ข้อ ๑๘
ข้อ ๑๘ ให้สํานักงานดําเนินการตรวจสอบกองทุนรวมที่ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งตามส่วนนี้โดยวิธีการสุ่มตรวจจากระดับความเสี่ยง (risk – based approach) โดยในกรณีที่พบข้อบกพร่องอย่างมีนัยสําคัญจากการตรวจสอบ ให้สํานักงานมีอํานาจสั่งระงับการยื่นคําขอของบริษัทจัดการกองทุนรวมในการยื่นคําขออนุมัติจัดตั้งกองทุนรวมตามส่วนนี้ในกรณีที่บริษัทจัดการกองทุนรวมประสงค์จะยื่นคําขออนุมัติจัดตั้งกองทุนรวมตามส่วนนี้อีกครั้งให้สามารถดําเนินการได้เมื่อพ้นกําหนดเวลา ๖ เดือนนับแต่วันที่สํานักงานพิจารณาแล้วเห็นว่าบริษัทจัดการกองทุนรวมได้แก้ไขข้อบกพร่องที่ตรวจพบตามวรรคหนึ่งแล้ว ข้อ ๑๙ ในกรณีที่ปรากฏต่อสํานักงานว่าบริษัทจัดการกองทุนรวมใดยื่นคําขออนุมัติจัดตั้งกองทุนรวมตามส่วนนี้โดยฝ่าฝืนหรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กําหนดไว้ ให้สํานักงานมีอํานาจดําเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังต่อไปนี้ (๑) สั่งระงับการยื่นคําขออนุมัติจัดตั้งกองทุนรวมคําขอใหม่ที่ยื่นตามส่วนนี้ หรือตามส่วนที่ ๒ เป็นการชั่วคราวตามระยะเวลาที่เห็นสมควร ซึ่งไม่เกิน ๑ ปีนับแต่วันที่ปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าว (๒) สั่งห้ามมิให้บริษัทจัดการกองทุนรวมดังกล่าวเสนอขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่ได้รับอนุมัติให้จัดตั้งกองทุนรวมแล้วแต่ยังมิได้มีการเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรกตามระยะเวลาที่เห็นสมควร (๓) แจ้งข่าวข้อมูลเกี่ยวกับการสั่งการของสํานักงานตาม (๑) หรือ (๒) ต่อสาธารณชน หรือ จัดข้อมูลดังกล่าวไว้ให้ประชาชนตรวจดูได้ อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่าง นอกจากการดําเนินการตามวรรคหนึ่ง กรรมการและผู้บริหารของบริษัทจัดการกองทุนรวมอาจถูกดําเนินการตามประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุนว่าด้วยหลักเกณฑ์เกี่ยวกับบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน ข้อ ๒๐ ในการใช้ดุลพินิจสั่งการตามข้อ ๑๙ สํานักงานสามารถนําปัจจัยดังต่อไปนี้มาใช้ประกอบการพิจารณา (๑) พฤติกรรมของบริษัทจัดการกองทุนรวมในการจัดตั้งและจัดการกองทุนรวม (๒) ผลกระทบหรือความเสียหายจากการกระทําของบริษัทจัดการกองทุนรวมที่มีต่อผู้ลงทุน (๓) การแก้ไขหรือการดําเนินการอื่นใดที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ลงทุน เพื่อแก้ไข เยียวยา หรือป้องกันมิให้เกิดพฤติกรรมเดียวกันนั้นซ้ําอีก (๔) พฤติกรรมอื่นของบริษัทจัดการกองทุนรวมที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานหรือขัดขวางการปฏิบัติงานของสํานักงาน (๕) ประวัติหรือพฤติกรรมในอดีตอื่นใดของบริษัทจัดการกองทุนรวมที่ไม่เหมาะสม”