรมการ

ป.ป.ช. ข้าราชการ

พนักงานราชการ และลูกจ้างของสำนักงาน ป.ป.ช. รวมถึงการให้ได้รับเงินดังกล่าว

(๗) งานวินัย อุทธรณ์ ร้องทุกข์ เสริมสร้างวินัย จริยธรรม และคุณธรรมของบุคลากรสำนักงาน

ป.ป.ช.

(๘) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการหรือการสงเคราะห์อื่นแก่บุคลากรสำนักงานป.ป.ช. และการพัฒนาส่งเสริมคุณภาพชีวิตของบุคลากรสำนักงาน

ป.ป.ช.

(๙) ดำเนินการเกี่ยวกับการรักษาทะเบียนประวัติ การควบคุมเกษียณอายุของเลขาธิการคณะกรรมการ

ป.ป.ช. ข้าราชการ

พนักงานราชการ และลูกจ้างของสำนักงาน ป.ป.ช.

(๑๐) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดสรรทุน การสรรหา และการดูแลนักเรียนทุนเพื่อบรรจุเข้ารับราชการสำนักงาน

ป.ป.ช.

(๑๑) เป็นศูนย์กลางข้อมูลด้านทรัพยากรบุคคลของสำนักงาน ป.ป.ช.

(๑๒) เสนอแนะ ให้คำปรึกษา และเผยแพร่ความรู้ในเรื่องการบริหารทรัพยากรบุคคลแก่ส่วนราชการ

หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และบุคลากรของสำนักงาน ป.ป.ช.

(๑๓) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

๖)

สำนักวิจัยและบริการวิชาการด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑) ดำเนินการวิจัยและพัฒนางานวิชาการเพื่อภารกิจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ช.

(๒) รวบรวมผลงานวิจัยและผลงานวิชาการเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทั้งในประเทศและต่างประเทศ

รวมทั้งศึกษา วิเคราะห์ สังเคราะห์ และเสนอแนะต่อภารกิจของสำนักงาน ป.ป.ช.

(๓) เป็นศูนย์บริการวิชาการด้านผลจากการวิจัยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและผลงานวิชาการอื่นที่เกี่ยวข้อง

อาทิเช่น เอกสารทางวิชาการ โดยให้บริการหน่วยงานภายในและภายนอก

(๔) ติดตามการนำผลการวิจัยไปใช้ และจัดทำรายงานผลการติดตาม

(๕) จัดทำรายงานการประเมินผลสำเร็จและความคุ้มค่าของผลงานวิจัยที่ดำเนินการ

(๖) ประสานเครือข่ายวิจัยเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และร่วมมือกันทางวิชาการด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(๗) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

๗)

สำนักสื่อสารองค์กร มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑) จัดทำและขับเคลื่อนแผนแม่บทการประชาสัมพันธ์การป้องกันและปราบปรามการทุจริต

และแผนยุทธศาสตร์/แผนปฏิบัติการประชาสัมพันธ์ของสำนักงาน ป.ป.ช. รวมทั้งติดตามและประเมินผลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

(๒) ดำเนินการเกี่ยวกับการกำหนดและพัฒนานโยบาย ระบบ รูปแบบ เทคนิค หลักเกณฑ์และวิธีการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารองค์กรของสำนักงาน

ป.ป.ช.

(๓) งานประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ช.

(๔) พัฒนา ออกแบบ และผลิตสื่อ เพื่อใช้ในการปฏิบัติงานของสำนักงาน ป.ป.ช.

(๕) ดำเนินการเกี่ยวกับงานโฆษกของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ช. รวมทั้งประสานงานและอำนวยความสะดวกแก่สื่อมวลชนในการเผยแพร่ข่าว

การแถลงข่าว และการให้สัมภาษณ์ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และผู้บริหารของสำนักงาน ป.ป.ช.

