ข้อ ๔
ข้อ ๔ วิธีการดำเนินงานของธนาคารอาคารสงเคราะห์ สรุปได้ดังนี้ ๔.๑ การให้สินเชื่อ ธนาคาร ให้บริการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยทั้งแก่ประชาชนทั่วไป และผู้ประกอบการจัดสรร โดยเน้นกลุ่มลูกค้าย่อยที่มีรายได้น้อยและปานกลางเป็นหลัก ในอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับต้นทุนในการดำเนินการของธนาคารด้วย โดยมีการให้บริการสินเชื่อประเภทต่าง ๆ ดังนี้ (๑) การให้สินเชื่อแก่ประชาชนทั่วไป เพื่อใช้ในการจัดซื้อ ปลูกสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ไถ่ถอนจำนองจากสถาบันการเงินอื่น พร้อมกับขอกู้เพื่ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงให้สินเชื่อเพื่อการชำระหนี้ที่เกี่ยวพันกับที่อยู่อาศัยโดยปกติจะให้กู้ไม่เกิน ๘๕% ของมูลค่าหลักประกัน ระยะเวลาให้กู้สูงสุด ๓๐ ปี (๒) การให้สินเชื่อเพื่อปลูกสร้างอาคารแฟลตให้เช่า ไถ่ถอนจำนองอาคารแฟลต จากสถาบันการเงินอื่น และรวมถึงเพื่อการซื้อหรือชำระหนี้อาคารแฟลต ซึ่งเป็นการเพิ่มที่อยู่อาศัย สำหรับกลุ่มบุคคลที่ต้องการใช้เป็นที่พักชั่วคราว หรือยังไม่มีกำลังซื้อ โดยจะให้กู้ไม่เกิน ๑๐๐% ของมูลค่าการก่อสร้างอาคารแฟลต หรือกรณีขอกู้ค่าที่ดิน ให้วงเงินกู้ได้ไม่เกิน ๓๐% ของมูลค่าที่ดินโดยวงเงินกู้รวมค่าที่ดินและอาคารต้องไม่เกิน ๘๐% ระยะเวลาให้กู้สูงสุด ๑๕ ปี (๓) การให้กู้แก่เจ้าของโครงการจัดสรร เพื่อพัฒนาที่ดิน ก่อสร้างอาคาร และพัฒนาสาธารณูปโภคในโครงการ จำหน่ายให้กับประชาชนโดยทั่วไป โดยให้กู้เป็นเงินกู้ที่มีกำหนดระยะเวลา (Term Loan) และส่วนที่เป็นเงินทุนหมุนเวียนให้กู้เป็นประเภทเบิกเงินเกินบัญชี ๔.๒ การให้บริการรับฝากเงิน ประเภทต่าง ๆ เช่นเดียวกับธนาคารพาณิชย์โดยทั่วไป เพื่อระดมเงินทุนมาใช้ในการให้บริการสินเชื่อ โดยมีเงินฝากประเภทต่าง ๆ ได้แก่ เงินฝากกระแสรายวัน ออมทรัพย์พิเศษ เงินฝากประจำ และเงินฝากประจำสินเคหะ ๔.๓ การออกจำหน่ายพันธบัตร เป็นการระดมเงินทุนระยะปานกลางและระยะยาว เพื่อนำมาสมทบในการให้สินเชื่อ โดยมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกัน และธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นนายทะเบียนและตัวแทนการจ่ายเงิน ๔.๔ การกู้เงินระยะยาวจากภายในและต่างประเทศ ธนาคารจะกู้เงินระยะยาว ตามความจำเป็นในการใช้เงินในแต่ละปี โดยปกติเงินกู้ในประเทศจะกู้จากธนาคารของรัฐและการกู้เงินต่างประเทศ จะอยู่ในการกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง โดยมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกัน