ข้อ ๔ ให้ยกเลิกความในข้อ ๓๑ และข้อ ๓๒ แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ที่ ทน. ๘๘/๒๕๕๘ เรื่อง การจัดตั้งกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไปและเพื่อผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อย และการเข้าทําสัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคล ลงวันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “ข้อ ๓๑ ในกรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงต่อสํานักงานว่าการยื่นคําขออนุมัติในลักษณะที่จะได้รับการอนุมัติแบบเร่งด่วน ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในส่วนที่ ๓ หรือมีข้อเท็จจริงซึ่งทําให้พิจารณาได้ว่าความมุ่งหมายหรือเนื้อหาสาระ (substance) ที่แท้จริงของการจัดตั้งกองทุนรวมนั้น เข้าลักษณะเป็นการหลีกเลี่ยงการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ให้การอนุมัติจัดตั้งกองทุนรวมดังกล่าวสิ้นสุดลงในวันที่สํานักงานกําหนด เว้นแต่บริษัทจัดการกองทุนรวมได้รับผ่อนผันจากสํานักงานด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้ (๑) กองทุนรวมดังกล่าวเข้าข่ายที่จะได้รับอนุมัติให้จัดตั้งได้ หากบริษัทจัดการกองทุนรวมยื่นคําขออนุมัติโดยมีการพิจารณาคําขออนุมัติแบบปกติตามส่วนที่ ๒ (๒) บริษัทจัดการกองทุนรวมได้แก้ไขลักษณะของกองทุนรวมดังกล่าวให้เป็นไปตามข้อ ๑๖ แล้วการขอผ่อนผันต่อสํานักงานตามวรรคหนึ่ง ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมปฏิบัติดังต่อไปนี้
(๑) ยื่นคําขอผ่อนผันเป็นหนังสือและชําระค่าธรรมเนียมการยื่นคําขอผ่อนผันตามอัตราที่กําหนดในประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการกําหนดค่าธรรมเนียมการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล การจดทะเบียน และการยื่นคําขอต่าง ๆ (๒) ในกรณีขอผ่อนผันตามวรรคหนึ่ง (๑) ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมชําระส่วนต่างของค่าธรรมเนียมการยื่นคําขออนุมัติโดยมีการพิจารณาคําขออนุมัติแบบปกติตามส่วนที่ ๒ และค่าธรรมเนียมการยื่นคําขออนุมัติในลักษณะที่จะได้รับการอนุมัติแบบเร่งด่วนตามส่วนที่ ๓ ทั้งนี้ตามอัตราที่กําหนดในประกาศที่ระบุในวรรคสอง (๑) บริษัทจัดการกองทุนรวมจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามวรรคสอง (๑) และส่วนต่างของค่าธรรมเนียมตามวรรคสอง (๒) จากกองทุนรวมมิได้ ข้อ ๓๒ ในกรณีที่บริษัทจัดการกองทุนรวมได้รับอนุมัติแบบเร่งด่วนตามส่วนที่ ๓ ซึ่งต่อมามีเหตุทําให้การอนุมัติสิ้นสุดลงตามข้อ ๓๑ ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมดําเนินการดังต่อไปนี้
(๑) หากมีการเสนอขายหน่วยลงทุนแล้ว แต่ยังมิได้มีการจดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมชําระเงินดังนี้ ให้แก่ผู้จองซื้อหน่วยลงทุนภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่บริษัทจัดการกองทุนรวมได้รับแจ้งถึงการสิ้นสุดลงของกองทุนรวมจากสํานักงาน (ก) เงินค่าจองซื้อหน่วยลงทุน (ข) ผลประโยชน์ที่เกิดจากเงินตาม (๑) (ก) (ค) ดอกเบี้ยของเงินตาม (๑) (ก) ในอัตราไม่ต่ํากว่าร้อยละ ๗.๕ ต่อปี โดยให้เริ่มคํานวณตั้งแต่วันที่บริษัทจัดการกองทุนรวมได้รับแจ้งการสิ้นสุดลงของกองทุนรวมจนถึงวันที่บริษัทจัดการ
กองทุนรวมชําระเงินค่าจองซื้อจนครบถ้วน (๒) ในกรณีที่มีการจดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวมแล้ว ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมดําเนินการให้มีการเลิกกองทุนรวมทันทีที่บริษัทจัดการกองทุนรวมได้รับแจ้งถึงการสิ้นสุดลงของกองทุนรวมจากสํานักงาน ทั้งนี้ หากชําระบัญชีกองทุนรวมแล้วปรากฏว่าเงินที่เฉลี่ยคืนแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนมีจํานวนน้อยกว่าผลรวมของเงินดังนี้ ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมชําระส่วนต่างแก่ผู้ถือหน่วยลงทุนภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ชําระบัญชีเสร็จสิ้น (ก) เงินค่าซื้อหน่วยลงทุน (ข) ดอกเบี้ยของเงินตาม (๒) (ก) ในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี โดยให้เริ่มคํานวณตั้งแต่วันที่ซื้อหน่วยลงทุนจนถึงวันที่ผู้ชําระบัญชีเฉลี่ยเงินคืนแก่ผู้ถือหน่วยลงทุน”