กฎกระทรวง ระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ พ.ศ. ๒๕๖๗
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๗ (๑) (๓) (๕) และ (๗) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๒ และมาตรา ๗ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ให้ยกเลิกกฎกระทรวงระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ พ.ศ. ๒๕๕๖
ข้อ ๓ ในกฎกระทรวงนี้ “ก๊าซธรรมชาติ” หมายความว่า ก๊าซปิโตรเลียมที่ประกอบด้วยมีเทนเป็นส่วนใหญ่ “ระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ” หมายความว่า ระบบที่เกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายก๊าซธรรมชาติผ่านท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบกหรือท่อส่งก๊าซธรรมชาติในทะเลจากต้นทางไปยังปลายทาง ซึ่งประกอบด้วย สถานี ท่อ อุปกรณ์
หรือเครื่องมือต่าง ๆ ที่ใช้ในการขนส่งก๊าซธรรมชาติ “ท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบก” หมายความว่า ท่อ ส่วนประกอบของท่อ และอุปกรณ์ ซึ่งไม่ว่าจะวางอยู่บนพื้นดิน ใต้ดิน หรือในน้ำ หรือวางอยู่บนสิ่งปลูกสร้างใด แต่ไม่รวมท่อส่งก๊าซธรรมชาติในทะเล “ท่อส่งก๊าซธรรมชาติในทะเล” หมายความว่า ท่อ ส่วนประกอบของท่อ และอุปกรณ์
ซึ่งมีต้นทางไปยังปลายทาง ดังต่อไปนี้ และให้หมายความรวมถึงท่อส่งก๊าซธรรมชาติภายในแท่นประกอบการและระหว่างแท่นประกอบการด้วย (๑) จุดรับก๊าซธรรมชาติจากแท่นประกอบการผลิตก๊าซธรรมชาติถึงแท่นประกอบการขนส่งก๊าซธรรมชาติแห่งอื่น (๒)
จุดส่งก๊าซธรรมชาติจากแท่นประกอบการขนส่งก๊าซธรรมชาติหรือแท่นประกอบการผลิตก๊าซธรรมชาติ ถึงแนวเขตที่ดินสถานีแรกบนฝั่ง (๓) จุดรับก๊าซธรรมชาติจากสถานีเก็บรักษาและแปรสภาพก๊าซธรรมชาติจากของเหลวเป็นก๊าซแบบลอยน้ำ หรือเรือผลิตปิโตรเลียม หรือเรือขนส่งปิโตรเลียม ถึงแนวเขตที่ดินสถานีแรกบนฝั่ง
หรือแนวเขตสถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ หรือแนวเขตคลังก๊าซธรรมชาติ “แท่นประกอบการ” หมายความว่า แท่นประกอบการผลิตก๊าซธรรมชาติ และแท่นประกอบการขนส่งก๊าซธรรมชาติ “แท่นประกอบการผลิตก๊าซธรรมชาติ” หมายความว่า แท่นที่ใช้ประกอบการผลิตก๊าซธรรมชาติในทะเลของผู้ได้รับสัมปทาน ผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต
หรือผู้รับสัญญาจ้างบริการ ตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม กฎหมายว่าด้วยองค์กรร่วมไทย - มาเลเซีย หรือกฎหมายว่าด้วยองค์กรร่วมอื่นที่มีลักษณะเดียวกันเฉพาะในพื้นที่พัฒนาร่วม หรือพื้นที่ที่มีความหมายเดียวกัน แต่ไม่รวมถึงเรือผลิตปิโตรเลียม “แท่นประกอบการขนส่งก๊าซธรรมชาติ” หมายความว่า
แท่นที่ใช้ประกอบการขนส่งก๊าซธรรมชาติจากในทะเล “สถานี” หมายความว่า สิ่งปลูกสร้างสำหรับระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ รวมถึงอุปกรณ์สำหรับสูบ เพิ่มความดัน ลดความดัน ตรวจวัดปริมาณ รับหรือส่งก๊าซธรรมชาติ และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง “มาตรฐาน ASME B31.3” หมายความว่า
มาตรฐานที่ประกาศโดยสมาคมวิศวกรเครื่องกลแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ลำดับที่ ASME B31.3 เรื่อง Process Piping “มาตรฐาน ASME B31.8” หมายความว่า มาตรฐานที่ประกาศโดยสมาคมวิศวกรเครื่องกลแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ลำดับที่ ASME B31.8 เรื่อง Gas Transmission and Distribution Piping Systems “มาตรฐาน EN 12007”
หมายความว่า มาตรฐานของประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป ลำดับที่ EN 12007 เรื่อง Gas supply systems - Pipelines for maximum operating pressure up to and including 16 bar “มาตรฐาน NFPA” หมายความว่า มาตรฐานสมาคมป้องกันอัคคีภัยแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา “มาตรฐาน IEC” หมายความว่า
