มาตรา ๕๙ ข้าราชการพลเรือนกลาโหมออกจากราชการเมื่อ (๑) ตาย (๒) พ้นจากราชการตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (๓) ได้รับอนุญาตให้ลาออกตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด (๔) ถูกสั่งให้ออกตามมาตรา ๑๗ มาตรา ๒๔ มาตรา ๖๐ หรือมาตรา ๖๑ (๕) ถูกสั่งลงโทษปลดออกหรือไล่ออก วันออกจากราชการตาม (๔) และ (๕)
ให้เป็นไปตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด
มาตรา ๖๐ ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๑๕ มีอำนาจสั่งให้ข้าราชการพลเรือนกลาโหมออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทนตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการได้ในกรณี ดังต่อไปนี้ (๑) เมื่อข้าราชการพลเรือนกลาโหมผู้ใดเจ็บป่วยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ราชการของตนได้โดยสม่ำเสมอ (๒)
เมื่อข้าราชการพลเรือนกลาโหมผู้ใดสมัครไปปฏิบัติงานใด ๆ ตามความประสงค์ของทางราชการ (๓) เมื่อข้าราชการพลเรือนกลาโหมผู้ใดขาดคุณสมบัติทั่วไปตามมาตรา ๑๑ ก. (๑) หรือ (๓) หรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๑ ข. (๑) (๓) (๖) หรือ (๗) (๔)
เมื่อทางราชการเลิกหรือยุบหน่วยงานหรือตำแหน่งที่ข้าราชการพลเรือนกลาโหมปฏิบัติหน้าที่หรือดำรงอยู่ สำหรับผู้ที่ออกจากราชการในกรณีนี้ให้ได้รับเงินชดเชยตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กระทรวงการคลังกำหนด (๕)
เมื่อข้าราชการพลเรือนกลาโหมผู้ใดไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลในระดับอันเป็นที่พอใจของทางราชการ (๖) เมื่อข้าราชการพลเรือนกลาโหมผู้ใดหย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่ราชการ บกพร่องในหน้าที่ราชการ หรือประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ราชการ
ถ้าให้ผู้นั้นรับราชการต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ (๗) เมื่อข้าราชการพลเรือนกลาโหมผู้ใดมีกรณีถูกสอบสวนว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามมาตรา ๕๐ และผลการสอบสวนไม่ได้ความแน่ชัดพอที่จะสั่งลงโทษตามมาตรา ๕๒ แต่มีมลทินหรือมัวหมองในกรณีที่ถูกสอบสวน ถ้าให้รับราชการต่อไปจะเป็นการเสียหายแก่ราชการ (๘)
เมื่อข้าราชการพลเรือนกลาโหมผู้ใดต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือต้องรับโทษจำคุกโดยคำสั่งของศาล ซึ่งยังไม่ถึงกับจะต้องถูกลงโทษปลดออกหรือไล่ออก การสั่งให้ออกจากราชการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด
มาตรา ๖๑ เมื่อข้าราชการพลเรือนกลาโหมผู้ใดไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุสั่งให้ผู้นั้นออกจากราชการ ผู้ใดถูกสั่งให้ออกจากราชการตามวรรคหนึ่งและต่อมาปรากฏว่าผู้นั้นมีกรณีที่จะต้องถูกสั่งให้ออกจากราชการตามมาตราอื่นอยู่ก่อนไปรับราชการทหาร
ก็ให้ผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุมีอำนาจเปลี่ยนแปลงคำสั่งให้ออกตามวรรคหนึ่งเป็นให้ออกจากราชการตามมาตราอื่นนั้นได้
บทเฉพาะกาล
มาตรา ๖๒ ในระหว่างที่กระทรวงกลาโหมยังมิได้กำหนดรายละเอียดเพื่อปฏิบัติการตามพระราชกฤษฎีกานี้ในเรื่องใด กระทรวงกลาโหมอาจกำหนดให้นำกฎ ก.พ. หรือหนังสือเวียนของ ก.พ. มาใช้บังคับไปพลางก่อนได้โดยอนุโลม
มาตรา ๖๓ ในกรณีที่ได้มีการกำหนดอัตราตำแหน่งใดในกระทรวงกลาโหมมาเป็นอัตราข้าราชการพลเรือนกลาโหมแล้ว แต่ยังมิได้ดำเนินการบรรจุบุคคลให้เข้ารับราชการในอัตราตำแหน่งข้าราชการพลเรือนกลาโหม
ให้ข้าราชการทหารที่รับราชการอยู่ในอัตราตำแหน่งนั้นยังคงรับราชการในฐานะข้าราชการทหารเช่นเดิมและดำรงอัตราข้าราชการพลเรือนกลาโหมนั้นไปพลางก่อน จนกว่าจะมีการบรรจุหรือแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการหรือดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนกลาโหมนั้น ตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด
มาตรา ๖๔ ในระยะเริ่มแรก อัตราเงินเดือน อัตราเงินประจำตำแหน่ง การให้ได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนกลาโหม ให้เป็นไปตามบทบัญญัติที่ใช้บังคับแก่ข้าราชการพลเรือนสามัญตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน เว้นแต่ตำแหน่งประเภทการสอนหรือวิจัย
ให้ได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งโดยเทียบเคียงกับอัตราเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการอื่นที่ดำรงตำแหน่งประเภทการสอนหรือวิจัยตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ทั้งนี้ จนกว่าจะมีกฎหมายว่าด้วยเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนกลาโหมใช้บังคับ เพื่อประโยชน์ในการได้รับเงินเดือน
ให้กำหนดอัตราเงินเดือนเป็นขั้นเงินเดือนโดยข้าราชการพลเรือนกลาโหมซึ่งดำรงตำแหน่งประเภทใด ระดับใด จะได้รับเงินเดือนขั้นใด เป็นจำนวนเงินเท่าใด ให้เป็นไปตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด
และให้ใช้บังคับได้จนกว่าจะมีการกำหนดขั้นเงินเดือนตามกฎหมายว่าด้วยเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนกลาโหมใช้บังคับแทน
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๕๑ บัญญัติให้มีข้าราชการพลเรือนกลาโหม โดยการกำหนดตำแหน่ง การบรรจุ การแต่งตั้ง การปรับตำแหน่ง การเลื่อนขั้นเงินเดือน การบังคับบัญชา วินัยและการรักษาวินัย การดำเนินการทางวินัย
การออกจากราชการ การอุทธรณ์ การร้องทุกข์ และการอื่นใดตามที่จำเป็นเกี่ยวกับข้าราชการพลเรือนกลาโหมให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).