มาตรา ๘ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจให้กู้ยืมเงินแก่สถาบันการเงินเพื่อให้สถาบันการเงินนำไปให้ผู้ประกอบธุรกิจกู้ยืมตามที่กำหนดในหมวดนี้ ภายในวงเงินไม่เกินสองแสนห้าหมื่นล้านบาท ธนาคารแห่งประเทศไทยโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีอาจให้กู้ยืมเงินแก่สถาบันการเงินเพิ่มเติมจากวงเงินตามวรรคหนึ่งได้
แต่เมื่อรวมกับวงเงินให้กู้ยืมตามหมวด ๒ แล้ว ต้องไม่เกินวงเงินตามมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง อัตราดอกเบี้ยในการให้กู้ยืมเงินแก่สถาบันการเงินตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้คิดในอัตราร้อยละศูนย์จุดศูนย์หนึ่งต่อปี
มาตรา ๙ ให้สถาบันการเงินยื่นคำขอกู้ยืมเงินต่อธนาคารแห่งประเทศไทยตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด ภายในสองปีนับแต่วันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ แต่ในกรณีที่ยังมีวงเงินเหลืออยู่และมีความจำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือต่อไป หรือจะยุติการดำเนินมาตรการ
ธนาคารแห่งประเทศไทยโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีจะขยายระยะเวลายื่นคำขอกู้ยืมเงินดังกล่าวออกไปอีกไม่เกินหนึ่งปีก็ได้ หรือจะยุติการดำเนินมาตรการนี้ก่อนกำหนดก็ได้ ภายใต้บังคับมาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑
ในการให้กู้ยืมเงินตามวรรคหนึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขให้สถาบันการเงินผู้กู้ต้องปฏิบัติด้วยก็ได้
มาตรา ๑๐ เงินที่สถาบันการเงินได้รับตามมาตรา ๙ ต้องนำไปใช้ให้กู้ยืมแก่ผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่มีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงิน หรือมีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงินที่จะให้กู้ยืมไม่เกินห้าร้อยล้านบาทหรือจำนวนมากกว่านั้นตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด ทั้งนี้ ให้พิจารณาวงเงินสินเชื่อ ณ วันที่ ๒๘
กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นเกณฑ์ วงเงินสินเชื่อตามวรรคหนึ่งไม่รวมถึงวงเงินสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
มาตรา ๑๑ ในการให้กู้ยืมเงินแก่ผู้ประกอบธุรกิจตามมาตรา ๑๐ สถาบันการเงินต้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการให้กู้ยืมเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด (๒) คิดอัตราดอกเบี้ยโดยเฉลี่ยตลอดอายุสัญญาตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนดแต่ต้องไม่เกินร้อยละห้าต่อปี
โดยในช่วงระยะเวลาสองปีแรกของสัญญาให้คิดอัตราดอกเบี้ยได้ไม่เกินร้อยละสองต่อปี (๓) ไม่เรียกเก็บดอกเบี้ยจากผู้ประกอบธุรกิจในระหว่างหกเดือนแรกนับแต่วันที่ผู้ประกอบธุรกิจได้รับสินเชื่อของการยื่นขอสินเชื่อแต่ละคราว หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนดตาม (๑)
ให้คำนึงถึงวัตถุประสงค์ในการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจที่ประสบปัญหาหรือได้รับผลกระทบอันเนื่องมาจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ได้อย่างกว้างขวางและทั่วถึงเป็นสำคัญ ให้กระทรวงการคลังจ่ายเงินชดเชยตาม (๓) ให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเรียกเก็บ
เพื่อจ่ายชดเชยให้แก่สถาบันการเงินต่อไป
มาตรา ๑๒ ให้สถาบันการเงินชำระคืนเงินที่ได้กู้ยืมตามหมวดนี้พร้อมดอกเบี้ยแก่ธนาคารแห่งประเทศไทยภายในห้าปีนับแต่วันที่ได้รับเงินกู้ หรือระยะเวลายาวกว่านั้นตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด การชำระคืนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
มาตรา ๑๓ เพื่อประโยชน์ในการช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจที่ประสบปัญหาหรือได้รับผลกระทบอันเนื่องมาจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ได้อย่างกว้างขวางและทั่วถึง ให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมมีวัตถุประสงค์ หน้าที่
และอำนาจในการค้ำประกันสินเชื่อที่สถาบันการเงินให้ผู้ประกอบธุรกิจกู้ยืมตามพระราชกำหนดนี้ด้วย ในการค้ำประกันสินเชื่อตามวรรคหนึ่ง ให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมรับภาระไม่เกินร้อยละสี่สิบของวงเงินสินเชื่อทั้งหมดที่สถาบันการเงินแต่ละแห่งได้ให้เงินกู้แก่ผู้ประกอบธุรกิจตามมาตรา ๑๑
และมีการค้ำประกันโดยบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมตามมาตรานี้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม ร่วมกันกำหนด ค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อตามวรรคหนึ่ง
ให้เรียกเก็บได้ไม่เกินร้อยละหนึ่งจุดเจ็ดห้าต่อปีของวงเงินค้ำประกันสินเชื่อ โดยให้กระทรวงการคลังจ่ายเงินชดเชยค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อดังกล่าวไม่เกินร้อยละสามจุดห้าของวงเงินค้ำประกันสินเชื่อให้แก่บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม
ให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมยุติการค้ำประกันสินเชื่อตามวรรคหนึ่งเมื่อพ้นหกเดือนนับแต่วันสิ้นสุดระยะเวลาการกู้ยืมตามมาตรา ๙ การยุติการค้ำประกันสินเชื่อดังกล่าวไม่กระทบต่อสิทธิและความรับผิดที่เกิดขึ้นจากการค้ำประกันที่กระทำไปก่อนแล้ว
มาตรา ๑๔ ในระหว่างการดำเนินการตามมาตรา ๑๓ หากบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมขาดสภาพคล่องเฉพาะที่เกิดจากการดำเนินการตามมาตรา ๑๓ ให้กระทรวงการคลังมีหน้าที่และอำนาจดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามควรแก่กรณี
เพื่อให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมสามารถดำเนินการตามพระราชกำหนดนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในการดำเนินการตามมาตรา ๑๓ หากบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมมีภาระต้องชำระหนี้อันเป็นผลให้ขาดทุนเป็นจำนวนเท่าใด ให้กระทรวงการคลังชดใช้ให้
โดยให้สำนักงบประมาณตั้งงบประมาณชดใช้เป็นรายปีให้แล้วเสร็จภายในห้าปีนับแต่วันที่ทราบจำนวนเงินที่ขาดทุน หลักเกณฑ์และวิธีการในการคิดผลขาดทุนตามวรรคสองให้เป็นไปตามที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนด
มาตรา ๑๕ เมื่อบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมชำระหนี้ให้สถาบันการเงินตามมาตรา ๑๓ แล้ว ให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมเป็นผู้รับช่วงสิทธิของสถาบันการเงินที่มีต่อผู้ประกอบธุรกิจ การบริหารจัดการหนี้ที่ได้รับช่วงสิทธิตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
โดยจะกำหนดให้มอบหมายให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทบริหารสินทรัพย์ หรือบุคคลอื่น ดำเนินการแทนก็ได้ ในกรณีเช่นนั้นให้ถือว่าบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมเป็นสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทบริหารสินทรัพย์
ผลกำไรที่ได้จากการดำเนินการตามพระราชกำหนดนี้ให้นำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).