มาตรฐานที่ประกาศโดยคณะกรรมาธิการระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรฐานสาขาอิเล็กทรอเทคนิกส์ “ใบอนุญาต” หมายความว่า ใบอนุญาตประกอบกิจการระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ “ผู้ประกอบกิจการควบคุม” หมายความว่า ผู้ประกอบกิจการระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อซึ่งเป็นกิจการที่ต้องได้รับใบอนุญาตก่อนการประกอบกิจการ
“ผู้ทดสอบและตรวจสอบ” หมายความว่า ผู้ทดสอบและตรวจสอบซึ่งมีคุณสมบัติตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดคุณสมบัติของผู้ทดสอบและตรวจสอบที่ออกตามมาตรา ๗
ข้อ ๔ กฎกระทรวงนี้ไม่ใช้บังคับแก่ระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อในสถานที่ ดังต่อไปนี้ (๑) สถานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ สถานีบริการก๊าซธรรมชาติ คลังก๊าซธรรมชาติและสถานที่เก็บรักษาก๊าซธรรมชาติ ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง (๒) กิจการปิโตรเลียมตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม
เฉพาะในส่วนที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติมีหน้าที่และอำนาจควบคุมหรือกำกับดูแล (๓) พื้นที่พัฒนาร่วม หรือพื้นที่ที่มีความหมายเดียวกัน ตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรร่วมไทย - มาเลเซีย หรือกฎหมายว่าด้วยองค์กรร่วมอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน (๔) โรงแยกก๊าซธรรมชาติ (๕) โรงผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว (๖)
สถานที่อื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
ข้อ ๕ ระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อจะต้องได้รับความเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือได้รับความเห็นชอบรายงานด้านสิ่งแวดล้อมจากกรมธุรกิจพลังงาน
ก่อนเริ่มดำเนินการก่อสร้างระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๖ ผู้ประกอบกิจการควบคุมหรือเจ้าของโครงการระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อต้องจัดให้มีการตรวจสอบคุณภาพและผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ โดยจัดทำรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน แก้ไข ลด ติดตาม
และตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามที่ระบุไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรือรายงานด้านสิ่งแวดล้อมที่ได้รับความเห็นชอบตามข้อ ๕ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๗ ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องจัดเก็บเอกสารและข้อมูลของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่ออย่างเป็นระบบ และพร้อมให้พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบได้ตลอดอายุการใช้งานของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ เอกสารและข้อมูลของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่ออย่างน้อยต้องมีเอกสารและข้อมูล ดังต่อไปนี้ (๑)
คู่มือการออกแบบ ก่อสร้าง ปฏิบัติการ และบำรุงรักษาของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ (๒) แบบที่ใช้ในการก่อสร้างระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ พร้อมรายละเอียดต่าง ๆ (๓) รายงานผลการทดสอบและตรวจสอบต่าง ๆ ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ (๔) รายงานการตรวจสอบการใช้งานและการบำรุงรักษา (๕)
รายงานการตรวจประเมินด้านการจัดการความปลอดภัย (๖) รายงานการเกิดอุบัติเหตุทั้งหมดที่เกี่ยวกับระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ (๗) รายงานการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินและแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย (๘) แผนผังแสดงตำแหน่งที่ตั้งและจำนวนอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการป้องกันและระงับอัคคีภัย
การจัดเก็บเอกสารและข้อมูลตามวรรคหนึ่งจะจัดเก็บในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์แทนการใช้เอกสารก็ได้
ข้อ ๘ การดำเนินการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อในระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ ต้องดำเนินการโดยผู้ปฏิบัติงานซึ่งมีคุณสมบัติตามกฎกระทรวงว่าด้วยคุณสมบัติและการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง ตลอดเวลาที่มีการขนส่งก๊าซธรรมชาติ
ข้อ ๙ การใช้งานระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติต้องไม่เกินความดันใช้งานสูงสุดที่ยอมรับได้ (Maximum Allowable Operating Pressure, MAOP) ตามที่ผู้ประกอบกิจการควบคุมได้รับอนุญาต ในกรณีที่จะมีการใช้งานเกินความดันใช้งานสูงสุดที่ยอมรับได้ดังกล่าว
ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องแจ้งอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานเพื่อขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงก่อนเริ่มการใช้งาน
ลักษณะของแผนผัง แบบก่อสร้าง และท่อ
ข้อ ๑๐ ระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อต้องมีแผนผัง แบบ และรายการ ดังต่อไปนี้ (๑) แผนผังโดยสังเขปแสดงตำแหน่งที่ตั้งของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ (๒) แผนผังบริเวณแสดงแนวท่อของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ (๓) แผนภาพแสดงกระบวนการไหล (๔) แบบแสดงรายละเอียดท่อและอุปกรณ์ (๕)
แบบก่อสร้างระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ (๖) แบบแสดงรายละเอียดการวางท่อในบริเวณที่แนวท่อตัดผ่านถนน ทางรถไฟ หรือทางน้ำ (๗) แบบแสดงการเชื่อมต่อของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อกับระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่ออื่น หรือสถานประกอบกิจการควบคุมอื่น (๘)
แบบป้ายเตือนแนวท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบกซึ่งใช้เป็นเครื่องหมายในการแสดงเขตระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ (๙) รายการคำนวณความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัยของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ แผนผังและแบบก่อสร้างตามวรรคหนึ่งต้องมีมาตราส่วนที่แสดงรายละเอียดต่าง ๆ ให้สามารถตรวจสอบได้อย่างชัดเจน สำหรับแผนผังตาม
(๑) และ (๒) อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานจะแจ้งให้ส่งเป็นข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มีการเชื่อมโยงพิกัดภูมิศาสตร์กับแผนที่หรือตำแหน่งที่ตั้งด้วยก็ได้ ทั้งนี้ รายละเอียดให้เป็นไปตามที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๑๑ แบบก่อสร้างตามข้อ ๑๐ (๕) ให้แสดงแนวท่อและความลึก ซึ่งมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ (๑) แนวท่อและระดับของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ (๒) ตำแหน่งที่ตั้งของแนวท่อทุกระยะการเปลี่ยนแปลงแนวท่อ พร้อมรายละเอียดโดยรอบแนวท่อ (๓) รูปตัดแนววางท่อตามยาวตลอดแนวท่อและความกว้างของแนวท่อ
หากเป็นท่อที่อยู่ใต้พื้นดินต้องระบุความลึกของแนววางท่อ (๔) ขนาดท่อ ความยาวท่อ ความหนาของผนังท่อ และวัสดุที่ใช้ทำท่อ (๕) ตำแหน่งที่ตั้งของลิ้นปิดเปิดควบคุมการไหลของก๊าซธรรมชาติที่ตั้งของเครื่องหมายแสดงในเขตระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ และอุปกรณ์ส่วนควบของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ
ข้อ ๑๒ ท่อส่งก๊าซธรรมชาติต้องเป็นชนิดที่ใช้กับก๊าซธรรมชาติและไม่ทำปฏิกิริยากับก๊าซธรรมชาติ รวมทั้งต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสม ปลอดภัย และมีความมั่นคงแข็งแรง ตามมาตรฐานที่ระบุในข้อ ๑๓ ท่อส่งก๊าซธรรมชาติต้องสามารถตรวจสอบแนวท่อด้วยวิธีการตรวจหาทางโลหะได้
ในกรณีที่ไม่สามารถตรวจสอบแนวท่อด้วยวิธีการดังกล่าว ให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดเพิ่มเติมตามที่ได้รับแจ้งจากอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เพื่อให้สามารถตรวจสอบแนวท่อด้วยวิธีการตรวจหาทางโลหะได้
หมวด ๓ การออกแบบ การก่อสร้าง การติดตั้ง และการทดสอบและตรวจสอบ