(๖) ดำเนินการเกี่ยวกับการบูรณาการด้านประชาสัมพันธ์และการสร้างและขับเคลื่อนเครือข่ายด้านประชาสัมพันธ์

รวมทั้งการติดตามและประเมินผล

(๗) ดำเนินการเกี่ยวกับการให้บริการสอบถามข้อมูลแก่บุคคลภายนอก และเป็นศูนย์ให้บริการข้อมูลทางโทรศัพท์

(๘) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

๘)

สถาบันการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สัญญา ธรรมศักดิ์ มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑) จัดทำและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาบุคลากรด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

และแผนพัฒนาบุคลากรของสำนักงาน ป.ป.ช. รวมทั้งการติดตามและประเมินผล

(๒) จัดทำแผนพัฒนารายบุคคลตามหลักสมรรถนะและดำเนินการพัฒนาบุคลากรตามแผน ตลอดจนติดตามและประเมินผล

(๓) ศึกษา วิเคราะห์ และพัฒนาระบบ หลักสูตร วิธีการ หรือการดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาบุคลากรให้บรรลุผลสัมฤทธิ์และมีความเป็นมาตรฐาน

(๔) เป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการความรู้ (Knowledge Management) โดยประสานเชื่อมโยงกับหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตให้กับบุคลากร

(๕) ดำเนินการเกี่ยวกับการเสริมสร้างและปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรให้กับบุคลากรของสำนักงาน

ป.ป.ช.

(๖) เป็นศูนย์กลางการพัฒนาบุคลากรด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ

(๗) จัดทำและพัฒนาระบบฐานข้อมูลการพัฒนาบุคลากรของสำนักงาน ป.ป.ช.

(๘) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดสรรทุนเพื่อพัฒนาบุคลากรของสำนักงาน ป.ป.ช.

(๙) ให้บริการศูนย์บริการวิชาการและเทคโนโลยีการฝึกอบรม จัดทำและพัฒนาเอกสารคู่มือ

ตำราชุดการฝึกอบรม รวมทั้งให้บริการอุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์ในการฝึกอบรมและการเผยแพร่ความรู้

(๑๐) ประสานงานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้ส่วนราชการภายในกลุ่มภารกิจปฏิบัติการพื้นที่

มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

๑)

สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค

๑ - ๙ มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑) ดำเนินการเกี่ยวกับการบูรณาการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประสานกับหน่วยงานในส่วนกลางสำนักงาน

ป.ป.ช. และสำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดภายในภาคที่รับผิดชอบ

รวมถึงภาคส่วนอื่น ๆ ในการดำเนินภารกิจด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและการดำเนินการเพื่อขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(๒) จัดทำแผนงาน โครงการ และกิจกรรมด้านการป้องกันการทุจริตของสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค และตรวจสอบกลั่นกรองข้อเสนอแผนงาน

โครงการ และกิจกรรมดังกล่าวของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดภายในภาคที่รับผิดชอบ รวมทั้งกำกับ ดูแล

ติดตาม ประเมินผลและดำเนินการใด ๆ เพื่อให้แผนงาน โครงการกิจกรรมดังกล่าวบรรลุผลสัมฤทธิ์

(๓) ประสานกับหน่วยงานในส่วนกลางสำนักงาน ป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด เพื่อร่วมตรวจสอบกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการดำเนินการอย่างใดในหน่วยงานของรัฐอันอาจนำไปสู่การทุจริตหรือส่อว่าอาจมีการทุจริต

(๔) ประสานกับสำนักงาน ป.ป.ช. ในส่วนกลางและสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเป็นเครือข่าย เพื่อร่วมกันสำรวจ ตรวจสอบ ติดตาม เฝ้าระวัง ประเมินสภาวการณ์การทุจริตอย่างรวดเร็ว

(rapid appraisal) เพื่อให้เกิดการป้องกันโดยเร็ว

(๕) พิจารณากลั่นกรองรายงานการตรวจสอบเบื้องต้นของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด ภายในภาคที่รับผิดชอบ

และรายงานการไต่สวนเบื้องต้นเฉพาะกรณีที่สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด ภายในภาคที่รับผิดชอบ ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ

ป.ป.ช. ให้ดำเนินการเพื่อเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป

(๖) รับเรื่องกล่าวหาและส่งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ รวมทั้งดำเนินการไต่สวนเบื้องต้นกรณีมีเรื่องกล่าวหาหรือกรณีมีเหตุอันควรสงสัยเจ้าหน้าที่ของรัฐภายในภาคที่รับผิดชอบตามที่ได้รับมอบหมาย

และปฏิบัติงานร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด ภายในภาคที่รับผิดชอบหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบเบื้องต้นและไต่สวนเบื้องต้น

(๗) ประสานและปฏิบัติงานร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด ภายในภาคที่รับผิดชอบในการตรวจสอบและพิจารณารายงานผลการดำเนินการและสำนวนเรื่องกล่าวหาการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐภายในภาคที่รับผิดชอบที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

หรือส่วนราชการ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ได้ดำเนินการตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ

ป.ป.ช. พร้อมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยของคณะกรรมการ

ป.ป.ช.

