ข้อ ๑๓
ข้อ ๑๓ การออกแบบ การก่อสร้าง และการติดตั้ง รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ ให้เป็นไปตามมาตรฐาน ASME B31.3 หรือมาตรฐาน ASME B31.8 หรือมาตรฐาน EN 12007 หรือมาตรฐานอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๑๓ การออกแบบ การก่อสร้าง และการติดตั้ง รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ของระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ ให้เป็นไปตามมาตรฐาน ASME B31.3 หรือมาตรฐาน ASME B31.8 หรือมาตรฐาน EN 12007 หรือมาตรฐานอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๑๔ การออกแบบ การก่อสร้าง และการติดตั้งแท่นประกอบการขนส่งก๊าซธรรมชาติให้เป็นไปตามมาตรฐาน API-RP-2A-WSD (American Petroleum Institute Recommended Practice 2A-WSD Planning, Designing, and Constructing Fixed Offshore Platforms - Working Stress Design) หรือ AISC (American Institute of Steel Construction) หรือ AWS D 1.1 (American Welding Society Structural Welding Code - Steel) หรือมาตรฐานอื่นที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๑๕ การออกแบบระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อให้ดำเนินการโดยวิศวกรซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร การก่อสร้างและการติดตั้งระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อต้องได้รับการรับรองจากผู้ทดสอบและตรวจสอบ การออกแบบ การก่อสร้าง และการติดตั้งแท่นประกอบการขนส่งก๊าซธรรมชาติต้องได้รับการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญในการรับรองด้านความปลอดภัยของแท่นประกอบการขนส่งก๊าซธรรมชาติ
ข้อ ๑๖ การทดสอบและตรวจสอบระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อต้องดำเนินการโดยผู้ทดสอบและตรวจสอบ
ข้อ ๑๗ ในการทดสอบและตรวจสอบ รวมทั้งการบำรุงรักษาระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ ให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) ส่งรายงานการทดสอบและตรวจสอบก่อนการใช้งานระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อให้กรมธุรกิจพลังงานพิจารณาประกอบการขอรับใบอนุญาตตามเวลาที่กำหนดในประกาศที่ออกตามข้อ ๑๘ (๒) ส่งรายงานการทดสอบและตรวจสอบระหว่างการใช้งานระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อตามที่ระบุในแผนการบำรุงรักษาระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง แผนการบำรุงรักษาตาม (๒) ให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมจัดทำและส่งให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานพิจารณาพร้อมกับการยื่นขอรับใบอนุญาตหรือตามเวลาที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานกำหนด และเมื่ออธิบดีกรมธุรกิจพลังงานเห็นชอบแผนดังกล่าวแล้ว ให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมดำเนินการตามแผนต่อไป ในกรณีที่จะแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงแผนนั้น ให้ผู้ประกอบกิจการควบคุมแจ้งกรมธุรกิจพลังงานพิจารณา พร้อมแสดงเหตุผลความจำเป็น
ข้อ ๑๘ รายละเอียดทางเทคนิค หลักเกณฑ์ วิธีการ และมาตรฐานในการทดสอบและตรวจสอบ และการบำรุงรักษาระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อ ให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๑๙ สถานีต้องมีมาตรการความปลอดภัย ดังต่อไปนี้ (๑) มีรั้วเหล็กโปร่งหรือกำแพงอย่างอื่นเพื่อแสดงแนวเขตโดยรอบสถานี และมีความสูงไม่น้อยกว่า ๑.๘๐ เมตร (๒) บริเวณที่ตั้งสถานีด้านที่ยานพาหนะเข้าถึงสถานีได้ต้องจัดให้มีเสากันภัยทุกระยะ ๑.๕๐ เมตร หรือราวเหล็กหรือกำแพงที่มีความมั่นคงแข็งแรงป้องกันตลอดแนวสถานีด้านนั้น โดยมีระยะห่างจากรั้วเหล็กโปร่งหรือกำแพงตาม (๑) ไม่น้อยกว่า ๑.๐๐ เมตร เสากันภัยหรือราวเหล็กหรือกำแพงดังกล่าวต้องออกแบบและก่อสร้างให้มีความมั่นคงแข็งแรงตามหลักวิศวกรรม สถานีบนแท่นประกอบการให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง
ข้อ ๒๐ ระบบการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อที่มีตำแหน่งที่มีโอกาสรั่วไหลของก๊าซธรรมชาติ ต้องมีมาตรการความปลอดภัย ดังต่อไปนี้ (๑) ตำแหน่งที่มีโอกาสรั่วไหลของก๊าซธรรมชาติต้องตั้งอยู่ห่างจากผนังถังเก็บน้ำมัน หรือถังเก็บและจ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการแจ้ง การอนุญาต และอัตราค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการประกอบกิจการน้ำมันเชื้อเพลิง หรือสถานที่เก็บวัตถุที่ติดไฟหรือระเบิดได้ทุกชนิดที่อยู่เหนือพื้นดิน หรือแหล่งที่อาจก่อให้เกิดประกายไฟได้ง่ายไม่น้อยกว่า ๗.๕๐ เมตร (๒) กรณีตำแหน่งที่มีโอกาสรั่วไหลของก๊าซธรรมชาติอยู่ภายในสถานี ต้องห่างจากแนวเขตที่ดินของสถานีไม่น้อยกว่า ๗.๕๐ เมตร (๓) กรณีตำแหน่งที่มีโอกาสรั่วไหลของก๊าซธรรมชาติอยู่นอกสถานี ต้องจัดให้มีป้ายคำเตือน “บริเวณอันตรายอาจมีการรั่วไหลของก๊าซธรรมชาติ” (๔) จัดให้มีระบบแจ้งเตือนเมื่อเกิดการรั่วไหลของก๊าซธรรมชาติ
ข้อ ๒๑ กลอุปกรณ์นิรภัยแบบระบายต้องติดตั้งให้ระบายไปยังบริเวณที่ไม่ก่อให้เกิดอันตราย
ข้อ ๒๒ ในกรณีที่ท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบกเป็นท่อฝังดินโดยวิธีการขุดเปิด ต้องมีการฝังเทปเตือนสีเหลืองไว้เหนือแนวท่อที่ระดับความลึกอย่างน้อย ๐.๓๐ เมตร โดยมีข้อความเตือนเป็นตัวอักษรสีดำตลอดแนวท่อ ถ้ามีแผ่นคอนกรีตป้องกันท่อให้ฝังเทปเตือนไว้เหนือแผ่นคอนกรีต ข้อความเตือนตามวรรคหนึ่ง อย่างน้อยต้องระบุถึงชื่อผู้ประกอบกิจการควบคุมและหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อกรณีฉุกเฉิน และผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องจัดให้มีระบบการรับแจ้งเหตุและผู้รับผิดชอบเพื่อรับแจ้งเหตุและประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
本頁條文逐字來自該國官方公開資料,出處見署名列。
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).