ข้อ ๑๓ การออกแบบ การก่อสร้าง และการติดตั้ง รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ ให้เป็นไปตามมาตรฐาน ASME B31.3 หรือมาตรฐาน ASME B31.8 หรือมาตรฐาน EN 12007 หรือมาตรฐานอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๑๔ การออกแบบ การก่อสร้าง และการติดตั้งแท่นประกอบการขนส่งก๊าซธรรมชาติให้เป็นไปตามมาตรฐาน API-RP-2A-WSD (American Petroleum Institute Recommended Practice 2A-WSD Planning, Designing, and Constructing Fixed Offshore Platforms - Working Stress Design) หรือ AISC (American Institute of Steel
Construction) หรือ AWS D 1.1 (American Welding Society Structural Welding Code - Steel) หรือมาตรฐานอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๑๕ การออกแบบระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อให้ดำเนินการโดยวิศวกรซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร การก่อสร้างและการติดตั้งระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อต้องได้รับการรับรองจากผู้ทดสอบและตรวจสอบ การออกแบบ การก่อสร้าง
และการติดตั้งแท่นประกอบการขนส่งก๊าซธรรมชาติต้องได้รับการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญในการรับรองด้านความปลอดภัยของแท่นประกอบการขนส่งก๊าซธรรมชาติ
ข้อ ๑๖ การทดสอบและตรวจสอบระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อต้องดำเนินการโดยผู้ทดสอบและตรวจสอบ
ข้อ ๑๗ ในการทดสอบและตรวจสอบ รวมทั้งการบำรุงรักษาระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ ให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) ส่งรายงานการทดสอบและตรวจสอบก่อนการใช้งานระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อให้กรมธุรกิจพลังงานพิจารณาประกอบการขอรับใบอนุญาตตามเวลาที่กำหนดในประกาศที่ออกตามข้อ ๑๘ (๒)
ส่งรายงานการทดสอบและตรวจสอบระหว่างการใช้งานระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อตามที่ระบุในแผนการบำรุงรักษาระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง แผนการบำรุงรักษาตาม (๒)
ให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมจัดทำและส่งให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานพิจารณาพร้อมกับการยื่นขอรับใบอนุญาตหรือตามเวลาที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานกำหนด และเมื่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงานเห็นชอบแผนดังกล่าวแล้ว ให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมดำเนินการตามแผนต่อไป ในกรณีที่จะแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงแผนนั้น
ให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมแจ้งกรมธุรกิจพลังงานพิจารณา พร้อมแสดงเหตุผลความจำเป็น
ข้อ ๑๘ รายละเอียดทางเทคนิค หลักเกณฑ์ วิธีการ และมาตรฐานในการทดสอบและตรวจสอบ และการบำรุงรักษาระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๑๙ สถานีต้องมีมาตรการความปลอดภัย ดังต่อไปนี้ (๑) มีรั้วเหล็กโปร่งหรือกำแพงอย่างอื่นเพื่อแสดงแนวเขตโดยรอบสถานี และมีความสูงไม่น้อยกว่า ๑.๘๐ เมตร (๒) บริเวณที่ตั้งสถานีด้านที่ยานพาหนะเข้าถึงสถานีได้ต้องจัดให้มีเสากันภัยทุกระยะ ๑.๕๐ เมตร
หรือราวเหล็กหรือกำแพงที่มีความมั่นคงแข็งแรงป้องกันตลอดแนวสถานีด้านนั้น โดยมีระยะห่างจากรั้วเหล็กโปร่งหรือกำแพงตาม (๑) ไม่น้อยกว่า ๑.๐๐ เมตร เสากันภัยหรือราวเหล็กหรือกำแพงดังกล่าวต้องออกแบบและก่อสร้างให้มีความมั่นคงแข็งแรงตามหลักวิศวกรรม
สถานีบนแท่นประกอบการให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง
ข้อ ๒๐ ระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อที่มีตำแหน่งที่มีโอกาสรั่วไหลของก๊าซธรรมชาติ ต้องมีมาตรการความปลอดภัย ดังต่อไปนี้ (๑) ตำแหน่งที่มีโอกาสรั่วไหลของก๊าซธรรมชาติต้องตั้งอยู่ห่างจากผนังถังเก็บน้ำมัน หรือถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์
วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการแจ้ง การอนุญาต และอัตราค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการประกอบกิจการน้ำมันเชื้อเพลิง หรือสถานที่เก็บวัตถุที่ติดไฟหรือระเบิดได้ทุกชนิดที่อยู่เหนือพื้นดิน หรือแหล่งที่อาจก่อให้เกิดประกายไฟได้ง่ายไม่น้อยกว่า ๗.๕๐ เมตร (๒) กรณีตำแหน่งที่มีโอกาสรั่วไหลของก๊าซธรรมชาติอยู่ภายในสถานี
ต้องห่างจากแนวเขตที่ดินของสถานีไม่น้อยกว่า ๗.๕๐ เมตร (๓) กรณีตำแหน่งที่มีโอกาสรั่วไหลของก๊าซธรรมชาติอยู่นอกสถานี ต้องจัดให้มีป้ายคำเตือน “บริเวณอันตรายอาจมีการรั่วไหลของก๊าซธรรมชาติ” (๔) จัดให้มีระบบแจ้งเตือนเมื่อเกิดการรั่วไหลของก๊าซธรรมชาติ
ข้อ ๒๑ กลอุปกรณ์นิรภัยแบบระบายต้องติดตั้งให้ระบายไปยังบริเวณที่ไม่ก่อให้เกิดอันตราย
ข้อ ๒๒ ในกรณีที่ท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบกเป็นท่อฝังดินโดยวิธีการขุดเปิด ต้องมีการฝังเทปเตือนสีเหลืองไว้เหนือแนวท่อที่ระดับความลึกอย่างน้อย ๐.๓๐ เมตร โดยมีข้อความเตือนเป็นตัวอักษรสีดำตลอดแนวท่อ ถ้ามีแผ่นคอนกรีตป้องกันท่อให้ฝังเทปเตือนไว้เหนือแผ่นคอนกรีต ข้อความเตือนตามวรรคหนึ่ง
อย่างน้อยต้องระบุถึงชื่อผู้ประกอบกิจการควบคุมและหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อกรณีฉุกเฉิน และผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องจัดให้มีระบบการรับแจ้งเหตุและผู้รับผิดชอบเพื่อรับแจ้งเหตุและประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
หมวด ๔ การป้องกันและระงับอัคคีภัย
ข้อ ๒๓ บริเวณอันตรายของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ ระบบไฟฟ้า การต่อลงดิน เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้า และบริภัณฑ์ไฟฟ้า รวมทั้งระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า ให้เป็นไปตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้ (๑) การออกแบบ ติดตั้ง และตรวจสอบระบบไฟฟ้า การต่อลงดิน ภายในบริเวณอันตราย และระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า
ให้เป็นไปตามมาตรฐานการออกแบบและติดตั้งสำหรับประเทศไทยของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ มาตรฐาน IEC มาตรฐาน NFPA หรือ มาตรฐาน API (American Petroleum Institute) หรือมาตรฐานอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา (๒) การตรวจสอบการติดตั้งระบบไฟฟ้า การต่อลงดิน
และระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า ต้องดำเนินการโดยผู้ทดสอบและตรวจสอบ (๓) เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้า และบริภัณฑ์ไฟฟ้า ต้องได้รับการรับรองการประกันคุณภาพการผลิต ได้รับการรับรองความปลอดภัยให้เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
หรือเป็นไปตามมาตรฐานที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนด
ข้อ ๒๔ สถานี ท่อที่ติดตั้งเหนือพื้นดิน และแท่นประกอบการขนส่งก๊าซธรรมชาติ อย่างน้อยต้องจัดให้มีระบบต่อลงดินและระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า
ข้อ ๒๕ สถานีและแท่นประกอบการขนส่งก๊าซธรรมชาติต้องจัดให้มีป้ายห้ามและคำเตือนเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสีและเครื่องหมายเพื่อความปลอดภัยและต้องติดตั้งไว้ในที่ที่เห็นได้ง่าย โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ (๑) ห้ามสูบบุหรี่ (๒) ห้ามจุดไฟและก่อประกายไฟ (๓) ห้ามใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่
ข้อ ๒๖ สถานีต้องติดตั้งเครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้งขนาดบรรจุไม่น้อยกว่า ๖.๘ กิโลกรัม ที่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือมาตรฐานอื่นที่กรมธุรกิจพลังงานเห็นชอบอย่างน้อยสองเครื่องไว้ ณ บริเวณที่มองเห็นและสามารถนำออกมาใช้ได้โดยง่าย ในกรณีที่สถานีมีเครื่องสูบอัดก๊าซ
