ข้อ ๙
ข้อ ๙ ให้ส่วนราชการภายในกลุ่มภารกิจอำนวยการยุติธรรม มีหน้าที่และอำนาจ ดังนี้ ๑) สำนักกฎหมาย มีหน้าที่และอำนาจดังนี้ (๑) ศึกษา วิเคราะห์ พัฒนา ปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย (๒) ศึกษา ค้นคว้า ปรับปรุง แก้ไข ยกร่างกฎหมาย กฎระเบียบของคณะกรรมการป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ช. (๓) ให้คำปรึกษา ข้อเสนอแนะ และให้ความเห็นทางกฎหมายตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การตอบข้อหารือทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ช. (๔) ศึกษา วิเคราะห์ กฎหมายต่างประเทศและเอกสารทางกฎหมายของต่างประเทศ รวมทั้งศึกษาเปรียบเทียบงานด้านกฎหมายของต่างประเทศ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงานของสำนักงาน ป.ป.ช. (๕) ประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อดำเนินการยกร่างหรือปรับปรุงแก้ไขกฎหมายระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการ ป.ป.ช. (๖) ตรวจสอบนิติกรรมสัญญาซึ่งสำนักงาน ป.ป.ช. เป็นคู่สัญญา รวมทั้งบันทึกข้อตกลงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (๗) จัดทำเอกสารทางวิชาการกฎหมายของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และการให้ความรู้ทางด้านกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานของรัฐหรือสถาบันการศึกษาและประชาชน (๘) จัดวางระบบ สารบัญกฎหมาย ประกาศ คำสั่ง ระเบียบ ข้อบังคับ และปรับปรุงแก้ไขให้ทันสมัย (๙) ประสานงานกับรัฐสภาและติดตามการตรากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือกฎหมายอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย และประสานความร่วมมือทางด้านกฎหมายกับนักกฎหมายภาครัฐของหน่วยงานของรัฐ (๑๐) สนับสนุนงานฝ่ายเลขานุการของคณะอนุกรรมการกฎหมายและระเบียบ (๑๑) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ๒) สำนักกิจการและคดีทุจริตระหว่างประเทศ มีหน้าที่และอำนาจดังนี้ (๑) ดำเนินการเป็นหน่วยงานกลางในการดำเนินการเพื่อให้ความร่วมมือระหว่างประเทศตามพันธกรณีและข้อตกลงระหว่างประเทศในการต่อต้านการทุจริต (๒) ตรวจสอบเบื้องต้น ไต่สวนเบื้องต้นและไต่สวน รวมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยหรือดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกรณีมีเรื่องกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศหรือเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับการรับสินบน และกรณีบุคคลใดกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับการเป็นตัวกลางเรียกรับสินบนหรือให้สินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศหรือเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ (๓) ตรวจสอบเบื้องต้น ไต่สวนเบื้องต้นและไต่สวน รวมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยหรือดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกรณีมีเรื่องกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการหรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือฐานความผิดอื่นที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตกำหนดหรือที่มีกฎหมายกำหนดให้อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นคดีทุจริตระหว่างประเทศ (๔) ดำเนินการและประสานงานคดีเพื่อขอความร่วมมือระหว่างประเทศ (๕) ดำเนินการตามคำร้องขอความช่วยเหลือจากต่างประเทศในคดีทุจริต ในกรณีที่ผู้ประสานงานกลางตามกฎหมายว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญาส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำเนินการหรือพิจารณาให้ความช่วยเหลือกับต่างประเทศในคดีทุจริต ซึ่งมิใช่คำร้องขอความช่วยเหลือตามกฎหมายว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา (๖) ตอบข้อหารือ และให้ความเห็นทางกฎหมายเกี่ยวกับกฎหมายต่างประเทศ กฎหมายระหว่างประเทศ และการดำเนินการตามพันธกรณีระหว่างประเทศ (๗) ศึกษา วิเคราะห์ พัฒนาระบบรูปแบบ รวมถึงการดำเนินการกิจการงานการต่างประเทศของสำนักงาน ป.ป.