(๘) ดำเนินการเกี่ยวกับงานการสืบสวน งานด้านการข่าวและการต่อต้านข่าวกรองที่เกี่ยวกับการทุจริต

การติดตาม ตรวจสอบสถานการณ์และข้อมูลข่าวสารการทุจริตจากสื่อต่าง ๆ รวมทั้งวิเคราะห์

และประมวลผลสรุปข้อมูลข่าวสารการทุจริต

(๙) ประสานเครือข่ายการปฏิบัติงานข่าวกับแหล่งข่าวบุคคล หน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง

(๑๐) ติดตามบุคคลตามหนังสือเรียกตัวเป็นพยานและบุคคลที่ถูกหมายของศาลและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการคุ้มครองพยานและการกันบุคคลเป็นพยานตามที่ได้รับมอบหมาย

(๑๑) ดำเนินการและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจับกุม ควบคุมตัวและการปล่อยตัวชั่วคราวบุคคลผู้ถูกกล่าวหาตามที่ได้รับมอบหมาย

(๑๒) ดำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินภายในภาคที่รับผิดชอบตามที่ได้รับมอบหมาย

รวมทั้งปฏิบัติงานร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด ภายในภาคที่รับผิดชอบหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน

(๑๓) ตรวจสอบเบื้องต้นและไต่สวนเบื้องต้น รวมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยกรณีมีการกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยหรือกรณีตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินแล้วพบว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ

ป.ป.ช. ภายในภาคที่รับผิดชอบร่ำรวยผิดปกติ

หรือมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ หรือมีพฤติการณ์ซุกซ่อนทรัพย์สิน

(๑๔) ดำเนินการเสนอเรื่องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบและดำเนินคดีในกรณีเมื่อปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ

ป.ป.ช. ภายในภาคที่รับผิดชอบ

ผู้ใดจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบภายในระยะเวลาที่กำหนด

หรือจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ

หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบและมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน

(๑๕) ดำเนินการและประสานการดำเนินการเกี่ยวกับการเปิดเผยผลการตรวจสอบและบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน

ที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์ และเอกสารประกอบของผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินภายในภาคที่รับผิดชอบตามที่กฎหมายกำหนด

(๑๖) งานเลขานุการคณะอนุกรรมการกลั่นกรองเรื่องกล่าวหา

และคณะอนุกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินประจำภาคที่รับผิดชอบ

(๑๗) จัดทำฐานข้อมูลทางด้านงานคดี งานตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน งานป้องกันการทุจริต

และงานด้านการบริหารภายในภาคที่รับผิดชอบ ดำเนินการเกี่ยวกับการเงิน การงบประมาณ การบัญชี

และการพัสดุของสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค และสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด ภายในภาคที่รับผิดชอบ

(๑๘) กำกับ ดูแล ประสานนโยบาย พัฒนาระบบงาน จัดอบรมและพัฒนาบุคลากรภายในภาคที่รับผิดชอบ

ให้คำปรึกษาแนะนำและช่วยแก้ไขปัญหา รวมทั้งบูรณาการการปฏิบัติงานของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดภายในภาคที่รับผิดชอบเพื่อให้การปฏิบัติราชการ

รวมถึงการดำเนินการตามนโยบายของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ช. เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุผลสัมฤทธิ์

(๑๙) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำ กำกับ ดูแล ติดตามและประเมินผลแผนปฏิบัติการและแผนการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณของสำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดรวมถึงการปฏิบัติราชการในด้านอื่น

ๆ ของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด ภายในภาคที่รับผิดชอบพร้อมทั้งจัดทำรายงานผลการปฏิบัติราชการของสำนักงาน

ป.ป.ช. ประจำจังหวัดและสำนักงาน

ป.ป.ช. ภาค เพื่อเสนอต่อเลขาธิการคณะกรรมการ

ป.ป.ช.

(๒๐) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

๒)

สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด

จำนวน ๗๖ แห่ง มีหน้าที่และอำนาจดังนี้

(๑) ดำเนินการเกี่ยวกับการบูรณาการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประสานกับสำนักงาน

ป.ป.ช. ภาค รวมถึงหน่วยงานอื่น

ๆ ในการดำเนินภารกิจด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและการดำเนินการเพื่อขับเคลื่อนตามยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(๒) จัดทำแผนงาน โครงการ และกิจกรรมด้านการป้องกันการทุจริตของสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด และดำเนินการตามแผนงาน

โครงการ และกิจกรรม รวมทั้งติดตามประเมินผลและรายงานผลการดำเนินการต่อสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค

(๓) ประสาน ติดตาม และให้คำปรึกษาหรือข้อเสนอแนะกับหน่วยงานภาครัฐในเขตจังหวัดที่รับผิดชอบในการดำเนินการตามมาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(๔) ประสานกับหน่วยงานในส่วนกลางสำนักงาน ป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ช. ภาคเพื่อร่วมตรวจสอบกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการดำเนินการอย่างใดในหน่วยงานของรัฐอันอาจนำไปสู่การทุจริตหรือส่อว่าอาจมีการทุจริต

(๕) ประสานกับสำนักงาน ป.ป.ช. ในส่วนกลางและสำนักงาน ป.ป.ช. ภาคเป็นเครือข่าย เพื่อร่วมกันสำรวจ ตรวจสอบ ติดตาม เฝ้าระวัง ประเมินสภาวการณ์การทุจริตอย่างรวดเร็ว

(rapid appraisal) เพื่อให้เกิดการป้องกันโดยเร็ว

(๖) ศึกษา วิเคราะห์สภาพปัญหาการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในเขตจังหวัดเพื่อเสนอความเห็นและข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการ

ป.ป.ช. เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

(๗) รับเรื่องกล่าวหาในเขตจังหวัดที่รับผิดชอบ และดำเนินการตรวจสอบเบื้องต้นกรณีมีการกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐภายในเขตจังหวัดที่รับผิดชอบผู้ใดกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่

หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม

หรือฐานความผิดอื่นที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตกำหนดหรือที่มีกฎหมายกำหนดให้อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ

ป.ป.ช. แต่ไม่รวมถึงหน้าที่และอำนาจในการไต่สวนเบื้องต้น

เว้นแต่คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะมีมติมอบหมายให้ดำเนินการไต่สวนเบื้องต้นเฉพาะกรณี

(๘) ตรวจสอบและพิจารณารายงานผลการดำเนินการและสำนวนเรื่องกล่าวหาการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐภายในเขตจังหวัดที่รับผิดชอบที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

หรือส่วนราชการ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ได้ดำเนินการตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ

ป.ป.ช. พร้อมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยของคณะกรรมการ

ป.ป.ช.

(๙) รับและตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริง รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินและหนี้สินของเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินภายในเขตจังหวัดที่รับผิดชอบตามที่กฎหมายกำหนด

(๑๐) เปิดเผยผลการตรวจสอบและบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ที่ตั้งของอสังหาริมทรัพย์

และเอกสารประกอบของผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินภายในเขตจังหวัดที่รับผิดชอบตามที่กฎหมายกำหนด

(๑๑) จัดทำฐานข้อมูลทางด้านงานคดี งานตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน

งานป้องกันการทุจริต

และงานด้านการบริหารภายในเขตจังหวัดที่รับผิดชอบ

(๑๒) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. ภาคมอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติรักษาการตามประกาศนี้

ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการบังคับใช้หรือการปฏิบัติตามประกาศนี้

ให้คณะกรรมการ

ป.ป.ช. มีอำนาจตีความและวินิจฉัยชี้ขาด

คำวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้เป็นที่สุด

ประกาศ ณ วันที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๑

พลตำรวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ

ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

เรื่อง การแบ่งส่วนราชการและหน้าที่และอำนาจของส่วนราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒[๔]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒

พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นต้นไป

พัชรภรณ์/ธนบดี/จัดทำ

๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๑

ชญานิศ/เพิ่มเติม

๖ กุมภาพันธ์

๒๕๖๓

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๕/ตอนที่ ๙๑ ก/หน้า ๕/๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๑

[๒] ข้อ ๗

๔) (๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

เรื่อง การแบ่งส่วนราชการและหน้าที่และอำนาจของส่วนราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒

[๓] ข้อ ๘

๓) (๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

เรื่อง การแบ่งส่วนราชการและหน้าที่และอำนาจของส่วนราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๒

[๔] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๖/ตอนที่ ๘๗ ก/หน้า ๔/๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒

12 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี พ.ศ. 2554 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_9ab270ba2878102e

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com