ให้ติดตั้งเครื่องดับเพลิงตามวรรคหนึ่งเพิ่มอย่างน้อยสองเครื่องต่อเครื่องสูบอัดก๊าซหนึ่งเครื่อง ในกรณีที่สถานีใช้เครื่องดับเพลิงชนิดอื่น เครื่องดับเพลิงนั้นจะต้องได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือมาตรฐานอื่น โดยต้องมีความสามารถในการดับเพลิงไม่ต่ำกว่า 40-B:C และมีขนาดบรรจุอย่างน้อย ๖.๘ กิโลกรัม
และได้รับความเห็นชอบจากกรมธุรกิจพลังงาน แท่นประกอบการขนส่งก๊าซธรรมชาติต้องมีการออกแบบและติดตั้งระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย รวมถึงระบบตรวจจับความร้อน ไฟ ควันและก๊าซตามมาตรฐาน NFPA และต้องมีการติดตั้งเครื่องดับเพลิงแบบมือถือโดยจัดวางให้กระจายไปตามจุดต่าง ๆ
เพื่อให้ผู้ใช้เข้าถึงเครื่องดับเพลิงได้โดยสะดวก และต้องสามารถเข้าถึงได้จากจุดต่าง ๆ ภายในระยะทางไม่เกิน ๑๕.๐๐ เมตร ในบริเวณแท่นประกอบการขนส่งก๊าซธรรมชาติ โดยต้องมีความสามารถในการดับเพลิงไม่ต่ำกว่า 40-B:C และมีขนาดบรรจุอย่างน้อย ๖.๘ กิโลกรัม ที่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมหรือมาตรฐานสากล
ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องจัดให้มีการตรวจสอบเครื่องดับเพลิงอย่างน้อยหกเดือนต่อครั้ง
ข้อ ๒๗ ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องจัดให้มีการเตรียมการในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ (๑) จัดทำแผนฉุกเฉินและแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย (๒) จัดทำป้ายขั้นตอนการปฏิบัติเมื่อประสบเหตุฉุกเฉินสำหรับบุคคลทั่วไปในพื้นที่เขตระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ การฝึกซ้อมแผนตาม (๑)
ให้ดำเนินการอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งพร้อมทั้งจัดทำและจัดเก็บรายงานการฝึกซ้อมเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบของกรมธุรกิจพลังงาน การเตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉินตามวรรคหนึ่ง ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องจัดให้มีการประสานงานร่วมกับองค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่แนวท่อ เพื่อการระงับในแต่ละพื้นที่ได้ทันท่วงที
ข้อ ๒๘ การจัดทำแผนฉุกเฉินตามข้อ ๒๗ (๑) ต้องมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ (๑) ตำแหน่งที่ตั้งของแนวท่อหรือสถานีหรือแท่นประกอบการ (๒) แผนรับเหตุฉุกเฉินระยะเกิดเหตุ (๓) แผนรับเหตุฉุกเฉินระยะหลังเกิดเหตุ (๔) บทบาทหน้าที่ของบุคคลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการควบคุมเหตุฉุกเฉิน (๕)
ช่องทางการสื่อสารและข้อมูลการติดต่อประสานงานในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน
ข้อ ๒๙ ห้ามทำการใด ๆ ที่ก่อให้เกิดเปลวไฟหรือประกายไฟภายในเขตระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อและสถานี เว้นแต่เป็นกรณีการปฏิบัติงานที่มีการควบคุมโดยผู้ประกอบกิจการควบคุม
ข้อ ๓๐ ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุทำให้ระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อชำรุด หรือเสียหายจนเกิดการรั่วไหลของก๊าซธรรมชาติ หรือเกิดเหตุเพลิงไหม้ ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานประกาศกำหนด
หมวด ๕ การพักหรือหยุดใช้งานชั่วคราว และการยกเลิกใช้งานเป็นการถาวร
ข้อ ๓๑ ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการควบคุมมีความประสงค์จะทำการพักหรือหยุดใช้งานระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อชั่วคราวทั้งหมดหรือบางส่วน หรือจะนำส่วนที่พักหรือหยุดใช้งานทั้งหมดหรือบางส่วนดังกล่าวกลับมาใช้ใหม่ ให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมแจ้งต่อกรมธุรกิจพลังงานเพื่อพิจารณา โดยระบุเหตุผลความจำเป็น
พร้อมทั้งจัดให้มีมาตรการตรวจสอบและบำรุงรักษาหรือดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐาน ASME B31.8 หรือมาตรฐานอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๓๒ ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการควบคุมมีความประสงค์จะยกเลิกใช้งานเป็นการถาวรทั้งหมดหรือบางส่วน ให้แจ้งรายละเอียดแผนการดำเนินการ และแผนปฏิบัติการคืนสภาพต่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงานเพื่อพิจารณาเห็นชอบ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
ผู้ประกอบกิจการควบคุมมีหน้าที่ดำเนินการตามแผนที่ได้รับความเห็นชอบตามวรรคหนึ่งให้แล้วเสร็จตามที่กำหนด ไม่ว่าใบอนุญาตจะสิ้นสุดอายุลงก่อนหรือไม่ก็ตาม และเมื่อดำเนินการเสร็จตามแผนดังกล่าวแล้ว ให้ถือว่าการประกอบกิจการระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อสิ้นสุดลงในส่วนที่มีการแจ้งยกเลิกใช้งานตามวรรคหนึ่ง
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๓๓ ระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อที่ได้รับใบอนุญาตและยังประกอบกิจการอยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้ เว้นแต่ (๑) ข้อ ๕ ข้อ ๖ ข้อ ๗ ข้อ ๘ ข้อ ๙ ข้อ ๑๖ ข้อ ๒๑ ข้อ ๒๓ (๒) ข้อ ๒๔ ข้อ ๒๙ ข้อ ๓๐ ข้อ ๓๑ และข้อ ๓๒
ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎกระทรวงนี้นับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ (๒) ข้อ ๑๗ ข้อ ๑๘ ข้อ ๒๐ (๓) และ (๔) ข้อ ๒๕ ข้อ ๒๖ ข้อ ๒๗ และข้อ ๒๘ ต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎกระทรวงนี้ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ (๓)
กรณีที่ระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อไม่มีรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามข้อ ๕ ให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมในระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อดังกล่าวจัดทำรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการในข้อ ๖
โดยเทียบเคียงมาตรการในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติที่มีขนาดและลักษณะใกล้เคียงกันตามที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานกำหนด ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อความมั่นคง ปลอดภัย และความเชื่อถือได้ของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ
อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรีจะกำหนดเงื่อนไขการดำเนินการหรือมาตรการทดแทนเพิ่มเติมสำหรับระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้ก็ได้ ไม่ว่าจะประกาศเป็นการทั่วไป หรือกำหนดเป็นเงื่อนไขเพิ่มเติมในใบอนุญาตเฉพาะกรณี
ข้อ ๓๔ ระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อที่ผู้ประกอบกิจการควบคุมได้รับความเห็นชอบแบบแปลน แผนผัง และแบบก่อสร้าง ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงแล้ว ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหมวด ๒ ลักษณะของแผนผัง แบบก่อสร้าง และท่อตามกฎกระทรวงนี้ และตามข้อ ๑๓ ข้อ ๑๔
附則
ข้อ ๑๕ และข้อ ๒๓ (๑) เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการออกแบบ
ข้อ ๓๕ ในระหว่างที่ยังไม่มีผู้ทดสอบและตรวจสอบตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดคุณสมบัติของผู้ทดสอบและตรวจสอบที่ออกตามมาตรา ๗ การทดสอบ การตรวจสอบ หรือการรับรองตามข้อ ๑๕ วรรคสอง ข้อ ๑๖ และข้อ ๒๓ (๒) ให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมจัดหาวิศวกรซึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร
เป็นผู้ดำเนินการแทน และแจ้งให้กรมธุรกิจพลังงานทราบเพื่อประโยชน์ในการเข้าตรวจสอบ เว้นแต่เป็นการทดสอบและตรวจสอบแบบไม่ทำลาย หรือการตรวจสอบการป้องกันการกัดกร่อน ให้ดำเนินการโดยผู้ชำนาญการที่ได้ใบรับรองตามมาตรฐานที่ข้อ ๑๓ กำหนด
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๗ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบกิจการระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อให้เหมาะสมแก่กาลปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).