ช. (๘) ติดต่อ ประสานงานโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศ ทั้งทางวิชาการและกฎหมาย รวมถึงการสร้างเครือข่ายด้านการป้องกันและการปราบปรามการทุจริตระหว่างประเทศ (๙) ศึกษา วิเคราะห์ กฎหมายต่างประเทศ กฎหมายระหว่างประเทศ ตลอดจนการจัดทำเอกสารวิชาการและรายงานประจำปี การจัดแปลกฎหมาย บทความวิชาการ และเอกสาร รวมถึงการจัดพิมพ์เผยแพร่งานแปล (๑๐) ดำเนินการงานเจรจา การจัดทำข้อตกลงการส่งเสริมความร่วมมือตามกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ (๑๑) ดำเนินการเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เช่น การอำนวยความสะดวก ต้อนรับและจัดงานเลี้ยงรับรองคณะบุคคลสำคัญของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และผู้บริหารระดับสูง รวมทั้งดำเนินการเกี่ยวกับการไปเยือนต่างประเทศ (๑๒) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ๓) สำนักการขัดกันแห่งผลประโยชน์ มีหน้าที่และอำนาจดังนี้ (๑) รณรงค์เสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรมในทุกภาคส่วนเพื่อป้องกันการกระทำความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม (๒) จัดทำข้อกำหนดและคู่มือการปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมทั้งเอกชนเกี่ยวกับการป้องกันการกระทำความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม (๓) กำกับดูแลและติดตามผลในการดำเนินการเพื่อป้องกันการกระทำความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม (๔) เผยแพร่ให้ความรู้ ให้คำปรึกษาและให้ความเห็นทางกฎหมาย รวมทั้งตอบข้อหารือเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม (๕) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ๔) สำนักคดี มีหน้าที่และอำนาจดังนี้ (๑) ดำเนินการและประสานงานทางคดี การยื่นคำร้องต่อศาล การฟ้องคดีหรือการดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ ในชั้นศาลตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ติดตามผลการดำเนินคดี และการบังคับคดี โดยประสานงานกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ (๒) ดำเนินการเกี่ยวกับงานเลขานุการของคณะกรรมการร่วม ซึ่งตั้งขึ้นระหว่างคณะกรรมการ ป.ป.ช. และอัยการสูงสุด โดยมีหน้าที่พิจารณาพยานหลักฐาน และรวบรวมพยานหลักฐานให้สมบูรณ์ รวมทั้งดำเนินการอื่นใดให้สำนวนการไต่สวนครบถ้วนสมบูรณ์ แล้วส่งให้อัยการสูงสุดเพื่อฟ้องคดีต่อไป (๓) ดำเนินการและติดตามผลการดำเนินการทางวินัยซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ส่งไปยังผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน และเร่งรัดให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนดำเนินการตามกฎหมาย (๔) ตรวจพิจารณาสำนวนการไต่สวนตามที่ได้รับมอบหมาย และสนับสนุนงานฝ่ายเลขานุการของคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาสำนวนคดีอาญา (๕) พิจารณาสำนวนการสอบสวน กรณีพนักงานสอบสวน หรือพนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ถูกกล่าวหาในเรื่องที่พนักงานสอบสวนดำเนินคดีไปตามอำนาจหน้าที่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และพิจารณาสำนวนคดีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการในการพิจารณาสั่งคดี และตรวจสอบรายงานผลการดำเนินการทางวินัยของผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน (๖) ดำเนินการให้ความช่วยเหลือหรือแก้ต่างในการต่อสู้คดีกรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. กรรมการ ป.ป.ช. กรรมการไต่สวน หัวหน้าพนักงานไต่สวน พนักงานไต่สวน และพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ใดถูกดำเนินคดี ไม่ว่าเป็นคดีแพ่ง คดีอาญา หรือคดีปกครอง และไม่ว่าจะถูกฟ้องในขณะดำรงตำแหน่ง หรือเมื่อพ้นจากตำแหน่งแล้ว ถ้าการถูกดำเนินคดีดังกล่าวเป็นเพราะเหตุที่ได้มีมติ คำสั่ง หรือปฏิบัติหน้าที่ (๗) ดำเนินการให้ความช่วยเหลือหรือแก้ต่างในการต่อสู้คดีกรณีบุคลากรของสำนักงาน ป.ป.ช. นอกเหนือจากบุคคลตาม (๖) ผู้ใดถูกดำเนินคดี ไม่ว่าเป็นคดีแพ่ง คดีอาญา หรือคดีปกครองและไม่ว่าจะถูกฟ้องในขณะดำรงตำแหน่งหรือเมื่อพ้นจากตำแหน่งแล้ว ถ้าการถูกดำเนินคดีดังกล่าวเป็นเพราะเหตุที่ได้มีมติ คำสั่ง หรือปฏิบัติหน้าที่ (๘) ดำเนินการเกี่ยวกับการยกเลิกหรือเพิกถอนสิทธิหรือเอกสารสิทธิที่ออกโดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือระเบียบของทางราชการ (๙) ดำเนินการหรือประสานงานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเกี่ยวกับการจับ การควบคุมตัว การคุมขัง และการปล่อยชั่วคราวผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งการค้น ยึด หรืออายัดเอกสาร ทรัพย์สิน หรือพยานหลักฐาน และการริบทรัพย์สิน (๑๐) เก็บรวบรวมและจัดทำสารบบคดีไต่สวน เพื่อรายงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ช. รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะแนวทางเพื่อพัฒนาระบบงาน รูปแบบ และวิธีการดำเนินงานเพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพ (๑๑) ดำเนินการเกี่ยวกับการยื่นคำร้องต่อศาลขอให้มีคำสั่งให้สืบพยานหลักฐานตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (๑๒) ตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริง ความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินและหนี้สิน รวมทั้งการเปิดเผยผลการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของพนักงานเจ้าหน้าที่ในสังกัดสำนักพัฒนาระบบตรวจสอบทรัพย์สิน ซึ่งมีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตามที่กฎหมายกำหนด และติดตามข้อมูลและเอกสารเพิ่มเติมในกรณีที่ข้อมูลไม่ครบถ้วนตามแบบบัญชีที่ยื่น (๑๓) ดำเนินการในกรณีเมื่อปรากฏว่าพนักงานเจ้าหน้าที่ในสังกัดสำนักพัฒนาระบบตรวจสอบทรัพย์สิน ซึ่งมีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตามที่กฎหมายกำหนด ผู้ใดจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบภายในระยะเวลาที่กำหนดหรือจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน รวมถึงการดำเนินคดีในศาลกับบุคคลดังกล่าวตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมาย (๑๔) ตรวจสอบเบื้องต้น ไต่สวนเบื้องต้นและไต่สวน รวมทั้งเสนอความเห็นเพื่อประกอบการวินิจฉัยกรณีมีการกล่าวหาหรือมีเหตุอันควรสงสัย หรือกรณีตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินแล้วพบว่าพนักงานเจ้าหน้าที่ในสังกัดสำนักพัฒนาระบบตรวจสอบทรัพย์สินผู้มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินร่ำรวยผิดปกติ หรือมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ หรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ หรือมีพฤติการณ์ซุกซ่อนทรัพย์สิน (๑๕) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ๕) สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ มีหน้าที่และอำนาจดังนี้ (๑) ดำเนินการเกี่ยวกับการสืบสวนในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสำนักงาน ป.ป.ช. (๒) ดำเนินการด้านการข่าว และการต่อต้านข่าวกรองที่เกี่ยวกับการทุจริต รวมถึงการจัดทำระบบกระบวนการข่าวกรองของสำนักงาน ป.ป.ช. (๓) ติดตาม ตรวจสอบสถานการณ์และข้อมูลข่าวสารการทุจริตจากสื่อต่าง ๆ รวมทั้งวิเคราะห์ และประมวลผลสรุปข้อมูลข่าวสารการทุจริต (๔) ดำเนินการเกี่ยวกับการสนับสนุนการไต่สวน การเก็บรวบรวมและตรวจสอบพิสูจน์หลักฐาน รวมทั้งวิเคราะห์ข้อมูลที่เกี่ยวข้องทางอิเล็กทรอนิกส์ (๕) ติดตามบุคคลตามหนังสือเรียกตัวเป็นพยานและบุคคลที่ถูกหมายของศาล พัฒนาระบบการคุ้มครองพยาน และการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการคุ้มครองพยานและการกันบุคคลเป็นพยานตามที่ได้รับมอบหมาย (๖) ดำเนินการหรือประสานงานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเกี่ยวกับการจับ การควบคุมตัว การคุมขัง และการปล่อยชั่วคราวผู้ถูกกล่าวหา รวมทั้งการค้น ยึด หรืออายัดเอกสาร ทรัพย์สิน หรือพยานหลักฐาน และการริบทรัพย์สิน (๗) ดำเนินการและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบหน่วยงานของรัฐที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการทุจริตตามที่ได้รับมอบหมายและส่งผลการตรวจสอบให้หน่วยงานที่รับผิดชอบในการเสนอแนวทางการแก้ไขเพื่อจัดทำรายงานเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป (๘) ดำเนินการเกี่ยวกับงานการรักษาความปลอดภัยของบุคคลสำคัญ อาคารสถานที่ และทรัพย์สินของสำนักงาน ป.ป.ช. (๙) ประสานเครือข่ายการปฏิบัติงานข่าวกับแหล่งข่าวบุคคล หน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง (๑๐) ดำเนินการเกี่ยวกับวิทยุสื่อสารการกำหนดรหัสนามเรียกขาน (๑๑) ประสานและปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมาย ตลอดจนสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง